เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 8 เบื้องหลังวังสวรรค์

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 8 เบื้องหลังวังสวรรค์

ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 8 เบื้องหลังวังสวรรค์


ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 8 เบื้องหลังวังสวรรค์

จี๋อวิ๋นมองดูสีหน้าของกู้ชิงเฟิงและชายชราไป๋อวี่ที่ตกตะลึงจนพูดไม่ออกอีกครั้ง ก็แอบยิ้มอยู่ในใจ

เช่นนี้แหละ ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาก็จะยิ่งคาดเดาความแข็งแกร่งของวังสวรรค์สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นานวันเข้าก็จะยำเกรงอย่างถึงที่สุด

“เรื่องราวของวังสวรรค์ รอเจ้าเป็นถึงทหารสวรรค์เมื่อใด ค่อยให้เจ้ารับรู้”

“เมื่อถึงเวลานั้น เจ้าจะพบว่า แท้จริงแล้วระดับเทพแท้หาได้ยิ่งใหญ่ไม่ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งในวังสวรรค์ เวลาที่พวกเขาปิดด่านบำเพ็ญล้วนใช้หน่วยเป็นหมื่นปี”

จี๋อวิ๋นควบคุมเฟยเผิง เอ่ยถ้อยคำอันน่าตกตะลึงออกมาอีกครั้ง

ทำให้กู้ชิงเฟิงและชายชราไป๋อวี่ที่เพิ่งจะรู้สึกหายตกตะลึง กลับจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความตกตะลึงอย่างที่สุดอีกครั้ง

ดังที่ทุกคนทราบ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพแท้ก็มีอายุขัยเพียงหนึ่งหมื่นปีเท่านั้น

ต่อให้มีชีวิตที่สอง ก็แค่สองหมื่นปีเท่านั้น

แต่เมื่อฟังจากคำพูดของเฟยเผิงแล้ว แม้แต่ผู้แข็งแกร่งในวังสวรรค์ยังปิดด่านบำเพ็ญเป็นหน่วยหมื่นปี

เช่นนี้แล้ว อายุขัยของอีกฝ่ายมิเท่ากับไม่มีที่สิ้นสุดหรือ

ริมฝีปากของกู้ชิงเฟิงสั่นเทา เขาไม่อาจเชื่อได้ “ผู้แข็งแกร่งที่ปิดด่านบำเพ็ญเป็นหน่วยหมื่นปีมีอยู่จริง ๆ หรือ”

“ตามทฤษฎีแล้วมีอยู่จริง เมื่อครั้งกระโน้นเทพแท้กลไกสวรรค์เคยใช้อายุขัยห้าพันปีของตนเป็นเดิมพัน ทำนายทายทักจึงทราบว่าเมื่อหลายล้านปีก่อนเคยมียุคสมัยที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เรียกว่ายุคอมตะ”

“สิ่งมีชีวิตในยุคนั้นมีอายุขัยมากกว่าห้าพันปี ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดล้วนมีชีวิตเป็นอมตะ!”

ชายชราไป๋อวี่ส่งกระแสจิตไปหากู้ชิงเฟิง

“ศิษย์รัก วังสวรรค์แห่งนี้อาจจะเป็นหนึ่งในขุมอำนาจที่สืบทอดมาจากยุคอมตะ!”

ทั้งทัศนคติและมุมมองโลกของกู้ชิงเฟิงล้วนแตกสลายเพราะความตกตะลึง!

ในยุคโบราณแท้จริงแล้วยังมียุคอมตะอยู่

ส่วนวังสวรรค์แห่งนี้กลับมาจากยุคอมตะเช่นนั้นหรือ!?

หากเรื่องนี้แพร่ออกไป คงทำให้ห้ามหามณฑลเทพต้องสั่นสะเทือนเป็นแน่!

อย่างไรเสีย ความเป็นอมตะย่อมเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญใฝ่ฝันมาโดยตลอด

หลายล้านปีที่ผ่านมา ยอดอัจฉริยะมากมายต่างดิ้นรนต่อสู้บนเส้นทางนี้

แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวโดยไม่มีข้อยกเว้น

แต่ในตอนนี้ ภายในวังสวรรค์กลับมีหนทางสู่ความเป็นอมตะ!

“โอกาส นี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่!”

