- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นพ่อลูกกำมะลอ พร้อมมิติเสบียงส่วนตัว
- บทที่ 87 - สวีซานออกโรง
บทที่ 87 - สวีซานออกโรง
บทที่ 87 - สวีซานออกโรง
บทที่ 87 - สวีซานออกโรง
หลิวเฟิงโส่วไม่สนใจเด็กที่วิ่งออกไปตามคนมาช่วยหรอก ด้วยความที่โดนตามใจจนเคยตัว เขาเลยเชื่อว่าการใช้กำลังตัดสินปัญหาคือทางออกที่ดีที่สุด
แถมเรื่องนี้ก็ถือเป็น 'เรื่องในครอบครัว' คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง ต่อให้มีใครมา เขาก็ไม่กลัว
พอเห็นพี่สาวล้มลงไปกองกับพื้น หลิวเฟิงโส่วก็เดินเข้าไปดึงหล่อนให้ลุกขึ้น ก็เขามาเพื่อขอเงินนี่นา ขืนทำอะไรรุนแรงไปเดี๋ยวจะชวดเงินเปล่าๆ
หลิวเหม่ยจวินปัดมือหลิวเฟิงโส่วทิ้งอย่างแรง หล่อนยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันไปสั่งจางเวย
"พาเสี่ยวถิงไปที่โรงงานทอฝ้าย รีบไปตามพี่เขยกลับมาเดี๋ยวนี้!"
ตอนนี้หลิวเหม่ยจวินไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกต่อไป หล่อนตัดขาดความเป็นญาติกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้เรียบร้อยแล้ว
ตอนแรกหล่อนนึกว่าหมอนี่จะกลับบ้านเกิดไปแล้ว ที่ไหนได้ ดันลอยนวลอยู่ในซูโจวตลอดเลย
จางเวยพยักหน้ารับคำ รีบอุ้มจางเสี่ยวถิงที่กำลังร้องไห้จ้าวิ่งออกไปนอกลานบ้านทันที
หลิวเฟิงโส่วพุ่งตัวเข้าไปขวางทันที
ถึงหมอนี่จะทำตัวกร่างไม่เกรงใจใคร แต่เขาก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง เขารู้ดีว่าหลิวเหม่ยจวินกับจางเวยสู้เขาไม่ได้ แต่เขากลัวซ่งเหลียง
ซ่งเหลียงทั้งตัวสูงกว่า ทั้งมีเส้นสายบารมีเยอะกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะอาศัยความเป็นญาติ หลิวเฟิงโส่วก็คงไม่กล้าโผล่หัวมาขอเงินถึงบ้านหรอก
"พี่เหม่ยจวิน! ผมก็แค่มาขอเงินเฉยๆ เราเป็นญาติกันนะ! พี่จะทำรุนแรงเกินไปแล้วนะ!"
หลิวเฟิงโส่วขวางทางจางเวยไว้ พลางตะโกนใส่หลิวเหม่ยจวินอย่างเหลืออด
หลิวเหม่ยจวินกัดฟันกรอด "นายก็เหมือนพ่อแม่นายแหละ กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา! ฉันจะไม่ให้นายสักแดงเดียว!"
หลิวเฟิงโส่วโกรธจัด ในความทรงจำของเขา ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไม่เคยหัวแข็งขนาดนี้มาก่อน
"ได้! ไม่ให้ใช่ไหม! งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปหาเอง!"
พูดจบเขาก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปในบ้าน หลิวเหม่ยจวินรีบถลันเข้าไปขวาง
ในตู้ที่บ้านมีเงินสดเก็บไว้อีกตั้งสองร้อยกว่าหยวน ไหนจะคูปองอีกตั้งหลายใบ
จังหวะที่หลิวเฟิงโส่วกำลังจะผลักหลิวเหม่ยจวินให้พ้นทาง จู่ๆ คอเสื้อด้านหลังของเขาก็ถูกมือหยาบกร้านของใครบางคนคว้าหมับเข้าให้ โลกหมุนคว้างไปชั่วขณะ รู้สึกตัวอีกทีก็ลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นแล้ว
พอมองขึ้นไป ก็เห็นผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างบึกบึนพุ่งตัวเข้ามาหา พร้อมกับรัวหมัดใส่เขาไม่ยั้งราวกับแจกฟรี
คนคนนั้นก็คือสวีซานนั่นเอง
ปกติป่านนี้สวีซานต้องไปตั้งแผงซ่อมจักรยานที่หน้าโรงงานทอฝ้ายแล้ว แต่วันนี้ลูกสาวคนรองของเขาเพิ่งเปิดเทอมเข้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนมัธยมต้นในเครือโรงงานทอฝ้ายเป็นวันแรก ตอนพักเที่ยงเขาเลยแวะกลับมาดูที่บ้านสักหน่อย
เพิ่งจะกินข้าวเสร็จ ซ่งอวี้ก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา 'ขอความช่วยเหลือ'
พอรู้ว่ามี 'โจร' ขึ้นบ้านซ่งเหลียง สวีซานก็พุ่งพรวดออกจากบ้านทันที โดยมีจางเฉี่ยววิ่งตามหลังมาติดๆ
ส่วนสวีฮุ่ยฝากสวีชิงดูแลสวีเฉียวที่บ้าน ก่อนจะสับเท้าวิ่งไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
เมื่อจางเฉี่ยววิ่งมาถึง ก็รีบอุ้มจางเสี่ยวถิงวิ่งออกไปยืนรออยู่นอกลานบ้าน แล้วดึงซ่งอวี้ไว้ไม่ให้เด็กๆ เข้าไปใกล้
หลิวเฟิงโส่วที่นอนกองอยู่บนพื้นถูกต่อยจนลุกไม่ขึ้น ร้องโวยวายลั่น
"ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลิวเหม่ยจวินนะ! คุณมาตีผมทำไม!"
