- หน้าแรก
- ตาของผมไม่ได้มีไว้ส่องสาวแต่มีไว้หาเงินล้านนะเว้ย
- บทที่ 23 กลายเป็นเศรษฐีสิบล้าน
บทที่ 23 กลายเป็นเศรษฐีสิบล้าน
บทที่ 23 กลายเป็นเศรษฐีสิบล้าน
หลินฝานไม่ได้แยกตัวไปจากไป๋เหยา แต่เดินตามเธอกลับไปที่หอว่านเป่าอีกครั้ง
ตลอดทาง หลินฝานรู้สึกเบิกบานใจสุดๆ ยังไงซะเขาก็กลายเป็นเศรษฐีระดับสิบล้านไปแล้ว
เมื่อกลับมาถึงหอว่านเป่า ไป๋เหยาก็นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสง่างาม ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ แล้วยิ้มให้หลินฝานพลางพูดว่า วันหลังถ้าคุณมีของเก่าอะไรก็เอามาขายให้ฉันได้นะ ฉันรับซื้อหมด หรือถ้าคุณไม่อยากขายให้ฉัน ฉันจัดการนำเข้างานประมูลให้ก็ได้
บนใบหน้าอันงดงามของไป๋เหยา ดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาทอประกายความฉลาดหลักแหลม มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความมั่นใจและเยือกเย็น
เธอมองออกว่าหลินฝานเป็นคนมีของ บางทีเขาอาจจะนำวัตถุโบราณล้ำค่ามาให้เธอได้อีก
ในเวลานี้ ในใจของเธอเหมือนมีลูกคิดรางแก้วดังกรุ๊งกริ๊ง หลินฝานคนนี้ดูไม่โดดเด่น แต่เผลอๆ อาจจะเป็นปรมาจารย์ด้านการประเมินของเก่าก็ได้ ถ้าฉันรับซื้อของดีๆ จากเขาได้อย่างต่อเนื่อง ฉันต้องรวยเละแน่
หากเธอรับซื้อจากหลินฝาน แล้วนำไปเก็บสะสมไว้สักสองสามปี หรือนำไปขายในงานประมูล ก็สามารถฟันกำไรได้บานเบอะ
ยกตัวอย่างเช่นที่วางพู่กันชิ้นนี้ ถึงเธอจะซื้อมาในราคาสิบล้าน แต่ขอแค่เก็บรักษามันไว้สักพัก ราคาของมันอาจจะพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวเลยก็ได้
คิดถึงตรงนี้ เธออดไม่ได้ที่จะคาดหวัง ราวกับเห็นที่วางพู่กันกลายเป็นภูเขาทองคำไปแล้ว
หึหึ ต่อให้ฉันเอามันไปเข้างานประมูลตอนนี้ ขอแค่สร้างบรรยากาศสักหน่อย หาหน้าม้าไปตะโกนปั่นราคาสักสองสามคน ที่วางพู่กันชิ้นนี้ก็มีสิทธิ์ขายได้เกินสิบล้าน จับเสือมือเปล่าได้กำไรหลายล้านสบายๆ
นี่แหละคือโลกของคนรวย การหาเงินมันช่างง่ายดายซะเหลือเกิน
ไป๋เหยาสะบัดผมอย่างผู้ชนะ ในใจแอบทอดถอนใจ คนธรรมดายังต้องดิ้นรนแทบตายเพื่อเงินไม่กี่หยวน ส่วนฉันแค่กระดิกนิ้วก็กอบโกยเงินได้เป็นกอบเป็นกำ นี่แหละคือความแตกต่าง จุ๊ๆ
หลินฝานมีใบหน้าหล่อเหลาเอาการ ดวงตาสุกใสแฝงความฉลาดเฉลียว ตอนนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ตกลงครับ คราวหน้าถ้ามีของเก่าดีๆ ผมจะเอามาขายให้คุณแน่นอน
หลินฝานตบหน้าอกรับประกัน ท่าทางของเขาเหมือนเด็กที่อยากโชว์ของ ในใจคิดว่า หึหึ มีนายทุนใหญ่แบบไป๋เหยาคอยหนุนหลัง อนาคตฉันรวยเละแน่
