- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 153 อ่านหนังสือเยอะๆ ก็มีประโยชน์นะ!
บทที่ 153 อ่านหนังสือเยอะๆ ก็มีประโยชน์นะ!
บทที่ 153 อ่านหนังสือเยอะๆ ก็มีประโยชน์นะ!
ฉู่เจี้ยนจวินกรอกตาจนแทบจะทะลุเพดาน
ปู่ของใครบ้างที่ไม่ใช่ชาวนาล่ะ~
ปัญหาคือชาวนาที่ไหนมีวรยุทธ์ แถมยังดูฮวงจุ้ยเป็นด้วย?
สงสัยจะเป็นยอดคนผู้เร้นกายและมีวิชาแปลกประหลาดกระมัง
ฉู่เจี้ยนจวินรู้สึกเหมือนตัวเองค้นพบความจริงของเรื่องนี้แล้ว
ปีนั้นพวกผู้มีวิชาและความเชื่อเก่าแก่ถูกกวาดล้างจนเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ การจะเร้นกาย เปลี่ยนโฉมหน้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
"ไม่สิ ฉันพูดกับหลานจริงๆ นะ ข้างล่างมีสุสานจริงๆ เหรอ"
ฉู่เจี้ยนจวินถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ
"วางใจเถอะครับ มีแน่นอน!" หลินลั่วพยักหน้า พลางคิดในใจ
ผมใช้วิชาเพ่งปราณดูแล้ว ข้างล่างมีไอสีดำพวยพุ่งขึ้นมา ไอสังหารหนักอึ้งขนาดนี้ ต้องมีสุสานใหญ่แน่นอน!
"ยืนยันได้ไหมครับ"
คนพูดคือชายผู้เป็นหัวหน้าทีมจากกรมศิลปากร
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังตรวจสอบถุงหนังแกะไว้ผมทรงลานบิน สวมแว่นตากรอบดำ ดูท่าทางกระฉับกระเฉง
พอได้ยินคำถามของเขา ก็พยักหน้าแล้วตอบว่า "ยืนยันได้ครับ! ชัดเจนมาก ล้วนเป็นเหรียญเสียนเฟิงทงเป่า!"
"แล้วก็ยังมีกีบเท้าลาดำ กรงเล็บพยัคฆ์เหิน เทียนไข ยืนยันได้เลยว่านี่เป็นเครื่องมือที่โจรปล้นสุสานสมัยก่อนใช้จริงๆ ครับ"
"เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้ว"
หลินลั่วเอียงคอ มองฉู่เจี้ยนจวินพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
"จากการสังเกตของผม ข้างล่างนี้ต้องมีสุสานใหญ่แน่นอน!"
"โอ้! น้องนักเรียน เธอสังเกตยังไงเหรอ"
คนจากกรมศิลปากรที่ทักทายหลินลั่วก่อนหน้านี้หันมามองหลินลั่ว รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงดูเสแสร้งเหมือนเดิม
หลินลั่วเอามือไพล่หลัง เริ่มอวดภูมิ
ในวิชาเพ่งปราณที่ระบบให้เป็นรางวัลมีเนื้อหาเกี่ยวกับบ้านคนเป็นและสุสานคนตายอยู่ด้วย
แน่นอนว่าวิชาเพ่งปราณพูดถึงเนื้อหาเกี่ยวกับปราณ แต่ก็มากพอให้เขาเอามาอวดอ้างได้แล้ว
"มีคำกล่าวว่า ฝังภูเขาไม่ฝังยอด ฝังสันเขาไม่ฝังเนิน!"
"ที่นี่เป็นไหล่เขาพอดี แถมภูมิประเทศยังราบเรียบ"
"ทะเลสาบเทียมแห่งนี้สร้างขึ้นในภายหลัง ถึงจะทำลายชีพจรดินของที่นี่ไปแล้ว แต่ก็ยังพอมองออกคร่าวๆ"
"ตรงนั้นคือเส้นทางมังกร!"
หลินลั่วชี้ไปยังเทือกเขาที่อยู่ไกลออกไป
เส้นทางมังกรหมายถึงทิศทางหรือตำแหน่งที่ชีพจรมังกรทอดตัวมา
"เส้นทางมังกรคดเคี้ยวขรุขระ ถือว่าเป็นมงคล! ดูภูเขาสองลูกที่เชื่อมต่อกันด้วยสันเขานั่นสิ นี่เรียกว่ากั้วเซี๋ย!"
จุดกั้วเซี๋ยคือเส้นทางที่ปราณชีวิตต้องไหลผ่าน และเป็นสถานที่รวบรวมปราณ
ปลายทั้งสองด้านของกั้วเซี๋ย คือชีพจรออกและชีพจรเข้า ทำหน้าที่เชื่อมต่อหน้าหลัง
"หนึ่งดวงดาวหนึ่งข้อพญามังกร ความสั้นยาวของพญามังกรกำหนดความรุ่งเรืองและร่วงโรย ข้อพญามังกรยิ่งมากความมั่งคั่งยิ่งยืนยาว หนึ่งรุ่นแห่งความรุ่งโรจน์คือหนึ่งข้อพญามังกร"
"หนึ่งยอดเขา ผ่านหนึ่งช่องเขา นับเป็นหนึ่งข้อพญามังกร"
"เส้นทางมังกรพันลี้ล้วนว่างเปล่า ข้อสุดท้ายปลายทางถึงจะเป็นมังกรที่แท้จริง ดังนั้นการดูเส้นทางมังกรต้องดูที่ข้อสุดท้าย"
"ซึ่งก็คือสถานที่ที่เรายืนอยู่ตอนนี้ อุดมสมบูรณ์กลมกลืน ปราณชีวิตเต็มเปี่ยม บ่งบอกว่านี่คือมังกรแท้ที่บันดาลความมั่งคั่งและสูงศักดิ์ มีคำกล่าวว่าความมั่งคั่งและสูงศักดิ์ล้วนเกิดจากตัวมังกร"
"ถ้าที่นี่มีสุสานล่ะก็ ต้องไม่เล็กแน่นอน!"
"บวกกับการที่พบกระเป๋าเครื่องมือของโจรปล้นสุสานที่นี่ แสดงว่าข้างล่างต้องมีสุสานใหญ่แน่ๆ!"
ฉู่เจี้ยนจวินเอียงคอ มองหลินลั่วที่กลายร่างเป็นซินแสฮวงจุ้ย พูดพร่ำอย่างมั่นใจตั้งมากมาย จู่ๆ เขาก็อยากจะยกนิ้วโป้งให้แล้วตะโกนว่า เจ๋งว่ะ!
"หึๆ ดูท่าทางน้องนักเรียนคงจะอ่านหนังสือประโลมโลกมาไม่น้อยนะ แต่ตอนนี้ศตวรรษที่ 21 แล้ว เขาเน้นหลักวิทยาศาสตร์กัน สิ่งที่เธอพูดมาก็แค่เรื่องที่คนโบราณแต่งขึ้นตามจินตนาการเท่านั้นแหละ"
พอคนๆ นี้อ้าปากพูด ก็ทำเอาฉู่เจี้ยนจวินถึงกับขมวดคิ้ว
แกกำลังพูดจาเหน็บแนมใครอยู่ห๊ะ?
หลินลั่วกลับยิ้มออกมาราวกับไม่ใส่ใจ
"หึๆ ถูกต้องครับ พวกคุณที่ทำงานโบราณคดีน่ะ หนังสือที่ปรมาจารย์ของพวกคุณแต่งไว้ในอดีต มันก็แค่หนังสือประโลมโลกจริงๆ นั่นแหละ ผมก็แค่อ่านฆ่าเวลาตอนว่างๆ เท่านั้นเอง"
ชายคนนั้นหุบยิ้มทันที สีหน้าดูไม่ได้ น้ำเสียงก็จริงจังขึ้นมา
"น้องนักเรียน บางเรื่องก็อย่าพูดส่งเดชนะ พวกเราทำงานโบราณคดี ไม่ใช่โจรปล้นสุสาน ไม่มีปรมาจารย์อะไรทั้งนั้น!"