ชายชราไป๋อวี่ตื่นเต้นอย่างที่สุด “ศิษย์รัก เจ้าช่างโชคดียิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะได้เข้าร่วมกับขุมอำนาจโบราณจากยุคอมตะ!”

“ตราบใดที่เจ้าเข้าร่วมวังสวรรค์ได้ ต่อให้เป็นเพียงทหารสวรรค์ก็ได้รับประโยชน์มหาศาลแล้ว!”

ไม่แปลกที่ชายชราไป๋อวี่จะเชื่อเช่นนี้ เพราะหลังจากการปูทางมาก่อนหน้านี้ เขาก็เชื่ออย่างสนิทใจแล้ว

ให้พวกเขาเชื่อก่อนว่าวังสวรรค์เป็นขุมอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว จากนั้นจึงค่อย ๆ เปิดเผยเบื้องหลัง ทำให้เกิดความตกตะลึงอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น จุดที่ฉลาดที่สุดของจี๋อวิ๋นคือไม่ได้อธิบายอย่างชัดเจน แต่เป็นการเปิดเผยออกมาทีละเล็กทีละน้อย ส่วนที่เหลือให้ชายชราไป๋อวี่และกู้ชิงเฟิงไปคิดเอาเอง

อย่างไรเสีย มนุษย์ล้วนเชื่อใน ‘ความจริง’ ที่ตนเองจินตนาการขึ้นมา

ส่วนสาเหตุที่จี๋อวิ๋นกล้าทำเช่นนี้โดยไม่กลัวว่าจะถูกเปิดโปง ก็เพราะเขารู้ดีว่าประวัติศาสตร์ของโลกเบื้องล่างนั้นไม่สมบูรณ์

ตอนที่เขายังเป็นบุตรของราชาอสูร เขาเคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์

ในอดีตโลกเบื้องล่างและโลกเบื้องบนนั้นเชื่อมต่อกัน แต่หลังจากนั้นขุมอำนาจต่าง ๆ ในโลกเบื้องบน ทั้งโลกอสูร โลกเซียน โลกมาร ต่างก็ทำสงครามแย่งชิงกัน

ทำให้เส้นทางเชื่อมต่อถูกทำลาย

เมื่อปราศจากอายุขัยจากโลกเบื้องบน อายุขัยของสิ่งมีชีวิตในโลกเบื้องล่างจึงลดลงเรื่อย ๆ

จนกระทั่งทุกวันนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดก็มีอายุขัยเพียงหมื่นปีเท่านั้น ประวัติศาสตร์ในอดีตจึงเลือนหายไป

จี๋อวิ๋นรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี เขาจึงกล้าพูดเช่นนี้

“เอาล่ะ เรื่องนี้ยังอีกไกลเกินไปสำหรับเจ้า ตอนนี้ทำเรื่องสำคัญก่อน นำทางไป”

จากนั้นจี๋อวิ๋นก็ควบคุมหุ่นเชิดเฟยเผิงกล่าว

กู้ชิงเฟิงรีบระงับความตกตะลึงและตื่นเต้นในใจ ก่อนจะเริ่มนำทางอย่างจริงจัง ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

เพราะเขาตัดสินใจในใจแล้วว่าจะต้องเกาะต้นขาแห่งวังสวรรค์แห่งนี้ให้มั่น

เรื่องแก้แค้นช่างมันเถิด ข้าจะต้องเป็นอมตะ!

……………

อีกด้านหนึ่ง

ภายในสำนักวิญญาณชาดเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าหวาดกลัว

เพราะผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักวิญญาณชาด ผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งปราชญ์ที่เป็นรองเพียงประมุขสำนักฉือซงจื่อกลับสิ้นชีพ!

ในตอนนี้ ภายในโถงใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน

ฉือซงจื่อพยายามระงับความโกรธ ก่อนจะมองไปยังผู้อาวุโสผมสีขาวที่อยู่เบื้องล่าง เอ่ยถามว่า “สืบหาที่มาของวังสวรรค์แห่งนี้ได้หรือยัง”

ตอนที่ผู้อาวุโสใหญ่ฉือเหยียนสิ้นใจ เขาได้ส่งข้อความกลับมาสองคำผ่านศิลาประทับวิญญาณ

สองคำนั้นก็คือ วังสวรรค์

แน่นอนว่าสำนักวิญญาณชาดรู้ดีว่าการตายของผู้อาวุโสใหญ่ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับวังสวรรค์แห่งนี้

ผู้อาวุโสผมขาวส่ายหน้า “ข้าตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ไม่พบขุมอำนาจที่ชื่อว่าวังสวรรค์ ราวกับเพิ่งปรากฏขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น”

“ไม่ว่าจะเพิ่งปรากฏขึ้นหรือไม่ พวกมันกล้าท้าทายสำนักวิญญาณชาดของเรา สังหารผู้อาวุโสใหญ่ พวกเราจะไม่ปล่อยวังสวรรค์แห่งนี้ไปอย่างแน่นอน!”

ผู้อาวุโสที่สนับสนุนการทำสงครามเอ่ยขึ้น

ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างเห็นด้วย

สำนักวิญญาณชาดของพวกเขาครอบครองดินแดนแถบนี้มานาน ใครบ้างที่กล้าท้าทาย!

วังสวรรค์นี้ พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แสดงว่าไม่ใช่ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งอันใด

คงจะฉวยโอกาสตอนที่ผู้อาวุโสใหญ่เผลอจึงสามารถสังหารได้!

ฉือซงจื่อที่นั่งอยู่บนบัลลังก์กำลังจะเอ่ยปาก

ทันใดนั้น รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวราวกับขุมนรกก็พลันปรากฏขึ้น ปกคลุมทั่วทั้งสำนักวิญญาณชาด!

ภายใต้รัศมีกดดันนี้ เหล่าศิษย์และคนรับใช้ของสำนักวิญญาณชาดต่างสั่นสะท้าน ไม่อาจต้านทาน ต่างต้องคุกเข่าลง

“รัศมี… รัศมีปราชญ์!”

ผู้คนของสำนักวิญญาณชาดมีสีหน้าซีดเผือด เอ่ยด้วยความหวาดกลัว

ตู้ม!

ในตอนนั้น รัศมีปราชญ์อีกสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากโถงใหญ่ของสำนักวิญญาณชาด ปะทะเข้ากับรัศมีปราชญ์สายแรก

ชั่วขณะถัดมา แสงสว่างวาบ ร่างเงากว่าสิบร่างก็พุ่งออกมาจากโถงใหญ่ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

ผู้นำก็คือ ฉือซงจื่อ

ในเวลานี้ เขามองดูร่างชุดเกราะสีเงินที่ยืนอยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าใต้เท้ามาที่นี่มีธุระอันใดหรือ”

“สำนักวิญญาณชาดกล้าท้าทายอำนาจของวังสวรรค์ถึงสองครั้งสองครา ข้าจึงมาเพื่อกำจัดสำนักวิญญาณชาดเป็นการสั่งสอน!”

ร่างชุดเกราะสีเงินกล่าวอย่างเย็นชา

“วังสวรรค์? เจ้าเป็นคนฆ่าผู้อาวุโสใหญ่ของข้า!”

ดวงตาของฉือซงจื่อพลันเย็นยะเยือก “เพียงแค่เจ้าคนเดียว ก็อยากจะทำลายสำนักวิญญาณชาดของข้าหรือ เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับปราชญ์ คิดจะปีนเกลียวหรือกระไร”

“ในเมื่อเจ้ามาถึงสำนักวิญญาณชาดแล้วก็อย่าได้จากไป ข้าจะฆ่าเจ้าก่อน จากนั้นจึงค่อยทำลายวังสวรรค์ของเจ้า!”

ในฐานะที่เป็นผู้แข็งแกร่งระดับปราชญ์ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นถิ่นของสำนักวิญญาณชาด ฉือซงจื่อจึงมั่นใจเช่นนี้

ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา ความมั่นใจบนใบหน้าของเขาก็พลันหายวับไป

เห็นเพียงเบื้องหลังร่างชุดเกราะสีเงินปรากฏร่างเงาเดินตามออกมาอีกเก้าร่าง

ทุกร่างต่างสวมชุดเกราะสีเงิน ถือหอกเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาล้วนแผ่รัศมีปราชญ์อันยิ่งใหญ่ สั่นสะเทือนฟ้าดิน!

สิบคน มีระดับปราชญ์ถึงสิบคน!

จบบทที่ ระบบหุ่นเชิดในตำนาน ตอนที่ 8 เบื้องหลังวังสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว