- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 18 แม่เจ้าโว้ย ของชิ้นนี้ใส่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!
บทที่ 18 แม่เจ้าโว้ย ของชิ้นนี้ใส่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!
บทที่ 18 แม่เจ้าโว้ย ของชิ้นนี้ใส่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!
[เมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน คุณที่ร่างกายพิการได้ทะลุมิติมายังดาวบลูสตาร์ แม้จะพยายามอย่างไม่ลดละจนร่างกายกลับมาแข็งแรง และสอบเข้าสถาบันการศึกษาของดาวบลูสตาร์ได้ แต่คุณกลับไม่มีของมีค่าติดตัวเลย เรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางล้วนขัดสนไปเสียหมด]
[สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนในตอนนี้คือ คุณต้องหาเงินเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวเอง]
[ภารกิจ: หาเงินของดาวบลูสตาร์, รางวัล: เคล็ดวิชาอมตะนิรันดร์]
โอ๊ะโอ!
ระบบเฮงซวยจะแจกของฟรีอีกแล้ว!
ดวงตาของหลินลั่วที่มองไปยังแผงลอยนั้นเป็นประกายเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม
เถ้าแก่แผงนี้เป็นชายวัยกลางคนร่างอ้วน ดูหน้ามันเยิ้ม แถมยังหัวล้านนิดหน่อย
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้พับตัวเล็ก ในมือกลิ้งลูกวอลนัตสำหรับเล่นของเก่าที่มีพื้นผิวขรุขระไปมา และบางครั้งก็เอาลูกวอลนัตนั้นมาถูไถกับใบหน้าของตัวเอง
วอลนัตลูกนี้โดนเขาลูบคลำซะจนดูสกปรกไปหน่อยแล้วนะ!
"พี่ลั่ว พี่เตรียมจะซื้อของขวัญอะไรให้คุณลุงเหรอ?"
คังจื่อเห็นหลินลั่วจ้องมองแผงลอยนั้นไม่วางตา จึงเอ่ยถามขึ้น หวังจะช่วยวิเคราะห์ให้
"ขอดูไปก่อน ถ้ามีของน่าสนุก หรือน่าสนใจ ก็จะซื้อ"
หลินลั่วพูดพลางก้าวเพียงสองก้าวก็มาถึงหน้าแผงลอย
คังจื่อเดินตามมาด้านหลัง ชะโงกหน้ามอง 'ของดี' บนแผงลอยด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"กำไลทองวงเบ้อเริ่มนี่ ดูเป็นมงคลดีจัง!"
"เหรียญหยวนต้าโถวนี่ก็ไม่เลว ดูเหมือนของจริงเลย"
"เฮ้ ที่นี่ยังมีตราหยกด้วยนะ แม่เจ้าโว้ย ทองคำฝังหยก ตราหยกแผ่นดินนี่นา!"
เสียงของเจินจื่อคังกับหลินลั่วไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับฟังดูน่ารำคาญไม่เบา
เถ้าแก่แผงลอยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พับ ฟังเจินจื่อคังและหลินลั่วคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ ก็แสดงท่าทีรำคาญออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย
"ตกลงพวกแกสองคนจะซื้อหรือไม่ซื้อ ถ้าไม่ซื้อก็ไปเดินดูที่อื่นไป๊ อย่ามาเกะกะฉันทำมาหากินตรงนี้!"
เถ้าแก่แผงลอยพูดอย่างหมดความอดทน
เจินจื่อคังชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หดคอด้วยความเก้อเขิน แล้วขยับไปยืนหลบอยู่ด้านหลังหลินลั่ว
เถ้าแก่คนนี้ดุจังแฮะ
ทว่าหลินลั่วกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เขาหันไปมองกอง 'จี้หยก' ที่วางอยู่บนแผงของเถ้าแก่
"เถ้าแก่ พ่อผมกำลังจะถึงวันเกิด ผมเตรียมจะเลือกจี้หยกให้เขาสักชิ้น ที่นี่พอจะมีของดีบ้างไหม?"
หลินลั่วพูดเสียงค่อนข้างดัง คนที่เดินผ่านไปมาหลายคนจึงหันมามอง
ดวงตาของเถ้าแก่ร่างอ้วนเป็นประกายขึ้นมาทันที รีบเปลี่ยนสีหน้าและลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น
"แน่นอนสิไอ้หนุ่ม ลองดูชิ้นนี้สิ!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนหยิบจี้หยกขึ้นมาชิ้นหนึ่ง มันเป็นรูปจักจั่นที่งานแกะสลักค่อนข้างธรรมดา!
ฮั่นปาเตา
"นี่! ฉันเห็นว่านายเป็นนักเรียน ก็เลยจะไม่แนะนำของที่แพงเกินไปให้ ดูชิ้นนี้สิ พันเดียว เป็นไง!"
เจินจื่อคังที่ยืนอยู่ด้านหลังหลินลั่ว ชะโงกหน้าออกมา ขมวดคิ้วถาม "นี่มันอะไรเนี่ย ตั้งพันนึง! แพงเกินไปแล้ว"
คิดจะมาหลอกเอาเงินพี่ชายฉันเหรอ มีฉันอยู่ทั้งคน ฝันไปเถอะ
"เฮ้! ไอ้หนู ถ้าไม่รู้ก็อย่าพูดส่งเดชสิ นี่คืออะไร? จักจั่นไง!"
"จักจั่นหมายถึงอะไร? ร้องคราเดียวสะเทือนเลื่อนลั่น! รู้ไหมล่ะ เอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้คนอื่นน่ะ ไม่มีพลาดหรอก!"
เถ้าแก่เห็นคนรอบๆ หันมามองกันไม่น้อย จึงฉวยโอกาสเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น หวังจะเรียกลูกค้า
"ร้องคราเดียวสะเทือนเลื่อนลั่น ดูเหมือนความหมายจะไม่เลวเลยนะ ไม่ส่งเสียงก็แล้วไป แต่พอส่งเสียงก็สะเทือนเลื่อนลั่น! ไม่บินก็แล้วไป แต่พอบินก็ทะยานขึ้นสู่ฟ้า!"
เรื่องนี้มีในหนังสือเรียน เจินจื่อคังพูดกับหลินลั่ว
หลินลั่วส่ายหน้า แล้วพูดเสียงดังว่า "เถ้าแก่ ของชิ้นนี้ใส่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!"
เถ้าแก่และเจินจื่อคังต่างก็ชะงัก
คนเดินถนนรอบๆ ที่กำลังเตรียมจะเดินจากไป ก็หยุดฝีเท้าลงอีกครั้ง
โอ้โห!
พ่อหนุ่มคนนี้มีความเห็นล้ำเลิศอะไรกัน?
เถ้าแก่ร่างอ้วนขมวดคิ้วถาม "ทำไมถึงใส่ไม่ได้ล่ะ?"
หลินลั่วชี้ไปที่จักจั่นตัวนั้น แล้วพูดเสียงดังต่อไปว่า "จักจั่นตัวนี้ในสมัยโบราณก็คือหยกอมปาก เป็นของที่เอาไว้รองใต้ลิ้นคนตายหลังจากที่ตายไปแล้วน่ะสิ!"
"ผมจัดงานวันเกิดให้พ่อนะ ไม่ได้จัดงานศพให้เขา! ของแบบนี้มันก็ต้องใส่ไม่ได้อยู่แล้วสิ!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนถึงกับเอ๋อรับประทาน
มีคำพูดแบบนี้ด้วยเหรอ!
เจินจื่อคังเบิกตากว้าง เริ่มผสมโรง "เถ้าแก่ ลุงนี่ไม่จริงใจเลยนะ! เอาของคนตายมาขายให้คนเป็นเนี่ย!"
"ไม่ใช่ ฉัน เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว นี่ๆ นายลองดูชิ้นนี้ก่อนสิ!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนปาดเหงื่อเย็นเยียบที่หน้าผาก รีบโยนหยกจักจั่นในมือทิ้งไปด้านข้างอย่างลวกๆ
บัดซบเอ๊ย ตอนรับของมา ไอ้หมอนั่นไม่ได้บอกแบบนี้นี่นา!
ตกลงกันไว้ว่าร้องคราเดียวสะเทือนเลื่อนลั่นไง ทำไมกลายเป็นของคนตายไปได้ล่ะเนี่ย
"ลองดูชิ้นนี้สิ นี่มันหยกเนื้อแก้วบ่อเก่าเชียวนะ งานแกะสลักโคตรดี! ต้นสนนี่ เห็ดหลินจือนี่ เต่านี่ ดูมีชีวิตชีวาสุดๆ!"
เถ้าแก่แนะนำเสียงดังราวกับว่าของของตัวเองมันดีเยี่ยมจริงๆ อย่างนั้นแหละ
"นี่เรียกว่าอะไร นี่เรียกว่าสนอายุยืนยาว พ่อนายจัดงานวันเกิด ให้ชิ้นนี้ไปรับรองไม่มีพลาด!"
