- หน้าแรก
- ท่านอ๋อง ลิโป้ และโฮมสเตย์สุดป่วนของผม
- บทที่ 5 ของตกทอดจากบรรพบุรุษ
บทที่ 5 ของตกทอดจากบรรพบุรุษ
บทที่ 5 ของตกทอดจากบรรพบุรุษ
วันต่อมา
เฉินอี้ตื่นแต่เช้าตรู่
ตั้งแต่มาบริหารโฮมสเตย์ เขาก็มักจะตื่นตอนหกเจ็ดโมงเป็นประจำ ต่อให้นอนตื่นสาย ก็ไม่เคยเกินแปดโมง
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เฉินอี้ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 'กระต่ายน้อยสีขาว' ของตัวเองไปยังตลาดสดที่ใกล้ที่สุด
แต่เดิมมีซัพพลายเออร์คอยส่งเนื้อสัตว์และผักให้ แต่พอโฮมสเตย์ไม่มีลูกค้า ก็เลยยกเลิกไป
ดังนั้นเฉินอี้จึงตัดสินใจไปซื้อเองเสียเลย เพียงแต่ไกลไปหน่อย ขี่รถต้องใช้เวลาตั้งสิบกว่านาที
นี่คือตลาดสดแห่งหนึ่งในเขตชานเมือง คนที่มาเดินส่วนใหญ่ก็คือชาวบ้านแถวนี้ ผู้สูงอายุมีเยอะหน่อย ต่างก็รู้จักพ่อหนุ่มเฉินอี้คนนี้กันหมดแล้ว
"เสี่ยวเฉิน เนื้อสดๆ ทั้งนั้นเลย เนื้อหมูชั่งละเก้าหยวน!"
"เนื้อวัว เนื้อแกะ ก็มีนะ..."
เฉินอี้ต่อรองราคาไปยกหนึ่ง ซื้อกระดูกหมูมานิดหน่อย เนื้อวัวอีกเล็กน้อย เต้าหู้สองก้อน และเต้าหู้พะโล้หนึ่งกล่อง
จากนั้นก็ออกจากตลาดสด ไปยังร้านอาหารเช้าข้างๆ เพื่อซื้อซุปหูล่าทังหนึ่งชาม กับปาท่องโก๋หนึ่งตัว
ของอย่างซุปหูล่าทังนี่ มีคนชอบกับคนเกลียดแบ่งแยกกันชัดเจนมาก
ก็คือคนที่ชอบก็จะชอบมากๆ ส่วนคนที่ไม่ชอบก็จะรังเกียจสุดๆ
แต่เฉินอี้ชินเสียแล้ว ซดซุปหูล่าทังลงไปหนึ่งชาม ร่างกายก็อุ่นวาบไปทั้งตัว แถมยังเจริญอาหารสุดๆ
กินมื้อเช้าเสร็จ เขาก็ซื้อซาลาเปากลับไปให้เจ้าเหลืองน้อยอีกสองลูก
เมื่อกลับมาถึงโฮมสเตย์ ก็โยนซาลาเปาไส้เนื้อสองลูกลงในชามของเจ้าเหลืองน้อย แล้วรินน้ำให้มันนิดหน่อย
จากนั้น เฉินอี้ก็หยิบเหรียญห้าจู๋ว์พวงนั้นออกมา ใช้กล่องเก็บไว้อย่างระมัดระวัง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนด่าเอา
เหรียญห้าจู๋ว์ เริ่มหล่อและผลิตออกใช้ในสมัยพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ และยังคงมีการผลิตใช้มาจนถึงสมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง
เมื่อวานเฉินอี้หยิบมาดูแล้ว หากไม่ใช่เพราะลิโป้เป็นคนให้เขามา เขาก็แยกแยะของจริงของปลอมไม่ออกเลยจริงๆ...
จากนั้น เขาก็ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วออกเดินทาง
...
เขตว่อหลง หมู่บ้านจัดสรรที่มีอายุเก่าแก่พอสมควรแห่งหนึ่ง เฉินอี้นั่งรถแท็กซี่มาที่นี่
นี่คือที่อยู่ของปู่กับย่าเขา ผู้เฒ่าทั้งสองบอกว่าอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีจนชินแล้ว ไม่อยากย้ายไปไหน
เขาจ่ายเงินผ่านมือถือ แล้วเดินขึ้นบันไดรวดเดียวหลายชั้น ทำเอาเฉินอี้หอบแฮ่กๆ อยู่บ้าง
"ปู่!"
เฉินอี้รีบเคาะประตู
ประตูเหล็กดัดเปิดออก ปู่เฉินเฟยฉีดูแข็งแรงกระปรี้กระเปร่ามาก พอเห็นเฉินอี้ก็ถามด้วยความประหลาดใจทันที "เสี่ยวอี้มาได้ยังไงเนี่ย?"