ไป๋เหยายิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับแสงแดดอันอบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ เธอยื่นนิ้วเรียวบางออกไป แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับหลินฝาน นัดแนะกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าคราวหน้าถ้าหลินฝานมีของเก่า จะต้องเอามาขายให้ไป๋เหยาเป็นคนแรก
หลินฝานไม่ได้อยู่นาน ตอนนี้จิตใจของเขาราวกับติดปีกบินทะยานไปไกลแสนไกลแล้ว
เขาเดินฮัมเพลงเพี้ยนๆ ออกไปอย่างอารมณ์ดี ในใจเบิกบานราวกับดอกไม้บาน วะฮ่าฮ่า ตอนนี้มีเงินสิบล้านแล้ว ต้องไปถลุงให้หนำใจสักหน่อย ไปซื้อรองเท้าผ้าใบลิมิเต็ดที่เล็งไว้นานแล้วก่อน แล้วค่อยไปกินมื้อหรูๆ สัมผัสกับทุกสิ่งที่เมื่อก่อนไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
พอคิดถึงตรงนี้ ฝีเท้าของเขาก็เร่งความเร็วขึ้น ราวกับกลัวว่าเงินสิบล้านจะติดปีกบินหนีไปกะทันหัน
ไป๋เหยาสวมชุดกี่เพ้ารัดรูป เผยให้เห็นเรือนร่างอันเย้ายวนใจของเธออย่างหมดจด
เธอเดินไปส่งหลินฝานถึงหน้าประตูตลาดพานเจียหยวนด้วยตัวเอง ท่าทางของเธอราวกับกำลังส่งแขกผู้มีเกียรติ
ส่วนหลินฝานก็มีท่าทีหน้าบานเป็นกระด้ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ปิดไม่มิด
เขาเดินไปพลางบ่นพึมพำในใจ หึหึ วันนี้โชคดีชะมัด ได้เงินมาตั้งสิบล้านรวดเดียว จะต้องมาเหนื่อยส่องของเก่าที่นี่อีกทำไมล่ะ
หลินฝานไม่ได้คิดจะไปส่องของเก่าต่อแล้ว ตอนนี้เขาฟาดกำไรมาสิบล้านแล้ว ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย
เขากอดอก เชิดหน้าขึ้น ในใจคิดอย่างภาคภูมิใจ ฉันมีตาทะลุปรุโปร่งสุดมหัศจรรย์นี่ กลัวว่าจะไม่มีโอกาสรวยในวันข้างหน้าเหรอ ตลาดพานเจียหยวนเอ๋ย วันนี้ขอบายไปก่อนละกัน
ถึงยังไงเขาก็มีตาทะลุปรุโปร่ง จะมาส่องของเก่าที่ตลาดพานเจียหยวนเมื่อไหร่ก็ได้ อีกอย่างเมื่อกี้เขาลองใช้ตาทะลุปรุโปร่งสแกนดูรอบๆ ตลาดพานเจียหยวนแล้ว พบว่าส่วนใหญ่เป็นของปลอมทั้งนั้น แทบไม่เจอของแท้เลย ถึงเจอ มูลค่าก็แค่หลักหมื่นหลักแสน เขาไม่สนใจแล้ว
เขาเบ้ปาก พึมพำกับตัวเอง เงินแค่นี้จะมาเข้าตาฉันได้ยังไง หลินฝานคนนี้เกิดมาเพื่อรวยโว้ย
พูดจบ เขาก็เดินกร่างออกจากตลาดพานเจียหยวนไป
หลังจากหลินฝานออกจากตลาดพานเจียหยวน เขาก็เรียกแท็กซี่ตรงกลับไปที่ห้องเช่าของตัวเองทันที
ในใจเขากำลังคิดคำนวณ มีเงินสิบล้านแล้ว ในที่สุดก็ไม่ต้องเช่าห้องอีกต่อไป บางทีฉันอาจจะซื้อบ้านได้แล้ว
เขาเพิ่งกลับถึงห้องเช่า ก้นยังไม่ทันร้อน วินาทีต่อมา ป้าเจ้าของบ้านก็โผล่มาที่หน้าประตูราวกับวิญญาณตามติด
