- หน้าแรก
- ยอดคุณหมอระบบเยียวยา
- บทที่ 32 - เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
บทที่ 32 - เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
บทที่ 32 - เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
บทที่ 32 - เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
"ศาสตราจารย์โจว คุณดูสิ ผมบอกแล้วไงว่าตรงนี้ของศาสตราจารย์ม่อมีปัญหา" ผู้อำนวยการหลี่ชี้ไปที่หัวของตัวเองแล้วพูดกับศาสตราจารย์โจว
"หึๆ การนำผ่าตัดยืดความยาวมาทำเป็นการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม ในวงการก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่มากครับ" ศาสตราจารย์โจวหัวเราะ "นี่เป็นทางเลือกของแต่ละคน ผมเคารพการตัดสินใจของศาสตราจารย์ม่อครับ"
ผู้อำนวยการหลี่เห็นศาสตราจารย์โจวพูดจาแบ่งรับแบ่งสู้ เขาก็ยิ้ม "วันนี้ขอชมฝีมือของคุณหน่อยนะครับ"
"ทำผ่าตัดไปสักสองสามเคสก่อน หลักๆ คืออยากทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์และทีมพยาบาลด้วยครับ"
เพราะอาจารย์กู้ไม่ค่อยไว้ใจโรงพยาบาลเอกชนนัก วิสัญญีแพทย์เขาจึงพามาจากเมืองหลวงด้วยตัวเอง และให้ลูกศิษย์ของเขามาดูลาดเลาก่อน แต่เรื่องพวกนี้ศาสตราจารย์โจวไม่ได้อธิบายให้ฟัง
"ถือเป็นการอุ่นเครื่อง และให้ประชาชนในเมืองเอกได้สัมผัสถึงความอบอุ่นด้วยสิครับ"
"พูดเกินไปแล้วครับ พูดเกินไปแล้ว" ศาสตราจารย์โจวถ่อมตัว
เมื่อมาถึงห้องผ่าตัดอีกห้องหนึ่ง ศาสตราจารย์โจวก็เริ่มลงมือผ่าตัด
ตอนที่ยืนอยู่ข้างเตียงผ่าตัด ศาสตราจารย์โจวได้สลัดภาพลักษณ์นักวิชาการผู้สุภาพอ่อนโยนทิ้งไปจนสิ้น ราวกับเปลี่ยนเป็นดาบคมกริบที่ถูกชักออกจากฝัก ทั้งดูเป็นมืออาชีพและเฉียบขาด
ผู้อำนวยการหลี่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมายืนอยู่ข้างๆ ศาสตราจารย์โจว มองดูภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
ยิ่งมีคนเก่งๆ มาทำผ่าตัดที่โรงพยาบาลบุรุษเวชมากเท่าไรก็ยิ่งดี ยิ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากเท่าไรก็ยิ่งดี
สมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่แค่ใช้ปากก็สามารถหลอกลวงคนได้แล้ว
ตอนนั้นช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีจริงๆ ผู้อำนวยการหลี่รู้สึกคิดถึงอดีตเล็กน้อย
โชคดีที่เขาเกิดมาถูกยุค หาเงินก้อนแรกได้สำเร็จ แล้วก็ล้างมือขึ้นฝั่ง ตอนนี้เขาสามารถร่วมมือกับบรรดาปรมาจารย์ด้านศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะเก่งๆ ด้วยวิธีการต่างๆ ได้
อย่างเช่นศาสตราจารย์โจว ที่ทั้งหนุ่มแน่น แข็งแรง และมีระดับทักษะที่เรียกได้ว่าเป็นระดับเฟิร์สคลาสของประเทศ
การได้ตัวเขามาผ่าตัดให้... ผู้อำนวยการหลี่ดีใจจนเนื้อเต้น
คนไข้โชคดี ส่วนเขาเองก็จะได้ใช้เป็นข้ออ้างโฆษณาได้อย่างสบายใจ ประกอบกับการผ่าตัดยืดความยาวมีกำไรมหาศาลจนคาดไม่ถึง เขาราวกับมองเห็นแม่น้ำแห่งเหรียญทองคำร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
เมื่อเห็นศาสตราจารย์โจวเริ่มลั่นไกเครื่องมือเย็บแผล ดวงตาของผู้อำนวยการหลี่ก็หรี่ลงอย่างไม่รู้ตัว
ส่วนศาสตราจารย์ม่อนั้น...
