เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 - หายกัน!

บทที่ 78 - หายกัน!

บทที่ 78 - หายกัน!


บทที่ 78 - หายกัน!

ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เย่เซวียนก็มีทุนสำหรับการเลื่อนระดับแล้ว ขอเพียงเขาทะลวงเข้าสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้าได้ ฝีมือของเขาก็จะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น

ต้องรู้ไว้ว่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้า มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอนของสำนักเลี่ยอวิ๋นได้เลย ขนาดเจ้าเมืองว่านจินก็ยังอยู่แค่ระดับนี้เท่านั้น

"เราหายกันแล้วนะ!" กวนอวี่หลานกล่าว

"หายกันๆ" เย่เซวียนตอบรับด้วยความตื่นเต้นจนเผลอปลดปล่อยพลังปราณที่กดทับไว้ออกมา

กวนอวี่หลานสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันรุนแรงนั้น ทำเอานางตกใจจนต้องถอยร่นไปถึงสามก้าว นางมองเย่เซวียนด้วยสายตาประหลาดใจ ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน

"เป็นไงล่ะ เจ้าทะลวงระดับได้ ข้าก็ทะลวงได้เหมือนกัน แถมข้ายังข้ามทีเดียวสองขั้นเลยนะ อิจฉาล่ะสิ?" เย่เซวียนเผยรอยยิ้มกวนโอ๊ยออกมาอีกครั้ง

การข้ามขั้นทีเดียวสองขั้น กวนอวี่หลานไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย แต่นางก็รู้ดีว่ากฎสวรรค์นั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

"ข้ากับเจ้าไม่เหมือนกัน" กวนอวี่หลานแค่นเสียงเย็น ไม่ใส่ใจคำเย้าแหย่นั้น

ไม่เหมือนกันงั้นหรือ?

เย่เซวียนเข้าใจความหมายทันที ในสายตาคนนอก เขาคือคนที่ใช้ยาอัปพลังขึ้นมา ส่วนกวนอวี่หลานคือคนที่ฝึกฝนฝ่าฟันขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น พลังของนางคงไปถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนกลาง ตอนปลาย หรืออาจจะทะลุขั้นที่เก้าไปแล้วก็ได้

เรื่องนี้ทำให้เย่เซวียนอดคิดไม่ได้ว่า สรุปแล้วกวนอวี่หลานมีทรัพย์สมบัติซุกซ่อนอยู่อีกเท่าไหร่กันแน่ จะมากพอให้เขาทะลวงถึงวิถีการต่อสู้ขั้นที่สิบเลยหรือเปล่า?

แต่ถึงยังไง ทรัพย์สมบัติพวกนั้นก็เป็นของกวนอวี่หลาน ไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย

จู่ๆ แผนการชั่วร้ายก็แวบเข้ามาในหัวเย่เซวียน แอบขโมยของของนางให้เกลี้ยงเลยดีไหมนะ พอเก่งขึ้น หาเงินได้เยอะๆ แล้วค่อยเอามาคืน พร้อมดอกเบี้ยนิดๆ หน่อยๆ

"หึหึหึ..." เย่เซวียนหลุดหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย

"เจ้าขำอะไร?" กวนอวี่หลานงุนงง จู่ๆ เย่เซวียนก็มายืนหัวเราะคนเดียวซะงั้น

"เปล่าๆ ไม่มีอะไร งั้นข้าไปก่อนนะ ศิษย์พี่กวน!"

เย่เซวียนปั้นหน้าขรึม กล่าวลาแล้วหันหลังเดินจากไปทันที

ตอนนี้เขาได้แต้มมาแล้ว ต้องรีบเอาไปแลกเป็นสมุนไพรล้ำค่าให้ไวที่สุด

แต่หลังจากที่เย่เซวียนเดินจากไป กวนอวี่หลานกลับยืนเหม่อมองแผ่นหลังของเขา จมอยู่ในความคิดของตัวเอง แม้ว่าเย่เซวียนจะเดินลับตาไปแล้ว แต่นางก็ยังคงยืนมองอยู่ที่เดิม

...

