- หน้าแรก
- ระบบหมาโง่ แกจำคนผิดแล้ว
- บทที่ 9 ภารกิจใหม่! เอาชีวิตรอด
บทที่ 9 ภารกิจใหม่! เอาชีวิตรอด
บทที่ 9 ภารกิจใหม่! เอาชีวิตรอด
ตารางเรียนช่วงเช้าสิ้นสุดลงในที่สุด
เสียงกริ่งเลิกเรียนตอนพักเที่ยงยังคงเป็นเพลง 'เสียงกระซิบแห่งฤดูใบไม้ร่วง' ซึ่งเป็นเพลงเปียโนสุดคลาสสิก
ฉู่เจียวเจียวควงแขนเหลียงฮวนฮวนและเจียวเมิ่งเยว่ เด็กสาวทั้งสามคนเดินจากไปพลางพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกสาวๆ คุยเรื่องอะไรกัน ถึงได้หัวเราะกันอย่างมีความสุขขนาดนั้น แต่ตอนที่พวกเธอหัวเราะ ดูน่ารักมากจริงๆ
"หลินลั่ว ตอนเที่ยงนายจะกินอะไร?"
คังจื่อที่ซึมเศร้ามาสองคาบเรียนหันกลับมาถามหลินลั่ว
เขาเป็นโรคตัดสินใจยากขั้นรุนแรง พอถึงเวลาอาหารทีไรก็จะปวดหัวว่าจะกินอะไรดี ก็เลยมักจะถามหลินลั่วอยู่เสมอ
"กินป่านเมี่ยน!"
หลินลั่วโพล่งออกมาอย่างไม่ลังเล
"ไม่มั้ง กินป่านเมี่ยนอีกแล้ว นายคิดเมนูอื่นไม่ออกแล้วหรือไง กินป่านเมี่ยนทุกวัน ฉันจะกินจนอ้วกอยู่แล้วเนี่ย"
"ก็นายทั้งจนทั้งไม่มีเงินนี่นา"
"ฉันก็ทั้งไม่มีเงินทั้งจนนั่นแหละ"
"มีเหตุผล งั้นก็เอาตามที่นายว่า กินป่านเมี่ยน!"
คังจื่อยอมจำนนอย่างหมดหนทาง
ค่าขนมของเขาถูกที่บ้านงดไปแล้ว เงินค่าอาหารเช้ากับอาหารเที่ยงรวมกันทุกวันไม่เกินสิบหยวน ตอนเช้าสามหยวน ตอนเที่ยงเจ็ดหยวน
อยากจะได้เครื่องดื่มสักขวดก็ยังเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ดังนั้นการอยากกินของดีๆ จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเอาเสียเลย
ทั้งสองคนกอดคอกันเดินออกจากห้องเรียนไปราวกับเป็นเพื่อนรักที่สุดในโลก
"คังจื่อ นายยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเว็บไซต์ใหม่นั่นคือเว็บอะไร"
"เวรเอ๊ย นายยังมีหน้ามาถามอีก ถามไปฉันก็ไม่บอกนายหรอก"
ถ้าไม่ใช่เพราะเว็บไซต์ใหม่นี่ ค่าขนมของเขาจะถูกงดได้ยังไงกัน
ในตอนนั้นเอง จางเจ๋อกับเจี่ยเฟยก็เดินออกมาจากหัวมุมบันได สายตาที่ทั้งสองคนมองหลินลั่วดูล่อกแล่กหลบเลี่ยง แต่ก็ไม่อาจจะไม่มาได้
"พวกมันอีกแล้ว!"
คังจื่อเห็นเจี่ยเฟยกับจางเจ๋อ ก็หยุดเดินทันทีแล้วหันไปมองหลินลั่ว
หลินลั่วปล่อยมือจากเจินจื่อคัง มองทั้งสองคนแล้วถาม "พวกแกสองคนมีธุระอะไรกับฉัน?"
ไม่ต้องคิดก็รู้ ว่าสองคนนี้ต้องมาหาเขาแน่ๆ
แถมต้องไม่มีเรื่องดีแน่ๆ
"เอ่อ... คือ พี่ต้าโก่วอยากจะเจอแกหน่อย"
"ไปที่สวนสาธารณะเล็กๆ หลังโรงเรียน"
น้ำเสียงของเจี่ยเฟยและจางเจ๋อฟังดูอ่อนระโหยโรยแรงเหมือนพ่อของพวกเขาก็ไม่ปาน พูดจาไม่มีเรี่ยวแรง แถมยังกลัวโดนอัดจนแม้แต่ความกล้าที่จะสบตากับหลินลั่วก็ยังไม่มี
"หลินลั่ว อย่าไปนะ ต้องไม่มีเรื่องดีแน่ๆ!"
เจินจื่อคังกระซิบเสียงเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลที่มีต่อเพื่อนรัก
วันนี้หลินลั่วจัดการหนึ่งต่อเจ็ดในห้องน้ำ ถึงจะเก่งมากก็เถอะ แต่เขารู้ว่าพวกนี้ไม่ได้มีแค่เจ็ดคนแน่
ถ้าหลินลั่วไปที่สวนสาธารณะเล็กๆ สองหมัดหรือจะสู้สี่มือ แถมถ้าอีกฝ่ายถืออาวุธมาด้วย หลินลั่วจะไปสู้ชนะได้ยังไง
ถ้าเสียเปรียบขึ้นมา มันก็ไม่คุ้มกันเลย
"วางใจเถอะคังจื่อ นายไปสั่งป่านเมี่ยนชามใหญ่สองชามที่ร้านป่านเมี่ยนก่อนเลย ฉันเอาเส้นเล็ก ใส่พริกเยอะๆ ไม่เอาไข่ ลูกชิ้น ไส้กรอก"
เจินจื่อคังขมวดคิ้ว อยากจะเตือนอีก แต่หลินลั่วกลับก้าวเดินตรงไปหาเจี่ยเฟยและจางเจ๋อแล้ว
"พวกแกสองคนนำทางไป! ไปเจอหัวหน้าแก๊งหมาโง่ของพวกแกหน่อย!"
น้ำเสียงของหลินลั่วราบเรียบสบายๆ มองไม่เห็นความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เจี่ยเฟยกับจางเจ๋อรีบซอยเท้าวิ่งเหยาะๆ นำทางไปด้านหน้า ร่างของทั้งสามคนกลืนหายเข้าไปในฝูงชนที่เพิ่งเลิกเรียน และมองไม่เห็นในเวลาอันรวดเร็ว
เจินจื่อคังลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็กัดฟัน รีบวิ่งตรงไปยังอาคารสำนักงาน
เขาจะไปหาครู
หลินลั่วบุกเดี่ยวไปพบคนพวกนั้น ไม่พาเขาไปด้วย แถมยังให้เขาไปที่ร้านบะหมี่ คงกลัวว่าเขาตามไปแล้วจะได้รับบาดเจ็บแน่ๆ
แต่ฉันจะปล่อยให้หลินลั่วไปเผชิญหน้ากับอันตรายคนเดียวได้ยังไง
เจินจื่อคังวิ่งสับตีนแตกตลอดทาง จนแว่นตาแทบจะหลุดกระเด็น ในที่สุดก็มาถึงอาคารเรียน
ภายในห้องพักครู เหล่าเฉินที่ตักข้าวกลับมาแล้วกำลังพูดคุยหัวเราะกับครูอีกหลายคน
บนโต๊ะของโหวกุ้ยเฟินมีกล่องข้าววางอยู่ แต่เธอไม่มีเวลาสนใจจะกิน กำลังออกท่าออกทางเล่าเรื่องของหลินลั่วอย่างออกรส
"เหล่าเฉิน หลินลั่วห้องคุณนี่ไม่เบาเลยนะ วันนี้สอบย่อยภาษาอังกฤษ เจ้าเด็กนี่ทำให้ฉันต้องมองใหม่เลยจริงๆ"
"โอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้นครับ?"
เฉินคุนวางตะเกียบลง ถามด้วยความอยากรู้
แน่นอนว่าเขารู้จักหลินลั่วดี เป็นนักเรียนที่ว่านอนสอนง่ายคนหนึ่งในห้องของเขา
ตอนที่เพิ่งเปิดเทอม ม.4 ผลการเรียนของหลินลั่วในห้องก็ถือว่าดีใช้ได้ ถ้าพยายามหน่อยก็ติดท็อปยี่สิบได้สบายๆ
แต่ตั้งแต่ไปหลงใหลการอ่านนิยายออนไลน์ ผลการเรียนก็ดิ่งลงเหวไปเลย
"วันนี้สอบย่อยภาษาอังกฤษ หลินลั่วถามฉันว่าเรียงความต้องเขียนยังไง ฉันนี่อึ้งไปเลย"
เฉินคุนและครูอีกหลายคนก็อึ้งไปตามๆ กัน
ไม่ใช่สิ ถามครูในห้องสอบว่าเรียงความเขียนยังไง นักเรียนคนนี้ช่าง... ไม่ธรรมดาจริงๆ!
โหวกุ้ยเฟินพูดต่อ "พอฉันดูข้อสอบของเขา โอ้โห เขียนเสร็จหมดแล้ว ตอนแรกฉันก็นึกว่าเขาเขียนมั่วๆ ไปอย่างนั้นแหละ"
"ยังไงซะเมื่อก่อนคะแนนภาษาอังกฤษของเด็กคนนี้ เดาบ้างมั่วบ้างก็ได้แค่ยี่สิบกว่าคะแนน ไม่เคยสอบผ่านเลย แต่ปรากฏว่าพอฉันตรวจคำตอบ ถูกหมดเลยจ้า"
"โห!"
ครูหลายคนเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
โหวกุ้ยเฟินพอใจกับปฏิกิริยาของเหล่าครูเป็นอย่างมาก จึงพูดต่อ "ข้อสอบแผ่นนี้ฉันเป็นคนออกเอง ไม่มีทางที่คำตอบจะหลุดไปได้แน่ๆ ดังนั้นหลินลั่วเด็กคนนี้ต้องแอบซุ่มอ่านหนังสือมาแน่ๆ"
"ภาษาอังกฤษสอบได้คะแนนเต็ม ถ้าวิชาภาษาจีน คณิตศาสตร์ แล้วก็สายศิลป์พยายามอีกสักหน่อย นี่มันว่าที่เด็กชิงเป่ยชัดๆ!"
เฉินคุนพยักหน้ารัวๆ ปากก็ร้องใช่ๆๆ แต่ในใจรู้สึกสะใจสุดๆ
นักเรียนในห้องของตัวเองถูกครูประจำวิชาชมเชยต่อหน้าเพื่อนร่วมงานขนาดนี้ เขาจะไม่รู้สึกสะใจได้ยังไงล่ะ
ปัง!
ประตูห้องพักครูถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน ครูในห้องตกใจจนสะดุ้งเฮือก
"ใครน่ะ!"
"เจินจื่อคัง!"
เฉินคุนมองเจินจื่อคังที่กำลังหอบหายใจแฮ่กๆ พลางเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
"ครูครับ แฮ่ก เร็ว รีบไปช่วยคนเร็วเข้า!"
คำพูดของเจินจื่อคังทำเอาเฉินคุนตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก
ช่วยคน!
ช่วยใคร?
"เจินจื่อคัง เธอใจเย็นๆ ก่อน พูดให้ชัดเจนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น? ให้ครูไปช่วยใคร?"
ครูคนอื่นๆ ในห้องก็มองเจินจื่อคังด้วยความตึงเครียดเช่นกัน
เจินจื่อคังสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามพูดให้ชัดเจน
"หลินลั่วครับ หลินลั่วถูกพี่ต้าโก่วเรียกไปที่สวนสาธารณะเล็กๆ หลังโรงเรียน พวกมันจะรุมกระทืบหลินลั่ว!"
"ครูรีบไปช่วยหลินลั่วเร็วเข้าครับ ขืนช้าเดี๋ยวจะไม่ทันกาล"
"อะไรนะ!"
"กระทืบใคร?"
"หลินลั่ว!"
"ด้วยเหตุผลอะไร! พวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้!"
โหวกุ้ยเฟินเหมือนแมวแก่ที่ขนพองสยองเกล้า ตบโต๊ะปังแล้วลุกขึ้นยืน แผ่รังสีอำมหิตออกมาเต็มพิกัด
ฉันโหวกุ้ยเฟินอุตส่าห์ค้นพบว่าที่เด็กหัวกะทิภาษาอังกฤษมาได้คนนึง ตอนนี้กลับมีคนจะมากระทืบเขา!
ถามความเห็นฉันโหวกุ้ยเฟินหรือยัง
"เหล่าเฉิน คุณมัวยืนบื้ออะไรอยู่น่ะ รีบไปที่สวนสาธารณะเล็กๆ สิ!"
"ใช่ๆ ไอ้คนที่ชื่อต้าโก่วนั่นมันไม่ใช่คนดีหรอกนะ ลงมือโหดจะตายไป"
"ใช่ๆๆ พวกเรารีบไปกันเถอะ!"
ไม่นาน เฉินคุน โหวกุ้ยเฟิน และครูประจำวิชาของชั้น ม.6 อีกหลายคนก็พากันออกจากอาคารสำนักงาน พวกเขามีสีหน้าขึงขัง ท่าทางเอาเรื่อง รีบสาวเท้าเดินตรงไปยังสวนสาธารณะเล็กๆ หลังโรงเรียน
……
สวนสาธารณะเล็กๆ หลังโรงเรียนไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ปกติก็เป็นที่สำหรับครูที่พักอยู่ในหอพักครูมาเดินเล่นหลังกินข้าว
แต่ตอนนี้กลับมีกลุ่มอันธพาลหน้าตาไม่รับแขกมารวมตัวกัน
แม้คนพวกนี้จะสวมชุดนักเรียน แต่กลับให้ความรู้สึกเสื่อมโทรมอย่างบอกไม่ถูก
แต่ละคนไม่นั่งยองๆ ก็ยืนพิงกำแพง หัวเราะคิกคัก ในมือคีบบุหรี่ แถมบางคนยังทำหน้าตาเย็นชาอวดดีอีกต่างหาก
หลินลั่วเดินตามหลังเจี่ยเฟยและจางเจ๋อมา ก็เห็นคนพวกนี้แล้ว
ดูหนังนักเลงกู๋หว่าไจ๋มากไปหรือเปล่าเนี่ยพวกแก!
[เส้นทางการศึกษาบนดาวบลูสตาร์ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แม้ว่าร่างกายที่พิการของท่านจะได้รับการฟื้นฟูแล้ว แต่เมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน พลังลมปราณภายในก็สลายสิ้น พละกำลังถดถอยอย่างรุนแรง โปรดเอาชีวิตรอดจากการรุมล้อมของคนนับสิบให้ได้!]
[ภารกิจ: เอาชีวิตรอดจากการรุมล้อมของคนนับสิบด้วยร่างกายที่อ่อนแอ รางวัล: ทักษะประเมินสมบัติ]
โอ้โห งานเข้าแล้ว!
หลินลั่วหัวเราะ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าลูกกระจ๊อกพวกนี้น่ารักจริงๆ อุตส่าห์รีบมาแจกของวิเศษให้ถึงที่
คนดีจริงๆ!
"หึหึ คนไม่น้อยเลยนี่"
เจี่ยเฟยกับจางเจ๋อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบของหลินลั่ว ก็หันมามองหน้ากัน
เพื่อน เดี๋ยวพอตีกัน หลบไปให้ไกลเลยนะ!
OK!++
"พี่ต้าโก่ว หลินลั่วมาแล้ว!"
มีคนเตือน หวังว่างที่นั่งยองๆ อยู่บนแปลงดอกไม้ก็สบถคำหนึ่ง แล้วกระโดดลงมาจากแปลงดอกไม้
เขาคาบบุหรี่ หรี่ตามองหลินลั่วด้วยสีหน้ายโสโอหัง
วัยรุ่นอายุสิบกว่าปีรอบๆ อีกยี่สิบกว่าคน ต่างก็เดินมายืนอยู่ด้านหลังเขาเงียบๆ แต่ละคนมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร พลางหักนิ้วดังกรอบแกรบ
……