- หน้าแรก
- เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ มีน้องเมียเป็นสายเปย์
- บทที่ 8 - เจียงชิงเกอผู้ซับซ้อน
บทที่ 8 - เจียงชิงเกอผู้ซับซ้อน
บทที่ 8 - เจียงชิงเกอผู้ซับซ้อน
บทที่ 8 - เจียงชิงเกอผู้ซับซ้อน
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───
เจียงอวิ๋นและเจียงหยวน ลูกหลานตระกูลเจียงทั้ง 2 คนสบตากัน ต่างก็เผยสีหน้าจนใจออกมาเล็กน้อย
แม้เจียงชิงเกอจะไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ แต่นางก็เป็นถึงบุตรสาวของผู้นำตระกูล ซึ่งเป็นสายเลือดหลักของตระกูลเจียง
ส่วนพวกเขาทั้ง 2 คน เป็นเพียงสายเลือดรองในคฤหาสน์ตระกูลเจียงอันกว้างใหญ่แห่งนี้เท่านั้น
แม้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์บรรพชนตระกูลเจียงที่กินพื้นที่นับร้อยหมู่ แต่ก็มีสิทธิ์อาศัยอยู่เพียงแค่เขตเรือนนอก อย่างเขตเจี่ยและปิ่งเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งงานของเจียงชิงเกอ ผู้นำตระกูลเป็นคนจัดการเองทั้งหมด
ต่อให้พวกเขามีความกล้ามากกว่านี้อีก 8 เท่า ก็ไม่กล้าปริปากพูดอะไรให้มากความหรอก
ไม่เช่นนั้น หากพวกเขาเป็นสายเลือดหลักของตระกูลเจียง ก็คงไม่ต้องมาคอยประจบเอาใจคุณชายจากตระกูลหวังระดับเซียนเทียนแห่งเมืองชิงซานเช่นนี้หรอก
"พี่ใหญ่โหย่วไฉ ท่านวางใจเถอะ พี่ชิงเกอไม่มีทางชายตามองคนผู้นั้นหรอก" เจียงอวิ๋นกระซิบเสียงเบา "ได้ยินมาว่าในคืนเข้าหอ ชายผู้นั้นก็ถูกไล่ออกมาแล้ว"
"ตอนนี้ถึงขั้นต้องไปอาศัยอยู่ที่เขตปิ่ง ในเขตเรือนนอกซึ่งเป็นที่รวมตัวของพวกคนรับใช้ด้วยซ้ำ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังโหย่วไฉก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหยุดเดิน ทำให้ไขมันบนตัวสั่นกระเพื่อมตามไปด้วย
เจียงชิงเกอเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นเย่
แม้แต่ในเมืองชิงซานที่อยู่ห่างออกไป 1,000 ลี้ ก็ยังมีคุณชายจากตระกูลใหญ่จำนวนมากที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวนาง
เรื่องที่คุณหนูใหญ่ตระกูลเจียงแต่งงานอย่างกะทันหัน ได้แพร่สะพัดไปในแวดวงสังคมนานแล้ว ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ทอดถอนใจด้วยความเสียดาย
แม้ว่าที่ผ่านมา เจียงชิงเกอจะไม่เคยชายตามองพวกเขาก็ตามที
แต่ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ครอบครอง คนอื่นก็ไม่ได้ครอบครองเช่นกัน เหล่าคุณชายทั้งหลายจึงยังรู้สึกว่ามันก็ยุติธรรมดี
แต่พอนึกถึงการแต่งงานของเจียงชิงเกอตอนนี้... เทพธิดากลับกลายเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว คุณชายหลายคนถึงกับกุมขมับร้องไห้โฮ
ส่วนเรื่องสถานะของฝ่ายชาย หวังโหย่วไฉก็พอจะได้ยินมาบ้างว่าเป็นศิษย์สายในของสำนักซื่ออวิ๋น
สำนักซื่ออวิ๋น เป็นถึงขุมกำลังระดับแนวหน้าที่ยิ่งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย ในรัศมีหลายหมื่นลี้เชียวนะ!
