- หน้าแรก
- ยอดหมอหลอมหยวน สยบสาวงาม สะท้านยุทธภพ
- บทที่ 7 - ลานบิน สาวอกแบนปะทะชายชุดเทา
บทที่ 7 - ลานบิน สาวอกแบนปะทะชายชุดเทา
บทที่ 7 - ลานบิน สาวอกแบนปะทะชายชุดเทา
บทที่ 7 - ลานบิน สาวอกแบนปะทะชายชุดเทา
"เหยียนปิง ฉันขอเตือนให้เธอถอยไป ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ"
ชายหัวเกรียนก้าวออกมายืนข้างหน้า ชี้หน้าหญิงสาวอกแบน พร้อมกับเอ่ยเตือนเสียงกร้าว
"ไช่จี คราวที่แล้วยังโดนสั่งสอนไม่พอใช่ไหม"
สายตาของเหยียนปิงเย็นชา ภายใต้การจ้องมองอย่างกดดันของเธอ กลุ่มนักเลงหัวไม้ถึงกับต้องก้าวถอยหลังไปหลายก้าว
"พวกเรามีลูกพี่คอยคุ้มหัวอยู่ จะไปกลัวอะไรวะ"
ไช่จีตบหัวลูกน้องที่ก้าวถอยหลังไปฉาดใหญ่ แล้วออกคำสั่ง "พังร้านให้เละ!"
กลุ่มนักเลงหัวไม้ถือท่อนเหล็ก ไล่ทุบทำลายข้าวของในร้านอย่างบ้าคลั่ง
เหยียนปิงเริ่มเคลื่อนไหว
อย่าเห็นว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิง ทว่าเมื่อลงมือต่อสู้กลับทำได้อย่างหมดจดงดงามและว่องไวยิ่งนัก
เพียงชั่วพริบตา นักเลงหัวไม้ที่กำลังพังร้านก็ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
"คุณชายหลาน รบกวนลงมือด้วยครับ"
ไช่จีรีบตะโกนเรียกคนที่อยู่หน้าประตู
ชายหนุ่มในชุดสีเทาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง บนศีรษะสวมหมวกสีดำใบเล็ก
"ฝีมือไม่เลว น่าเสียดายที่สุดท้ายก็เป็นแค่ยอดฝีมือภายนอก เป็นแค่กระบวนท่าฉาบฉวยเท่านั้น"
ชายชุดเทาถอดหมวกออก ยื่นให้ไช่จีที่อยู่ข้างๆ แล้วเดินเข้าหาเหยียนปิง
เหยียนปิงใช้เท้าขวายันพื้น ร่างของเธอพุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะตวัดขาซ้ายเตะกวาดออกไปอย่างดุดันและสวยงาม
ชายชุดเทาใช้มือขวาคว้าจับขาซ้ายของเหยียนปิงไว้อย่างแม่นยำ
เหยียนปิงหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา ใช้ขาขวาตวัดเตะใส่ชายชุดเทาอย่างแรง
ชายชุดเทาใช้มือซ้ายขึ้นมาป้องกัน ลูกเตะของเหยียนปิงจึงราวกับเตะโดนแผ่นเหล็ก
"เป็นผู้หญิงจะมาเรียนวรยุทธ์ทำไม กลับไปคลอดลูกอยู่บ้านไป๊!"
ชายชุดเทาหัวเราะเยาะ ก่อนจะออกแรงกระชาก ดึงขาทั้งสองข้างของเหยียนปิงให้กางออก กางเกงตรงเป้าฉีกขาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ร่างกายของเหยียนปิงมีความยืดหยุ่นมากพอ ทว่ากางเกงกลับทนแรงดึงไม่ไหว ขาดแควกตรงเป้ากางเกงทันที
"สีแดงซะด้วย ที่แท้ก็เป็นยัยแรดเงียบนี่เอง"
ไช่จีหัวเราะร่า ลูกน้องคนอื่นๆ ก็หัวเราะตามไปด้วย มวลอากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะลามกจกเปรต
เหยียนปิงโกรธจนแทบกระอักเลือด ทว่าขาทั้งสองข้างถูกจับไว้แน่น จึงไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน
ในจังหวะที่เธอกำลังจะถูกหยามเกียรติจนป่นปี้ รองเท้าข้างหนึ่งก็ลอยละลิ่วพุ่งเข้ามา
ชายชุดเทาไม่ได้ใส่ใจกับรองเท้าข้างนั้น เขาปัดมันทิ้งไปอย่างส่งๆ
ปัง!
รองเท้าหน้าตาธรรมดาข้างหนึ่ง กลับแฝงไปด้วยพลังมหาศาล กระแทกชายชุดเทาจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว
"ใคร!"
ชายชุดเทาคำรามลั่น
ชายหญิงคู่หนึ่งเดินลงมาจากชั้นบน ฝ่ายหญิงคือเหอซือยวิ่น เถ้าแก่เนี้ยร้านหย่งชุนถัง ส่วนฝ่ายชายคือชายหนุ่มหน้าแปลก ที่เท้าขาดรองเท้าไปข้างหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับรองเท้าที่ตกอยู่บนพื้นเป๊ะ เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของเขา
"แกเป็นใคร ทำไมต้องมาขัดขวางงานของฉันด้วย"
ชายชุดเทาจ้องมองจางหยางเขม็ง ในแววตาฉายแววหวาดระแวงออกมา
"รบกวนช่วยเก็บรองเท้าส่งคืนให้ผมหน่อยสิ"
จางหยางชี้ไปที่รองเท้าที่ตกอยู่บนพื้นตรงหน้าเขา แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงกึ่งดูถูก
ชายชุดเทาใช้เท้าขวาเตะรองเท้าปลิวหวือ หอบเอาลมปราณอันดุดันพุ่งเข้าใส่จางหยาง
จางหยางคว้ารองเท้าไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย หลังจากสวมเสร็จ เขาก็หัวเราะร่า "เชื่องกว่าหมาอีกนะเนี่ย"
กลุ่มพนักงานในร้านอดหัวเราะไม่ได้ แม้แต่เหอซือยวิ่นก็ยังหลุดขำ
"รนหาที่ตาย!"
ชายชุดเทากระโดดลอยตัวขึ้น หมัดที่ห่อหุ้มด้วยลมปราณพุ่งทะยานลงมา
จางหยางรวบรวมพลังหยวนทั้งหมดไว้ที่หมัด แล้วชกสวนกลับไป
ปัง!
จางหยางก้าวถอยหลังไปสองก้าว
ชายชุดเทากระเด็นลอยไปกลางอากาศไกลห้าหกเมตร แล้วยังต้องก้าวถอยหลังอีกสี่ห้าก้าวถึงจะหยุดยืนได้
ชายชุดเทาชักกริชออกมาจากอกเสื้อ กำลังจะพุ่งเข้าไป จางหยางก็ตวาดลั่น "ถ้าแกกล้าใช้มีด ฉันจะหักแขนแกซะ!"
หากวัดกันที่พลังหยวน จางหยางชนะขาดลอย แต่ถ้าเป็นเรื่องทักษะการต่อสู้ เขาไม่มีประสบการณ์เลยสักนิด ตอนนี้ในใจเขาลุกลนจนแทบบ้า
เขาว่าลุกลนแล้ว อีกฝ่ายลุกลนยิ่งกว่า
ชายชุดเทาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บกริชเข้าฝัก แล้วหันหลังเดินจากไป
ไช่จีเห็นท่าไม่ดี กำลังจะเผ่นหนี เหยียนปิงก็พุ่งพรวดเข้าไปถีบเขาจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
"เถ้าแก่เหอ ผมก็แค่หาเช้ากินค่ำ คุณปล่อยผมไปเถอะนะ ผมรับรองว่าวันหลังจะไม่มารังควานคุณอีกแล้ว" ไช่จีฉีกยิ้มประจบ
"นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไป แกเห็นหย่งชุนถังของฉันเป็นร้านอาหารหรือไง"
เหอซือยวิ่นส่งสายตาให้ เหยียนปิงก็ชักกริชออกมาจ่อที่คอของไช่จีทันที
"เถ้าแก่เหอ ผมเป็นคนของลูกพี่หลงนะ ถ้าคุณไม่ไว้หน้าผม ก็เท่ากับไม่ไว้หน้าลูกพี่หลง"
ไช่จีรีบยกเอาเบื้องหลังของตัวเองขึ้นมาข่ม
"เฉินเทียนหลงน่ะเหรอ"
"ใช่แล้ว ลูกพี่หลง ขาใหญ่แก๊งมาเฟียแห่งเมืองเจียงหนานนั่นแหละ ตีหมาก็ต้องดูหน้าเจ้าของ ถ้าคุณกล้าแตะต้องผม ลูกพี่หลงไม่ปล่อยพวกคุณเอาไว้แน่"
เหอซือยวิ่นยังลังเลอยู่ จางหยางก็ตบหน้าไช่จีไปฉาดใหญ่ จนหน้าบวมไปซีกหนึ่ง
"ฉันยังไม่ได้ไปคิดบัญชีกับแก แกดันรนหาที่มาส่งถึงประตูบ้านเองเลยนะ" จางหยางใช้มือข้างเดียวยกคอเสื้อไช่จีขึ้นมา แววตาของเขาดุดันน่ากลัว "ตอนเที่ยงวันนี้ มีคนสี่คนไปหาเรื่องฉันที่โรงพยาบาลประชาชนที่สาม แกเป็นคนส่งไปใช่ไหม"
"คุณคือหมอที่ชื่อจางหยางเหรอ" สีหน้าของไช่จีเปลี่ยนไปทันที
"ถูกต้อง"
ไช่จีนึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของลูกน้องหลายคน ก็รีบฉีกยิ้มประจบ "พี่ชาย ในเมื่อคุณก็ไม่ได้เป็นอะไร เรื่องนี้เราเลิกแล้วต่อกันดีไหมครับ"
"แกคิดว่าไงล่ะ"
จางหยางกวักมือเรียกเหยียนปิง ฝ่ายหลังก็รู้ใจรีบส่งกริชให้เขาทันที
"พี่ชาย ผมยอมจ่ายค่าเสียหาย คุณต้องการเท่าไหร่ เสนอราคามาได้เลย"
ไช่จีลุกลนหนัก หมอนี่มันเป็นคนจริง ไม่ได้แค่ขู่เฉยๆ แน่
ฉัวะ!
ประกายแสงสีเงินวาบผ่าน
ไช่จีร้องโหยหวน "ไอ้ระยำเอ๊ย..."
คำพูดยังไม่ทันจบประโยค ปากของเขาก็โดนซัดเข้าอย่างจัง ฟันหน้าหักละเอียดจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"กลับไปบอกไอ้ลูกพี่หลงอะไรนั่นของแกซะ รวมถึงไอ้ชุดเทาเมื่อกี้ด้วย ว่าหย่งชุนถังแห่งนี้ฉันคุ้มครองแล้ว ใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องที่หย่งชุนถังอีก ฉันจะให้มันชดใช้คืนเป็นสิบเท่า"
ไช่จีพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารัวๆ แล้ววิ่งหนีหางจุกตูดไป
"หยุดเดี๋ยวนี้ จ่ายค่าข้าวของในร้านที่แกพังไปมาด้วย หนึ่งแสนหยวน ห้ามขาดแม้แต่แดงเดียว"
ข้าวของในร้านที่พังไปตีราคาเต็มที่ก็แค่สองสามพันหยวน การเรียกเก็บหนึ่งแสนหยวนถือว่าขูดเลือดขูดเนื้อกันสุดๆ
ไช่จีมีหรือจะกล้าต่อรอง เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาสแกนคิวอาร์โค้ด จ่ายเงินไปหนึ่งแสนหยวน ก่อนจะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไป
สายตาของพนักงานในร้านที่มองจางหยางเปลี่ยนไปทันที ราวกับกำลังมองเห็นปีศาจร้ายก็ไม่ปาน
"เก็บกวาดข้าวของ แล้วเปิดร้านต่อได้"
เหอซือยวิ่นไล่ให้ไทยมุงสลายตัวไป แล้วพาจางหยางกลับไปที่ห้องน้ำชา
"คุณอยากจะร่วมงานกันแบบไหนล่ะ" เหอซือยวิ่นเข้าประเด็นทันที
ไม่ว่าจะเป็นวิชาแพทย์หรือฝีมือการต่อสู้ จางหยางล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า หย่งชุนถังต้องการคนเก่งแบบเขามาก
"ข้อแรก ผมไม่เอาเงินเดือน ขอแค่ส่วนแบ่ง ผมเจ็ด ร้านสาม"
"ข้อสอง ผมให้บริการเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แถมต้องเป็นผู้หญิงสวยๆ ด้วย"
"ข้อสาม ราคาเริ่มต้นที่หนึ่งหมื่นหยวน ต่ำกว่านี้ผมไม่รับ"
"ตอนนี้มีข้อเสนอแค่นี้แหละ วันหลังคิดอะไรออกค่อยว่ากันอีกที"
เมื่อได้ยินข้อเสนอของจางหยาง เหอซือยวิ่นก็ยิ้มบางๆ "ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคุณไม่ได้มาทำงาน แต่กำลังมาคัดเลือกคู่ครองระดับพรีเมียมอยู่ล่ะเนี่ย"
"คุณจะคิดแบบนั้นก็ได้นะ" จางหยางไม่ได้แก้ตัว
"ตกลง เอาตามนี้แหละ"
เหอซือยวิ่นตอบตกลงอย่างเด็ดขาด "แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่งนะ"
"ว่ามาสิครับ"
"คุณต้องพักอยู่ที่ร้าน"
เหอซือยวิ่นกลัวว่าเฉินเทียนหลงกับหลานจือเจี๋ยจะกลับมาแก้แค้น ถ้าจางหยางไม่อยู่ที่ร้าน เธอคงรู้สึกไม่ปลอดภัย
"ไม่มีปัญหาครับ"
จางหยางเป็นชายโสดตัวคนเดียว จะให้ไปนอนที่ไหนก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
เหอซือยวิ่นจัดแจงที่พักให้จางหยางเสร็จสรรพ เป็นห้องพักบนชั้นห้าของร้านหย่งชุนถัง สภาพแวดล้อมถือว่าไม่เลวเลย
เวลาเที่ยงคืน จางหยางกำลังคุยโทรศัพท์กับหลิ่วเพียวซวี่ จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"ที่ร้านมีมื้อดึกให้กินนะ จะไปกินด้วยกันไหม"
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือบอดี้การ์ดส่วนตัวของเหอซือยวิ่น สาวอกแบนเหยียนปิง
มากินมื้อดึกเอาป่านนี้นี่นะ
มื้อดึกแบบไหนกันล่ะ
(จบแล้ว)