- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 35 ไม่มีอะไรหยุดยั้งนักตกปลาได้!
บทที่ 35 ไม่มีอะไรหยุดยั้งนักตกปลาได้!
บทที่ 35 ไม่มีอะไรหยุดยั้งนักตกปลาได้!
"โอ๊ะ ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว!"
"ลูก! ไม่เป็นไรใช่ไหม!"
จางเสวี่ยหัวและจินเหมยเหมยเห็นพวกหลินลั่วทั้งสามคนเดินออกมาจากในป่า ก็โบกมือให้รัวๆ ด้วยความตื่นเต้น
หลินเจี้ยนเซ่อและเจินโยวเฉียนเห็นเด็กทั้งสองคนปลอดภัย ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อครู่นี้ยังแกล้งทำเป็นใจเย็นต่อหน้าภรรยาตัวเองอยู่เลย ที่จริงในใจก็ร้อนรนเหมือนกัน
แต่พวกเขาจะแสดงออกไม่ได้ เพราะถ้าพวกเขาลนลาน ผู้หญิงสองคนนี้จะต้องกลัวหนักกว่าเดิมแน่
เจินจื่อคังวิ่งเหยาะๆ ไปไม่กี่ก้าว ก็ไปถึงข้างกายจินเหมยเหมยด้วยความตื่นเต้น จากนั้นก็ถูกจินเหมยเหมยสวมกอดไว้แน่น
"แม่ ผมไม่เป็นไร ผมกับพี่ลั่วเข้าไปเจอ... ในป่ามา"
เจินจื่อคังเล่าเรื่องที่พบเจอในป่าพร้อมกับทำท่าทางประกอบอย่างออกรส
หลินลั่วเองก็ถูกหลินเจี้ยนเซ่อและจางเสวี่ยหัวขนาบซ้ายขวา สองสามีภรรยาเอ่ยถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในป่าด้วยความเป็นห่วง
ข้างในนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ถึงได้มีตำรวจมาเยอะขนาดนี้!
เมื่อครู่นี้พวกเขาตกใจกับขบวนเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียว
หลินลั่วยิ้มพลางกล่าว "พ่อกับแม่ไม่ต้องรีบร้อนครับ เดี๋ยวผมขอแนะนำให้รู้จักก่อน"
"นี่คือคุณอาสองของฉู่เจียวเจียว เพื่อนร่วมโต๊ะของผมเองครับ!"
"คุณอาฉู่ครับ นี่พ่อกับแม่ของผมครับ"
หลินเจี้ยนเซ่อปล่อยมือจากหลินลั่ว แล้วเดินเข้าไปจับมือกับฉู่เจี้ยนจวินอย่างกระตือรือร้น
"สวัสดีครับๆ ผมเป็นพ่อของเสี่ยวลั่ว หลินเจี้ยนเซ่อครับ! ผมขอถือวิสาสะเรียกคุณว่าน้องชายก็แล้วกันนะครับ"
ฉู่เจี้ยนจวินพยักหน้ายิ้มๆ "งั้นผมก็ขอเรียกคุณว่าพี่ชายนะครับ?"
"ได้สิ น้องชาย!"
"ฮ่าๆ พี่ชายเลี้ยงลูกมาได้ดีจริงๆ!"
"โธ่ เจ้าเด็กแสบนี่ปกติก็ซุกซนจะตายไป ทำให้ผมปวดหัวอยู่บ่อยๆ ไม่ได้สร้างความลำบากให้พวกคุณใช่ไหมครับ?"
หลินเจี้ยนเซ่อกังวลเรื่องนี้แหละ หากลูกชายไปก่อเรื่องอะไรข้างนอก เขาจะได้คอยแก้ต่างให้
ถึงแม้สหายหลินจะมีความมั่นใจในตัวหลินลั่วก็เถอะ
ลูกชายของเขานอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ทัศนคติก็ยังดีมากอีกด้วย
แต่วันนี้สถานการณ์มันดูใหญ่โตไปหน่อย ในใจเขาก็เลยรู้สึกหวั่นๆ
"ไม่ได้สร้างความลำบากหรอกครับ แน่นอนว่าไม่ วันนี้ต้องขอบคุณนักเรียนหลินลั่วด้วยซ้ำ พวกเขาค้นพบเบาะแสคดีสำคัญในป่า ซึ่งช่วยเหลือพวกเราได้มากเลยครับ!" ฉู่เจี้ยนจวินกระชับมือที่จับกับหลินเจี้ยนเซ่อแน่นขึ้น พลางกล่าวอย่างหนักแน่น
ไม่ได้สร้างความลำบากก็ดีแล้ว!
หลินเจี้ยนเซ่อถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
วันนี้ที่นี่เกิดเรื่องเอิกเกริกขนาดนี้ ในป่ามันมีอะไรกันแน่?
"น้องชาย ข้างในนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ? พอจะเล่าให้ฟังได้ไหม?"
"แน่นอน ถ้าไม่สะดวกใจจะเล่า ก็ถือซะว่าผมไม่ได้ถามแล้วกัน"
ฉู่เจี้ยนจวินยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า แต่น้ำเสียงกลับจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
"รายละเอียดลึกๆ ผมก็คงพูดไม่ได้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีปล้นทองน่ะครับ"
"เด็กสองคนไปเจอทองที่คนร้ายซ่อนไว้ในป่า มูลค่ามหาศาลเลย แถมยังมีเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับตัวคนร้ายด้วยครับ"
"อย่างนี้นี่เอง!"
หลินเจี้ยนเซ่อถึงกับบางอ้อ เจินโยวเฉียนเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างแท้จริง
ดูเหมือนว่าลูกชายตัวเองจะไม่ได้พูดจาเพ้อเจ้อ แต่ทำเรื่องใหญ่เข้าให้จริงๆ
ใบหน้าของพวกเขาทั้งสองปรากฏแววตาแห่งความภาคภูมิใจ
เด็กพวกนี้ได้เรื่องจริงๆ!
ฉู่เจี้ยนจวินกล่าวต่อ "แต่เรื่องนี้ พวกเราอย่ากระโตกกระตากไปจะดีกว่าครับ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ถ้าเกิดเขารู้ว่าเด็กสองคนเป็นคนเจอทองที่ซ่อนไว้ แถมยังโทรแจ้งความด้วย มันจะอันตรายมากครับ!"
พอฉู่เจี้ยนจวินพูดจบ หลินเจี้ยนเซ่อและเจินโยวเฉียนก็ตั้งสติได้ รีบพยักหน้ารับคำ รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายไป
"ใช่ๆๆ เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!"
"ต้องเก็บเป็นความลับ! ไอ้เด็กแสบนี่ได้ยินไหม เรื่องนี้ห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด!" เจินโยวเฉียนตบหัวเจินจื่อคังไปทีหนึ่ง พลางถลึงตาใส่
ดูหลินลั่วบ้านเขาสิ สุขุมจะตาย!
แล้วดูแกสิ ดี๊ด๊าจนตัวจะลอยอยู่แล้ว เก็บความลับไม่อยู่เลย กลัวคนอื่นเขาจะไม่รู้หรือไงว่าแกเป็นคนเจอทองพวกนี้!
เจินจื่อคังเอามือกุมหัวด้วยความน้อยใจ ไม่กล้าปริปากพูดอะไร
พ่อ เมื่อกี้พ่อไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา เปลี่ยนสีหน้าไวไปไหมเนี่ย
"เมื่อกี้ผมฟังเสี่ยวลั่วบอกว่า พวกคุณมาตกปลากับปิกนิกกันที่นี่ ช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งมาแถวนี้เลยครับ มันไม่ปลอดภัย"
"ใช่ๆๆ พูดถูกเลย!" หลินเจี้ยนเซ่อพยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็หันไปมองเจินโยวเฉียน
"น้องเจิน ที่นี่อยู่ไม่ได้แล้วล่ะ พวกเราเก็บของ เปลี่ยนที่ตกปลากันเถอะ!"