เจินจื่อคังไม่ได้เอื้อมมือไปจับ แค่ยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างละเอียด
แผ่นหยกชิ้นนี้แกะสลักซะลวดลายพร้อยไปหมด สีเขียวอี๋สะท้อนแสงแดดดูก็สวยดีเหมือนกัน
"เหมือนจะพอใช้ได้จริงๆ แฮะ! พี่ลั่ว พี่ว่าไง?"
หลินลั่วเลิกคิ้ว ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
"นี่ เห็นว่าพวกนายเป็นนักเรียน ชิ้นนี้พันสอง ราคากระอักเลือด ถ้าพวกนายอยากได้ก็เอาไปเลย!"
ทักษะการแสดงของเถ้าแก่ร่างอ้วนไม่เลวเลยทีเดียว ทำหน้าทำตาราวกับว่าตัวเองยอมขาดทุนย่อยยับเพื่อขายให้ในราคาถูก
รอบๆ มีคนมายืนมุงดูไม่น้อยแล้ว ล้วนแต่รอดูเรื่องสนุกทั้งนั้น
เด็กหนุ่มซื้อของขวัญวันเกิดให้พ่อ ช่างมีความกตัญญูจริงๆ
หยกที่เถ้าแก่คนนี้ขายก็ไม่เลว สนอายุยืนยาว เป็นลวดลายที่เหมาะสมดี
เจินจื่อคังหันไปมองหลินลั่ว สายตาเป็นเชิงตั้งคำถาม
แต่หลินลั่วกลับขมวดคิ้ว ส่ายหน้าพูดเสียงดัง "แม่เจ้าโว้ย ของชิ้นนี้ก็ใส่ไม่ได้!"
"หา!"
เจินจื่อคังและกลุ่มคนดูรอบๆ ชะงักไปอีกรอบ ชิ้นนี้ก็ใส่ไม่ได้งั้นเหรอ!
"นี่คงไม่ใช่ของคนตายอีกหรอกนะ!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนฟังแล้วก็ทนไม่ไหว หมายความว่าไง ขืนแกยังพูดพล่ามต่อไป แล้วฉันจะทำมาหากินยังไงฮะ
"พูดไร้สาระ ของฉันมันของคนเป็นชัดๆ ไอ้หนู ถ้าไม่รู้ก็อย่าพูดส่งเดชสิ!"
หลินลั่วมองเถ้าแก่ร่างอ้วนด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย แล้วพูดเสียงดังต่อไปว่า "นี่ไม่ใช่ของคนตายหรอก แต่ลุงลองดูสิว่าบนนี้มีต้นไม้อยู่กี่ต้น!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนรีบก้มลงมอง แล้วพูดเสียงดังเช่นกัน "ต้นสนหนึ่งต้น! ต้นสนหมื่นปีไม่มีวันแก่เฒ่า มีปัญหาอะไร?"
"ปัญหาใหญ่เลยล่ะ ต้นไม้หนึ่งต้น เห็ดหลินจือหนึ่งดอก นี่เรียกว่าไม้ต้นเดียวค้ำจุนยาก!"
"เต่าหนึ่งตัว เต่าตะพาบพันปีเต่าหมื่นปี แกะสลักเป็นนกกระเรียน หรือดอกเบญจมาศก็ยังได้ แกะสลักเป็นเต่าหัวเขียวแบบนี้ ของพรรค์นี้จะใส่ได้ยังไง?"
กลุ่มคนดูรอบๆ พลันระเบิดหัวเราะลั่น
ลวดลายแบบนี้ มันใส่ไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ
"ช่างเถอะ ผมว่าที่นี่คงไม่มีของดีอะไรหรอก ไปดูร้านต่อไปกันเถอะ!"
หลินลั่วทำท่าทางผิดหวังอย่างมาก โบกมือเตรียมจะเดินจากไป!
หน้าผากของเถ้าแก่เริ่มมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา
จะปล่อยให้สองคนนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด คนรอบๆ มองดูอยู่ตั้งเยอะ!
ถ้าพวกเขาไปแล้ว การค้าขายของเขาก็คงจบเห่กันพอดี!
"เดี๋ยวก่อนสิ ไม่พอใจก็ไม่เป็นไร เปลี่ยนชิ้นใหม่ก็สิ้นเรื่อง นายลองดูชิ้นนี้สิ"
เถ้าแก่ร่างอ้วนรีบวาง 'สนอายุยืนยาว' ในมือลง แล้วหยิบแผ่นหยกสลักลายทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำขึ้นมาอีกชิ้น
"ชิ้นนี้คงใช้ได้แล้วใช่ไหม แผ่นหยกทิวทัศน์ หยกเนื้อเกล็ดน้ำแข็งชั้นดี เอาไปเลยพันเดียว!"
