เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 - อีกสามปีจะดันให้เป็นหัวหน้าพยาบาล

บทที่ 87 - อีกสามปีจะดันให้เป็นหัวหน้าพยาบาล

บทที่ 87 - อีกสามปีจะดันให้เป็นหัวหน้าพยาบาล


บทที่ 87 - อีกสามปีจะดันให้เป็นหัวหน้าพยาบาล

"ข้อสอบสามข้อนี้มีปัญหาจริงๆ นั่นแหละ" ปรมาจารย์เว่ยถกกับจี๋เสียงอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ยื่นกระดาษคำตอบคืนให้หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่ง "ไปถามคนออกข้อสอบดูสิว่า ดึงข้อสอบมาจากคลังข้อสอบผิดหรือเปล่า"

หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลรับกระดาษคำตอบมาด้วยมือที่สั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองจี๋เสียง เธอรีบจ้ำอ้าวออกจากห้องสอบไปทันที

เธอเหมือนกระต่ายป่าที่ได้ยินเสียงปืน วิ่งหนีสุดชีวิตราวกับกำลังหนีตาย

แกร๊ก~

ส้นรองเท้าส้นสูงของเธอหักเพราะเดินเร็วเกินไป

แต่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก็ไม่สนความเจ็บปวดที่ข้อเท้า เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วถือไว้ วิ่งกะเผลกๆ ออกไปอย่างรวดเร็ว

เธอไม่อยากอยู่ในห้องสอบนี้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าทำไมพอโดนพยาบาลผู้ชายคนนั้นมองแวบเดียว ขาเธอถึงได้สั่นพั่บๆ ใจเต้นโครมครามขนาดนี้

บ้าไปแล้ว!

"พ่อหนุ่ม" หญิงชรายิ้ม "พื้นฐานทฤษฎีแน่นใช้ได้เลยนะ แล้วภาคปฏิบัติตอนขึ้นวอร์ดล่ะ เป็นยังไงบ้าง"

"ก็พอได้ครับ" จี๋เสียงตอบอย่างสบายๆ

ดูท่าระดับของหญิงชราคนนี้จะสูงมาก ตอนที่เขาเปิดใช้สกิล ถึงได้ไม่มีผลอะไรกับเธอเลย

"เดี๋ยวตั้งใจทำภาคปฏิบัตินะ ฉันเอาใจช่วย"

พูดจบ ปรมาจารย์เว่ยก็จ้องมองจี๋เสียง "แต่ว่าอารมณ์ร้อนไปหน่อยนะ ถึงจะฟังดูมีเหตุผลก็เถอะ แต่ก็ควรจะรู้จักถ่อมตัวบ้าง ตอนหนุ่มๆ จะห้าวเป้งบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพอผ่านประสบการณ์ชีวิตไปสักพัก โดนขัดเกลาบ่อยๆ เข้าก็จะดีขึ้นเองแหละ"

"เข้าใจแล้วครับอาจารย์" จี๋เสียงค้อมตัว ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ปรมาจารย์เว่ยจ้องมองจี๋เสียงอย่างเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้า "ไปพักเถอะ"

พอจี๋เสียงเดินออกไป บรรยากาศตึงเครียดในห้องสอบก็ผ่อนคลายลง

"อาจารย์เว่ยคะ เด็กวัยรุ่นก็แบบนี้แหละค่ะ ไม่รู้จักกาลเทศะ อาจารย์อย่าถือสาเลยนะคะ" เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งพยายามแก้ตัวแทน

"กาลเทศะอะไรกัน ออกข้อสอบยังผิดเลย นี่สิที่เรียกว่าไม่รู้จักกาลเทศะของจริง" หญิงชราดุด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "เด็กคนนี้ใช้ได้เลยนะ เดี๋ยวฉันขอดูภาคปฏิบัติของเขาสักหน่อย"

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่ส่งข้อสอบก่อนเวลาจะ 'พลิกวิกฤตเป็นโอกาส' จนได้รับความเอ็นดูจากหญิงชรา

โดยเฉพาะถังเยียน ตอนนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำข้อสอบแล้ว ในหัวมีแต่ความคิดเดียววนเวียนอยู่—จี๋เสียงนี่มันโคตรจะเทพเลย

ในห้องผ่าตัดก็ด่าหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะซะจนหงอเป็นลูกหมา โดนเกณฑ์มาเป็นตัวแทนสอบ ก็ยังกล้าด่าหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งซะเสียหมาอีก

เทียบกับจี๋เสียงแล้ว หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลกลายเป็นป้าขี้วีนไปเลย

ไม่สิ ไม่ต้องไปเทียบกับจี๋เสียงหรอก หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลทุกคนก็เป็นมนุษย์ป้าขี้วีนอยู่แล้วนี่นา

แต่นี่มันจะเทพเกินไปแล้ว ถังเยียนกัดปากกาลูกลื่น ขมวดคิ้ว ขนตายาวงอนกะพริบปริบๆ มองตามแผ่นหลังของจี๋เสียงที่เดินจากไป

ทำข้อสอบเหรอ

มันจะไปสนุกเท่าดูจี๋เสียงได้ยังไง

"อาจารย์เว่ยคะ ข้อสอบมีปัญหาจริงๆ ค่ะ"

สิบกว่านาทีต่อมา หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก็กลับมา เธอพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

"ฉันบอกแล้วไง" ปรมาจารย์เว่ยพูดกลั้วหัวเราะ "ดูพวกเธอสิ ไม่รอบคอบเอาซะเลย"

หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก้มหน้าก้มตา แอบสบถด่าในใจ

ตั้งแต่จี๋เสียงออกไป บรรยากาศกดดันในห้องสอบก็หายไปหมด หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลก็กลับมาเป็นปกติ ถึงในใจจะแอบด่า แต่เธอก็ยังมึนงงอยู่ดี

"ตอนที่ฉันยังสาวๆ กฎการพยาบาลมีแค่ 'ตรวจสอบ 3 ครั้ง ตรวจทาน 5 ครั้ง' (Three checks and five rights) ต่อมาก็เปลี่ยนเป็น 'ตรวจสอบ 3 ครั้ง ตรวจทาน 7 ครั้ง' ส่วนตอนนี้ก็เป็น 'ตรวจสอบ 3 ครั้ง ตรวจทาน 8 ครั้ง' แล้ว" หญิงชราพูดเสียงเรียบ "ตอนปฏิบัติงานจริงต้องทำแบบนี้ ตอนสอบก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกัน แค่ข้อสอบข้อยังออกผิด พวกเธอนี่จริงๆ เลย"

พูดจบ ปรมาจารย์เว่ยก็ส่ายหน้า

"อาจารย์เว่ยคะ ขอโทษด้วยค่ะ คราวหน้าจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ" หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิดเต็มประดา

"พ่อหนุ่มคนนั้นเก่งดีนะ" พอพูดถึงจี๋เสียง โดยเฉพาะตอนที่ยืนยันแล้วว่าข้อสอบมีปัญหาจริงๆ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนทุกรอยย่นบนใบหน้าของปรมาจารย์เว่ย "สอบภาคปฏิบัติเมื่อไหร่ล่ะ"

"เดี๋ยวนี้เลยค่ะ เดี๋ยวนี้เลย"

"ฉันขอดูฝีมือเขาสักหน่อย"

หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลสัมผัสได้ว่าหญิงชราสนใจเด็กหนุ่มคนนั้นมาก ไฟริษยาในใจเธอก็ลุกโชนขึ้นมาทันที

พอส่งข้อสอบเสร็จ ถังเยียนก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปหาจี๋เสียง

"นาย..."

"ฉันทำไมเหรอ"

"นายทำได้ยังไงน่ะ" ถังเยียนเบิกตากลมโตจ้องจี๋เสียงเขม็ง เธอชักจะสนใจเด็กหนุ่มคนนี้มากขึ้นทุกทีแล้วสิ

"ก็ข้อสอบมันง่ายนี่นา ทำไม่ได้สิแปลก"

"ไม่ใช่ ฉันหมายความว่าทำไมตอนที่นายอยู่ต่อหน้าหัวหน้าอู๋ หรือหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่ง พวกเขาถึงได้มีท่าทีแปลกๆ ไปล่ะ"

"เธอรู้จักจิตแพทย์คลินิกชาวแคนาดาที่ชื่อ จอร์แดน ปีเตอร์สัน (Jordan Peterson) ไหม"

ถังเยียนส่ายหน้า

"เขามีทฤษฎีที่โด่งดังอยู่เรื่องนึง—เขาบอกว่ากุ้งล็อบสเตอร์มักจะชูก้ามของมันไปมาเหมือนนักมวย เลียนแบบท่าทางของคู่ต่อสู้ แล้วก็ขยับเดินหน้าถอยหลัง ซ้ายขวา

ในขณะเดียวกัน มันก็จะปล่อยของเหลวออกจากรูเปิดใต้ตาใส่คู่ต่อสู้ ซึ่งสารเคมีในของเหลวนี้จะบอกให้คู่ต่อสู้รู้ถึงขนาดตัว เพศ ความแข็งแรง และอารมณ์ของมัน

กุ้งล็อบสเตอร์ที่แพ้การต่อสู้ ไม่ว่าก่อนหน้านี้มันจะเคยดุร้ายแค่ไหน หลังจากนั้นมันก็จะหมดกำลังใจในการต่อสู้ไปเลย ถึงขั้นไม่อยากสู้กับกุ้งล็อบสเตอร์ที่มันเคยเอาชนะมาได้ด้วยซ้ำ ความพ่ายแพ้ทำให้มันสูญเสียความมั่นใจไปจนหมดสิ้น และสภาพแบบนี้อาจจะอยู่ไปอีกหลายวันเลยทีเดียว"

ถังเยียนขมวดคิ้ว รู้สึกทะแม่งๆ ยังไงชอบกล

"ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ กุ้งล็อบสเตอร์ที่พ่ายแพ้ จะปรับโครงสร้างสมองใหม่ เพื่อให้ชินกับระบบความคิดของผู้แพ้ด้วย"

"เมื่อกี้หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลคนนั้นกำลังพยายามควบคุมพวกเธอด้วยการสร้างความหวาดกลัว (PUA) ถ้าพวกเธอสวนกลับไป เธอก็จะไม่ชิน แต่ถ้าพวกเธอไม่ตอบโต้ เธอก็จะยิ่งเคยตัวกับความคิดแบบนี้ แล้วก็ยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้พวกเธอหนักขึ้นไปอีก"

"ฉันเป็นคนหัวช้า เรียนมาน้อย นายอย่ามาหลอกฉันซะให้ยาก" ถังเยียนบอก

"ฮ่าๆๆ ฟังออกด้วยเหรอเนี่ย" จี๋เสียงหัวเราะ "จอร์แดน ปีเตอร์สันเป็นพวกชอบขายคำคมปรัชญาไลฟ์โค้ช อย่าไปเชื่อคำพูดเขาเลย"

"นี่ ทำไมนายพูดอะไรไม่ค่อยมีสาระเลยล่ะ" ถังเยียนเริ่มหงุดหงิด "ฉันถามนายว่า ทำไมหัวหน้าอู๋กับหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่ง พอเจอนายแล้วถึงได้ทำตัวแปลกๆ ไป"

"ก็เพราะฉันเก่งไง" จี๋เสียงตอบอย่างจริงจัง

"ถ้าเก่งพอประมาณก็ดึงดูดเพศตรงข้ามได้อยู่หรอก แต่ถ้านายเก่งเกินไป ระวังจะไปดึงดูดเพศเดียวกันเข้านะ"

"เธอรู้มากเกินไปแล้ว ระวังฉันจะฆ่าปิดปากนะ" จี๋เสียงแกล้งทำหน้าดุขู่

"แปลกจริงๆ ด้วย" ถังเยียนทำเป็นหูทวนลม ไม่ได้ใส่ใจคำขู่ของจี๋เสียงเลย เธอขมวดคิ้วจ้องหน้าจี๋เสียง ราวกับว่าบนหน้าเขามีดอกไม้บานอยู่จริงๆ

"เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะน่า แล้วสอบปฏิบัติเขาสอบอะไรกัน ทำให้ฉันดูหน่อยสิ"

"นายทำไม่เป็นเหรอ"

"ก็ต้องทำไม่เป็นสิ!" จี๋เสียงยักไหล่ "ฉันไม่ใช่พยาบาลสักหน่อย ทุกครั้งที่เห็นหัวหน้าพยาบาลพาพวกพยาบาลมาซ้อม ฉันยังรู้สึกเขินแทนเลย"

"ใช่ไหมล่ะ ปัญญาอ่อนชะมัด" ถังเยียนเริ่มบ่น "ต้องระวังเรื่องบุคลิกภาพด้วย เอามือประสานกันไว้ตรงหน้า แล้วก็ต้องทำท่าแบบนี้ๆ"

พูดจบ เธอก็โพสท่ามาตรฐานให้ดู

"อืม หุ่นดีเลยนะเนี่ย" จี๋เสียงเอ่ยชม

"แต่ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพยาบาลผู้ชายต้องทำท่าแบบไหน" ถังเยียนพยายามนึก แต่ก็นึกไม่ออกจริงๆ ว่ามีระบุไว้ตรงไหน

"ทนดูไม่ได้เลย ถ้าขืนให้ฉันทำท่าบ้าๆ แบบนั้นนะ ฉันยอมมีเรื่องกับผู้อำนวยการไป๋ดีกว่า" จี๋เสียงบอก "ไม่ได้ แค่คิดก็ไม่ได้แล้ว อินเกินไป รู้สึกเหมือนจะหดเกร็งไปหมดแล้ว"

"หดเกร็งไปหมดแล้ว เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ" ถังเยียนถามยิ้มๆ

"ทำไมเธอถึงชอบเล่นมุกสองแง่สองง่ามยิ่งกว่าผู้ชายอีกเนี่ย" จี๋เสียงทำหน้าเหยียด "แป้นพิมพ์มือถือเธอเป็นสีเหลืองหรือไง (หมายเหตุผู้แปล: สีเหลืองในภาษาจีนสแลลงหมายถึงเรื่องลามก)"

"ฮ่าๆๆ พอคิดภาพนายขึ้นไปทำท่าตุ้งติ้งบนเวทีแล้วก็ตลกดี" ถังเยียนไม่สนใจ แกล้งหัวเราะเสียงดัง "ชักจะตื่นเต้นแล้วสิ"

"มีอะไรให้น่าตื่นเต้นเล่า" จี๋เสียงนึกถึงท่าทางสง่าผ่าเผยของพวกแอร์โฮสเตส

พอนึกถึงตอนขึ้นเครื่องบิน พวกสจ๊วตก็ดูเหมือนจะไม่ต้องทำท่าอะไรแบบนั้นนี่นา จี๋เสียงก็เลยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมทำท่าบ้าบอให้ใครมาหัวเราะเยาะเด็ดขาด

จี๋เสียงให้ถังเยียนสาธิตขั้นตอนมาตรฐานให้ดูรอบนึง เขายังไม่ได้เข้าไปฝึกในห้องผ่าตัดระบบเลย แค่ทบทวนขั้นตอนในหัวรอบนึงก็มั่นใจแล้ว

ก็แหม ค่าความเข้าใจของจี๋เสียงสูงปรี๊ด เรื่องแค่นี้ไม่คณามือเขาหรอก

ไม่นาน คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยส่งข้อสอบ พอเดินออกมาแต่ละคนก็มองจี๋เสียงด้วยสายตาแปลกๆ

พยาบาลคนนึง

พยาบาลผู้ชายคนนึง

แถมยังเป็นพยาบาลผู้ชายที่กล้าด่าหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลอีกด้วย

จึ๊ดจึ๊ด!

ช่วงพักเบรกสั้นๆ จี๋เสียงกวาดสายตาดูขั้นตอนการปฏิบัติงานอีกรอบ แล้วก็เดินไปที่ห้องสอบปฏิบัติพร้อมกับถังเยียน

มีรถเข็นพยาบาล (Treatment cart) จอดอยู่คันนึง บนรถมีน้ำเกลือกับยาเตรียมไว้พร้อม เมื่อกี้ถังเยียนก็เพิ่งแสดงท่าทางจำลองให้ดูไป จี๋เสียงยืนมองเงียบๆ จำลองภาพเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว

พยาบาลคนอื่นๆ เริ่มสอบปฏิบัติ จี๋เสียงก็ได้โอกาสสังเกตการณ์อีกหลายรอบ

"จี๋เสียง" ตอนที่หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่หนึ่งเรียกชื่อที่ถูกแทรกเข้ามาใหม่นี้ ในใจเธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วนชะมัด

ตามความเคยชิน เธออยากจะปั้นหน้าขรึม เพื่อข่มเด็กหนุ่มคนนี้ให้อยู่หมัด

แต่พอสบตาจี๋เสียง ในใจเธอก็สั่นระรัว ใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลรีบก้มหน้างุด พยายามอย่างหนักที่จะสะกดกลั้นความรู้สึกประหลาดนั้นไว้

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ

เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

แค่ความรู้สึกแบบนี้มันห่างหายไปหลายปีแล้ว เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กสาว กลับไปอยู่ในวัยที่บริสุทธิ์และงดงามอีกครั้ง

"จี๋เสียง เริ่มได้เลย" หญิงชราที่นั่งอยู่ตรงกลางเป็นคนสั่งเสียงเรียบ

"สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน สวัสดีครับคณะกรรมการ" จี๋เสียงเลียนแบบประโยคเปิดของพยาบาลคนอื่น พอพูดจบก็เริ่มลงมือ

"การแต่งกายเรียบร้อย"

"ตรวจสอบอุปกรณ์——ชุดให้น้ำเกลือ, เข็มน้ำเกลือคาเส้น (IV catheter), แผ่นแปะใส..."

ถึงจี๋เสียงจะไม่ได้เป็นพยาบาล แต่ทุกขั้นตอนเขาก็ทำได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ท่าทางสง่าผ่าเผย

ท่ามกลางดงดอกไม้ เขาเป็นใบไม้เขียวเพียงใบเดียว ยิ่งทำให้ทุกขั้นตอนการปฏิบัติงานดูแข็งขัน ทะมัดทะแมง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล

หญิงชราพยักหน้าเห็นด้วยครั้งแล้วครั้งเล่า

"ตรวจสอบและเตรียมยา, ฆ่าเชื้อ, เตรียมชุดให้น้ำเกลือ"

จี๋เสียงอธิบายไปพร้อมกับลงมือทำทุกขั้นตอน

"ต่อชุดให้น้ำเกลือเข้ากับเข็มคาเส้น ไล่อากาศออกให้หมดแล้วเตรียมไว้ ให้คนไข้เปิดบริเวณที่จะเจาะ รัดสายยางห้ามเลือดเหนือจุดที่จะเจาะ 10 เซนติเมตร ฆ่าเชื้อผิวหนังโดยวนออกเป็นรูปก้นหอย โดยมีจุดศูนย์กลางคือจุดที่จะเจาะ พื้นที่ประมาณ 8x8 เซนติเมตร ลอกแผ่นแปะใสไร้เชื้อออก ดึงปลอกเข็มออก ปรับมุมปลายเข็ม"

เข็มคาเส้นถูกแทงทะลุเส้นเลือดจำลองอย่างง่ายดาย ท่าทางการปฏิบัติงานของจี๋เสียงสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

"ปฏิบัติงานเสร็จสิ้น ขอบคุณอาจารย์และคณะกรรมการทุกท่านครับ"

จี๋เสียงทำเสร็จ โค้งคำนับ แล้วก็หมุนตัวเตรียมจะเดินออกไป

"เดี๋ยวก่อน!"

หญิงชราร้องเรียกจี๋เสียงไว้

"เธอมาจากโรงพยาบาลไหนน่ะ"

"โรงพยาบาลในเครือแห่งที่สองครับ" จี๋เสียงตอบ

"อ้อ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลของพวกเธอแซ่หยวนใช่ไหม" หญิงชราพูด "อยากไปปักกิ่งไหม"

"..."

"..."

"..."

เดิมทีในห้องสอบก็มีเสียงซุบซิบดังอยู่บ้าง แต่พอหญิงชราเอ่ยปากถามจี๋เสียง ทุกคนก็เงียบกริบลงทันที

พวกเธอมองจี๋เสียงด้วยความประหลาดใจ ไฟอิจฉาริษยาลุกโชนขึ้นในดวงตานับไม่ถ้วน แทบจะแผดเผาจี๋เสียงให้เป็นจุณ

การที่ได้รับความเอ็นดูจากหญิงชราแถมยังถูกชักชวนให้ไปทำงานที่ปักกิ่งแบบตรงๆ แบบนี้!

นี่มันเป็นโอกาสทองฝังเพชรเลยนะ!

"แผนกไอซียูโรงพยาบาลเรากำลังเตรียมจะเลื่อนขั้นพยาบาลผู้ชายวัยหนุ่มไฟแรงขึ้นมาเป็นหัวหน้าพยาบาลพอดี" หญิงชรายิ้ม "พื้นฐานทฤษฎีของเธอแน่นมาก การปฏิบัติงานก็เป๊ะสุดๆ มีความเป็นผู้นำสูง"

พอได้ยินคำวิจารณ์ที่หญิงชรามีต่อจี๋เสียง ทุกคนก็ถึงกับพูดไม่ออก

"ฉันถูกใจเธอนะ"

"ไปกับฉันเถอะ ให้เวลา 3 ปี"

หญิงชราชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

"อีก 3 ปี ฉันจะดันเธอขึ้นเป็นหัวหน้าพยาบาลแผนกเวชบำบัดวิกฤต (ICU) เอง"

"!!!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 87 - อีกสามปีจะดันให้เป็นหัวหน้าพยาบาล

คัดลอกลิงก์แล้ว