พอได้ยินแบบนั้น สวีซานก็ชะงักมือ แต่ยังคงกดคอหลิวเฟิงโส่วไว้แน่นไม่ให้ขยับ หันไปมองหน้าหลิวเหม่ยจวินเป็นเชิงถาม
ตอนนี้พวกเพื่อนบ้านในซอยที่ได้ยินเสียงเอะอะก็พากันมามุงดูเต็มไปหมด
หลิวเหม่ยจวินหน้าแดงก่ำ ตอบเสียงดังฟังชัด "ฉันไม่สนิทกับเขาค่ะ! เป็นแค่ญาติห่างๆ!
เขาบุกเข้ามาไถเงินฉัน พอฉันไม่ให้ เขาก็จะพังประตูเข้าไปปล้น!"
เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นญาติจริงๆ สวีซานก็ไม่ได้ลงมือต่อ เขาถามขึ้นว่า "หัวหน้าซ่งล่ะครับ?"
หลิวเหม่ยจวินส่ายหน้า "ยังไม่กลับมาเลยค่ะ"
หนึ่งในเพื่อนบ้านที่ชอบสาระแนก็รีบเสนอตัวทันที "เดี๋ยวฉันไปตามหัวหน้าซ่งให้เอง!"
"ฉันไปด้วย!"
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสองคนที่เสนอตัววิ่งไปตามซ่งเหลียง ก็คือสองคนเดียวกับที่เคยวิ่งไปตามคนมาช่วยตอนที่ซ่งอวี้โดนรังแกที่บ้านนั่นแหละ
หลิวเหม่ยจวินตะโกนไล่หลังไป "ฝากตามคนจากแผนกรักษาความปลอดภัยของโรงงานมาด้วยนะคะ!"
จางเฉี่ยวพูดขึ้นมา "ยัยฮุ่ยวิ่งไปแจ้งความที่โรงพักแล้วล่ะ"
หลิวเฟิงโส่วโวยวาย "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! จับฉันไว้ทำไม! ฉันเป็นคนในครอบครัวเขานะเว้ย! อยากโดนตำรวจจับหรือไง!"
สวีซานแสยะยิ้มแต่ไม่พูดอะไร แถมยังเพิ่มแรงกดลงไปอีก
พวกเพื่อนบ้านที่ยืนมุงดูต่างพากันหัวเราะเยาะ
"นี่มันล้วงคองูเห่าชัดๆ กล้ามาหาเรื่องถึงบ้านหัวหน้าซ่ง กร่างไม่ดูตาม้าตาเรือเลย"
"คนแบบนี้สมควรจับไปยิงเป้าให้เข็ด!"
"หน้าด้านจริงๆ เหม่ยจวินยังไม่ยอมให้เข้าบ้านเลย ยังมีหน้ามาอ้างว่าเป็นคนในครอบครัวอีก นี่มันปล้นกันชัดๆ!"
"พี่สวี ไหวเปล่าเนี่ย! ต่อยไปสองหมัดก็หมดแรงแล้วเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันจัดให้เอง!"
"ใช่พี่สวี! เอาให้หมอบไปเลย! แต่อย่าถึงตายนะ!"
...
คำพูดของคนรอบข้างทำเอาหลิวเฟิงโส่วเริ่มใจคอไม่ดี ดูเหมือนที่นี่จะไม่เหมือนหมู่บ้านที่เขาจากมาซะแล้ว
ทั้งแผนกรักษาความปลอดภัย ทั้งตำรวจ นี่เขาจะโดนจับเข้าคุกจริงๆ เหรอเนี่ย!?
พอคิดถึงตรงนี้ หลิวเฟิงโส่วก็รีบหันไปตะโกนอ้อนวอนหลิวเหม่ยจวิน "พี่เหม่ยจวิน! บอกให้เขาปล่อยผมเถอะ! ผมไม่เอาเงินแล้วก็ได้!"
