เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 13 บุตรแห่งสวรรค์นาจา

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 13 บุตรแห่งสวรรค์นาจา

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 13 บุตรแห่งสวรรค์นาจา


ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 13 บุตรแห่งสวรรค์นาจา

“ข้าคืออสูรน้อย”

“เสรีไร้กังวล สังหารคนมิกระพริบตา กินคนมิใส่เกลือ………”

พร้อมกับเสียงอันแสนเกียจคร้าน สายตาของกู้ชิงเฟิงก็เบิกกว้าง เห็นเพียงเด็กชายผู้หนึ่งมัดผมแกละ เดินเอามือล้วงกระเป๋าอย่างสบายอารมณ์ตรงมายังเขา

“คนผู้นี้คือ………”

กู้ชิงเฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย หรือว่าจะให้เด็กคนนี้เดินทางไปกับเขา

“นี่ ๆ ข้าชื่อนาจา เจ้าจำไว้ให้ดี”

เด็กน้อยกล่าวกับกู้ชิงเฟิงด้วยน้ำเสียงโอหัง

กู้ชิงเฟิงอดหัวเราะไม่ได้ เด็กคนนี้นิสัยเหมือนเด็กเหลือขอชัด ๆ

“ผู้อาวุโสเฟยเผิง เรื่องนี้………”

กู้ชิงเฟิงเดินทางครั้งนี้เพื่อฝึกฝนตนเองและแสวงหาสมบัติ ย่อมต้องพบเจอกับอันตรายระหว่างทาง

ไม่มีทหารสวรรค์คุ้มกันก็แล้วไป ตอนนี้ยังมีเด็กเหลือขอมาอีกคน

เขามิได้เดินทางท่องเที่ยวเล่นสนุก

ขณะที่กู้ชิงเฟิงกำลังจะปฏิเสธอย่างสุภาพ

ทันใดนั้น ชายชราไป๋อวี่ที่อยู่ในจี้หยกที่เอวของเขาก็เอ่ยขึ้น

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง “ศิษย์รัก เด็กน้อยคนนี้มีตบะระดับปราชญ์!”

อะไรนะ!?

กู้ชิงเฟิงถึงกับนิ่งอึ้ง ใบหน้าซีดเผือด

อีกฝ่าย…เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง

ดูจากอายุแล้ว คงไม่เกินเจ็ดหรือแปดขวบ ยังอยู่ในช่วงวัยเด็ก แต่กลับมีตบะระดับปราชญ์!?

ฝึกบำเพ็ญตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก็คงมิอาจบรรลุถึงขั้นนี้

พรสวรรค์เช่นนี้ มิอาจอธิบายด้วยคำว่าน่ากลัวได้ เป็นดั่งภูตผีปีศาจ!

“นี่… นี่คือระดับของอัจฉริยะภายในวังสวรรค์หรือ?”

กู้ชิงเฟิงอายุสิบกว่าปีก็บรรลุระดับวิญญาณก่อกำเนิด นับว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง

เขายังรู้สึกภาคภูมิใจเล็กน้อย คิดว่าตนเองสามารถเทียบเคียงกับลูกสัตว์เทพได้

แต่เมื่อเทียบกับนาจาแห่งวังสวรรค์แล้ว เขาเป็นเพียงเศษธุลีดิน

ปราชญ์วัยเจ็ดหรือแปดขวบ ทำลายสถิติของห้ามหามณฑลเทพโดยสิ้นเชิง

หากข่าวนี้แพร่ออกไป คงทำให้ทั่วทั้งแผ่นดินต้องตื่นตะลึง

แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคงต้องแย่งชิงตัวเขาไป

กู้ชิงเฟิงได้ประจักษ์ถึงความน่ากลัวของขุมอำนาจวังสวรรค์อีกครั้ง

จี๋อวิ๋นเห็นสีหน้าของกู้ชิงเฟิงก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

แต่เขามิได้อธิบายมากนัก เพียงแค่ต้องการให้นาจาทำให้กู้ชิงเฟิงและคนอื่น ๆ รู้สึกยำเกรงวังสวรรค์มากขึ้นไปอีกขั้น

จากนั้นกู้ชิงเฟิงและนาจาก็ออกจากวังสวรรค์ มุ่งหน้าไปยังสุสานมังกรดำ

……………

ท่ามกลางเทือกเขามหึมาที่ทอดยาวนับหมื่นลี้ มีรัศมีมังกรลอยวนอยู่

ที่นี่คือสถานที่ตั้งของเผ่ามังกรเจียว เผ่าราชันสัตว์เทพ

ทันใดนั้น เสียงอันทรงพลังก็ดังก้องขึ้น

“ฮ่าวเทียน ในอดีตหลังจากที่มหาปราชญ์มังกรดำถูกขับไล่ออกจากเผ่ามังกร เขาก็หายสาบสูญไป ผู้คนต่างคิดว่าเขาไปยังมณฑลเทพแห่งอื่น แต่เผ่ามังกรเจียวของเรารู้ดีว่าเขาได้สิ้นใจไปแล้ว ณ สถานที่แห่งหนึ่งในมณฑลเทพแห่งนี้”

“หลายปีมานี้ เผ่ามังกรเจียวของเราได้ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อค้นหาเหรียญตรามังกรดำ จนกระทั่งพบเพียงสองเหรียญ”

“บัดนี้ ถึงเวลาที่สุสานจะเปิดออก เจ้าจงนำเหรียญตรามังกรดำไปนำมรดกและอัฐิของเขากลับมา ในอนาคตสายเลือดของเจ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน!”

สิ้นคำกล่าว เด็กหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งสวมชุดยาวสีทองก็ค่อย ๆ เดินออกมา

บนศีรษะเขามีเขาของมังกรเจียวสีเขียวสองข้าง ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดาว ส่องประกายระยิบระยับ

เห็นเกล็ดมังกรสีเขียวปรากฏขึ้นใต้ผิวหนังอย่างเลือนราง รัศมีอันน่าเกรงขามแผ่กระจายไปทั่วร่าง

เด็กหนุ่มผู้นี้คืออัจฉริยะผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งยุคสมัยของเผ่ามังกรเจียว มีนามว่าเจียวฮ่าวเทียน

เผ่ามังกรเจียวเป็นเผ่าราชันในพันธมิตรสัตว์เทพ แม้จะมิใช่เผ่าจักรพรรดิสัตว์เทพ แต่ด้วยสายเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ทำให้พลังของพวกเขาไม่อาจมองข้าม

ภายในเผ่ายังมีมหาปราชญ์ประจำการอยู่ จึงยิ่งใหญ่ไร้ผู้ต่อต้าน

“ขอรับ ฮ่าวเทียนจะทำตามคำสั่งของบรรพบุรุษ นำมรดกและอัฐิของมหาปราชญ์มังกรดำกลับมาให้จงได้”

เจียวฮ่าวเทียนคำนับ ระหว่างคิ้วมีประกายแห่งความเย่อหยิ่ง สง่างามดุจวีรบุรุษ

ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง หากได้รับมรดกของมหาปราชญ์มังกรดำ และหลอมรวมสายเลือดของอีกฝ่ายเข้ากับตนเอง

เขาจะต้องวิวัฒนาการเป็นมังกรเทพสายเลือดบริสุทธิ์

เมื่อถึงเวลานั้น แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่ามังกร เขาก็มิหวั่นเกรง

จากนั้นเจียวฮ่าวเทียนก็จากไปเพียงลำพัง

เรื่องนี้มิควรเปิดเผยต่อสาธารณชน เขาจึงมิได้พาผู้ติดตามหรือทหารองครักษ์ไปด้วย

แน่นอนว่าเขายังมีผู้คุ้มกัน

เพราะเขาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่ามังกรเจียว ความหวังของเผ่าในอนาคต การเดินทางออกนอกเผ่าย่อมต้องมีผู้คุ้มกัน

……………

อีกด้านหนึ่ง

ด้วยระยะทางที่ไกลโพ้น

นาจาจึงพากู้ชิงเฟิงเหาะเหินเดินอากาศไป

แต่วิธีการของเขานั้น มิได้อ่อนโยนนัก

ในเวลานี้ กู้ชิงเฟิงที่ถูกนาจาหิ้วไปด้วยมือข้างหนึ่ง มีสีหน้าจนใจ

แต่เมื่อเขาก้มลงมองกงล้อเพลิงที่อยู่ใต้เท้าของนาจา ผ้าแพรแดงที่พันรอบตัว และห่วงทองคำที่ข้อมือ ก็อดรู้สึกตกตะลึงมิได้

ก่อนหน้านี้ ชายชราไป๋อวี่บอกเขาว่าทั้งสามสิ่งล้วนเป็นอาวุธปราชญ์!

“แม้แต่ปราชญ์รุ่นเก่า การมีอาวุธปราชญ์หนึ่งชิ้นก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่นาจากลับมีถึงสามชิ้น!”

กู้ชิงเฟิงรู้สึกใจสั่น ใบหน้าชาชิน

เขาได้แต่ถอนหายใจ วังสวรรค์แห่งนี้ร่ำรวยยิ่งนัก

เด็กคนหนึ่งเดินทางออกนอกวังสวรรค์ ยังมีอาวุธปราชญ์ถึงสามชิ้น

ชายชราไป๋อวี่ก็รู้สึกท้อแท้เช่นกัน เขาบำเพ็ญเพียรมาทั้งชีวิต ก็มีเพียงอาวุธปราชญ์หนึ่งชิ้นเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น คุณภาพของอาวุธปราชญ์ของเขายังเทียบมิได้กับอาวุธปราชญ์ของนาจาแม้แต่ชิ้นเดียว

เปรียบเทียบกันแล้ว สมบัติของเขากลายเป็นเพียงเศษขยะ

ชายชราไป๋อวี่รู้สึกท้อแท้จนพูดไม่ออก

จี๋อวิ๋นที่กำลังควบคุมหุ่นเชิดนาจาจากไข่มุกมารอยู่ มิได้สังเกตเห็นสีหน้าตกตะลึงและท้อแท้ของกู้ชิงเฟิงและชายชราไป๋อวี่

เขากำลังสัมผัสถึงพลังและสมบัติเวทของนาจา

หากเทียบกับเฟยเผิงที่บริสุทธิ์ มีเพียงกระบี่สะบั้นอสูรเพียงเล่มเดียว

นาจาจากไข่มุกมารกลับร่ำรวยยิ่งกว่า

สมบัติเวทที่ปรากฏให้เห็นมีหอกอัคคี กงล้อเพลิง ผ้าแพรป่วนฟ้า และห่วงจักรวาล

ส่วนที่ซ่อนไว้มีเกราะเพลิงเทพเก้ามังกร อิฐทองคำ กระบี่คู่หยินหยาง

ทุกชิ้นล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า

ยิ่งไปกว่านั้น ล้วนอยู่ในสภาพถูกผนึก และจะค่อย ๆ คลายออกตามระดับตบะของนาจา

“นี่มันเด็กน้อยมากสมบัติชัด ๆ”

จี๋อวิ๋นตกตะลึงกับจำนวนสมบัติเวทของนาจา สมกับที่นิกายฉ่านชอบให้ท้ายศิษย์ สมบัติเวทมีครบครันทุกอย่าง

แต่สำหรับเขานั้น นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง

ด้วยสมบัติเวทเหล่านี้ พลังรบของนาจาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

จากนั้น ภายใต้การควบคุมของจี๋อวิ๋น นาจาเร่งความเร็วของกงล้อเพลิงจนถึงขีดสุด

ไม่กี่วันต่อมา พวกเขาก็มาถึงจุดหมายปลายทาง

ณ มุมหนึ่งทางทิศตะวันออกของมณฑลเทพจงถู ที่นี่คือป่าใหญ่แห่งความมืดมิด

จากนั้น กู้ชิงเฟิงก็หยิบเหรียญตรามังกรดำออกมา

ตามคำแนะนำของแผนที่บนเหรียญ พวกเขาใช้เวลาครึ่งวันเดินทางลึกเข้าไปในป่าใหญ่

ณ ที่แห่งนั้นมีต้นไม้โบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่

“ที่นี่แหละ”

กู้ชิงเฟิงถือเหรียญตรามังกรดำ ชี้ไปยังต้นไม้โบราณต้นนั้น

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ ในความว่างเปล่าอันไกลโพ้น มีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองเขามา

จบบทที่ ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 13 บุตรแห่งสวรรค์นาจา

คัดลอกลิงก์แล้ว