- หน้าแรก
- อัปเวลทะลุพิกัดด้วยสุดยอดระบบกลืนกิน
- บทที่ 33 - คลังสมบัติตระกูลเฉิน
บทที่ 33 - คลังสมบัติตระกูลเฉิน
บทที่ 33 - คลังสมบัติตระกูลเฉิน
บทที่ 33 - คลังสมบัติตระกูลเฉิน
ชาวบ้านตามรายทางเมื่อเห็นขบวนยอดฝีมือตระกูลเย่เดินทัพอย่างเอิกเกริก ต่างก็รีบหลีกทางให้ แล้วแอบเดินตามไปดูอยู่ห่างๆ แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าเมื่อเห็นทิศทางที่ตระกูลเย่มุ่งหน้าไป พวกเขาก็เข้าใจได้ในทันที
เป้าหมายของตระกูลเย่ ก็คือตระกูลเฉิน!
เพียงสิบกว่านาทีต่อมา ยอดฝีมือกว่าร้อยชีวิตของตระกูลเย่ก็ไปรวมตัวกันที่หน้าประตูใหญ่ตระกูลเฉิน และในอีกสองนาทีให้หลัง หลินหมิงก็นำกำลังมาสมทบ
กองกำลังยอดฝีมือกว่าสองร้อยชีวิต ปิดล้อมหน้าประตูใหญ่ตระกูลเฉินไว้จนมืดฟ้ามัวดิน สร้างความหวาดผวาให้แก่คนในตระกูลเฉินเป็นอย่างมาก
ขุมกำลังของตระกูลหลินนั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลเย่อยู่เล็กน้อย นอกจากผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหลินแล้ว ยอดฝีมือทุกคนในเมืองเหลียนอวิ๋นล้วนคว้าอาวุธมาร่วมศึกในครั้งนี้ โดยในจำนวนนี้มียอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดถึงห้าคน
ทว่าเย่เซวียนนำแต้มกลืนกินที่เหลือไปแลกเป็นวิชายุทธ์ให้ตัวเองหมดแล้ว จึงไม่มีโอสถระเบิดปราณมอบให้ตระกูลหลินอีก
"น้องหลิน ชักช้าเดี๋ยวจะเสียการ พวกเราลุยกันเลย!" เย่จางหันไปกล่าวกับหลินหมิง
"ดี! พี่น้องตระกูลหลินทุกคน ฟังคำสั่งข้า บุก!" หลินหมิงตะโกนก้อง
ชั่วพริบตาเดียว ยอดฝีมือของทั้งสองตระกูลก็แห่กันบุกเข้าไปในตระกูลเฉิน ทุกคนล้วนสวมใส่ชุดประจำตระกูล จึงไม่มีทางโจมตีผิดคนอย่างแน่นอน
ส่วนตระกูลเฉินนั้น เนื่องจากถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน พวกเขาจึงไม่สามารถรวบรวมกำลังพลได้ทันเวลา และถึงแม้จะรวบรวมมาได้ ก็คงไม่อาจต่อกรกับกองกำลังร่วมของทั้งสองตระกูลได้อยู่ดี
ทันทีที่บุกเข้าไปในตระกูลเฉิน เย่เซวียนก็เดินตามผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่ มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเขตตระกูลเฉินอย่างรวดเร็ว
"ไอ้พวกสวะตระกูลเฉิน คอยดูเถอะ ข้าจะปล้นคลังสมบัติของพวกแกให้เหี้ยนเลย!" เย่เซวียนรู้สึกตื่นเต้นสุดขีด เพราะในคลังสมบัติของตระกูลเฉินจะต้องมีของดีซุกซ่อนอยู่อย่างแน่นอน อย่างน้อยเขาก็คงจะสามารถทะลวงระดับได้อีกสักครั้ง ไม่แน่ว่าอาจจะทะลวงได้ถึงสองครั้งติดเลยก็ได้!
ผู้อาวุโสทั้งสองล้วนเป็นยอดฝีมือระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลาง เหล่านักรบตระกูลเฉินที่ดาหน้าเข้ามาจึงไม่อาจรับมือพวกเขาได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว ยิ่งมีเย่เซวียนที่ถือธนูเหล็กนิลคอยยิงสนับสนุนอยู่ด้านข้างด้วยแล้ว ลำพังพวกเขาสามคน ก็เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกนับสิบคนเลยทีเดียว
"ไอ้พวกลูกอีช่างกล้า บังอาจมาฆ่าคนของตระกูลเฉิน ไปลงนรกซะเถอะ!"
จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมา พร้อมกับเงื้อดาบเล่มโตฟันฉับลงมาที่ศีรษะของเย่เซวียน
"แค่ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกตอนกลาง คิดจะมาโชว์กร่างต่อหน้าข้ารึ?" นัยน์ตาของเย่เซวียนทอประกายเย็นเยียบ กระบี่ยาวปรากฏขึ้นในมือ ก่อนที่เขาจะแทงสวนออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
"วายุคลั่งสามดารา!"
ฉึก!
กระบี่ยาวทะลวงขั้วหัวใจของยอดฝีมือตระกูลเฉินผู้นั้น ปลิดชีพมันลงในพริบตา
บัดนี้เย่เซวียนนับเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งแล้ว ในการจัดการกับคู่ต่อสู้ที่มีระดับต่ำกว่า เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิชายุทธ์ระดับหกเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่เพลงกระบี่วายุคลั่งก็เพียงพอแล้ว
เดิมทีผู้อาวุโสทั้งสองยังรู้สึกเป็นห่วงเย่เซวียนอยู่บ้าง ทว่าเมื่อเห็นการลงมืออันเฉียบขาดที่สามารถสังหารศัตรูได้ในพริบตา พวกเขาก็เบาใจลง
"ไปกันเถอะ ใกล้จะถึงคลังสมบัติของตระกูลเฉินแล้ว" ผู้อาวุโสสามตะโกนบอก
คลังสมบัติคือสถานที่สำคัญของทุกตระกูล มักจะมียอดฝีมือคอยเฝ้าคุ้มกันอยู่อย่างแน่นหนา ยิ่งเย่เซวียนและผู้อาวุโสทั้งสองบุกเข้าไปลึกเท่าไหร่ ยอดฝีมือตระกูลเฉินก็ยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าด้วยศรดาราคลั่งของเย่เซวียน เขาสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างง่ายดาย แผนการหมาหมู่จึงใช้ไม่ได้ผลกับเขา
"ถึงคลังสมบัติแล้ว บุกเข้าไปเลย!"
ผู้อาวุโสสามตะโกนลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าไปเปิดทางให้เย่เซวียนพร้อมกับผู้อาวุโสสี่
"มีผู้บุกรุก!"
คนของตระกูลเฉินคนหนึ่งเพิ่งจะตะโกนขึ้นมา ข่าวสารช่างล่าช้าเสียจริง ตระกูลเย่กับตระกูลหลินบุกเข้ามาตั้งนานแล้ว พวกมันเพิ่งจะรู้ตัว
"ตระกูลเย่ พวกแกนี่ช่างเหิมเกริมยิ่งนัก บังอาจบุกเข้ามาในตระกูลเฉินของข้า แถมยังคิดจะปล้นคลังสมบัติของข้าอีกรึ?" เสียงตะโกนดังกึกก้องมาจากหอคอยข้างคลังสมบัติ ก่อนที่เงาร่างสายหนึ่งจะกระโจนลงมา
"เฉินซินแห่งตระกูลเฉิน"
ผู้อาวุโสสามจดจำชายผู้นั้นได้ในทันที เขาไม่รอช้า รีบพุ่งเข้าไปสมทบกับผู้อาวุโสสี่เพื่อจัดการกับมัน
เฉินซินมีพลังเพียงวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนต้น ส่วนพวกเขาเองก็มีระดับพลังเท่ากัน ในเมื่อสองรุมหนึ่ง จะฆ่ามันไม่ได้เชียวหรือ?
ทว่าในพริบตาต่อมา พวกเขาก็ตระหนักว่าคิดผิดถนัด หลังจากที่ได้ปะทะฝีมือกับเฉินซินไปเพียงหนึ่งกระบวนท่า พวกเขาก็รู้ทันทีว่าเฉินซินไม่ได้มีพลังแค่ขั้นที่เจ็ดตอนต้น แต่เป็นขั้นที่เจ็ดตอนกลางต่างหาก!
"ฮ่าๆๆ ดูเหมือนว่าข้าจะซ่อนเร้นพลังได้มิดชิดดีนะ วันนี้แหละคือวันตายของพวกแกสองคน!" เฉินซินหัวเราะร่วน
สีหน้าของผู้อาวุโสสามแปรเปลี่ยนไป เขาสบตากับผู้อาวุโสสี่ ก่อนจะล้วงเอาโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ "น้องสี่ รีบจัดการให้จบๆ ไป!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสสี่ก็หยิบโอสถระเบิดปราณออกมา แล้วกลืนลงคอไปทันที
ชั่วพริบตาเดียว พลังของพวกเขาทั้งสองก็พุ่งพรวดขึ้นไปอีกระดับ ก้าวเข้าสู่วิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลาง
"อะไรกัน? โอสถระเบิดปราณสองเม็ดรึ?" เฉินซินตะลึงงัน
โอสถระเบิดปราณนั้นล้ำค่าเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยมีใครในเมืองเหลียนอวิ๋นเคยเห็นมันมาก่อน ต่อให้เป็นเมืองใหญ่ก็ยังหาได้ยากยิ่ง
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวตกใจ เพราะเขาต้องรีบหนีแล้ว
ล้อเล่นหรือไง เขาเพิ่งจะบรรลุวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลางมาหมาดๆ จะให้ไปรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันถึงสองคนได้ยังไง?