"คิดถึงปู่กับย่าไงครับ เลยมาเยี่ยม"
เฉินอี้รีบยิ้มตอบ
ปู่ไม่เชื่ออย่างแรง "แกกินข้าวเสร็จทีไรก็เผ่นทุกที ถ้าอยู่ต่อสักสองสามนาทีฉันถึงจะเชื่อแก"
ส่วนคุณย่านั้นดีใจกว่ามาก พอเห็นเฉินอี้มาก็ยิ้มแย้มเต็มหน้าทันที
รินน้ำให้เฉินอี้ แล้วบอกให้เขารีบมาตากพัดลม
คุณย่าทนแอร์ไม่ไหว ทุกปีเลยต้องเปิดพัดลม ทำเอาคุณปู่ต้องแยกห้องนอน
นี่ไง พอเฉินอี้เข้ามา คุณปู่ก็มุดเข้าห้องตัวเองไปเลย
เฉินอี้ดื่มน้ำไปหนึ่งแก้ว คุยเล่นกับคุณย่าสองสามประโยค ก็ไปหาเฉินเฟยฉี
"ปู่ มีของดีจะให้ดูครับ"
เขาพูดอย่างมีลับลมคมนัย
เฉินเฟยฉีได้ยินก็ทำหน้าดูแคลน "เด็กอย่างแกจะมีของดีอะไร?"
ปู่เฉินเฟยฉีเล่นของเก่ามานานแล้ว สมัยก่อนเป็นพวก 'แก๊งสมบัติชาติ'
ประมาณว่าของที่พิพิธภัณฑ์ไม่มี เขามี ของที่พิพิธภัณฑ์มี เขาก็มี...
โชคดีที่หลังจากขาดทุนไปหลายครั้ง ชายชราก็ตาสว่าง จึงไปฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนรู้เรื่องนี้โดยตรง
อาจจะเห็นว่าเขาอายุมากแล้ว เลยไม่ได้ให้กราบเป็นอาจารย์ แต่ก็สอนของจริงให้ แถมยังพาเขาเข้าวงการ ได้รู้จักผู้คนมากมาย
เขามักจะโม้ให้เฉินอี้ฟังบ่อยๆ ว่าตัวเองรู้จักศาสตราจารย์กี่คนอะไรทำนองนั้น
เฉินอี้หยิบกล่องออกมาทันที "ไม่เชื่อปู่ก็ลองดูสิครับ"
"อะแฮ่ม"
คุณปู่ไม่ได้เปิดดู แต่กลับไอสองครั้ง แล้วถูนิ้วชี้กับนิ้วกลางเข้าด้วยกัน
เฉินอี้จ้องหน้าเขา "ปู่บุหรี่หมดเหรอครับ?"
"ย่าแกบังคับให้ฉันเลิกบุหรี่ ไม่ยอมปล่อยให้ฉันไปซื้อบุหรี่คนเดียวเลย"
ชายชราพูดอย่างขมขื่น
โชคดีที่เฉินอี้เตรียมพร้อมมาแต่แรก เขาล้วงของออกมาจากกระเป๋า "เมื่อกี้ซื้อมาจากข้างล่างให้ครับ ยี่ห้อลี่ฉวิน"
"หลานรัก รีบไปปิดประตูให้สนิท อย่าให้ย่าแกเข้ามาได้ล่ะ"
จากนั้น ชายชราก็จุดบุหรี่สูบด้วยความเบิกบานใจ ซี้ดไปหนึ่งคำ ทำเอาเฉินอี้รู้สึกรังเกียจขึ้นมาทันที
คนหนุ่มสาวสมัยนี้ไม่ค่อยสูบบุหรี่กันแล้ว เฉินอี้อย่างมากก็แค่ดื่มเหล้าบ้างนิดหน่อย อย่างอื่นเขาไม่ยุ่งเลย
พอเปิดกล่องออก มือที่ถือบุหรี่ของชายชราก็ชะงักไป
"ไปเอาถุงมือกับแว่นขยายมาให้ฉันที"
"ช่างเถอะ ฉันหยิบเองดีกว่า"
เขาคาบบุหรี่ไว้ในปาก หยิบอุปกรณ์ระดับมืออาชีพของตัวเองออกมา แล้วยังเปิดไฟด้วย
ในวินาทีนี้ เขาราวกับเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญ' อย่างแท้จริง
ชายชราใช้แว่นขยายส่องดูอย่างละเอียดก่อน "ไม่ได้ทำเก่า แต่เป็นของเก่าจริงๆ ทำไมถึงเก็บรักษาไว้ดีขนาดนี้?"
จากนั้นก็เอาไม้บรรทัดมาวัดดู
"เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 4 กรัม..."
"เหรียญห้าจู๋ว์สี่เส้น นี่มันสมัยพระเจ้าฮั่นเลนเต้นี่นา"
เหรียญห้าจู๋ว์สี่เส้น หรือที่เรียกว่าเหรียญซื่อชูเหวินเชียน ก็คือด้านหลังตรงมุมทั้งสี่ของรูกลวงสี่เหลี่ยมจะมีเส้นนูนลากยาวไปจนถึงขอบเหรียญ นี่คือการออกแบบเพื่อป้องกันการปลอมแปลง
ยังไงเสีย ขั้นตอนการผลิตเหรียญห้าจู๋ว์ก็ไม่ได้ยากอะไร
เฉินอี้มองปู่ตัวเองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ที่แท้ปู่ก็มีของเหมือนกันแฮะ เขาเข้าใจมาตลอดว่าปู่ยังอยู่ระดับเดียวกับแก๊งสมบัติชาติซะอีก...
พอดูเสร็จ ชายชราก็มองเฉินอี้ด้วยสีหน้าจริงจังสุดขีด "ของเก่าแท้"
"ผมรู้ครับว่าเป็นของเก่า"
เฉินอี้พยักหน้า ลิโป้เป็นคนให้เขามา จะเป็นของปลอมได้ยังไง?
แถมพอมาอยู่ในมือเขา ก็ยังเหมือนผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน!
"รีบบอกมา ไปเอามาจากไหน แกไม่โดนหลอกได้ยังไงเนี่ย!"
ชายชราทำหน้าตกตะลึงสุดๆ
คนธรรมดาที่เริ่มเล่นของพวกนี้ โดยทั่วไปก็ต้องจ่ายค่าเทอมเพื่อซื้อบทเรียนกันทั้งนั้น!
ทำไมหลานชายตัวเองพอลองเล่นปุ๊บก็ซื้อได้ของจริงเลยล่ะ?
"อย่าเพิ่งรีบครับ ปู่เขี่ยขี้เถ้าบุหรี่ก่อน"
เฉินอี้หยิบถังขยะขึ้นมา ชายชราถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังคาบบุหรี่อยู่!
เขาขยี้บุหรี่ทิ้งทันที แล้วมองเฉินอี้ "รีบบอกมา ไปเอามาจากไหน แล้วยังมีอีกไหม?"
เห็นเพียงเฉินอี้ทำสีหน้าจริงจัง มองปู่ของตัวเองแล้วเอ่ยปากอย่างช้าๆ "ของตกทอดจากบรรพบุรุษครับ"
"?"
ชายชราชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงด่าลั่น "ฉันนี่แหละบรรพบุรุษแก!"
"แหะๆ"
เรื่องนี้เฉินอี้ทำหน้าเป็นตีมึนยิ้มแฉ่ง ต่อให้ตายก็ไม่ยอมบอก
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เล็กจนโต ปู่ก็ไม่เคยตีเขาเลยด้วยซ้ำ!
และแล้ว ชายชราก็หมดปัญญาจะคาดคั้น จึงได้แต่ถามว่า "แล้วแกต้องการยังไง?"
"มีช่องทางปล่อยของไหมครับ?"
เฉินอี้ไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่น แค่อยากหาเงินเท่านั้น
"มี แต่ไม่ค่อยมีราคานะ"
ชายชรามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้าตอบ
พอได้ยินดังนี้ เฉินอี้ก็หน้ามุ่ยทันที กะแล้วเชียวว่าของพรรค์นี้ไม่ค่อยมีราคา
เขาแทบอยากจะควักป้ายหยกออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
แต่นั่นเป็นของที่ลิโป้ทิ้งไว้ให้ คล้อยหลังปุ๊บเขาก็เอาไปขายปั๊บ มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่...
ดังนั้น เฉินอี้จึงถามว่า "แล้วพวงนี้ขายได้เท่าไหร่ครับ?"
ชายชราจุดบุหรี่อีกมวน สูบไปหนึ่งปื้ด ปรายตามองเหรียญห้าจู๋ว์สมัยฮั่น แล้วเอ่ยปาก "ถ้าเป็นของยุคก่อนหน้านี้ยังพอมีราคากว่านี้หน่อย แต่ฮั่นเลนเต้ไอ้ตัวผลาญชาตินั่น ดันผลิตเหรียญออกมาบ้าระห่ำ เหรียญห้าจู๋ว์ยุคนี้เลยไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่"
"อย่างมากก็ขายได้สักสองพันกว่าหยวน"
เฉินอี้ได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เขาแค่เลี้ยงข้าวลิโป้ไปมื้อเดียว กับข้าวสองอย่างยังไม่ทันหมด ก็ทำเงินได้ตั้งสองพันแล้ว
คุ้มจะตาย
"งั้นปู่ช่วยผมปล่อยของหน่อยสิครับ"
"ฉันซื้อเอง เดี๋ยวโอนเงินให้"
ชายชราก็เล่นเหรียญเก่าอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเก็บไว้เอง แล้วโอนเงินให้เฉินอี้อย่างรวดเร็ว
"อาลีเพย์ยอดเข้า ห้าพันหยวน"
"เอ๊ะ ปู่ ทำไมให้ผมเยอะจัง?"
"แกดูแลบ้านอยู่คนเดียวมันไม่ง่ายหรอก รีบเก็บไว้ซะ"