"จึ๊ๆๆ แต้มสำนักเลี่ยอวิ๋นหนึ่งหมื่นแต้ม แลกโสมโลหิตอายุร้อยปีต้นละสองล้านได้ตั้งห้าสิบต้นเชียวนะ เท่านี้ข้าก็บรรลุวิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้าได้แล้ว อัจฉริยะระดับอาจารย์ผู้ฝึกสอนในวัยแค่สิบห้าปี รับรองว่าพวกสำนักเลี่ยเทียนต้องตกใจจนหงายหลังแน่ๆ"

เย่เซวียนคิดพลางเดินมุ่งหน้าไปยังหอปรุงยา แต่โชคร้าย โสมโลหิตอายุร้อยปีในหอปรุงยาดันหมดสต็อกซะนี่ เขาจึงต้องจำใจเลือกสมุนไพรชนิดอื่นแทน

เย่เซวียนไม่ได้กลืนกินสมุนไพรมูลค่ากว่าร้อยล้านตำลึงพวกนั้นทันที แต่เก็บรวบรวมไว้ในมิติกลืนกินแทน

เมื่อของอยู่ในมิติกลืนกิน เขาเพียงแค่คิด ของพวกนั้นก็จะถูกกลืนกินและช่วยให้เขาทะลวงขึ้นสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่เก้าได้ในพริบตา

ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกว่าควรจะเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้ก่อน การอวดเบ่งพลังตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องดีเลย

อีกไม่นานก็จะถึงการประลองระหว่างสำนักเลี่ยอวิ๋นกับสำนักเลี่ยเทียนแล้ว เขามั่นใจว่าด้วยพลังวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนปลาย บวกกับสายเลือดร้อยอสูรและสายเลือดเสือดาวล่าลม แค่นี้ก็เพียงพอที่จะกวาดล้างศิษย์สำนักเลี่ยเทียนได้เรียบวุธแล้ว

เวลาครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลานี้ เย่เซวียนได้วางแผนพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองไว้แล้ว

พลังที่แท้จริงคือความสมบูรณ์แบบ!

พละกำลังและความเร็ว คือสองสิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุด

เขาแวะไปที่หอวิชายุทธ์ กวาดเอาตำราวิชายุทธ์ระดับเก้ามาบันทึกเก็บไว้ในระบบกลืนกินจนหมด เผื่อว่าวันหน้าจำเป็นต้องใช้ ก็แค่จ่ายแต้มเรียนได้เลย

และแล้ว วันนี้ก็มาถึง วันแห่งการประลองระหว่างสองสำนัก อีกสักพักขบวนของสำนักเลี่ยเทียนก็จะเดินทางมาถึง เนื่องจากสำนักเลี่ยอวิ๋นแพ้รวดมาห้าครั้ง สถานที่จัดงานจึงต้องเป็นที่สำนักของผู้แพ้ในครั้งก่อน

"ศิษย์น้องเย่ ศิษย์น้องเย่ ออกมาเร็ว คนของสำนักเลี่ยเทียนมาถึงแล้ว พวกเราต้องไปต้อนรับ"

ระหว่างที่เย่เซวียนกำลังศึกษาวิชายุทธ์อยู่ในบ้านพัก เสียงเรียกของฮั่วหยวน ศิษย์สายในอันดับสองก็ดังขึ้นจากหน้าประตู

"แอ๊ด!"

