เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 ครูมัธยมปลายปีหก ตอนพิเศษรวมดาวออลสตาร์!

บทที่ 104 ครูมัธยมปลายปีหก ตอนพิเศษรวมดาวออลสตาร์!

บทที่ 104 ครูมัธยมปลายปีหก ตอนพิเศษรวมดาวออลสตาร์!


หลินลั่วออกจากห้องเรียนไป

ในห้องเรียนก็มีเสียงท่องคำศัพท์ดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"พี่หมิ่น มีอะไรเหรอครับ?"

"เดินไปคุยไปเถอะ ทางนี้!"

จ้าวหมิ่นพูดพลางดึงหลินลั่วเดินไปทางห้องพักครูที่หัวมุมทางเดิน

สถานที่นี้มีไว้สำหรับให้ครูผู้สอนพักผ่อนระหว่างคาบ

อาคารเรียนกับอาคารสำนักงานไม่ได้อยู่ด้วยกัน ครูผู้สอนไม่สามารถอยู่ในห้องเรียนตลอดเวลาระหว่างคาบได้ ดังนั้นทุกชั้นจึงมีห้องพักครูหนึ่งห้อง เพื่อให้ครูได้ดื่มน้ำพักผ่อนและเตรียมการสอน

ถัดจากห้องพักครูคือห้องน้ำเล็ก

ตอนเที่ยงเลิกเรียนคนที่ไม่ได้กลับบ้าน บางครั้งยังสามารถดูการถ่ายทอดสดในห้องน้ำเล็กได้เลย

อย่าเข้าใจผิด มันคือกลุ่มผู้ชายกับผู้ชายคนหนึ่งหรือหลายคนกำลังตะลุมบอนกันต่างหาก

วันนี้จ้าวหมิ่นสวมชุดกีฬาลำลอง บางทีเธออาจจะออกกำลังกายเป็นประจำ รูปร่างจึงมีส่วนโค้งเว้าได้รูป ไม่เสียชื่อจ้าวหมิ่นเลยสักนิด

เดินไปได้สองสามก้าว จ้าวหมิ่นก็ปล่อยมือจากหลินลั่ว แต่จู่ๆ เธอก็ขยับเข้าไปใกล้หลินลั่ว ขมวดจมูกอย่างสงสัย แล้วดมกลิ่นบนตัวของหลินลั่ว

ฟุดฟิด~

"เธอฉีดน้ำหอมเหรอ?"

จ้าวหมิ่นเลิกคิ้ว มองสำรวจหลินลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า

เขาสวมชุดนักเรียนธรรมดาๆ ผมก็เป็นทรงสั้นเกรียนตามมาตรฐานของโรงเรียนที่ยาวไม่เกินนิ้วมือ

เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้านและดูมีชีวิตชีวามากคนหนึ่ง

ทำไมบนตัวถึงได้หอมขนาดนี้เนี่ย?

ประเด็นคือมันยังเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ฉุน ดมแล้วทำให้รู้สึกสบายใจมาก

"เปล่านะครับ! ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างผม จะฉีดของแบบนั้นไปทำไม"

หลินลั่วรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนหญิงแต่งหน้าแต่งตัว เพราะวัยของพวกเธอเป็นวัยที่กำลังเรียนหนังสือ ไม่ควรจะห่วงสวย

เด็กผู้ชายก็เหมือนกัน ตัดผมสั้น ใส่ชุดนักเรียน ไม่อนุญาตให้แต่งตัวประหลาดๆ

แม้ว่าจะดูเป็นการตีกรอบความคิดและบังคับใช้แบบเหมารวมไปหน่อย แต่มันก็ค่อนข้างได้ผล

หน้าที่หลักของนักเรียนคือการเรียนหนังสือ ส่วนเรื่องอื่นไม่สำคัญทั้งสิ้น

ต่อให้ช่วงนี้จะดูขี้เหร่ไปบ้าง แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ จะห่วงหล่อห่วงสวยแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า

เงื่อนไขก็คือเธอต้องสอบติดมหาวิทยาลัยให้ได้ก่อนนะ!

"แล้วทำไมตัวเธอถึงได้หอมขนาดนี้ล่ะ?"

ยิ่งดมก็ยิ่งฟิน จ้าวหมิ่นถึงกับรู้สึกเขินที่จะดมต่อ

"ไม่รู้สิครับ อาจจะเป็นกลิ่นกายก็ได้มั้ง"

หลินลั่วยักไหล่ แกล้งทำเป็นโง่

"ชาติที่แล้วผมอาจจะเป็นเซียงเฟยก็ได้นะ"

เขาจะบอกได้ยังไงล่ะว่าตัวเองกินยาอีผิ่นเซียงจากต่างโลกเข้าไป ก็เลยมีกลิ่นกายหอมๆ ออกมา

เห็นได้ชัดว่าบอกไม่ได้

"พรืด! เลิกตลกได้แล้ว ยังจะเซียงเฟยอีก ทำไมเธอไม่บอกว่าเป็นเหมิงตานไปเลยล่ะ"

"ก็เป็นไปได้นะครับ!"

แช่อยู่กับเซียงเฟยนานๆ ก็เลยหมักจนเข้าเนื้อไงล่ะ

หลินลั่วพูดหน้าตาย

"เหอะๆ ครูดูเธอเป็นแบบนี้ ก็ไม่เห็นเหมือนคนมีบาดแผลทางใจเลยนะ"

จ้าวหมิ่นทำหน้าสงสัย

"บาดแผลทางใจอะไรครับ?"

"ผมเนี่ยนะ?"

หลินลั่วชี้ตัวเอง สีหน้าประหลาดใจ

"ล้อเล่นน่า ผมจะเป็นไปได้ยังไง พี่หมิ่นเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ"

พ่อแม่ผมรักกันดี ครอบครัวอบอุ่นปรองดอง ข้างกายยังมีคนสวยกับลูกสมุนคอยรับใช้ ใช้ชีวิตอย่างมีสีสันและมีรสชาติมาหลายวันติดแล้ว

แถมยังมีระบบหมาโง่ปัญญาอ่อนที่คอยแจกของวิเศษให้ทุกวันอีก

ผมจะมีบาดแผลทางใจได้ยังไง

"แล้วก่อนหน้านี้มันเรื่องอะไรล่ะ? วิทยากรด้านจิตวิทยาที่โรงเรียนเชิญมายังบอกเลยว่าเธอค่อนข้างจะไม่ปกติ"

"ใส่ร้ายป้ายสี เป็นการใส่ร้ายป้ายสีชัดๆ!"

หลินลั่วส่ายหน้า ยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝา

นั่นผมทำเพื่อภารกิจต่างหากเล่า วิทยากรด้านจิตวิทยาอะไรนั่น มากล่าวหาคนอื่นชุ่ยๆ แบบนี้ มันไม่ระวังคำพูดไปหน่อยหรือไง

จ้าวหมิ่น: ……

"งั้นก็ช่างเถอะ แต่เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ตามครูเข้าไปเถอะ!"

"หา?"

อะไรคือเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วล่ะ?

ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่?

ผมเกลียดคนชอบพูดเป็นปริศนาที่สุดเลย

พูดแค่ครึ่งเดียวเนี่ย สมควรโดนตบให้หนักๆ!

หลินลั่วกำลังงุนงง จ้าวหมิ่นก็เดินฉับๆ ไปเปิดประตูห้องพักครู

ในห้องพักครูขนาดไม่ใหญ่นัก

ครูสอนคณิตศาสตร์เถียนเหวินจิ้ง ครูสอนภาษาอังกฤษโหวกุ้ยเฟิน ครูสอนประวัติศาสตร์จางเชี่ยน และครูสอนภาษาจีนหลิวเยี่ยนกับครูสอนภูมิศาสตร์จางลี่ที่ยังไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน แถมยังมีหัวหน้าฝ่ายวิชาการหวังเซินอยู่กันพร้อมหน้า

แม้กระทั่งครูพละหม่าจวิ้นที่อ่อนแอขี้โรค คาบเรียนสิบครั้งขาดซะเก้าครั้ง ป่วยจนต้องขอให้ครูประจำวิชาหลักอย่างภาษาจีน คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษมาสอนแทนติดๆ กันก็ยังอยู่ด้วย!

ในห้องพักครูเล็กๆ ไม่ได้มีแค่ครูเหล่านี้ แต่ยังมีกลุ่มนักเรียนที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาอีกด้วย

หวังว่าง เจี่ยเฟย จางเจ๋อ และสมาชิกแก๊งจ้าเทียนแห่งโรงเรียนมัธยมสิบแปดคนอื่นๆ กำลังยืนชิดกำแพงอย่างสงบเสงี่ยม

หลินลั่วยืนอยู่ข้างหลังจ้าวหมิ่น อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

สถานการณ์อะไรเนี่ย?

รวมพลออลสตาร์เหรอ?

"รีบเข้ามาสิ!"

จ้าวหมิ่นเร่งเร้าหลินลั่ว

เมื่อหลินลั่วเข้าไปในห้อง ประตูห้องพักครูก็ถูกปิดลง

หวังว่าง เจี่ยเฟย และจางเจ๋อคิ้วตกตาตก แต่ละคนดูหมดเรี่ยวหมดแรง เห็นได้ชัดว่าถูกสั่งสอนมาแล้ว

หวังเซินลุกขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าบนใบหน้าจริงจังขึงขัง และสายตาของครูทุกคนก็หยุดอยู่ที่เขา

"นักเรียนหลินลั่ว ที่เชิญเธอมาคราวนี้ ก็เพื่อพูดคุยถึงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะเล็กๆ หลังโรงเรียนของเราเมื่อสัปดาห์ก่อน"

พวกหวังว่างก้มหน้าต่ำลงไปอีก ร่างกายยังสั่นเทา สั่นอย่างเห็นได้ชัด

หวังว่างทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

พวกครูเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย!

ถึงผมจะพาคนไปรุมล้อมเขา แต่คนที่โดนอัดคือผมนะ!

ผมเอง!

เขาสูญเสียอะไรไปบ้างไหม?

ขนร่วงสักเส้นยังไม่มีเลย!

ส่วนผมล่ะ!

โดนเขาดึงจนไข่แทบฉีก

ตอนเขาไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอยังถือโอกาสขลิบหนังหุ้มปลายน้องชายของเขาออกด้วย

หลักๆ เป็นเพราะวันนั้นเขาโชคดี ไปตรงกับช่วงสอบปฏิบัติของพวกนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลพอดี เขาเลยโชคดีได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่าย

แต่แลกกับการต้องกลายเป็นหนูทดลองไงล่ะ!

จนถึงตอนนี้เวลาเขาเดินยังขาสั่นพั่บๆ อยู่เลย

"นี่คือพฤติกรรมละเมิดกฎและฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง! เมินเฉยกฎโรงเรียน ดูหมิ่นกฎหมาย พูดสถานเบาคือโรงเรียนสามารถไล่พวกเธอออกเพราะเรื่องนี้ได้เลย!"

"พูดสถานหนักคือถ้าแจ้งความ พวกเธอทุกคนหนีไม่พ้นแน่ ไม่ไปสถานพินิจ ก็ต้องไปนอนในคุก!"

หวังเซินหน้าดำคร่ำเครียด พออ้าปากก็พูดด้วยน้ำเสียงแบบเจ้าขุนมูลนายทันที

"กฎเหล็กสามข้อที่โรงเรียนห้ามเด็ดขาด ย้ำไปตั้งกี่รอบแล้ว? พูดมาตั้งแต่ตอนเพิ่งเข้าเรียน พวกเธออยู่ ม.6 กันแล้วนะ ยังจำไม่ได้อีกเหรอ?"

"หวังว่าง! เธอบอกมาสิ กฎเหล็กสามข้อของโรงเรียนคืออะไร?"