"ได้ วันนี้ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะตกปลาไม่ได้เลยสักตัว"
มุมปากของหลินลั่วกระตุก เขานึกว่าสหายหลินจะบอกให้เก็บของกลับบ้านซะอีก ผลสรุปคือเปลี่ยนที่ตกปลาหรอกเรอะ
พูดได้คำเดียวว่าพวกนักตกปลานี่มันสุดยอดจริงๆ
ไม่มีอะไรมาขวางกั้นจิตวิญญาณแห่งการตกปลาของฉันได้เลยสินะ!
……
หลับฝันดีตลอดทั้งคืน!
หลินลั่วถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังรัวๆ
หลินลั่วที่ยังสะลึมสะลืออยู่ใช้มือคว้าหงอนไก่ของนาฬิกาปลุกรูปไก่โต้งใส่เอี๊ยมเอาไว้ โลกถึงได้กลับมาสงบสุขอีกครั้งในชั่วขณะนี้
แสงแดดนอกหน้าต่างพยายามลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามา ราวกับต้องการจะประกาศอะไรบางอย่าง
ไอ้หนู รีบตื่นได้แล้ว มีเรียนแปดโมงเช้านะ!
สะลึมสะลือไปอีกสองนาทีครึ่ง จู่ๆ หลินลั่วก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ขยี้หัว ถูหน้า สติสัมปชัญญะค่อยๆ กลับคืนมา
ซื้อบ้าน อ่างเก็บน้ำ สำรวจป่า ทองคำหนึ่งกระเป๋า พ่อกับเฒ่าเจินกินแห้วไม่ได้ปลาสักตัว ซื้อปลาที่ตลาดสด...
ความทรงจำต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ จากนั้นหลินลั่วก็ตื่นเต็มตา
วันนี้วันจันทร์ มีสอบวัดระดับแบ่งห้องของม.ปลายปีสาม!
ฟุ่บ! หลินลั่วพลิกตัวลงจากเตียง
หลังจากทำความคุ้นเคยกับร่างกายมาหนึ่งวัน หลินลั่วก็ไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อน ที่เอะอะก็ตัวปลิวลอยขึ้นฟ้าอีกแล้ว
เขาควบคุมร่างกายของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
หลินลั่วล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว สวมชุดนักเรียน จากนั้นก็วิ่งไปใส่รองเท้าที่หน้าประตู
บนตู้รองเท้ามีแบงก์ยี่สิบหยวนวางอยู่หนึ่งใบ พร้อมกับกระดาษโน้ตหนึ่งแผ่น
"ให้รางวัลเป็นค่าขนมสิบหยวน มื้อเช้าออกไปกินข้างนอกนะ ห้ามซื้อล่าเถียว แล้วก็... สอบให้ได้ล่ะ สู้ๆ!"
ลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของแม่
หลินลั่วหัวเราะหึๆ สวมรองเท้าเข้าที่เท้า แล้วยังหยิบปากกาออกมาจากช่องเก็บของ เพื่อเขียนข้อความตอบกลับลงบนกระดาษโน้ต
"แม่ อย่าลืมปูขนของผมล่ะ!"