"อ่า ใช่ๆๆๆๆๆ~"
หลินลั่วพยักหน้ารัวๆ แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
ชายหนุ่มสองคนที่กำลังตรวจสอบถุงหนังแกะมีสีหน้าพิลึกพิลั่นขึ้นมาทันที
พวกเราที่เรียนโบราณคดีไม่มีปรมาจารย์งั้นเหรอ?
พี่ชาย นี่คุณจับพลัดจับผลูเข้ามาทำงานในกรมศิลปากรได้ยังไงเนี่ย?
แถมยังเป็นหัวหน้าด้วยนะ!
"เพื่อน ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ"
หลินลั่วไม่สนใจไอ้หมอนี่ที่หน้าดำทะมึน แต่หันไปถามชายหนุ่มสวมแว่นตา
"เอ่อ ผมชื่อติงเฉวียนครับ" เขาตอบอย่างประหม่า
"ติงเฉวียนใช่ไหม ฉันขอถามอะไรนายหน่อย หนังสือ 'ภาพโบราณคดี' กับ 'คำอธิบายภาพโบราณคดี' ใครเป็นคนเขียน?"
ติงเฉวียนมองหลินลั่วสลับกับชายวัยกลางคนหน้าดำทะมึน สีหน้าดูกระอักกระอ่วน
ทำอะไรน่ะ อย่าเอาไฟมาสุมใส่ฉันสิ!
"อะแฮ่ม เอ่อ หัวหน้าเหอครับ จะลองใช้เรดาร์เจาะทะลุพื้นดินตรวจดูหน่อยไหมครับ"
เมื่อเห็นท่าทีผิดปกติของติงเฉวียน หัวหน้าเหอก็ไม่ได้โง่ เขาตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างแล้ว
หรือว่าตัวเองจะพูดอะไรผิดไป!
"งั้นก็ลองดูสิ" เขาพยักหน้าตอบ
"ครับ!"
ติงเฉวียนขานรับ ก่อนจะรีบเดินไปหยิบเครื่องมือกับเพื่อนร่วมงาน
ตอนนี้สีหน้าของฉู่เจี้ยนจวินดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เขาปรายตามองหัวหน้าเหออย่างหงุดหงิด
แล้วแกล้งถามหลินลั่ว
"หลานชาย ที่หลานบอกว่าหนังสือภาพโบราณคดี แล้วก็อะไรนะ คำอธิบายภาพโบราณคดีน่ะ ใครเป็นคนเขียนเหรอ"
ท่าทางของติงเฉวียนก็พอจะบอกได้แล้วว่าคำตอบที่หลินลั่วต้องการจะตบหน้าหัวหน้าเหอคนนี้
นายไม่กล้าพูด แต่ฉันกล้าถามนะ!
กล้ามาเหน็บแนมลูกเขยฉัน แกเป็นใครมาจากไหน!
พอหลินลั่วเห็นฉู่เจี้ยนจวินถาม ก็ฉีกยิ้มกว้างทันที
สมกับเป็นว่าที่พ่อตาของผม รับส่งมุกได้ดีจริงๆ!
เขาพูดเสียงดัง
"คุณอาครับ เรื่องนี้อาน่าจะคุ้นเคยดีนะ! เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีคดีปล้นสุสานครั้งใหญ่ สุสานตระกูลหลี่ว์แห่งหลานเถียนไงครับ!"
"โอ้!!!"
ฉู่เจี้ยนจวินตาเป็นประกาย
"อานึกออกแล้ว"
คุ้นเคยจริงๆ ด้วย!
คดีปี 2006!
คดีที่นับว่าเป็นคดีปล้นสุสานครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีอยู่ไม่กี่คดีหรอก!
ตระกูลหลี่ว์แห่งหลานเถียน ที่เขารู้จักคดีนี้ก็เพราะหนานเฉิงเคยเข้าร่วมภารกิจตามทวงคืนโบราณวัตถุด้วย
สำหรับกระบวนการทั้งหมดของคดีนี้ พูดได้คำเดียวว่า น้ำเน่าสุดๆ!
เริ่มแรกคือสุสานบรรพชนตระกูลหลี่ว์แห่งหลานเถียนถูกขโมย โบราณวัตถุในสุสานและภาพจิตรกรรมฝาผนังในห้องสุสานถูกขโมยไปจนหมด
สุสานโบราณถูกทำลายอย่างหนัก!