หวังเซินถามเสียงดัง ท่าทางมีอำนาจน่าดู

หวังว่างตอบเสียงเบา "ห้ามทะเลาะวิวาท ห้ามสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ห้ามมีความรักในวัยเรียนครับ"

"ข้อแรกก็คือห้ามทะเลาะวิวาท นี่เธอก็รู้นี่นา! รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังทำสินะ!"

พวกหวังว่างก้มหน้าต่ำลงไปอีก

แม่มเอ๊ย พวกเราทะเลาะวิวาทมันผิด แต่ทีหลินลั่วกับฉู่เจียวเจียวทำแบบนั้น พวกครูกลับทำเป็นมองไม่เห็น

เรียนเก่งก็เลยสองมาตรฐานสินะ หึ!

หวังว่างไม่พอใจสุดๆ ในใจ แต่บนใบหน้ากลับไม่กล้าแสดงออกมาเลยสักนิด

สถานการณ์ในวันนี้ใหญ่โตกว่าตอนที่เขาถูกพวกครูหิ้วปีกกลับมาที่โรงเรียนตั้งเยอะ

เขาบุ่มบ่าม แต่ไม่ได้โง่ ถ้าตอนนี้ยังไม่ให้ความร่วมมืออีก เกรงว่าหลังจากนี้คงไม่มีอนาคตแล้ว

"นักเรียนหลินลั่วได้รับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างรุนแรงก็เพราะพวกเธอ"

หวังเซินเปลี่ยนน้ำเสียง ดึงหัวข้อมาที่หลินลั่ว

หวังว่างเงยหน้าขึ้นขวับ สายตาและสีหน้าที่ตกตะลึงส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างไร้เสียง

ใครนะ!

เขาเนี่ยนะ?

ผมนี่สิ!

บนใบหน้าของหลินลั่วก็ปรากฏความงุนงงเช่นกัน

บนหัวของเขามีจุดสีดำเรียงกันเป็นพรืดโผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ

ทำไมผมถึงไม่รู้ว่าตัวเองมีบาดแผลทางใจล่ะ

"ผลการเรียนและความพากเพียรพยายามของเขา เป็นสิ่งที่ทุกคนในโรงเรียนประจักษ์ชัด"

"พวกเธอไม่เรียนเองก็แล้วไปเถอะ แต่ยังมาเป็นตัวถ่วงความก้าวหน้าของเพื่อนนักเรียนที่อยากจะเรียนอีก นี่มันพฤติกรรมอะไรกัน?"

"มันคือพฤติกรรมที่น่าละอายและน่ารังเกียจ ทำลายคนอื่นโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร!"

หวังเซินยังคงพูดจาวางมาดเป็นผู้ใหญ่

หลินลั่วแทบจะทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

พอได้หรือยังครับ ครูหวัง ครูจะเข้าเรื่องได้หรือยัง?

ครูหวังครับ ครูออกมานี่หน่อยสิ~

เขาอยากจะพูดประโยคนี้ออกไปจริงๆ แต่พอคิดได้ว่าอีกฝ่ายกำลังออกหน้าแทนตัวเอง ก็ทนฟังไปก่อนก็แล้วกัน

"อะแฮ่ม!"

"หัวหน้าหวัง พอได้แล้วค่ะ ใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว!"

สุดท้ายก็ต้องเป็นคนจริงอย่างโหวกุ้ยเฟินที่เบรกหวังเซินเอาไว้

"อ้อ ใช่ นิสัยของผมนี่นะ พอรีบร้อนขึ้นมาก็ชอบของขึ้นอยู่เรื่อยเลย"

หวังเซินพูดพลางมองไปที่หลินลั่ว

"นักเรียนหลินลั่ว เธอมีความต้องการอะไร พูดออกมาได้เลยนะ"

ในชั่วพริบตา ทุกคนก็หันมามองที่หลินลั่ว

……

จบบทที่ บทที่ 104 ครูมัธยมปลายปีหก ตอนพิเศษรวมดาวออลสตาร์!

คัดลอกลิงก์แล้ว