- หน้าแรก
- ซิงเทียน จอมเทพคลั่งสะท้านภพ
- บทที่ 35 - แลกชีวิต
บทที่ 35 - แลกชีวิต
บทที่ 35 - แลกชีวิต
บทที่ 35 - แลกชีวิต
ในโลกหงฮวง ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง ข้อนี้ปรมาจารย์เต๋าหงจวินรู้ดีที่สุด ที่ผ่านมาเขายอมอดทนก็เพราะไม่อยากเปิดเผยเจตนาแท้จริง ไม่อยากให้หนทางสู่การบรรลุมรรคาต้องสะดุด แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องลงมือ เพราะสถานการณ์เริ่มบานปลายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
แน่นอนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะเป็นทัณฑ์สวรรค์หรือกลิ่นอายผานกู่บนเขาปู้โจว พวกมันยังตื่นขึ้นมาไม่เต็มที่ พลังที่แสดงออกมาเป็นเพียงส่วนเสี้ยวของพลังทั้งหมดเท่านั้น พลังส่วนใหญ่ยังคงหลับใหล หรือพูดให้ถูกคือถูกดึงรั้งเอาไว้ต่างหาก
พลังของลิขิตสวรรค์อ่อนแอลงเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสตั้งแต่ตอนที่ผานกู่เบิกฟ้า ส่วนพลังของเขาปู้โจวก็ต้องค้ำยันโลกหงฮวงทั้งใบ พลังที่สามารถดึงมาใช้ได้ย่อมมีอยู่น้อยนิด
ด้วยเหตุที่ปรมาจารย์เต๋าหงจวินมองทะลุถึงขีดจำกัดของพลังลิขิตสวรรค์และเขาปู้โจวนี่เอง เขาจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะสู้สุดชีวิต นี่คือโอกาสทองของเขา! ส่วนความเป็นตายของพวกสิงเทียนนั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาของปรมาจารย์เต๋าหงจวินเลย สำหรับเขาแล้ว ผลประโยชน์ของตัวเองย่อมมาเป็นอันดับหนึ่ง!
แม้จะมีปณิธานแน่วแน่ว่าจะสยบทุกสิ่งและเข้าควบคุมโลกหงฮวง ทว่าปรมาจารย์เต๋าหงจวินก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ การกระทำใดๆ ย่อมต้องอาศัยความระมัดระวังรอบคอบ ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญระดับนี้ยิ่งต้องรัดกุม เขาต้องการรอคอยจังหวะที่ดีที่สุด เพื่อหวังจะเผด็จศึกพลิกสถานการณ์ในคราเดียว!
เผด็จศึกในคราเดียว คิดน่ะง่าย แต่จะทำได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคน ท้ายที่สุดแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่ชี้ชะตาโลกหงฮวงทั้งใบ
เหตุการณ์ใหญ่โตบนเขาปู้โจวขนาดนี้ หากบอกว่าสิบสองปรมาจารย์อูไม่รู้สึกถึงความผิดปกติก็คงจะโกหก แต่พวกเขากลับนิ่งเฉยไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ แม้สิงเทียนจะถือตัวว่าเป็นคนของเผ่าพันธุ์อู ทว่าในบรรดาสิบสองปรมาจารย์อู นอกจากโฮ่วถู่ปรมาจารย์อูที่รู้สึกดีกับเขาอยู่บ้างแล้ว อีกสิบเอ็ดคนที่เหลือกลับไม่ค่อยใส่ใจเขานัก ต่อให้พลังที่สิงเทียนแสดงออกมาจะทำให้พวกเขาทึ่ง แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดจะรับสิงเทียนเข้าเผ่าพันธุ์อูเลย กลับกัน พวกเขายังรู้สึกระแวง กลัวว่าความแข็งแกร่งของสิงเทียนจะมากระทบต่อสถานะของพวกตน
มนุษย์ย่อมมีความเห็นแก่ตัว นี่คือสัจธรรมที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม้แต่สิบสองปรมาจารย์อูก็ไม่มีข้อยกเว้น นี่คือสันดานดิบ ต่อให้เห็นสิงเทียนกำลังตกอยู่ในความเป็นความตาย สิบสองปรมาจารย์อูก็ไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยเลยแม้แต่น้อย!
"ไปตายซะ!" สิงเทียนคำรามก้อง ไม่สนใจการโจมตีของไท่ซ่างเหลาจวิน เขาอาศัยจังหวะที่หยวนสือเทียนจุนถูกตี้จวิ้นพัวพัน เปิดฉากโจมตีอย่างดุดันที่สุด เงาร่างของทวนกลืนวิญญาณถูกเขาสร้างขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็นลำแสงพุ่งทะลวงเข้าใส่หัวใจของหยวนสือเทียนจุนอย่างโหดเหี้ยม
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตราย และชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย สิงเทียนรู้ดีว่าตนต้องทำเช่นไร ในเวลานี้เขาจะแสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงมีแต่ตายลูกเดียว เขาต้องแสดงความเหี้ยมโหดออกมาให้ถึงที่สุด สยบทุกคนให้ยอมจำนน จึงจะมีทางรอด
ด้วยเหตุที่มองสถานการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง สิงเทียนจึงเมินเฉยต่อการโจมตีของไท่ซ่างเหลาจวิน และทุ่มสรรพกำลังใช้ไพ่ตายโจมตีหยวนสือเทียนจุนอย่างไม่คิดชีวิต
สิงเทียนต้องการสังหารหยวนสือเทียนจุนให้ตกตายในคราเดียว หวังใช้ชีวิตของอีกฝ่ายเป็นแท่นบูชายัญสร้างความเกรงขาม ทำให้ซานชิงรู้ซึ้งว่าผลของการเป็นศัตรูกับเขานั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด หากอยากจะเอาชีวิตเขา ก็ต้องเอาชีวิตตัวเองมาแลก!
กล้าหมายหัวข้า ก็จงเตรียมใจตายซะ นี่คือความคิดเดียวของสิงเทียนในยามนี้ ไม่ว่าใครที่อยากได้ชีวิตเขา ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสม!
ปัง! เสียงปะทะดังกัมปนาท เจดีย์หลิงหลงเสวียนหวงแห่งฟ้าดินที่ไท่ซ่างเหลาจวินซัดออกมากระแทกเข้าที่แขนของสิงเทียนอย่างจัง พลังทำลายล้างนั้นบดขยี้กระดูกแขนท่อนหนึ่งของสิงเทียนจนแหลกละเอียด ระฆังความโกลาหลที่เป็นของวิเศษสุดยอดหลุดกระเด็นออกจากมือ!
แม้ไท่ซ่างเหลาจวินจะบรรลุเป้าหมาย ปัดระฆังความโกลาหลร่วงจากมือสิงเทียนได้สำเร็จ แต่การโจมตีของสิงเทียนก็พุ่งเป้าไปที่หยวนสือเทียนจุนอย่างจังเช่นกัน
แม้หยวนสือเทียนจุนจะเป็นหนึ่งในซานชิง มีวาสนาและบุญกุศลมหาศาล ทว่าตอนนี้เขาไม่มีของวิเศษคุ้มกาย การโจมตีของสิงเทียนจึงทะลวงผ่านร่างของเขาไปได้อย่างง่ายดายด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว เงาร่างของทวนกลืนวิญญาณเจาะทะลุร่างเขาอย่างโหดเหี้ยม และยังส่งผลกระทบไปถึงจิตวิญญาณของเขาด้วย
อ๊าก! เมื่อจิตวิญญาณถูกทำร้าย หยวนสือเทียนจุนก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดอย่างลืมตัว การแลกชีวิตด้วยชีวิตของสิงเทียน ทำให้ทุกคนหวาดผวา
ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่คือความประทับใจแรกที่ทุกคนมีต่อสิงเทียน คนบ้าที่กล้าเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อเดิมพัน
หยวนสือเทียนจุนตั้งใจจะลอบโจมตีสิงเทียน แต่น่าเสียดายที่แผนการถูกตี้จวิ้นขัดขวาง ไม่เพียงลอบโจมตีไม่สำเร็จ กลับถูกสิงเทียนเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส
สำหรับคนบ้าคลั่งอย่างสิงเทียน เขาไม่เคยปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ เมื่อโจมตีสำเร็จย่อมไม่ยอมปล่อยหยวนสือเทียนจุนไปง่ายๆ เป้าหมายของเขาคือการสังหาร ไม่ใช่แค่ทำให้บาดเจ็บสาหัส!
ชั่วพริบตา สิงเทียนก็ทำเรื่องบ้าคลั่งขึ้นไปอีกขั้น แขนข้างหนึ่งของเขาถูกไท่ซ่างเหลาจวินทำลายไปแล้วก็จริง แต่เขายังมีขา ไท่ซ่างเหลาจวินอยากได้ระฆังความโกลาหล ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน!
ทันใดนั้น สิงเทียนก็ตวัดขาขวาเตะอัดระฆังความโกลาหลที่กำลังร่วงหล่นลงพื้นอย่างเต็มแรง พร้อมกับตวาดลั่น "ไท่ซ่างเหลาจวิน เจ้าอยากได้ของวิเศษชิ้นนี้นักใช่ไหม งั้นบิดาจะมอบให้เจ้าเอง!"
ด้วยแรงเตะของสิงเทียน ระฆังความโกลาหลพุ่งเข้าชนไท่ซ่างเหลาจวินด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างมหาศาล ด้วยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวของสิงเทียนบวกกับพลังของระฆังความโกลาหล หากไท่ซ่างเหลาจวินโดนเข้าไปเต็มๆ ย่อมต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วสิงเทียนในตอนนี้ได้แผดเผาสายเลือดของตนเองเพื่อแลกกับพลังอันมหาศาลมาแล้ว
ในเวลาเดียวกัน สิงเทียนอาศัยแรงส่งจากการเตะ พุ่งทะยานเข้าหาหยวนสือเทียนจุนดุจสายฟ้าแลบ แขนข้างที่ยังดีอยู่พุ่งทะลวงเข้าใส่ศีรษะของหยวนสือเทียนจุนราวกับดาวตก
การโจมตีอันดุดันของสิงเทียนต้อนหยวนสือเทียนจุนเข้าสู่ทางตันในพริบตา เวลานี้ผู้นำลัทธิทงเทียนทนดูต่อไปไม่ไหว ตวาดเสียงกร้าว "ฝูซี หนี่ว์วา พวกเจ้าหลบไปให้พ้น!"
เมื่อเห็นพี่ชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ผู้นำลัทธิทงเทียนก็ปลดปล่อยจิตสังหารอันไร้ขอบเขตออกมา สายตาจ้องเขม็งไปที่ฝูซีและพระแม่หนี่ว์วา พร้อมเปิดฉากโจมตีได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายไม่ยอมถอย
เมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้นำลัทธิทงเทียน ฝูซีและพระแม่หนี่ว์วาก็เกิดความลังเล แม้จะอยากขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ของตี้จวิ้น แต่พวกเขาก็ไม่อยากบาดหมางจนเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับซานชิงเช่นกัน
กลืนไม่เข้าคายไม่ออก! สถานการณ์ตรงหน้าทำให้ฝูซีและพระแม่หนี่ว์วาทำตัวไม่ถูก พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าตี้จวิ้นและไท่อีจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ถึงกับร่วมมือกับสิงเทียนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ โจมตีหยวนสือเทียนจุนและไท่ซ่างเหลาจวินอย่างโหดเหี้ยมที่สุด
ใช่แล้ว! ตี้จวิ้นและไท่อีเปิดฉากโจมตีอย่างเหี้ยมโหดที่สุดในวินาทีนี้ เมื่อเห็นสิงเทียนเตะระฆังความโกลาหลปลิวไป ไท่อีก็ตาเป็นประกาย โอกาสมาแล้ว! โอกาสที่จะชิงระฆังความโกลาหลกลับคืนมา! เขาไม่สนอาการบาดเจ็บของตัวเอง พุ่งตัวทะยานแหวกอากาศไปคว้าคอไท่ซ่างเหลาจวินทันที!
สำหรับไท่อี สิ่งสำคัญที่สุดคือการชิงระฆังความโกลาหลกลับคืนมา เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ซานชิงจะเก่งกาจแค่ไหนเขาก็ไม่สน หากพลาดโอกาสนี้ เขาอาจจะสูญเสียระฆังความโกลาหลไปตลอดกาล
"ไอ้สารเลว!" แม้ไท่ซ่างเหลาจวินจะมีจิตใจมั่นคงเพียงใด แต่ก็ไม่อาจสะกดกลั้นความโกรธแค้นไว้ได้ อุตส่าห์ปัดระฆังความโกลาหลหลุดจากมือสิงเทียนได้สำเร็จ กำลังจะได้ครอบครองของวิเศษชิ้นนี้อยู่แล้วเชียว ใครจะไปคิดว่าไท่อีจะโผล่มาลอบโจมตี ทำให้เขาต้องหยุดมือเพื่อป้องกันตัว
ถึงไท่ซ่างเหลาจวินจะเป็นผู้นำของซานชิง มีเจตียหลิงหลงเสวียนหวงคอยคุ้มกาย แต่เขาก็ไม่กล้าเอาตัวเข้าไปรับการโจมตีของไท่อีตรงๆ เขาไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแกร่งและไม่บ้าบิ่นเหมือนสิงเทียน ระฆังความโกลาหลจะล้ำค่าแค่ไหน เมื่อเทียบกับชีวิตตัวเองแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับเศษธุลี หากตายไป ทุกอย่างก็จบสิ้น
เมื่อไร้ทางเลือก ไท่ซ่างเหลาจวินจึงต้องปล่อยโอกาสทองในการครอบครองระฆังความโกลาหลให้หลุดมือไป เขาคงลืมไปว่า ระฆังความโกลาหลชิ้นนี้เดิมทีก็เป็นของไท่อีอยู่แล้ว การที่ไท่อีจะลงมือชิงสมบัติของตนเองกลับคืนมาย่อมเป็นเรื่องปกติที่สุด!
ทว่าน่าเสียดาย ในใจของไท่ซ่างเหลาจวินไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาจดจำความแค้นที่มีต่อสองพี่น้องตี้จวิ้นและไท่อีฝังลึกถึงกระดูกดำ เป็นเพราะการลอบโจมตีของพวกมัน ทำให้เขาพลาดโอกาสดีๆ เช่นนี้ไป!
(จบแล้ว)