ผู้เชี่ยวชาญจึงเริ่มทำการขุดค้นเชิงอนุรักษ์!
เจ้าของสุสานชื่อหลี่ว์ต้าหลิน เป็นบุคคลในยุคราชวงศ์ซ่งเหนือ
ถ้าพูดถึงหลี่ว์ต้าหลิน คงไม่มีใครรู้ว่าเขาคือใคร
แต่ถ้าพูดถึงอาจารย์ของเขา หลายคนน่าจะรู้จัก
อาจารย์ของเขาคือจางจ้าย
ประโยคอมตะทั้งสี่แห่งเหิงฉวี ก็คือจางจ้ายเป็นคนเขียน!
ตั้งปณิธานเพื่อฟ้าดิน กำหนดชะตาเพื่อประชาราษฎร์ สืบทอดวิชาที่สูญหายของอดีตปราชญ์ เบิกทางสู่สันติภาพอันยั่งยืนหมื่นปี!
พูดได้เพียงว่าปัญญาชนสมัยซ่งทำอย่างอื่นไม่ค่อยได้เรื่อง แต่เรื่องขี้โม้นี่เก่งไม่แพ้กันเลย!
ในนิยายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแนวทะลุมิติไปก่อนยุคซ่งเหนือ คำคมอวดภูมิทั้งสี่ประโยคนี้ต้องปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน!
ปรากฏขึ้นมาก็เหมือนทิ้งไพ่ตาย!
ในฐานะลูกศิษย์ของจางจ้าย หลี่ว์ต้าหลินมีความรู้กว้างขวาง โดยเฉพาะความชื่นชอบในของเก่า เขาเป็นนักจารึกวิทยาที่โด่งดังในยุคนั้น
หนังสือ 'ภาพโบราณคดี' ก็คือผลงานของเขา
และเขาก็เป็นคนที่นำคำว่า 'คดี' กับ 'โบราณ' มารวมกัน จนเกิดเป็นคำว่า 'โบราณคดี'!
และในสุสานของเขาก็มีของเก่าล้ำค่าจากยุคต่างๆ ก่อนยุคซ่งเหนืออยู่มากมาย
บวกกับโครงสร้างสุสานที่สมบูรณ์ ทำให้มีคุณค่าทางโบราณคดีอย่างเต็มเปี่ยม
ทำให้สุสานของเขากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในการเช็คอินเพื่อวิจัยทางโบราณคดีไปเลย!
ดังนั้น การจะบอกว่าปรมาจารย์แห่งวงการโบราณคดีคือหลี่ว์ต้าหลิน ก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีโบราณคดี!
หลังเกิดเหตุ ตำรวจก็เริ่มสืบสวน และตามยึดโบราณวัตถุที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาได้ 129 ชิ้น ซึ่งรวมถึงเครื่องสำริดตั้งแต่ยุคโจวตะวันตกจนถึงราชวงศ์ฮั่น และเครื่องลายครามในยุคราชวงศ์ซ่งเหนือ
พอสืบไปสืบมาในตอนท้าย กลับพบว่าโจรปล้นสุสานก็คือลูกหลานของหลี่ว์ต้าหลินนั่นเอง
ยอมขุดหลุมศพบรรพบุรุษตัวเองเพื่อเงิน นี่มันเกินไปจริงๆ
"หลานกำลังจะบอกว่า หนังสือภาพโบราณคดีคือเจ้าของสุสานตระกูลหลี่ว์งั้นเหรอ"
ฉู่เจี้ยนจวินถามอย่างครุ่นคิด
"ใช่ครับ!"
หลินลั่วพยักหน้าอย่างมั่นใจ
เขาเคยเห็นข่าวคดีนี้มาก่อน ด้วยสมองของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางจำผิดแน่นอน
"หลี่ว์ต้าหลิน นักจารึกวิทยาและนักการศึกษาแห่งยุคซ่งเหนือ ลูกศิษย์ของจางจ้ายผู้แต่งคำสอนสี่ประการแห่งเหิงฉวี เขาเป็นผู้แต่งหนังสือภาพโบราณคดี คำว่าโบราณคดีก็เป็นสิ่งที่เขาคิดค้นขึ้น ปรมาจารย์แห่งผู้ปฏิบัติงานโบราณคดี สมควรแก่ชื่อเสียงอย่างแท้จริง!"
