- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 206 ทำไมถึงกลายเป็นหัวหน้าแก๊งจ้าเทียน กับจักรพรรดิเสวียอู่ไปได้ล่ะ!
บทที่ 206 ทำไมถึงกลายเป็นหัวหน้าแก๊งจ้าเทียน กับจักรพรรดิเสวียอู่ไปได้ล่ะ!
บทที่ 206 ทำไมถึงกลายเป็นหัวหน้าแก๊งจ้าเทียน กับจักรพรรดิเสวียอู่ไปได้ล่ะ!
"เสี่ยวลั่วเอ๊ย! เธอไม่รู้หรอก วันนี้ผู้อำนวยการฟู่ของพวกเราถึงกับออกปากถามเองเลยนะ ว่าเธอสนใจจะสอบเข้าโรงเรียนตำรวจหรือเปล่า"
"รอให้เธอเรียนจบจากโรงเรียนตำรวจ อนาคตก็ต้องราบรื่น ไร้ขีดจำกัดแน่นอน"
หม่ากั๋วเฉิงยังอยากจะพูดเกลี้ยกล่อมอีกสักหน่อย
แม้แต่ฉู่เจี้ยนจวินที่ขับรถอยู่ด้านหน้าก็ยังอยากจะช่วยพูดเกลี้ยกล่อมด้วย
เจ้าลูกเขยทึ่ม!
นี่มันเป็นเรื่องที่คนตั้งเท่าไหร่ใฝ่ฝันอยากจะได้ ทำไมแกถึงไม่รู้จักคว้าเอาไว้ล่ะเนี่ย
"ลุงหม่าครับ ผมยังอยากขอเวลาคิดดูก่อน"
"เอาล่ะ ถ้างั้นก็กลับไปคิดดูให้ดีๆ กลับถึงบ้านก็ลองปรึกษากับผู้ใหญ่ที่บ้านดูด้วยล่ะ!"
หม่ากั๋วเฉิงพูดจบก็มองไปที่กระจกมองหลัง สบเข้ากับสายตาของฉู่เจี้ยนจวินพอดี
ทั้งสองสบตาสื่อสารกันชั่วครู่
เหล่าฉู่เอ๊ย ช่วยเกลี้ยกล่อมเด็กคนนี้หน่อย อนาคตกำลังรุ่งโรจน์ อย่าปล่อยให้เสียโอกาสเชียว!
วางใจเถอะเหล่าหม่า นี่มันว่าที่ลูกเขยฉัน ฉันจะไม่คิดเผื่อเขาได้ยังไง รับรองได้เลย!
"จริงสิ! ลุงหม่าครับ วันนี้ผมจับหยวนช่านอวี้ได้ เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีเมื่อไหร่เหรอครับ?"
จู่ๆ หลินลั่วก็นึกขึ้นมาได้ ว่าตัวเองอุตส่าห์จับคนร้ายได้ แต่ยังไม่ได้ถามเรื่องเงินรางวัลเลย
ในใบประกาศจับเขียนไว้ชัดเจนว่าจับได้หนึ่งคนให้หนึ่งแสนหยวนเชียวนะ
"วางใจเถอะ เงินรางวัลไม่มีทางขาดตกบกพร่องของเธอแน่นอน!"
หม่ากั๋วเฉิงโบกมือใหญ่อย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย เจ้าหนุ่มอย่างเธอจะกังวลอะไร
……
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—
เสียงกริ่งดังสนั่น!
คาบเรียนแรกของช่วงบ่ายสิ้นสุดลงแล้ว
เถียนเหวินจิ้งจัดทรงผมที่แบ่งแสกเก้าต่อหนึ่งของตัวเอง เขาไม่สอนเกินเวลา สวมหมวก เก็บหนังสือและแผนการสอนใส่กระเป๋า จากนั้นก็ถือกระเป๋ากับกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเดินออกจากห้องเรียนไปอย่างเชื่องช้า
จนกระทั่งร่างของครูเถียนผมแสกเก้าต่อหนึ่งหายลับไป ในห้องเรียนก็ยังคงเงียบกริบ
คนที่ปวดท้องก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเงียบๆ ส่วนเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นยืนข้างโต๊ะแล้วเริ่มทำสควอท
หนึ่ง สอง สาม...
หนิวจื่อต๋ามองดูเว่ยจี๋เฟินที่กำลังโก่งก้นทำสควอทอย่างขะมักเขม้นก็ฉีกยิ้มกว้างทันที เพิ่งจะอ้าปากเตรียมเยาะเย้ยสักสองสามประโยค ก็เห็นหลินลั่วเดินเข้ามาจากนอกห้องเรียนพอดี
"โอ้โห! ฝ่าบาทเสด็จกลับมาแล้ว!"
ตอนเลิกเรียนคนในห้องไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย แต่พอได้ยินคำว่า 'ฝ่าบาทเสด็จกลับมาแล้ว' เพื่อนนักเรียนในห้องก็พากันหันขวับไปมองอย่างพร้อมเพรียง
"พี่ลั่ว! พี่กลับมาแล้วเหรอ!"
"พี่ลั่ว พี่ไปไหนมาเนี่ย ทำไมเพิ่งกลับมาล่ะ!"
"พี่ลั่ว ผมมีโจทย์ข้อหนึ่ง..."
"กลับมาแล้วๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะ ทีละคน!"
หลินลั่วหัวเราะร่าพลางโบกมือ สีหน้าดูภูมิใจสุดๆ ทำท่าทางเหมือนดาราดังที่กำลังจะแจกลายเซ็นให้แฟนคลับตัวน้อย
พอเขานั่งลงปุ๊บ คนรอบข้างก็แห่กันเข้ามารุมล้อมทันที บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นบวกกับความชอบสอดรู้สอดเห็น ทำหน้าเหมือนอยากจะกินแตงสุดๆ
"ฝ่าบาท วันนี้เสด็จปลอมตัวไปประพาสที่ไหนมาพ่ะย่ะค่ะ? ทำไมถึงเพิ่งเสด็จกลับเอาป่านนี้?" หนิวจื่อต๋าถามกลั้วหัวเราะ สีหน้าดูเจ้าเล่ห์ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดดีอยู่แน่ๆ
เว่ยจี๋เฟินยังคงโก่งก้นทำสควอท แม้จะอยากเผือกแต่ก็ไม่ลืมบริหารกล้ามเนื้อขา หมอนี่โตไปต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่!
เขาเหมือนจะเห็นว่าหนิวจื่อต๋าเผยพิรุธออกมา จึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที!
"เฮ้ย! หนิวจื่อต๋า แกหมายความว่าไง? เรื่องฮ่องเต้คังซีปลอมตัวประพาสต้นน่ะ ข้าเคยดูนะเว้ย!"
"นี่แกกำลังแขวะฝ่าบาทอยู่ใช่ไหม?"
หลายคนถึงกับหันไปมองเว่ยจี๋เฟินด้วยความงุนงง ถามว่ามันหมายความว่ายังไง
เว่ยจี๋เฟินดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ราวกับว่าตัวเองเป็นตัวเอก
เขายืดอกขึ้นแล้วพูดอย่างภูมิใจ "ไม่รู้ล่ะสิ เรื่องฮ่องเต้คังซีปลอมตัวประพาสต้นน่ะ ยังมีอีกชื่อนึงว่า สารคดีคังซีหน้าปรุจีบสาว"
พอเขาพูดแบบนี้ ทุกคนก็ถึงบางอ้อ
จี้ป๋อต๋าเดาะลิ้นสองที "หนิวจื่อต๋า แกหมายความว่า ฝ่าบาทลางานเพื่อออกไปจีบสาวงั้นสิ!"
ดวงตากลมโตของฉู่เจียวเจียวตวัดขวับไปมองทันที
หนิวจื่อต๋า ให้โอกาสแกเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกรอบนะ!
ซี๊ด!
รู้สึกเย็นวาบที่สันหลังและชาหนึบไปทั้งหนังหัว!
หนิวจื่อต๋ารีบโบกมือปฏิเสธ "ไม่มีทาง เสี่ยวจี๋จี๋ แกอย่ามาใส่ร้ายข้านะโว้ย! ข้าก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย!"
"พอแล้วน่า พวกแกสองคนเลิกเถียงกันไร้สาระได้แล้ว พี่ลั่ว พี่เล่ามาเถอะ ลาเรียนติดกันตั้งสองวัน พี่ไปทำอะไรมาเนี่ย!"
เมื่อวานยังพอเข้าใจได้ว่าไปร่วมงานกิจกรรมอะไรสักอย่าง กลับมาก็ยังมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาฝากทุกคนด้วย
แต่วันนี้ทำไมถึงหายไปอีกครึ่งค่อนวันล่ะ?
หลินลั่วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ล้วงเอาใบประกาศเกียรติคุณออกมาจากอกเสื้อด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
"เอ๊ะ! ใบประกาศเกียรติคุณนี่!"
ฉู่เจียวเจียวรู้เรื่องที่หลินลั่วไปร่วมงานมอบรางวัลกับพ่อของตัวเองอยู่แล้ว เธอเลยตอบสนองไวมาก รีบคว้าใบประกาศเกียรติคุณนั้นไปทันที
"พี่เจียวเจียว รีบเปิดดูเร็ว ให้พวกเราดูหน่อยว่าข้างในเขียนว่าอะไร?"
"ใช่ๆ!"
แก๊งเพื่อนนักเรียนตาเป็นประกาย เสียงร้องตื่นเต้นดึงดูดให้เพื่อนคนอื่นๆ เข้ามามุงดูด้วย
แต่ละคนพากันเขย่งปลายเท้า ชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ใจแทบขาดว่าข้างในเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ใบหน้าเล็กๆ ของฉู่เจียวเจียวแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตสดใสทอประกายระยิบระยับ
ดูเธอตื่นเต้นยิ่งกว่าหลินลั่วซะอีก!
"ทุกคนเงียบก่อน!"
เด็กสาวพูดเสียงดัง รอจนทุกคนเงียบลง เธอถึงสูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง แล้วค่อยๆ เปิดใบประกาศเกียรติคุณออก
ทันทีที่ใบประกาศถูกเปิดออก หนิวจื่อต๋ากับเว่ยจี๋เฟินก็ทนไม่ไหว ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วอ่านข้อความข้างในออกเสียงดังฟังชัด
"การกระทำของนักเรียนหลินลั่ว ในการช่วยเหลือผู้คนเมื่อวันที่ 22 กันยายน ปี 2013 ที่ทะเลสาบเทียมฮวาเหอไห่ ได้ผ่านการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าตรงตามข้อบังคับการให้รางวัลและคุ้มครองพลเมืองดีผู้กล้าหาญของมณฑลหนาน จึงขอยกย่องให้เป็นการกระทำของพลเมืองดีผู้กล้าหาญ"
"ขอมอบตำแหน่งนักเรียนดีเด่นสามประการให้กับนักเรียนหลินลั่ว!"
ด้านล่างมีตราประทับสีแดงสดถึงสี่ดวง ดูแล้วชวนให้รู้สึกเบิกบานใจ
"ว้าว! ตำแหน่งนักเรียนดีเด่นสามประการ!"
"พี่ลั่ว พี่ได้ดีแล้วนี่!"
ภายในห้องเรียนกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง
หลินลั่วเชิดคางขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ยกมือขึ้นกดลงเบาๆ เป็นเชิงปราม
"ทำตัวให้มันเงียบๆ หน่อย เงียบๆ หน่อย! นี่มันก็แค่เรื่องกล้วยๆ ดูพวกนายสิ ทำตัวเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกกว้างไปได้!"
(ˉ▽ ̄~) เชอะ~~
ในห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียง 'เชอะ' ดังระงม
หลังจากความครึกครื้นผ่านพ้น ฝูงชนก็แยกย้ายกันไป
หลินลั่วหัวเราะพลางเอียงคอมอง ก็เห็นฉู่เจียวเจียวกอดใบประกาศเกียรติคุณไว้ในอ้อมอกราวกับเป็นของล้ำค่า
เมื่อเห็นหลินลั่วมองมา เด็กสาวก็หน้าแดงก่ำ พูดเสียงเบา
"เสี่ยวลั่ว นายเก่งมากเลยนะ~"
อืม!
ฟังคำนี้แล้ว รู้สึกมีพลังขึ้นมาเลย!
เหรียญรางวัลและประกาศเกียรติคุณใบอื่นๆ หลินลั่วไม่ได้หยิบออกมาโชว์
แค่ใบประกาศเกียรติคุณพลเมืองดีผู้กล้าหาญใบเดียว ก็พอให้เขาเอามาอวดเบ่งในห้องได้แล้ว!
ถ้าเอาใบอื่นออกมาด้วย มันจะกลายเป็นความน่าตกใจแทน
เขาไม่อยากเป็นเหมือนต้าโก่ว ที่พอเลิกเรียนปุ๊บก็โดนคนเป็นฝูงมุงดูเหมือนสัตว์ในสวนสัตว์!
ได้ยินมาว่าตอนนี้ถึงขนาดมีคนเอาผลไม้ไปป้อนให้ต้าโก่วแล้วด้วย!
……
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง—
เสียงกริ่งหมดคาบที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง เข้าใกล้เวลาเลิกเรียนไปอีกก้าวหนึ่ง!
จ้าวหมิ่นเก็บหนังสือเรียน มองดูนักเรียนในห้องที่ต่างคนต่างง่วนอยู่กับงานของตัวเอง เธอขยับแว่นตาบนสันจมูกอย่างพึงพอใจ
บรรยากาศและความกระตือรือร้นในการเรียนของห้องหัวกะทินั้นดีเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะกลุ่มช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนการเรียนที่หลินลั่วตั้งขึ้น ทุกคนคอยกระตุ้นและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทำให้บรรดาครูเบาแรงไปได้เยอะ
เมื่อดูจากผลสอบประจำสัปดาห์ คะแนนของนักเรียนทุกคนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้หลินลั่ว!
จ้าวหมิ่นเลื่อนสายตาไปมองหลินลั่วด้วยความปลื้มใจ
กลับเห็นหลินลั่วทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน ลุกขึ้นมาจากโต๊ะเรียนอย่างหมดสภาพ เอามือเกาก้นเดินออกไปนอกห้องเรียนเฉยเลย
"หนิวจื่อ จี๋จื่อ ไปเข้าห้องน้ำกัน!"
"มาแล้ว!"
"ป่ะ ไปกัน!"
หนิวจื่อต๋ากับเว่ยจี๋เฟินตอบรับทันควัน รีบลุกขึ้นเดินตามไปทันที
รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวหมิ่นถึงกับแข็งค้าง
เดี๋ยวสิ ต้องยกความดีความชอบให้เขาจริงๆ เหรอ?
"พี่ลั่ว พี่นี่โคตรเจ๋งเลย คาบของครูประจำชั้นพี่ยังกล้าหลับลงอีกนะ!"
พอออกมานอกห้องเรียน หนิวจื่อต๋าก็ยกนิ้วโป้งให้หลินลั่ว ทำหน้าเลื่อมใสศรัทธาสุดๆ
เว่ยจี๋เฟินพยักหน้าเห็นด้วย
จะว่าไปก็ใช่ ถึงจ้าวหมิ่นจะหน้าตาสวย บุคลิกก็ดี เสียงพูดก็เพราะ แต่เรื่องความดุก็ขึ้นชื่อเหมือนกัน ในโรงเรียนไม่มีนักเรียนคนไหนกล้าทำให้เธอโกรธหรอก
"เฮอะ ก็แค่งีบหลับแป๊บเดียวเอง ถ้าพวกแกสอบวิชาสายศิลป์ได้คะแนนเต็ม พวกแกก็ทำแบบนี้ได้เหมือนกันแหละ!"
หลินลั่วพูดอย่างไม่ใส่ใจพลางล้วงกระเป๋า
พวกเราทำไม่ได้จริงๆ โว้ย!
หนิวจื่อต๋ากับเว่ยจี๋เฟินบ่นอุบอิบในใจ
ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสามคนก็เดินไปทางห้องน้ำเล็กๆ ข้างตึกเรียน
ห้องน้ำนี้มีไว้สำหรับครู ส่วนห้องน้ำของนักเรียนจะอยู่ริมสนามหญ้า เป็นห้องน้ำรวมขนาดใหญ่
แต่นักเรียนห้องหัวกะทิส่วนใหญ่ขี้เกียจเดินไปไกลขนาดนั้น ก็เลยมักจะวิ่งมาแย่งห้องน้ำกับครูที่นี่
บรรดาครูก็หวังให้นักเรียนห้องหัวกะทิสร้างชื่อเสียงให้พวกเขาอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องไม่มีใครบ่นอะไร
แถมยังอยากให้นักเรียนประหยัดเวลาเอาไปทบทวนบทเรียนให้มากขึ้นซะอีก
ทั้งสามเพิ่งจะก้าวเข้าห้องน้ำ จู่ๆ ก็มีนักเรียนวัยรุ่นสิบกว่าคนวิ่งกรูกันออกมาจากทางเดินบันไดด้านข้างตึกเรียน
หนิวจื่อต๋ากับเว่ยจี๋เฟินสะดุ้งโหยง รีบขยับเข้าไปยืนเบียดหลินลั่วด้วยความตื่นตระหนก มองเด็กนักเรียนที่ใส่ชุดนักเรียนแต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่เด็กดีพวกนั้นด้วยความมึนงง
นี่มันสถานการณ์อะไรเนี่ย?
คู่อริในยุทธภพตามมาล้างแค้นเหรอ?
แล้วจะมาซวยถึงปลาซิวปลาสร้อยอย่างพวกเขาสองคนด้วยงั้นสิ?
หลินลั่วจำพวกเขาได้ โดยเฉพาะเจี่ยเฟยกับจางเจ๋อ
สองคนนี้ฉลาดแกมโกงยิ่งกว่าลิงซะอีก!
ตอนพิธีเคารพธงชาติเมื่อวันจันทร์ พวกเขาก็ขึ้นไปบนเวทีเพื่ออ่านคำสำนึกผิดพร้อมกับหวังว่าง
เพียงแต่เวลาจำกัด พอหวังว่างอ่านคำสำนึกผิดจบ ไอ้พวกนี้ก็ตามไปโค้งคำนับแล้วก็เดินลงมา
"พวกนายมีธุระอะไรกับฉันเหรอ?"
หลินลั่วล้วงกระเป๋าสองข้าง เลิกคิ้วขึ้น ถามด้วยสีหน้ายิ้มๆ เหมือนไม่ได้ยิ้ม
เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนพวกนี้จะไม่เข็ดหลาบ แล้วยังกล้ามาหาเรื่องเขาอีก
วินาทีต่อมา วัยรุ่นสิบกว่าคนก็โค้งคำนับให้หลินลั่วอย่างพร้อมเพรียงกัน
"สวัสดีครับท่านหัวหน้าแก๊ง!"
เสียงดังกังวานก้องไปไกลทั่วทางเดินตึก
หลินลั่ว : ???
เว่ยจี๋เฟิน : ???
หนิวจื่อต๋า : ???
บนใบหน้าของทั้งสามคนมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
"เดี๋ยวนะ ใครเป็นหัวหน้าแก๊งของพวกนายกัน?"
หลินลั่วเบิกตากว้างด้วยความพูดไม่ออก พวกนายอย่ามาเรียกสุ่มสี่สุ่มห้านะเว้ย!
แต่คนกลุ่มนั้นก็ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้น ยังคงโค้งคำนับอยู่อย่างนั้น
เจี่ยเฟยพูดด้วยความตื่นเต้น "ก็ลูกพี่ไงครับ ท่านหัวหน้าแก๊งคนใหม่ที่พวกเราแก๊งจ้าเทียนลงมติโหวตเลือกมา จักรพรรดิเสวียอู่ เทพสงครามแห่งมัธยมสิบแปด หนุ่มหล่ออันดับหนึ่งของโรงเรียน หลินลั่ว!"
[ภารกิจ: ขยายอิทธิพลของตนเอง รางวัล: วิชาเพ่งปราณเวยอู่เว่ยแห่งต้าเฉียน (เสร็จสิ้น)]
ไม่ใช่สิ แบบ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ!!!