เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 601 - รวยเละ

บทที่ 601 - รวยเละ

บทที่ 601 - รวยเละ


บทที่ 601 - รวยเละ

จางหยางนั่งยิ้มแฉ่งอยู่บนเบาะรองนั่ง มองดูผลงานที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า

ยาลูกกลอนฝึกผิวหนังห้าสิบเม็ดยังไม่พอ ยังมีสมุนไพรวิญญาณอีกสี่ต้นด้วย

อืม... ของพวกนี้ปล่อยขายยากแฮะ

ท้ายที่สุดเขาก็เพิ่งจะปล้นเย่ฮ่าวหงมาหมาดๆ ขืนเอาไปขายตอนนี้ ก็เท่ากับเผยตัวน่ะสิ

เขาจึงจำใจต้องเก็บมันกลับลงกล่องหยกไป

แค่ยาลูกกลอนฝึกผิวหนังห้าสิบเม็ดนี่ ก็เรียกได้ว่ารวยเละแล้ว

ปล้นชิงฆ่าฟันคือหนทางสู่ความรวย คนโบราณไม่ได้หลอกเราจริงๆ

พวกนายทุนน่ะ ถ้าไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จะไปนำหน้าคนอื่นได้ยังไง คิดว่าเขาสร้างตัวมาจากศูนย์จริงๆ หรือไง?

"หึ... ห้าสิบเม็ดนี่ คงพอให้ข้าทะลวงขึ้นระดับหกได้สบายๆ เลยใช่ไหมเนี่ย!?"

เขาหยิบยาลูกกลอนฝึกผิวหนังเม็ดหนึ่งมาอมไว้ใต้ลิ้น แล้วเริ่มฝึกยุทธ์ทันที

ผิวหนังและกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างเริ่มสั่นกระตุกภายใต้ฤทธิ์ของยาลูกกลอนฝึกผิวหนัง เพียงไม่นานหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็ผุดซึมออกมาตามรูขุมขน

มันรวมตัวกันเป็นหยาดน้ำตาไหลอาบลงมาตามผิวหนัง พร้อมกับทิ้งร่องรอยสีทองประกายเอาไว้

"เป็นไปตามคาด 'คัมภีร์ฝึกผิวหนังพุทธะ' พอใช้คู่กับยาลูกกลอนฝึกผิวหนังถึงจะแสดงอานุภาพออกมาได้อย่างเต็มที่!"

แค่เม็ดเดียวก็เทียบเท่ากับการฝึกยุทธ์อย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืนแล้ว!

"งั้นก็... ลุยต่อเลย!"

ในขณะที่จางหยางกำลังตั้งใจฝึกยุทธ์อย่างขะมักเขม้น เย่ฮ่าวหงก็กำลังคอตกรับการสอบสวนอยู่ในห้องสอบสวนของหอกฎระเบียบที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่วิหาร

"ศิษย์หอปรุงโอสถรึ? แล้วเจ้าไปตะโกนโหวกเหวกอะไรดึกๆ ดื่นๆ!"

"ไม่ได้ตะโกนอะไร"

เย่ฮ่าวหงคลายความโกรธลงแล้ว สติสัมปชัญญะก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง

เขาคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า เรื่องนี้จะพูดออกไปไม่ได้เด็ดขาด

จะให้พูดได้ยังไง?

บอกว่าตัวเองทำยาลูกกลอนฝึกผิวหนังหายไปห้าสิบเม็ดงั้นหรือ? แล้วก็มีสมุนไพรวิญญาณอีกสี่ต้น?

ยาลูกกลอนฝึกผิวหนังน่ะยังพอตรวจสอบได้ แต่สมุนไพรวิญญาณมันตรวจสอบไม่ได้นี่สิ

ถึงตอนนั้นจะอธิบายยังไง?

นี่มันเกี่ยวพันกับความลับของเขาเชียวนะ ดังนั้นเขาจึงพูดไม่ได้เด็ดขาด

ครั้งนี้... ถือซะว่ากินบอระเพ็ดไปก็แล้วกัน ยอมซวยไป ครั้งหน้าค่อยระวังตัวให้มากขึ้นก็พอ!