เพียงแค่ผู้อาวุโสคนเดียวปรากฏตัว ก็สามารถสยบตระกูลเซียนเทียนที่มีรากฐานอ่อนแอกว่าได้อย่างราบคาบแล้ว
ตระกูลเจียงแห่งนี้... ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียนี่กระไร
ถึงกับกล้าจัดให้ศิษย์สายในที่แต่งงานเข้าตระกูล ไปพักอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนั้น
เมื่อมองดูสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของหวังโหย่วไฉ เจียงอวิ๋นก็กระซิบว่า "นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจัดการหรอก แต่เป็นสิ่งที่เจียงชิงเกอเป็นคนตัดสินใจเองต่างหาก"
"แต่เรื่องอาหารการกินของคนผู้นั้น ข้าเป็นคนจัดการเองแหละ" เจียงอวิ๋นหัวเราะหึๆ "ในเมื่อเจียงชิงเกอจัดให้เขาไปอยู่ที่พักคนรับใช้ ข้าก็เลยสั่งให้โรงครัวเตรียมอาหารแบบคนรับใช้ให้เขาไปเลยสิ"
ความจริงแล้ว สถานะที่แท้จริงของลู่เย่ ในตอนแรกมีเพียงคนบางส่วนในเขตเรือนในเท่านั้นที่ล่วงรู้
แต่ก็ทนพวกปากสว่างบางคนไม่ได้ อีกทั้งแต่ละตระกูลต่างก็มีสายข่าวแฝงตัวอยู่ตามตระกูลอื่นๆ ด้วย
สายข่าวเหล่านี้มีสถานะไม่ธรรมดา เมื่อทราบเรื่องราวแล้วจึงจงใจแพร่กระจายข่าวออกไป จนบัดนี้ลูกหลานตระกูลเจียงที่มีหน้ามีตาหน่อย ล้วนแต่รู้เรื่องนี้กันแทบทุกคนแล้ว
หากไม่รู้มาก่อนว่าลู่เย่มีสถานะเป็นเพียงศิษย์รับใช้ และยังเป็นที่รังเกียจของเจียงชิงเกออย่างมาก เจียงอวิ๋นก็คงไม่กล้าทำตัวอาจหาญถึงเพียงนี้ เพื่อเอาใจหวังโหย่วไฉหรอก
ดวงตาเป็นประกาย หวังโหย่วไฉหัวเราะร่วน "เจียงอวิ๋น เจ้านี่มันทำเพื่อข้าจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า!"
เจียงอวิ๋นหัวเราะ "ใครเล่าจะไม่รู้ว่า นอกจากพี่ใหญ่โหย่วไฉจะเป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลหวังแล้ว ยังเป็นศิษย์รักของผู้เฒ่าอินมังแห่งภูเขาอินมังอีกด้วย ในภายภาคหน้าตำแหน่งขั้นเซียนเทียนก็ต้องตกเป็นของท่านอย่างแน่นอน"
"หากข้าเป็นเจียงชิงเกอ ข้าจะไม่มีทางปฏิเสธน้ำใจของพี่ใหญ่โหย่วไฉอย่างเด็ดขาด"
หวังโหย่วไฉตบไหล่เจียงอวิ๋นอย่างชื่นชม "เจ้านี่มันตาถึงจริงๆ!"
อีกด้านหนึ่ง เวลาใกล้จะเที่ยงแล้ว
ชิงอวี้เดินหิ้วกล่องใส่อาหารรีบไปที่โรงครัว เพื่อรับอาหารสำหรับสองคนตามปกติ
และบังเอิญว่า วันนี้เจียงชิงเกอก็หาเวลาว่างมาเลือกอาหารที่โรงครัวด้วยตัวเองเช่นกัน
ยังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงของชิงอวี้อ้อนวอนดังออกมาจากโรงครัว
"ลุงฉิน อาหารสองชุดเหมือนเดิมนะเจ้าคะ ท่านเขยฝึกยุทธ์เหนื่อยมาก ลุงฉิน ข้าขอร้องล่ะ ช่วยตักให้เยอะหน่อยเถอะเจ้าค่ะ..."
"เฮ้อ ก็ได้ขอรับ" ลุงฉินถอนหายใจ
แม้เจียงอวิ๋นจะกำชับไว้ ว่าให้ปฏิบัติกับลู่เย่ตามมาตรฐานของคนรับใช้
แต่ทุกครั้งที่ชิงอวี้มาก็มักจะอ้อนวอนอยู่เสมอ สุดท้ายลุงฉินก็ทนไม่ไหว ต้องตักอาหารเพิ่มให้อีก 1 ทัพพี
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะลุงฉิน ขอบคุณมากเจ้าค่ะ!"
ใบหน้าเล็กๆ ของชิงอวี้บานแฉ่งด้วยรอยยิ้ม นางเพิ่งจะหิ้วกล่องใส่อาหารที่อัดแน่นไปด้วยข้าวปลาอาหารเดินออกจากโรงครัว ก็ได้ยินเสียงเย็นชาดังมาจากด้านหลัง
"เจ้าเป็นสาวใช้ของใคร?"
ฝีเท้าชะงักกึก ชิงอวี้หันขวับไปมอง พอเห็นคนที่อยู่ด้านหลัง ก็ตกใจจนรีบทำความเคารพ
"ชิงอวี้คารวะคุณหนูชิงเกอ ข้าคือ... คือสาวใช้ของท่านเขยลู่เย่เจ้าค่ะ"
เจียงชิงเกอเลิกคิ้วขึ้น ลางสังหรณ์ของนางไม่ผิดจริงๆ
ท่านเขยที่นางพูดถึง... กลับกลายเป็นลู่เย่ที่น่ารังเกียจคนนั้นจริงๆ
แต่เรื่องอาหารการกิน นางไม่เคยสั่งการอะไรที่เข้มงวดขนาดนั้นเลยนี่นา
ฟังจากน้ำเสียงของสาวใช้ของเขาแล้ว ทำไมถึงกับต้องกินไม่อิ่มด้วยล่ะ?
เจียงชิงเกอมองไปที่กล่องใส่อาหาร แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "เปิดกล่องใส่อาหารออกสิ"
ชิงอวี้รีบเปิดกล่องใส่อาหารออกทันที
เมื่อมองเห็นอาหารที่แสนจะขัดสนและเรียบง่ายในกล่อง เจียงชิงเกอก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
"นี่คือของให้ลู่เย่กินงั้นหรือ?"
ชิงอวี้แอบชำเลืองมองเจียงชิงเกอแวบหนึ่ง แล้วก็รีบก้มหน้าลง เอ่ยเสียงเบาว่า "ใช่เจ้าค่ะ... นี่คือของท่านเขยเจ้าค่ะ"
เดิมทีชิงอวี้คิดว่า คำสั่งให้ลดทอนอาหารของท่านเขย เป็นคำสั่งของคุณหนูชิงเกอเสียอีก
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว... เหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นหรือเปล่า?
เจียงชิงเกอมองดูอาหารที่มีแค่ผักกาด หัวไชเท้า และข้าวกล้องอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในโรงครัว
"ลุงฉิน เรื่องการอมพะนำอาหารของลู่เย่มันเกิดอะไรขึ้น?"
แม้เจียงชิงเกอจะยังคงเรียกเขาว่าลุงฉินตามปกติ แต่น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกของนาง ใครฟังก็รับรู้ได้
นางไม่ชอบขี้หน้าลู่เย่ นั่นมันเรื่องของนาง
แต่ถึงอย่างไรลู่เย่... ก็ถือว่าแต่งงานกับนางแล้ว เป็นสามีของนางตามนาม
ตอนนี้กลับต้องมาโดนคนนอกกลั่นแกล้งเช่นนี้
เจียงชิงเกอจ้องมองลุงฉินด้วยสายตาเย็นชา
เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มแผ่นหลังของลุงฉินทันที หากเทียบกับลูกหลานสายเลือดรองอย่างเจียงอวิ๋น เจียงชิงเกอคือบุตรสาวแท้ๆ ของผู้นำตระกูลเชียวนะ!
เขาไม่กล้าปิดบังแม้แต่น้อย จึงรีบเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาทันที
"เจียงอวิ๋น?"
ดวงตาทั้งสองข้างหรี่ลงเล็กน้อย เจียงชิงเกอหมุนตัวกลับ แล้วทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"หากวันหลังข้าจับได้ว่ามีการอมพะนำอาหารกันอีก ท่านก็กลับบ้านไปพักฟื้นบั้นปลายชีวิตเถอะ"
"ขอรับ คุณหนูใหญ่"
มองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป ลุงฉินก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก
พร้อมกันนั้น ในใจก็รู้สึกโกรธเคืองเจียงอวิ๋นเป็นอย่างมาก
นี่หรือที่เจ้าบอกว่าจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่?! คุณหนูชิงเกอรู้เรื่องเข้า รังแต่จะปรบมือชอบใจ?!
ชามข้าวสุดที่รักที่อุดมไปด้วยผลประโยชน์ของข้า เกือบจะโดนทุบทิ้งไปแล้วเนี่ย!
"เจ้าไปตักอาหารชุดใหม่เถอะ" เจียงชิงเกอเอ่ยทิ้งท้ายเบาๆ เมื่อเดินผ่านชิงอวี้
ประจวบเหมาะกับที่กลุ่มของเจียงอวิ๋น 3 คน ซึ่งตกลงกันไว้ว่าจะไปหาความสำราญที่หอชุ่ยเซียง กำลังเดินมาจากอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อเตรียมตัวออกจากคฤหาสน์
เมื่อมองเห็นเจียงชิงเกอที่งดงามหยดย้อยราวกับนางฟ้าจำแลงเดินอยู่อีกฝั่งถนน หวังโหย่วไฉก็ถึงกับตกตะลึงไปเลย
ไม่ได้เจอกันแค่พักเดียว เทพธิดาก็ยังคงงดงามเช่นเดิม!
ครู่ต่อมา เรื่องที่ทำให้หวังโหย่วไฉประหลาดใจยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
เจียงชิงเกอกลับเดินตรงมาหาเขา!
ส่วนเจียงอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับใจเต้นระรัว รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
และแล้วในวินาทีถัดมา เจียงชิงเกอก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเจียงอวิ๋น นางยื่นฝ่ามือออกไป...
เพียะ!
ฝ่ามือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของเจียงอวิ๋นโดยตรง ทำให้รอยยิ้มของเขาแข็งค้างไปทันที
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หากข้าล่วงรู้อีกว่าเจ้ากลั่นแกล้งลู่เย่ เจียงอวิ๋น เจ้าจงคิดดูให้ดี"
เจียงชิงเกอจ้องมองเจียงอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไป
เจียงอวิ๋นก้มหน้าลง ประกายความมืดมนวาบผ่านดวงตาของเขา
คนไร้ประโยชน์ที่ไม่อาจบำเพ็ญเพียรได้ ถึงกับกล้าลงมือทำร้ายเขาท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย!
หากมีโอกาส... เขาจะต้องทำให้เจียงชิงเกอต้องเสียใจให้จงได้!
เบื้องหลัง ชิงอวี้ที่หิ้วกล่องใส่อาหารชุดใหม่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยของกินชั้นดี ยืนมองด้วยสีหน้าตกตะลึง
─── 💀 ─── 𝔖𝔞𝔥𝔞ℭ𝔥𝔬𝔨𝔪𝔦𝔫𝔤𝔨𝔴𝔞𝔫 ─── 💀 ───