ป้าเจ้าของบ้านเป็นหญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วน ใบหน้าเต็มไปด้วยไขมัน ดัดผมหยิกฟูเหมือนรังนก เสียงอันดังกังวานของหล่อนแทบจะทำเอาแก้วหูแตก
หล่อนทุบประตูเสียงดังลั่น พลางแผดเสียงตวาด หลินฝาน จ่ายค่าเช่าบ้านมาซะ แกคิดว่าฉันไม่เห็นแกกลับมาเหรอ วันนี้ยังไงแกก็ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน
หลินฝานได้ยินเสียงตะคอกนั้น ใจก็หล่นวูบ ร้องโอดครวญในใจ โอ๊ยตาย ยมบาลตามมาทวงหนี้เร็วจังวะ
เขาขมวดคิ้วคิดหาวิธีรับมือ พลางเดินไปเปิดประตูอย่างเสียไม่ได้ ปากก็บ่นงุบงิบ ป้าครับ ป้าผ่อนผันให้อีกสักสองสามวันไม่ได้เหรอครับ ผมเพิ่งกลับมาแท้ๆ ยังไม่ทันได้หายใจหายคอเลย
ป้าเจ้าของบ้านไม่หลงกล ยืนท้าวสะเอว ถลึงตาโตราวกับระฆัง เลิกเล่นลิ้นได้แล้วไอ้หนุ่ม แกผลัดมานานแค่ไหนแล้ว วันนี้ถ้าไม่จ่ายค่าเช่า ก็เก็บข้าวของไสหัวไปเลย
หลินฝานถอนหายใจอย่างจนใจ สภาพเหมือนลูกโป่งแฟบๆ คอตกเดินไปเปิดประตู
ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เขาคงเหมือนหนูขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตู ได้แต่หดหัวอยู่ในกระดองเหมือนเต่า ซ่อนตัวอยู่ในห้อง รอจนป้าทุบประตูจนเหนื่อยแล้วกลับไป เขาถึงจะกล้าค่อยๆ ย่องออกไปเหมือนโจร
แต่ตอนนี้มีเงินก้อนโตสิบล้านอยู่ในกระเป๋า เขารู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที ยืดอกหลังตรง ไม่เกรงกลัวพายุอารมณ์ของป้าเจ้าของบ้านแม้แต่น้อย
เขาเปิดประตูออก ก็เห็นร่างอ้วนท้วนของป้าเจ้าของบ้านยืนขวางอยู่หน้าประตู ดูราวกับกำแพงเนื้อที่เคลื่อนที่ได้
ป้าเจ้าของบ้านไว้ผมลอนฟูฟ่องเหมือนเพิ่งโดนฟ้าผ่า เนื้อบนใบหน้าสั่นกระเพื่อมตามจังหวะการด่าทอ ปากกว้างแดงก่ำอ้าเข้าอ้าออก น้ำลายแตกฟองกระเด็นกระดอนไปทั่ว ราวกับเป็นเทพเจ้าแห่งการแผดเสียง
แกจ่ายค่าเช่ามาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะโยนข้าวของแกออกไปนอกบ้าน
ป้าเจ้าของบ้านมือหนึ่งท้าวสะเอว อีกมือชี้หน้าด่าหลินฝานฉอดๆ ท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหลินฝานเสียให้ได้
หลินฝานมองดูป้าเจ้าของบ้านจอมโหดตรงหน้า แม้ในใจจะหวั่นๆ อยู่บ้าง แต่พอคิดถึงเงินสิบล้านในกระเป๋า เขาก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง
เขาแอบบ่นในใจ แม่ร่วง ป้านี่ดุชะมัด นี่มันยายเฒ่ามหาภัยกลับชาติมาเกิดชัดๆ แต่ตอนนี้ฉันรวยแล้วโว้ย ไม่กลัวหรอก
ดังนั้นหลินฝานจึงกระแอมในลำคอ แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ป้าครับ อย่าใจร้อนสิครับ แค่ค่าเช่าห้อง จิ๊บจ๊อยน่า ว่าแล้วก็แกล้งตบกระเป๋าเสื้อตัวเองเบาๆ