"ไม่ได้ตะโกนอะไร? ข้าได้ยินเต็มสองหูว่าเจ้าด่าว่าหอกฎระเบียบเก่งนักใช่ไหม หอกฎระเบียบของพวกข้าเก่งแล้วต้องให้เจ้ามาบอกหรือไง?"

ศิษย์หอกฎระเบียบคนนั้นเชิดหน้าขึ้น มองเย่ฮ่าวหงอย่างดูแคลน

คนที่หมั่นไส้หอกฎระเบียบมีถมไป เจ้าเป็นใครมาจากไหนกัน?

"หึหึ... เรื่องนี้... ข้าเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในวิหารราชันโอสถได้ไม่นาน ก็เลยหลงทางน่ะ"

เย่ฮ่าวหงอธิบายพร้อมรอยยิ้มขื่น

ศิษย์หอกฎระเบียบแค่นเสียงเย็น "หลงทางรึ? หึ... เอาป้ายหยกออกมา ข้าจะไปถามหอปรุงโอสถดูหน่อยสิ ว่าเจ้าหลงทางมาได้ยังไง"

สีหน้าของเย่ฮ่าวหงเปลี่ยนไปทันที หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูท่านอาจารย์ล่ะก็ คงจะเป็นเรื่องใหญ่แน่

เดิมทีเขาก็ไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานในสำนักอยู่แล้ว ที่ดึงดันจะเข้าหอปรุงโอสถก็เพราะความลับของตัวเองล้วนๆ

หากชิงเฉินซ่างเหรินรู้เรื่องเข้า คงจะหาเรื่องไล่เขาออกจากหอปรุงโอสถแน่ๆ

"ศิษย์พี่ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องไปรบกวนทางหอก็ได้มั้ง? ท้ายที่สุดมันก็เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย"

"เรื่องเล็กน้อย? ตะโกนโหวกเหวกตอนกลางคืนน่ะมันเรื่องเล็กน้อย แต่มาตะโกนใส่หอกฎระเบียบเนี่ย มันเป็นเรื่องใหญ่..."

ศิษย์หอกฎระเบียบตบโต๊ะดังปัง ทำท่าทางราวกับผู้รักษากฎหมายผู้เคร่งครัด

มุมปากของเย่ฮ่าวหงกระตุกยิกๆ เขาล้วงผลึกพุทธะออกมาจากแหวนมิติเม็ดหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปยัดใส่มือของศิษย์หอกฎระเบียบ

โชคดีนะที่ไอ้โจรนั่นยังมีมโนธรรมหลงเหลืออยู่บ้าง อุตส่าห์เหลือผลึกพุทธะไว้ให้เขาตั้งหลายเม็ด

"กล้าติดสินบนข้ารึ พวกเรา..."

ผลึกพุทธะอีกเม็ดถูกยัดใส่มือ

"ศิษย์พี่ เย่ซานคือพี่ชายข้า เห็นแก่หน้าพี่ข้าหน่อยเถอะ..."

"เย่ซาน ศิษย์สายนอกอันดับที่สิบสี่น่ะรึ? อ้อ... งั้นก็ได้" ศิษย์หอกฎระเบียบคนนั้นโยนผลึกพุทธะในมือเล่น ก่อนจะโบกมือไล่ "ไปได้แล้ว จำไว้นะว่าหัดปากสะอาดซะบ้าง คราวหน้าถ้าโดนจับได้อีก ข้าจะไม่ใจดีแบบนี้แล้วนะ"

เย่ฮ่าวหงยิ้มทักทาย ทว่าในใจกลับลอบถ่มน้ำลายใส่

เขาเหาะกลับหอปรุงโอสถด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของบรรดาศิษย์ที่พบเห็น

วันรุ่งขึ้น

จางหยางลืมตาขึ้นจากการฝึกยุทธ์ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย "จุ๊ๆ... ใช้ยาลูกกลอนฝึกผิวหนังไปตั้งยี่สิบหกเม็ด ถึงจะเข้าสู่ระดับผิวหนังซ่าตั๋วขั้นหกได้"

การฝึกยุทธ์นี่มันต้องรวยจริงๆ ด้วย ถ้าไม่มีทุนทรัพย์ ใครจะไปทนผลาญเล่นแบบนี้ได้?

ถ้าเทียบตามราคาตลาด ผลึกพุทธะหนึ่งเม็ดเท่ากับยาลูกกลอนฝึกผิวหนังหนึ่งเม็ด ต้องฝึกยุทธ์นานแค่ไหนถึงจะสะสมผลึกพุทธะได้ขนาดนี้?

แต่ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง

พอเข้าสู่ระดับหกแล้ว ปริมาณยาลูกกลอนฝึกผิวหนังที่ต้องใช้ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ยี่สิบสี่เม็ดที่เหลืออยู่เนี่ย ไม่รู้ว่าจะพอให้ทะลวงผ่านระดับหกไปได้หรือเปล่า?

ช่างเถอะ เลิกคิดดีกว่า

ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็แล้วกัน

"นกที่ตื่นเช้า ย่อมมีหนอนให้กิน..."

จางหยางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเดินออกจากห้องฝึกยุทธ์

"คารวะศิษย์พี่จ่างหมิ่ง!"

พอเห็นจางหยางเดินออกมา บรรดาศิษย์รับใช้ทั้งแปดคนก็วางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเข้ามารายงานตัวทันที

"อืม... ลุกขึ้นเถอะ ที่นี่ของข้าไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายหรอก"

จางหยางสะบัดชายเสื้อเบาๆ พูดจบก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กลางวิหารใหญ่

พอเห็นท่าทางแบบนี้ ทั้งแปดคนก็รู้ทันทีว่าวันนี้ศิษย์พี่จ่างหมิ่งมีเรื่องจะอบรม พวกเขาจึงรีบไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานกันอย่างเรียบร้อย

"พวกเจ้ามาอยู่ที่วิหารเฟิงเย่ของข้าได้เดือนกว่าแล้ว ข้าก็พอจะรู้จักพวกเจ้าบ้างแล้วล่ะ

พวกเจ้าเองก็คงจะเหมือนกัน

ข้าพอใจในตัวพวกเจ้ามาก แต่ข้าขอพูดไว้ก่อนนะ จะได้ไม่ต้องมาโทษข้าทีหลังถ้าเกิดโดนลงโทษขึ้นมา"

พอได้ยินแบบนี้ ทั้งแปดคนก็ตัวเกร็งขึ้นมาทันที กลัวว่าจะพลาดคำพูดไปแม้แต่คำเดียว

ต้องรู้ไว้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ศิษย์พี่จ่างหมิ่งเรียกมาอบรม และศิษย์พี่จ่างหมิ่งของพวกเขาก็คือศิษย์ของผู้ดูแลหอกฎระเบียบเชียวนะ

สถานะของหอกฎระเบียบในวิหารราชันโอสถเป็นยังไง ใครๆ ก็รู้ดีกันทั้งนั้น

"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก"

จางหยางเห็นพวกเขาตัวสั่นเป็นลูกนก ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

"สรุปสั้นๆ ประโยคเดียวเลยนะ พวกเจ้าเอาความจงรักภักดีมาแลกกับความโปรดปรานจากข้า ข้าไม่รู้หรอกนะว่าวิหารอื่นจะมีพวกทรยศหักหลังนายบ้างหรือเปล่า

แต่ข้าหวังว่าในวิหารเฟิงเย่จะไม่มีคนแบบนั้น..."

"พวกเราจะจดจำคำสอนของศิษย์พี่จ่างหมิ่งไว้ให้ขึ้นใจเจ้าค่ะ/ขอรับ!"

ทั้งแปดคนลอบถอนหายใจโล่งอก ขอแค่พวกตนไม่ได้ทำอะไรผิดก็พอแล้ว

"อืม... ไว้ข้าไปเจอศิษย์พี่ใหญ่แล้ว จะลองขอเพิ่มสวัสดิการให้พวกเจ้าดูนะ"

วิธีการปกครองคนของจางหยางนั้นเชี่ยวชาญราวกับพลิกฝ่ามือ หลังจากตบหัวแล้วก็ต้องลูบหลัง เอาขนมหวานมาล่อใจสักหน่อย

เพื่อที่จะได้ซื้อใจคนให้ได้มากที่สุด

"อืม ต่อไปนี้เวลาที่ข้าไม่อยู่ที่วิหารเฟิงเย่ ให้เซี่ยโม่เป็นคนดูแลก็แล้วกัน"

หลังจากสังเกตการณ์มาตลอดหนึ่งเดือน เซี่ยโม่ก็ถือว่าเป็นเด็กสาวที่มีแววไม่เลวเลยทีเดียว สมควรจะมอบหมายงานให้รับผิดชอบบ้าง

เซี่ยโม่ชี้มาที่ตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดี

คนอื่นๆ ต่างก็อิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว

แต่ก็เปลี่ยนผลลัพธ์อะไรไม่ได้หรอก เพราะวิหารเฟิงเย่แห่งนี้เป็นของแซ่จาง!

"เอาล่ะ ข้าไปทำวัตรเช้าก่อนนะ!"

จางหยางเลิกสนใจพวกเขา แล้วเดินตรงไปยังหอถ่ายทอดวิชาทันที

หนึ่งเค่อต่อมา ที่นั่งทั้งแปดในหอถ่ายทอดวิชาก็ถูกจับจองไปแล้วหกที่

เหลือเพียงจางหยางและเย่ฮ่าวหงที่ยังไม่มา

ทว่ากลับมีศิษย์รับใช้มานั่งฟังเยอะขึ้นกว่าเดิม

พอเห็นจางหยางเดินเข้ามา ทุกคนก็ประนมมือไหว้ทักทาย

จางหยางพยักหน้ารับเล็กน้อย แล้วนั่งลงบนเบาะรองนั่งที่หัวแถว "เอ๊ะ... วันนี้เย่ฮ่าวหงยังไม่มาอีกรึ"

"เรียนศิษย์พี่ ศิษย์พี่เย่ยังไม่มาจริงๆ ขอรับ คงจะติดธุระอะไรอยู่กระมัง?"

ศิษย์น้องที่นั่งถัดไปเอ่ยตอบเสียงเบา

"อืม... ศิษย์น้อง เจ้าใกล้จะถึงระดับสี่แล้วใช่ไหม?"

จางหยางกวาดสายตามองศิษย์น้องที่ตอบคำถามตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ขอรับ ต้องขอบคุณหมิงซินซ่างเหริน ทุกครั้งที่ได้ฟังเทศน์ฟังธรรม ข้าก็จะได้รับความรู้ใหม่ๆ เสมอ"

ชายหนุ่มผู้นั้นมองไปยังที่นั่งอันว่างเปล่าด้วยสายตาซาบซึ้งใจ

จางหยางถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไรต่อ

วิชาลัดก็มีข้อดีของวิชาลัดนั่นแหละ

เขาอุตส่าห์ฝึกฝนอย่างหนักทั้งวันทั้งคืน แถมยังมียาลูกกลอนฝึกผิวหนังคอยช่วยเหลือ ถึงได้มาถึงระดับหกอย่างยากลำบาก

บรรดาศิษย์ที่ฝึก 'เคล็ดวิชาพุทธะวัชระพิโรธ' พวกนี้ กลับสามารถพุ่งขึ้นมาถึงระดับสี่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาลูกกลอนฝึกผิวหนังเลย ต้องยอมรับว่า... เก่งจริงๆ

จางหยางเงยหน้าขึ้นมาพอดี ก็เห็นเย่ฮ่าวหงเดินเข้ามาด้วยใบหน้าอิดโรย

"อ้าว? นี่ไม่ใช่ศิษย์น้องเย่หรอกหรือ? วันนี้มาสายนะเนี่ย..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 601 - รวยเละ

คัดลอกลิงก์แล้ว