หลินลั่วพูดจบ ก็หันไปมองหัวหน้าเหอที่ใบหน้าดำทะมึนไปแล้ว
"ว่าแต่คุณทำงานโบราณคดีจริงๆ เหรอเนี่ย ขนาดปรมาจารย์ของตัวเองยังไม่รู้จักเลย ผมชักจะสงสัยในตัวตนของคุณแล้วสิ!"
หลินลั่วพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ฉู่เจี้ยนจวิน ยกมือขึ้นป้องปากทำท่าเหมือนกระซิบกระซาบ แต่จงใจให้เสียงดังพอสมควร "คุณอาฉู่ ผมขอแนะนำให้ตรวจสอบเขาหน่อยนะครับ อาจจะเป็นสายลับก็ได้!"
ใบหน้าของหัวหน้าเหอยิ่งดำทะมึนกว่าเดิม
ไอ้หนู ฉันก็แค่ทนเห็นเด็กเมื่อวานซืนอย่างแกมาทำอวดเก่งต่อหน้าไม่ได้แค่นั้นเอง ทำไมแกถึงต้องเล่นงานฉันให้ตายด้วยล่ะ!
"อะแฮ่ม อย่าพูดจาเหลวไหลสิ ในห้องเรียนของหลานก็ยังมีนักเรียนปลายแถวที่เรียนไปวันๆ เลยนี่นา" ฉู่เจี้ยนจวินกระแอมไอ พลางกลั้นยิ้มแล้วพูด
หัวหน้าเหอมุมปากกระตุก ใบหน้าดำคล้ำเป็นก้นหม้อ
นักเรียนปลายแถวที่เรียนไปวันๆ
ฉันเนี่ยนะ!??
"เชี่ยเอ๊ย! จริงๆ ด้วยแฮะ!"
ตอนนั้นเอง ติงเฉวียนที่เดินออกไปจู่ๆ ก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา ดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมอง
เห็นเพียงติงเฉวียนเข็นเครื่องจักรที่ดูคล้ายรถเข็นคันเล็กเข้ามาในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน
นี่ก็คือเรดาร์เจาะทะลุพื้นดิน
มีความแม่นยำสูง ประสิทธิภาพสูง และไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ใช้ในงานวิศวกรรมโยธา การสำรวจแร่ทางโบราณคดี และโครงการอื่นๆ
ในมือของติงเฉวียนยังมีอุปกรณ์รับสัญญาณและแสดงผลอยู่ด้วย
จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่สูงที่เรดาร์เจาะทะลุพื้นดินปล่อยออกมา ข้อมูลตอบกลับที่ได้รับแสดงให้เห็นว่ามีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน
เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า ข้างล่างมีสุสานใหญ่อยู่!
คนจากกรมศิลปากรขยับเข้าไปใกล้ติงเฉวียน มองดูข้อมูลบนหน้าจอแสดงผล แล้วก็ถึงกับอึ้งกิมกี่
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ดูโอ้อวดนิดๆ คนนั้น พูดความจริงงั้นเหรอ!
โดยเฉพาะหัวหน้าเหอ เขาแทบจะกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว!
เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่งมาทำอวดดีต่อหน้าเขา เขาดูไม่จืดเลยพูดเหน็บแนมไปสองประโยค
ผลคือตัวเองโดนตบหน้า โดนตบหน้าฉาดใหญ่!
ฉู่เจี้ยนจวินเบิกตากว้าง มองหลินลั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงประโยคเดียว
"ไม่สิ หลินลั่ว หลานเอาจริงดิ!"
หลินลั่วไพล่มือไว้ด้านหลัง เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างภาคภูมิใจ มุมปากแทบจะฉีกไปถึงใบหู
บอกแล้วไงว่าอ่านหนังสือเยอะๆ มันมีประโยชน์ เห็นไหมล่ะ โชว์เทพสำเร็จแล้ว!