เย่เซวียนเปิดประตูเดินออกมา "ศิษย์พี่ฮั่ว ก็แค่คนจากสำนักเลี่ยเทียน ไม่ใช่ฮ่องเต้เสด็จสักหน่อย จะตื่นเต้นอะไรนักหนา"

"ไม่ได้หรอก ทุกครั้งที่สำนักเลี่ยเทียนมาเยือน ศิษย์สายในทุกคนต้องไปรวมตัวกัน นี่เป็นกฎของสำนัก ศิษย์น้องรีบตามข้ามาเถอะ" ฮั่วหยวนลากแขนเย่เซวียนออกจากป่าไผ่ มุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าสำนักทันที

ณ บริเวณหน้าประตูสำนักเลี่ยอวิ๋น บรรดาศิษย์ ผู้คุมกฎ อาจารย์ผู้ฝึกสอน และผู้อาวุโสมากมายได้มารวมตัวกันพร้อมหน้า แม้แต่โจวชาง รองประมุขสำนัก ก็ยังมาปรากฏตัวด้วย

"มาแล้วๆ เย่เซวียนมาแล้ว ได้ข่าวว่าการประลองครั้งนี้เขาจะเป็นตัวทีเด็ดของสำนักเราด้วยนะ"

"เหอะ ไอ้เด็กที่ใช้ยาอัปพลังขึ้นมาเนี่ยนะ จะมาเป็นตัวทีเด็ดได้ยังไง ไม่รู้ทำไมศิษย์พี่จงหยางถึงยังไม่กลับมา หรือว่าติดธุระสำคัญอะไรอยู่?"

"นั่นสิ ถ้าศิษย์พี่จงหยางอยู่ล่ะก็ ป่านนี้ท่านคงบรรลุวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดตอนปลายไปแล้ว ดีไม่ดีอาจจะพาสำนักเราคว้าชัยชนะได้สักครั้งก็ได้"

ชื่อเสียงของเย่เซวียนโด่งดังไปทั่วสำนักก็จริง แต่พวกศิษย์สายนอกกลับไม่ค่อยเชื่อน้ำยาเขาสักเท่าไหร่ คิดว่าเรื่องเล่าของเขามันเกินจริงไปมาก

ไอ้เด็กที่ใช้ยาอัปพลังจนบรรลุวิถีการต่อสู้ขั้นที่แปดเนี่ยนะ จะเอาชนะฮั่วหยวนกับพวกสามคนได้พร้อมกัน?

ขี้โม้ชัดๆ!

เมื่อเย่เซวียนมาถึง เขาก็เดินเข้าไปประสานมือทำความเคารพโจวชางอย่างนอบน้อม

ข้างกายโจวชางมีผู้อาวุโสอีกหลายท่านยืนอยู่ พร้อมกับลูกศิษย์หัวกะทิของแต่ละคน และแน่นอนว่า กวนอวี่หลานก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

ตั้งแต่กลับมาจากภารกิจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งเดือนที่เย่เซวียนกับกวนอวี่หลานได้เจอหน้ากัน

เย่เซวียนยืนนิ่งอยู่ข้างโจวชาง แอบกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบผู้อาวุโสลู่ ปู่ของลู่ปู้ผิงแต่อย่างใด

"ตาเฒ่าลู่ฉือคงออกไปตามหาลู่ปู้ผิง แล้วป่านนี้ยังไม่กลับมา หรือว่าพลาดท่าตายตามหลานไปแล้วก็ไม่รู้..."

เย่เซวียนแอบคิดในใจ

ใต้ทะเลสาบน้ำดำมีมังกรมีเขาตั้งสองตัว ลู่ฉือเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่สิบ ถ้าขืนดำน้ำลงไป มีหวังได้กลายเป็นอาหารมังกรแน่ๆ

ถ้าเป็นแบบนั้นก็โล่งอกไปที

จู่ๆ เย่เซวียนก็เหลือบไปเห็นกวนอวี่หลานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และบังเอิญว่านางก็กำลังมองเขาอยู่พอดี สายตาของทั้งคู่ประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

ทั้งสองอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนกวนอวี่หลานจะรีบเบือนหน้าหนี แต่พวงแก้มขาวเนียนของนางกลับซับสีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

"เวรเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมยัยนั่นถึงหน้าแดง?"

เย่เซวียนงงเป็นไก่ตาแตก แค่มองตากันแวบเดียว ยัยนั่นถึงกับหน้าแดงเลยเหรอ? หรือว่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น นางจะเริ่มมีใจให้เขาแล้ว?

ไม่มีทางน่า!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 78 - หายกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว