- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 100 - บุกตีถึงหน้าบ้าน!
บทที่ 100 - บุกตีถึงหน้าบ้าน!
บทที่ 100 - บุกตีถึงหน้าบ้าน!
บทที่ 100 - บุกตีถึงหน้าบ้าน!
แต่ทว่า ทหารยามคนนั้นยังไม่ทันก้าวขาออกไป ร่างเงาสายหนึ่งก็พุ่งวาบเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับหมัดลุ่นๆ ซัดเข้าใส่หน้า ส่งร่างของมันกระเด็นลอยไปกองรวมกับเพื่อนทหารยามอีกคน
"จางเลี่ย โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
เย่เซวียนเงยหน้าขึ้นฟ้า ตะโกนลั่น เสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วบริเวณ ดังไปไกลถึงครึ่งค่อนเมือง
ชาวเมืองพากันงุนงง จางเลี่ยคือใครกัน?
แต่เพียงชั่วอึดใจ พวกเขาก็นึกขึ้นได้
จางเลี่ย ก็คือท่านเจ้าเมืองว่านจินไม่ใช่หรือ?
ใครกันที่ขวัญกล้าเทียมฟ้า กล้ามาตะโกนท้าทายท่านเจ้าเมืองว่านจินถึงหน้าจวน?
พริบตาเดียว ฝูงชนก็แห่กันมามุงดู จนเต็มลานหน้าจวนเจ้าเมือง แล้วพวกเขาก็เห็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนเด่นเป็นสง่าอยู่
หมอนี่น่ะหรือ?
"เอ๊ะ เด็กหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่ลูกเขยตระกูลเซวียหรอกหรือ?"
มีคนในฝูงชนจำหน้าเย่เซวียนได้
"อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง เมื่อไม่กี่วันก่อนตระกูลเซวียถูกตั้งข้อหาขายชาติ หมอนี่คงมาช่วยตระกูลเซวียสินะ!"
"แต่ข้อหาขายชาติ โทษถึงประหารเชียวนะ หมอนี่จะช่วยได้หรือ?"
"ก็ไม่แน่นะ หมอนี่เป็นถึงศิษย์ของรองประมุขสำนักเลี่ยอวิ๋นเชียวนะ สำนักเลี่ยอวิ๋นเป็นสำนักใหญ่ ได้ยินมาว่าท่านประมุขเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานเลยล่ะ"
ถึงแม้ในหมู่ชาวบ้านจะมีคนธรรมดาปะปนอยู่มาก แต่ก็มีพวกหูตากว้างไกลอยู่ไม่น้อย
ไม่นาน ฝูงชนก็เริ่มเบียดเสียดกันหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน ที่ด้านในจวนเจ้าเมือง ก็มียอดฝีมือกรูกันออกมาเป็นพรวน มีทั้งองครักษ์และผู้อาวุโสรับเชิญที่จางเลี่ยกว้านซื้อตัวมา
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน กล้าดีบังอาจมาเรียกชื่อท่านเจ้าเมืองหน้าจวนเชียวรึ?"
ชายร่างบึกบึนเดินนำหน้าขบวนยอดฝีมือเหล่านั้นออกมา
เพียงแค่โผล่หน้ามา ก็มีคนจำเขาได้ทันที
"เฉาป้านี่นา หัวหน้าองครักษ์ของจวนเจ้าเมืองเฉาป้า!"
"ได้ยินมาว่าเขาเป็นผู้อาวุโสรับเชิญที่ท่านเจ้าเมืองเพิ่งรับเข้ามา อดีตเคยเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนของสำนักเลี่ยเทียน ฝีมือร้ายกาจน่าดูเลย"
ทันทีที่ชายร่างยักษ์เดินออกมา ชาวบ้านที่มุงดูก็พากันถอยกรูดไปคนละก้าวสองก้าว เพราะกิตติศัพท์ความโหดเหี้ยมของเฉาป้าเลื่องลือไปทั่วเมือง เดือนนี้เดือนเดียว เขาก็ซัดคนตายไปตั้งหลายศพ แถมยังเป็นชาวบ้านตาดำๆ ทั้งนั้นด้วย
ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของเขา จึงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมืองว่านจิน
"แกใช่ไหม ที่มายืนแหกปากโวยวายอยู่ตรงนี้?" เฉาป้ากวาดตามองรอบๆ ก่อนจะเพ่งสายตาไปที่เย่เซวียน
เย่เซวียนมองตอบ สัมผัสได้ถึงพลังอันเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย ไม่นึกเลยว่าจางเลี่ยจะดึงตัวผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้ามาเป็นพวกได้ โชคดีไม่เบาเลยนะ
"ใช่แล้ว!"
เย่เซวียนพยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน
"กล้าดีนักนะ รนหาที่ตาย!"
เฉาป้าเป็นพวกใจร้อน พอเห็นว่าเจรจาไม่เป็นผล ก็ลงมือทันที เขากระโจนพรวดเข้ามา เงื้อมือใหญ่เท่าฝ่ามือหมีฟาดเข้าที่หน้าเย่เซวียน ฝ่ามือนี้ถ้าฟาดโดนคนธรรมดา หัวคงหลุดกระเด็นออกจากบ่าเป็นแน่
"ซวยแล้ว ฝ่ามือของเฉาป้าไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ ไอ้หนุ่มนี่ไม่รอดแน่!"
หลายคนหลับตาปี๋ ไม่อยากดูฉากสยองขวัญ
เพียะ!
ยังไม่ทันที่บางคนจะหลับตาสนิท เสียงตบหน้าก็ดังก้องขึ้น พร้อมกับเสียงอุทานเซ็งแซ่ของฝูงชน
แต่ภาพตรงหน้ากลับผิดคาด เย่เซวียนยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม ส่วนเฉาป้านั้น หายวับไปแล้ว
"เฉาป้าหายไปไหน?"
"มะ... เหมือนจะปลิวเข้าไปในจวนแล้วนะ"
"เป็นไปได้ยังไง?"
หลายคนขยี้ตาอย่างไม่เชื่อสายตา พวกที่ลืมตาดูอยู่ก็มองไม่ทันว่าเย่เซวียนลงมือตอนไหน ไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าเฉาป้าปลิวเข้าไปได้ยังไง มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ไม่กี่คนเท่านั้นที่มองเห็นภาพติดตาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
เย่เซวียนไม่เก็บเฉาป้ามาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย หลังจากซัดเฉาป้ากระเด็นไปแล้ว เขาก็แหกปากตะโกนเรียกจางเลี่ยอีกครั้ง "จางเลี่ย โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้!"
"ใครกล้ามาโวยวายหาข้า?"
เสียงของเย่เซวียนยังไม่ทันขาดคำ ชายคนหนึ่งก็ก้าวเท้าออกจากจวนเจ้าเมือง ไม่ใช่ใครที่ไหน จางเลี่ยที่เย่เซวียนเคยเจอหน้ามาแล้วครั้งหนึ่งนั่นเอง
"เจ้าเองรึ?"
พอเห็นหน้าเย่เซวียน จางเลี่ยก็อุทานลั่น เพราะเย่เซวียนคือคนที่ฆ่าลูกชายเขานี่นา
"ใช่ ข้าเอง!" เย่เซวียนพยักหน้า
ขณะเดียวกัน เขาก็สังเกตเห็นว่าร่างกายของจางเลี่ยสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้น ท่าทางเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาขย้ำคอเขาได้ทุกเมื่อ
แต่จางเลี่ยก็รู้ดีว่าเย่เซวียนมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
ลูกศิษย์ของรองประมุขสำนักเลี่ยอวิ๋น!
เขาจะลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด!
"เย่เซวียน เจ้าเป็นคนฆ่าลูกข้า วันนี้ยังมีหน้ามาเสนอหน้าต่อหน้าข้าอีกรึ?" จางเลี่ยกัดฟันกรอด หน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธ
อะไรนะ?
ชาวเมืองที่มุงดูอยู่ต่างพากันฮือฮา
นายน้อยแห่งเมืองว่านจิน ถูกฆ่าตายแล้วรึ?
แถมคนฆ่าคือลูกเขยตระกูลเซวียนอีก?
ทีนี้ ชาวเมืองก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ว่าทำไมจางเลี่ยถึงจับตัวเซวียไห่ไปขัง ที่แท้เรื่องราวก็เป็นแบบนี้นี่เอง
แก้แค้น!
นี่มันการใช้อำนาจในทางมิชอบเพื่อแก้แค้นชัดๆ!
"ท่านเจ้าเมืองจาง ช่างกล้าหาญชาญชัยนักนะ อยากได้ทรัพย์สินของตระกูลเซวีย ถึงกับกล้ายัดข้อหาขายชาติให้ตระกูลเซวียเลยรึ ช่างกล้าหาญเสียจริง!"