"สกัดมันไว้ ฆ่ามันให้ตาย!"
ผู้อาวุโสสามคำรามลั่น จิตสังหารพลุ่งพล่าน
ตระกูลเย่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ดตอนกลางเพียงคนเดียว ทว่าตระกูลเฉินกลับมีถึงสองคน โชคดีที่พวกเขาชิงลงมือเสียก่อน มิเช่นนั้นเรื่องคงบานปลายใหญ่โตเป็นแน่
ในระหว่างที่พวกเขาทั้งสามกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เย่เซวียนก็ง้างธนูยิงสังหารยอดฝีมือตระกูลเฉินที่แห่กันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
"เย่เซวียน เจ้าล่วงหน้าเข้าไปก่อน จำคำที่ข้าบอกไว้ให้ดี!" จู่ๆ ผู้อาวุโสสามก็ตะโกนบอก
"ครับ!"
เย่เซวียนรับคำ ก่อนจะถีบประตูคลังสมบัติตระกูลเย่ให้เปิดออก แล้วพุ่งพรวดเข้าไป
บัดนี้เฉินซินถูกผู้อาวุโสสามและผู้อาวุโสสี่สกัดกั้นเอาไว้ คาดว่าคงอีกไม่นานก็คงต้องสิ้นชื่อ ส่วนเย่เซวียนเองก็มีโอสถระเบิดปราณอยู่ในมือ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่เจ็ด เขาก็ไม่หวั่น
คลังสมบัติตระกูลเฉินก็เหมือนกับของตระกูลเย่ ภายในเต็มไปด้วยป้ายไม้ที่จารึกชื่อสิ่งของต่างๆ ทว่าเย่เซวียนไม่ได้สนใจพวกมันเลยแม้แต่น้อย เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปยังส่วนลึกของคลังสมบัติ
"ผู้อาวุโสสามบอกไว้ว่า คลังสมบัติแห่งนี้เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า ของดีจริงๆ ล้วนถูกซ่อนอยู่ชั้นใต้ดินต่างหาก!"
เย่เซวียนเดินไปจนสุดทาง ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆ แล้วเขาก็พบกลไกที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดฝาผนัง เขากดปุ่มกลไกเบาๆ กำแพงก็แยกออก เผยให้เห็นบันไดทางลงสู่ชั้นใต้ดิน
"สายข่าวของตระกูลเย่นี่เก่งกาจจริงๆ ถึงขนาดสืบรู้กลไกของคลังสมบัติได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้!"
เย่เซวียนอดไม่ได้ที่จะชื่นชม ก่อนจะชักกระบี่ออกมา แล้วเดินลงไปอย่างระมัดระวัง
เขาได้ยินมาว่าที่ชั้นใต้ดินมีสัตว์อสูรระดับหกคอยเฝ้าอยู่ จึงประมาทไม่ได้เด็ดขาด
"โฮก..."
ยังไม่ทันที่เย่เซวียนจะเดินลงบันไดไปจนสุด เสียงคำรามทุ้มต่ำก็ดังแว่วมาจากคลังสมบัติเบื้องล่าง เมื่อเขาเดินเลี้ยวโค้งไป ก็พบกับเสือดาวขนสีแดงเพลิงตัวหนึ่ง
"สัตว์อสูรระดับหก เสือดาวเมฆาอัคคี!"
เย่เซวียนจดจำสัตว์อสูรตัวนี้ได้ เมื่อมันโตเต็มวัย จะมีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับวิถีการต่อสู้ขั้นที่หกตอนกลาง
"โฮก..."
เมื่อเสือดาวเมฆาอัคคีเห็นเย่เซวียน มันก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ทันที
"หึ ไปลงนรกซะ!" เย่เซวียนแค่นเสียงเย็น ตวัดกระบี่ฟาดฟันออกไป
วิชายุทธ์ระดับหก กระบี่อสนีบาตสะท้าน!
"เปรี้ยง!"
ร่างของเสือดาวเมฆาอัคคีถูกฟาดขาดสะบั้นเป็นสองท่อน บริเวณบาดแผลยังมีเสียงสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เย่เซวียนก้าวพรวดเข้าไป แทงกระบี่ทะลวงกะโหลกของมันซ้ำอีกครั้ง
เมื่อแน่ใจว่ามันตายสนิทแล้ว เขาก็ใช้หัตถ์กลืนกิน จัดการดูดกลืนร่างของมันทันที
(จบแล้ว)