ไอ้คนสมองทึบ ไอ้แก่หัวรั้น ปล่อยให้การผ่าตัดยืดความยาวที่กำไรดีงามหลุดมือไป เอาแต่ขลิบหนังหุ้มปลายอยู่นั่น สมองมีปัญหาชัดๆ
การผ่าตัดเคสหนึ่งสำเร็จลุล่วงไปอย่างราบรื่น ความเร็วในการผ่าตัดของศาสตราจารย์โจวทำให้ผู้อำนวยการหลี่ถึงกับเบิกตาโพลง
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไป การผ่าตัดทั้ง 8 เคสก็เสร็จสิ้น ศาสตราจารย์โจวพอใจกับผลงานการผ่าตัดของตัวเองมาก
"ศาสตราจารย์โจว ฝีมือการผ่าตัดของคุณ เรียกได้ว่าเชี่ยวชาญถึงขีดสุดเลยครับ!" ผู้อำนวยการหลี่กล่าวชม
"การขลิบหนังหุ้มปลายด้วยเครื่องมือเย็บแผลถือเป็นวิธีการผ่าตัดที่ง่ายที่สุดอยู่แล้วครับ ไม่มีอะไรน่าชมหรอก" ศาสตราจารย์โจวหัวเราะ "อาจารย์ของผมไม่ชอบใช้เครื่องมือเย็บแผล ดังนั้นเวลาผมอยู่ที่นั่น ปกติผมก็เลยไม่ค่อยใช้ครับ"
"อาจารย์กู้ไม่ใช้เครื่องมือเย็บแผลหรือครับ"
"อาจารย์มักจะบอกว่าตัวเองแก่แล้ว เป็นพวกหัวโบราณ ไม่ยอมปรับตัว" ศาสตราจารย์โจวถอดชุดผ่าตัดออกแล้วพูดกลั้วหัวเราะ "แต่ผมรู้สึกว่าอาจารย์น่าจะมีความหมายอื่นแฝงอยู่ เพียงแต่ผมยังไม่เข้าใจก็เท่านั้น"
"อาจารย์กู้..." ผู้อำนวยการหลี่เพิ่งพูดออกมาได้สองคำ ก็รู้สึกว่าไม่ว่าจะบรรยายอย่างไรก็ดูจะไม่เหมาะสม จึงกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
"ไฟในห้องผ่าตัดใช้ได้เลย อุปกรณ์ก็ใหม่ทั้งหมด เมื่อกี้ผมลองดูเครื่องช่วยหายใจกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็ถือว่าไม่เลว คาดว่าอาจารย์น่าจะถูกใจนะครับ" ศาสตราจารย์โจวพูด "ผู้อำนวยการหลี่ใส่ใจมากเลยครับ"
"ฮ่าๆๆ" ผู้อำนวยการหลี่กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ "พอรู้ว่าอาจารย์กู้อาจจะมาทำผ่าตัด ผมก็รีบจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่เอี่ยมมาอย่างเร่งด่วนเลย นี่ถือว่าควักเงินเก็บก้นหีบออกมาเลยนะครับ"
"ก็แค่ห้องผ่าตัดห้องเดียว" ศาสตราจารย์โจวบอก "แล้วห้องผ่าตัดห้องอื่นๆ ล่ะครับ สภาพแย่กว่านี้หรือเปล่า"
"แย่กว่านิดหน่อยครับ แต่ไม่มาก เพื่อการผ่าตัดของอาจารย์กู้ ผมต้องทำให้ดีที่สุด ไม่กล้าหละหลวมหรือประมาทแม้แต่น้อยเลย"
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องผ่าตัด พอดีกับที่คนไข้รายหนึ่งถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดข้างๆ
"ศาสตราจารย์ม่อกำลังผ่าตัดอยู่ใช่ไหม" ศาสตราจารย์โจวถามขึ้นลอยๆ
ก็แค่ขลิบหนังหุ้มปลาย ไม่ใช่การผ่าตัดที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงหรือละเอียดอ่อนอะไร เขาจึงขี้เกียจไปดู
"คุณเป็นคนไข้คนสุดท้ายแล้วนะ เห็นคนเข็นออกไปตั้งเยอะแยะ ปลอดภัยกันทุกคน ทำไมถึงยังตื่นเต้นอยู่อีก" พยาบาลพูดกับคนไข้
"ผม..."
คนไข้อธิบายอะไรผู้อำนวยการหลี่ก็ฟังไม่ถนัดนัก แต่ฝีเท้าของเขากลับชะงักงัน ยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
"ผู้อำนวยการหลี่ เป็นอะไรไปครับ" ศาสตราจารย์โจวถาม
"..."
ผู้อำนวยการหลี่เงียบไป ไม่ได้ตอบคำถามของศาสตราจารย์โจว แต่หันกลับไปมองห้องผ่าตัดที่อยู่ติดกัน
ศาสตราจารย์โจวไม่ได้โง่ เขาสามารถเดาความจริงของเรื่องนี้ได้จากสีหน้าของผู้อำนวยการหลี่และคำพูดของพยาบาลเมื่อครู่
"ฝั่งนั้นวันนี้มีผ่าตัดกี่เคสครับ สิบเคสหรือเปล่า" ศาสตราจารย์โจวถามอย่างผ่อนคลาย
ก็แค่ผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายด้วยเครื่องมือเย็บแผล ต่อให้ทำเร็วแล้วมันจะพิสูจน์อะไรได้ล่ะ
ระดับการผ่าตัดมันต่ำเกินไป หมอธรรมดาๆ หลายคนที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องนี้ จะทำเร็วไปบ้างก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว
อีกอย่าง ศาสตราจารย์ม่อก็พาแพทย์ฝึกหัดคนนั้นเข้าห้องผ่าตัดไปก่อนเขาเสียอีก
ดังนั้นศาสตราจารย์โจวจึงคาดเดาว่าฝั่งนั้นน่าจะทำไปแล้ว 9 เคส และกำลังทำเคสสุดท้ายอยู่
"19 เคส..."
ตอนที่ผู้อำนวยการหลี่พูดประโยคนี้ออกมา เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าเสียงของตัวเองแหบแห้งไปอย่างไม่รู้ตัว
"..."
ศาสตราจารย์โจวเองก็อึ้งไปเช่นกัน
ผ่าตัด 19 เคส?
ผ่าตัด 19 เคส!
มากกว่าเคสที่เขาผ่าตัดไปเป็นเท่าตัวแถมยังมีเศษอีกด้วย
เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้! ศาสตราจารย์โจวไม่เชื่อ
ศาสตราจารย์ม่อเป็นอาจารย์แพทย์หัวหน้าทีมของโรงพยาบาลในเครือแห่งที่สอง ระดับความสามารถของเขาไม่ได้ต่ำต้อยเลย เรื่องนี้ศาสตราจารย์โจวเทียนปัวยอมรับ
การผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายโดยใช้เครื่องมือเย็บแผลก็ไม่ได้มีเทคนิคอะไรมากมาย ศาสตราจารย์ม่อคงแค่อาศัยความชำนาญเท่านั้น การที่เขาจะทำได้เร็วกว่าตนสักหน่อยก็พอจะเข้าใจได้
แต่ทว่า!
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะเร็วขนาดนี้!
ศาสตราจารย์โจวมีสีหน้าไม่ต่างจากผู้อำนวยการหลี่ คือเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เขาอดไม่ได้ที่จะหันตัวกลับ เดินตามพยาบาลและคนไข้เข้าไปในห้องผ่าตัดข้างๆ
"ทำตัวตามสบายนะครับ"
ยังไม่ทันที่ศาสตราจารย์โจวจะก้าวเข้าไปในห้องผ่าตัด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านใน
ชายหนุ่มที่เพิ่งใช้เรื่องหุ่นยนต์เมชาสวนกลับผู้อำนวยการหลี่ไปเมื่อครู่ ตอนนี้กลับพูดจาอ่อนโยนถึงแก่นแท้ ราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านใบหน้า
"การผ่าตัดจะเร็วมาก ง่ายมาก แล้วก็ทำเสร็จแล้วจะดูสวยงามมากด้วยครับ" จี๋เสียงปลอบโยนคนไข้
"นอนลงเถอะครับ"
"คุณจะดึงกางเกงไว้ทำไมล่ะ แล้วจะผ่าตัดยังไง" พยาบาลพูด
"ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องรีบ" จี๋เสียงพูดอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณอายไม่กล้าให้พยาบาลเตรียมตัวให้ งั้นเดี๋ยวผมถอดกางเกงให้คุณเอง ความจริงแล้วมันไม่มีอะไรน่าอายหรอกครับ พวกเราเป็นหมอ ในห้องผ่าตัดเราไม่มีการแบ่งแยกเพศหรอก"
"อย่าไปเชื่อคำพูดมั่วๆ ของพวกคนในเน็ตนักเลย ปกติเห็นดูเป็นคนซื่อๆ แต่พอขึ้นเน็ตปุ๊บก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ตอนเด็กๆ พิธีเลือกของคงจะคว้าได้กระบอกฉีดน้ำมาแหงๆ ปัสสาวะไม่เหลืองพออย่าหวังจะฉีดสู้พวกนั้นได้เลย"
ศาสตราจารย์โจวได้ยินจี๋เสียงพูดจาไร้สาระอะไรสักอย่าง จึงเดินเข้าไปช้าๆ
"ศาสตราจารย์โจว ทางคุณเสร็จแล้วหรือครับ" ศาสตราจารย์ม่อผ่าตัดไปเกือบยี่สิบเคสแล้วอารมณ์ดีขึ้นมาก เขาเอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี
ศาสตราจารย์โจวเห็นจี๋เสียงกำลังคุยกับคนไข้ ส่วนศาสตราจารย์ม่อกลับดูเหมือนผู้ช่วยที่กำลังเตรียมเครื่องมือผ่าตัด
มันกลับตาลปัตรกันแล้วไม่ใช่หรือ!
ศาสตราจารย์โจวไม่ค่อยคุ้นเคยกับม่อเฉิงกุยนัก เพียงแต่เคยได้ยินคนพูดกันว่า ม่อเฉิงกุยเป็นคนเหมือนชื่อ ยึดติดกับกฎเกณฑ์ ไม่รู้จักพลิกแพลง และคร่ำครึเอามากๆ
แล้วเขาทนผู้ช่วยที่ตัวเองพามาพูดจาเหลวไหลแถมยังไม่ยอมทำงาน แล้วโยนงานจุกจิกทั้งหมดให้ตัวเองทำได้อย่างไร
"ศาสตราจารย์ม่อ กำลังยุ่งอยู่หรือครับ" ศาสตราจารย์โจวเดินเข้าไปแล้วตอบกลับไปส่งๆ
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ จนเจอใบตรวจเช็กของพยาบาล จึงเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมา
เนื้อหาที่เขียนในใบตรวจเช็กนั้นแตกต่างจากใบบันทึกการให้ยาสลบในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นไม่ใช่ข้อมูลสัญญาณชีพของคนไข้ ทว่าเป็นหมายเลขเครื่องมือที่ใช้
โรงพยาบาลเอกชนก็เริ่มมีมาตรฐานขึ้นเรื่อยๆ
1, 2, 3... จนกระทั่งนับถึง 19 เปลือกตาของศาสตราจารย์โจวก็กระตุกไม่หยุด
เขาไม่แน่ใจ จึงเหลือบมองเวลาอีกครั้ง
เวลาชัดเจนมาก การผ่าตัดเริ่มขึ้นหลังจากที่พวกเขาเจอกันแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของศาสตราจารย์โจวเลือนหายไป กลายเป็นความเคร่งขรึม
เขาคือลูกรักของสวรรค์ เป็นผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่งในการสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมระดับประเทศด้วยคะแนนเกือบเต็ม
ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านมีฐานะยากจน และรีบร้อนอยากทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัวล่ะก็ การสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโทก็เหมือนกับเรื่องเล่นๆ สำหรับเขาเท่านั้น
แม้ว่าภายนอกจะพูดจาสุภาพถ่อมตน แต่นั่นก็เป็นเพราะถูกอาจารย์กู้ตักเตือนมาหลายครั้ง ศาสตราจารย์โจวจึงซ่อนความโดดเด่นของตัวเองเอาไว้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเย่อหยิ่งของเขาจะลดน้อยลงกว่าตอนหนุ่มๆ เลย
เมื่อศาสตราจารย์โจวเอาจริงขึ้นมาก็น่ากลัวอยู่บ้าง ผู้อำนวยการหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าเกรงขามนั้นจนรู้สึกว่าหายใจลำบากขึ้นมาก
ศาสตราจารย์โจวรวบรวมสมาธิยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด เพื่อเตรียมชื่นชมการผ่าตัดของม่อเฉิงกุยสักหน่อย
ทว่าความคาดหวังทั้งหมดของเขากลับต้องว่างเปล่า
"รอยแผลเป็นคือเหรียญตราของลูกผู้ชาย คุณรู้ไหมว่าเหรียญที่เปล่งประกายที่สุดคืออะไร" จี๋เสียงมองหน้าคนไข้แล้วพูดกลั้วหัวเราะ
ม่อเฉิงกุยไม่ได้เป็นศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด แต่กลับยืนนิ่งเงียบเป็นผู้ช่วยอยู่ข้างๆ เรื่องนี้ทำให้ศาสตราจารย์โจวไม่ค่อยเข้าใจนัก
อาจจะเป็นไปได้ว่าม่อเฉิงกุยยกการผ่าตัดเคสสุดท้ายให้เป็นรางวัล เพื่อกระตุ้นให้ชายหนุ่มที่ชื่อจี๋เสียงมีกำลังใจมากขึ้น
ทว่าวินาทีต่อมา ศาสตราจารย์โจวก็ต้องล้มล้างความคิดของตัวเองไป
เขาเห็นจี๋เสียงคุยเล่นกับคนไข้ไปพลาง ขณะที่มือก็กำลังประกอบเครื่องมือเย็บแผลอย่างชำนาญ
ท่าทางคล่องแคล่ว ต่อให้ไม่ต้องใช้ตามอง ความเร็วในการประกอบเครื่องมือเย็บแผลก็ยังเร็วกว่าทุกคนที่ศาสตราจารย์โจวเคยเห็นมา
จี๋เสียงราวกับทหารอาชีพ และยิ่งเหมือนกับนักฆ่าระดับท็อปมากกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างฝังรากลึกอยู่ในสายเลือด ไม่รู้ว่าเขาเคยผ่านการฝึกฝนมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
แค่รายละเอียดตรงนี้ก็ทำให้ศาสตราจารย์โจวรู้สึกเย็นวาบในใจ
ส่วนเรื่องที่จี๋เสียงกำลังพูดอะไรอยู่นั้น เขาไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
การผ่าตัดดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เร็วมากๆ จี๋เสียงคุยเล่นกับคนไข้ไปด้วย ขณะเดียวกันก็ทำการฉีดยาชาและใช้เครื่องมือเย็บแผลทำการขลิบหนังหุ้มปลายจนเสร็จสิ้น
แม้ดูเหมือนจะทำไปเรื่อยเปื่อย แต่ศาสตราจารย์โจวก็รู้ดีว่าการผ่าตัดทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของจี๋เสียง
แม้กระทั่งตอนสุดท้ายที่เสียเวลาไป 12 วินาทีเพื่อสังเกตว่ามีเลือดออกที่บริเวณเส้นสองสลึงหรือไม่ ศาสตราจารย์โจวก็เห็นทั้งหมด
การที่บางคนผ่าตัดได้เร็ว เป็นเพราะละเว้นขั้นตอนบางอย่าง เร็วแบบลวกๆ ทำให้คนดูรู้สึกหงุดหงิดและเกิดความดูถูก
แต่การผ่าตัดของจี๋เสียงนั้นทั้งเร็วและนิ่ง ทุกกระบวนท่า ทุกขั้นตอน จังหวะที่ควรเร็วก็รวดเร็วราวกับสายลม จังหวะที่ควรช้าก็มั่นคงประดุจสุนัขแก่ฟันหลุดที่กำลังนอนอาบแดดอยู่ที่มุมกำแพง
เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ความเร็วมือของเขาก็เหนือมนุษย์แล้ว ความเร็วมือระดับที่ต่อให้เป็นโสดมาห้าสิบปีก็ฝึกไม่ได้ กลับมาปรากฏอยู่บนตัวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
ศาสตราจารย์โจวราวกับราชสีห์ที่ถูกท้าทาย ขนอ่อนทั่วร่างลุกซัน เต็มไปด้วยความระแวดระวังและตื่นเต้น
"ผ่าตัดเสร็จแล้ว กลับบ้านไปก็ทำตามที่ผมบอกได้เลย" หลังผ่าตัดเสร็จจี๋เสียงก็พูดยิ้มๆ กับคนไข้ "อ้อ อย่าไปดูคลิปแต่งกีบเท้าลาก็แล้วกัน"
(จบแล้ว)