เย่เซวียนจ้องหน้าจางเลี่ยด้วยสายตาเย็นชา
"เจ้าพูดพล่อยๆ!" โดนเย่เซวียนแฉกลางแจ้ง จางเลี่ยก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนสวนกลับไปทันควัน
"พูดพล่อยหรือไม่ ต้องดูที่หลักฐาน แต่ข้า เย่เซวียน รู้แค่ว่า ท่านจับครอบครัวพ่อตาข้าไป" เย่เซวียนหรี่ตาลง
"ตระกูลเซวียสมคบคิดศัตรูขายชาติ มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา" จางเลี่ยเถียงกลับ
"ข้าบอกแล้วไง ว่าข้ารู้แค่ว่าท่านจับครอบครัวพ่อตาข้าไป ไม่สนว่าท่านจะมีหลักฐานหรือเปล่า ข้าหวังว่าท่านจะปล่อยตัวพวกเขาซะ" ถึงเย่เซวียนจะใช้คำว่า 'หวังว่า' แต่น้ำเสียงของเขากลับแข็งกร้าวสุดๆ ประมาณว่าถ้าไม่ปล่อย ข้าไม่เอาไว้แน่
จางเลี่ยเป็นถึงเจ้าเมือง แต่เย่เซวียนกลับมาทำกร่างใส่เขาแบบนี้ มันหยามหน้ากันชัดๆ เขาจึงตวาดแหว "ช่างปากดีนักนะ เจ้าเป็นแค่ชาวบ้านตาดำๆ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งข้า?"
"หึๆ ข้าบอกแล้วไงว่าแค่ 'หวังว่า' แต่ถ้าท่านเจ้าเมืองไม่ยอมปล่อย ข้าก็มีวิธีอื่นที่จะทำให้ท่านยอมปล่อย" เย่เซวียนเหยียดยิ้ม
"เหอะ แค่เจ้าเนี่ยนะ มีปัญญาบังคับข้าเรอะ?" จางเลี่ยแค่นเสียงเยาะ ถึงเบื้องหลังของเย่เซวียนจะไม่ธรรมดา แต่แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่คืออาณาเขตของจักรวรรดิเสวียนหยาง และเขาก็เป็นขุนนางของจักรวรรดิ ถึงจะเป็นแค่ขุนนางระดับล่าง แต่ก็เป็นขุนนาง จะไปกลัวเย่เซวียนทำไม?
"ข้ามันก็แค่ชาวบ้านตาดำๆ ย่อมไม่มีปัญญาบังคับท่านเจ้าเมืองอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นใต้เท้าโอวหยางหมิง ผู้ตรวจการมณฑลหนานหลินล่ะ คงมีอำนาจพอใช่ไหมล่ะ?"
พูดจบ เย่เซวียนก็ล้วงเอาป้ายคำสั่งออกมาจากอกเสื้อ มันคือป้ายที่โอวหยางหมิงให้ไว้เป็นเครื่องยืนยันตัวตนนั่นเอง
"ผู้ตรวจการเรอะ?"
พอได้ยินคำนี้ จางเลี่ยก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เขาเหลือบไปเห็นป้ายคำสั่งในมือเย่เซวียน มีคำว่า 'โอวหยาง' สลักอยู่ชัดเจน!
ตำแหน่งผู้ตรวจการนั้น ใหญ่โตเทียบเท่ากับจวิ้นอ๋องเลยทีเดียวนะ
"เป็นไปไม่ได้ เจ้าไปรู้จักใต้เท้าโอวหยางได้ยังไง?" จางเลี่ยไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"หึ"
เย่เซวียนแค่นเสียงเย็น โยนป้ายคำสั่งให้จางเลี่ยรับไปดู พอดูใกล้ๆ หน้าของจางเลี่ยก็ซีดเผือดลงทันที
ป้ายคำสั่งนี้ทำมาจากวัสดุพิเศษ เป็นของเฉพาะที่ราชวงศ์เสวียนหยางใช้เท่านั้น คนทั่วไปไม่มีทางหามาได้แน่ๆ
"ไม่มีทาง ทำไมเย่เซวียนถึงไปรู้จักกับท่านผู้ตรวจการได้ เป็นไปไม่ได้!"
จางเลี่ยได้แต่ตะโกนก้องในใจ ตำแหน่งผู้ตรวจการนั้นสูงส่งเพียงใด แล้วเย่เซวียนเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา ทำไมสองคนนี้ถึงไปรู้จักมักจี่กันได้?
(จบแล้ว)