ใส่รองเท้าเสร็จ หลินลั่วก็ออกจากบ้านอย่างคล่องแคล่ว
ขอแค่มีค่าขนม มื้อเช้าก็เป็นอันไม่ต้องทำ นี่คือความรู้ใจกันระหว่างหลินลั่วกับพ่อแม่
เพราะถึงยังไงพ่อกับแม่ก็ชอบนอนตื่นสายเหมือนกันนั่นแหละ
หลินลั่วปั่นจักรยานบุโรทั่งของเขา บึ่งไปตลอดทางจนถึงหน้าประตูโรงเรียนมัธยมสิบแปด
ตอนนี้มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยทยอยเดินเข้าโรงเรียนกันแล้ว
ถึงแม้จะเป็นการสอบแบ่งห้องของม.ปลายปีสาม แต่ก็ไม่ได้ชนกับนักเรียนชั้นปีอื่นแต่อย่างใด อย่างมากก็แค่ไม่ต้องทำกายบริหารช่วงพักเบรกก็เท่านั้น
แต่วันนี้วันจันทร์ ต้องเข้าแถวเคารพธงชาติ เลยไม่มีการทำกายบริหารช่วงพักเบรก
ริมถนนยังมีคุณป้าคุณน้าขายอาหารเช้าอยู่เหมือนเดิม ทั้งร้านทำแพนเค้ก ทำเบอร์เกอร์จีน ทำโรตีไข่ กิจการขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ในบรรดาของพวกนี้ หลินลั่วชอบโรตีไข่ที่สุด เพราะแผ่นใหญ่ให้เยอะ กินแล้วอิ่มท้องดี
"คุณป้าครับ เอาโรตีไข่แบบจัดเต็มที่หนึ่งครับ!"
"ได้เลยจ้ะพ่อหนุ่ม เอาพริกไหม?"
"เอาครับ ต้นหอม ผักชี พริก ใส่มาเยอะๆ เลยครับ!"
"ได้จ้ะ หนูทอนเงินเองเลยนะ"
คุณป้านวดแป้งอย่างชำนาญ ไม่นานก็คลึงก้อนแป้งให้กลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแผ่นใหญ่
หลินลั่วเองก็ล้วงแบงก์ยี่สิบออกมาใส่ในกล่องเก็บเงินของคุณป้าอย่างคล่องแคล่วเช่นกัน จากนั้นก็หยิบเงินทอนออกมาสิบสี่หยวน
"อรุณสวัสดิ์นะ หลินลั่ว!"
เสียงที่สดใสไพเราะ แฝงไปด้วยความทะเล้นเล็กน้อยดังมาจากด้านหลัง
ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นฉู่เจียวเจียว!
หลินลั่วหันกลับไปมอง ก็เห็นแม่ดอกไม้ขาวน้อยฉู่เจียวเจียวกำลังเอียงคอส่งยิ้มหวานมาให้เขา
มือเล็กบอบบางคู่หนึ่งกำลังจับสายกระเป๋านักเรียนของเธอเอาไว้ กระเป๋านักเรียนที่ดูหนักอึ้งใบนั้นทำให้หลินลั่วถึงกับขมวดคิ้ว
นักเรียนสมัยนี้ก็เหมือนกับหอยทากนั่นแหละ
ร่างกายเล็กๆ แบกเปลือกอันหนักอึ้งเอาไว้ ต้องค่อยๆ คลานขึ้นไปทีละก้าวๆ!
"วันนี้มีสอบไม่ใช่เหรอ? ทำไมเธอถึงยังแบกกระเป๋าหนักขนาดนี้มาอีกล่ะ?"
หลินลั่วพูดพลางเอื้อมมือไปจับกระเป๋านักเรียนของเธอ ยกขึ้นแล้วดึงลง ใช้กระบวนท่าเด็ดดาวคว้าเดือน ปลดกระเป๋านักเรียนของฉู่เจียวเจียวลงมาอย่างลื่นไหล
ฉู่เจียวเจียวยังไม่ทันตั้งตัว กระเป๋านักเรียนก็ถูกหลินลั่วหิ้วไปแล้ว
"ไม่หนักหรอก ฉันแรงเยอะจะตาย!"
ฉู่เจียวเจียวหัวเราะพลางชูหมัดเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาแกว่งไปมา จากนั้นก็จับกระเป๋านักเรียนของตัวเองแล้วยกขึ้น
"นี่ไง ดูสิ ฉันหิ้วไหวนะ"
หลินลั่วเอียงคอ มองดูเด็กสาวตรงหน้าที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง
ทั้งสองคนหิ้วกระเป๋านักเรียนด้วยกัน สายตาสี่ดวงประสานกัน
ดวงตาดอกท้อกลมโตหยาดเยิ้ม ราวกับกำลังสื่อความหมายบางอย่างออกมาได้!