หลินลั่วหยุดชะงัก ชะโงกหน้าเข้าไปดูด้วยรอยยิ้ม
คนรอบๆ นึกว่าจะไม่มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว ตอนนี้ต่างก็กลั้นหัวเราะรอดู อยากรู้ว่าครั้งนี้หลินลั่วจะพูดอะไรออกมาอีก
เด็กคนนี้ซื้อของได้น่าสนใจดีจริงๆ อย่างกับเล่นตลกคาเฟ่แน่ะ
"แม่เจ้าโว้ย ของชิ้นนี้ก็ใส่ไม่ได้เด็ดขาดนะ!" หลินลั่วตะโกนลั่น
คนรอบๆ พลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"ไม่ใช่ ชิ้นนี้ก็ใส่ไม่ได้ ชิ้นนี้มันเป็นอะไรอีกเล่า?"
เถ้าแก่ร่างอ้วนแทบจะสติแตก มองดูผู้คนที่รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ เขาตั้งใจตะโกนเรียกเสียงดังก็เพื่อจะเรียกลูกค้า แต่ไม่ได้คิดจะทุบหม้อข้าวตัวเองนะโว้ย!
"แผ่นหยกทิวทัศน์ของลุงเนี่ย มีภูเขาแต่ไม่มีน้ำ นี่มันหมายถึงไม่มีวาสนาจะได้เสพสุขชัดๆ! ใส่ไม่ได้ ใส่ไม่ได้เด็ดขาด!"
คนรอบๆ หัวเราะหนักยิ่งกว่าเดิม
คำอธิบายนี้ฟังดูน่าสนใจดี แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือสีหน้าเหมือนคนใกล้จะร้องไห้ของเถ้าแก่ร่างอ้วนนั่นแหละ
ตลกชะมัด
"แล้วชิ้นนี้ล่ะ! ชิ้นนี้ก็ทิวทัศน์เหมือนกัน มีเขามีน้ำ แถมยังมีเซียนเฒ่าด้วย งานแกะสลักโคตรดี! ฉันคิดแปดร้อยก็พอ!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนกัดฟันกรอดพลางเอ่ย
หลินลั่วขยับเข้าไปดูใกล้ๆ อีกครั้ง แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล
"แม่ย้อยเอ๊ย ชิ้นนี้ก็ใส่ไม่ได้เด็ดขาด!"
ฮ่าๆๆ!
คนรอบๆ ก็รอประโยคนี้อยู่นี่แหละ พอได้ยินคำว่า แม่เจ้าโว้ย ใส่ไม่ได้ ก็พากันหัวเราะอย่างเบิกบานใจ
"ไม่ใช่ ทำไมอีกล่ะเนี่ย!"
เถ้าแก่ร่างอ้วนสติแตกมองแผ่นหยกทิวทัศน์ในมือ แม้จะผ่านการล้างกรดและย้อมสีมา แต่งานก็ประณีต การแกะสลักก็ไม่เลว ทำไมถึงจะใช้ไม่ได้อีกล่ะ?
"ก็ยังเป็นเพราะลวดลายอยู่ดี! คนในรูปนี้นั่งหันหลังให้หน้าผา หันหน้าเข้าหาสายน้ำ ประเด็นสำคัญคือคนคนนี้ยังไม่มีฟันอีกด้วย!"
"ไม่ใช่ นี่มันทำไมล่ะ? มีปัญหาอะไรตรงไหน?"
เถ้าแก่ร่างอ้วนเบิกตากว้าง พูดด้วยความร้อนรน
คนรอบๆ ต่างก็มองหลินลั่วด้วยความอยากรู้อยากเห็น รอฟังประโยคต่อไป
เจินจื่อคังเกาหัว รู้สึกคันยุบยิบในสมอง เหมือนจะคิดอะไรออก แต่ก็พูดไม่ออก
"หันหลังให้หน้าผา คนไม่มีฟัน น้ำไหลลงเบื้องล่าง"
เจินจื่อคังตบหัวตัวเอง นานๆ ทีจะฉลาดกับเขาสักครั้ง ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้น "ฉันเข้าใจแล้ว มันพ้องเสียงกับคำว่า ต่ำช้าไร้ยางอายทรามสถุล!"
ฮ่าๆๆ!
คนดูรอบๆ หัวเราะจนตัวงอเกร็ง ขำจนกล้ามหน้าท้องแทบจะขึ้น
เด็กสองคนนี้พูดจาได้ตลกชะมัด
หลินลั่วหน้ายังคงประดับรอยยิ้มที่มีเลศนัย
ปากไม่ดีนักใช่ไหม วันนี้จะสั่งสอนให้รู้สำนึกซะบ้าง!
……