หลิวเหม่ยจวินขมวดคิ้ว ลังเลไม่รู้จะทำยังไงดี
ซ่งอวี้รีบวิ่งเข้าไปกระซิบข้างๆ "พี่เหม่ยจวิน บอกไปว่ารอให้พ่อกลับมาเป็นคนตัดสินใจครับ"
พอได้ยินประโยคนั้น หลิวเหม่ยจวินก็เหมือนได้ที่พึ่งทางใจ
"ตกลง! รอเยี่ยนจู่กลับมาก่อน!"
เยี่ยนจู่บ้าอะไรล่ะ!
โธ่เว้ย!
จางเฉี่ยวบ่นพึมพำ "เหม่ยจวิน ญาติเธอคนนี้น่ากลัวอยู่นะ ไม่น่าใช่คนดีเท่าไหร่หรอก"
เพื่อนบ้านต่างพากันสนับสนุน "ใช่ๆ รอหัวหน้าซ่งกลับมาจัดการดีกว่า หัวหน้าซ่งเป็นถึงผู้บริหารระดับสูง ย่อมรู้กฎหมาย รู้ว่าควรจัดการเรื่องนี้ยังไง!"
"ป้าหลิวที่อยู่ซอยถัดไปก็เคยโดนญาติที่บ้านเกิดมาไถเงินเหมือนกัน พอแกใจอ่อนยอมให้ไปครั้งนึง ก็โดนตามมารีดไถอยู่เรื่อยๆ เลย!"
"เป็นผู้ชายอกสามศอกแท้ๆ มารังแกผู้หญิงแบบนี้ ใช้ไม่ได้จริงๆ"
"กล้ามาก่อเรื่องในเขตโรงงานทอฝ้าย สงสัยอยากตายไวๆ"
...
หลิวเฟิงโส่วเริ่มหน้าถอดสี จังหวะที่กำลังจะอ้าปากขอร้องอีกครั้ง หัวหน้าหวังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคนก็วิ่งกระหืดกระหอบแหวกฝูงชนเข้ามา
ชาวบ้านต่างพากันหลีกทางให้ สวีฮุ่ยยืนหอบแฮกๆ อยู่ข้างแม่
หัวหน้าหวังมองหลิวเฟิงโส่วที่ถูกกดลงกับพื้นด้วยสายตาขุ่นเคือง ตำรวจสองคนเดินเข้าไปประกบสวีซาน แต่ยังไม่ทำอะไร
หัวหน้าหวังหันไปมองข้อมือของหลิวเหม่ยจวินที่มีรอยช้ำ แล้วถามไถ่เรื่องราวทั้งหมด
หลิวเหม่ยจวินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ
ตำรวจทั้งสองนายฟังจบ ก็ก้มลงช่วยสวีซานจับตัวหลิวเฟิงโส่วกดไว้
หัวหน้าหวังถาม "แล้วซ่งเหลียงล่ะ? กลับมาหรือยัง?"
หลิวเหม่ยจวิน "มีคนวิ่งไปตามแล้วค่ะ"
หัวหน้าหวังพยักหน้า "โอเค งั้นเธอจะจัดการเรื่องนี้ยังไง จะให้ฉันจัดการให้เลย หรือจะรอถามความเห็นซ่งเหลียงก่อนล่ะ?"
ถ้าเป็นเรื่องของคนแปลกหน้า หัวหน้าหวังคงจัดการเด็ดขาดไปแล้ว
แต่นี่เป็นญาติห่างๆ ของหลิวเหม่ยจวิน หล่อนจึงอยากฟังความเห็นของเจ้าตัวก่อน
หลิวเหม่ยจวินยังคงลังเล
ซ่งอวี้รีบชิงตอบแทน "พี่เหม่ยจวินบอกว่ารอพ่อกลับมาตัดสินใจครับ!"
หัวหน้าหวังพยักหน้า "ตกลง งั้นเรารอเขาสักแป๊บ"
หลิวเฟิงโส่วพอเห็นตำรวจมา ก็ความห้าวหายเกลี้ยง ทนเจ็บแขนที่โดนล็อกตะโกนอ้อนวอนหลิวเหม่ยจวินเสียงสั่น
"พี่เหม่ยจวิน! ผมผิดไปแล้ว! อย่าให้พวกเขาจับผมไปเลยนะ! ผมไม่เอาเงินแล้วก็ได้!"
"เราเป็นญาติกันนะ! ถ้าพ่อกับแม่ผมรู้เรื่องนี้ เขาต้องมาหาเรื่องพี่แน่ๆ!"
หลิวเหม่ยจวินเม้มปากแน่น หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน
"ต่อให้พ่อกับแม่นายมาแล้วจะทำไม?"
จู่ๆ ก็มีเสียงคุ้นเคยดังมาจากนอกลานบ้าน
เมื่อเห็นซ่งเหลียงเดินเข้ามา ทุกคนก็พร้อมใจกันแหวกทางให้
พอเห็นสามีตัวเองเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและสายตาที่จ้องเขม็งไปยังหลิวเฟิงโส่ว หลิวเหม่ยจวินก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที ความตื่นตระหนกหายเป็นปลิดทิ้ง
และตามหลังซ่งเหลียงมา ก็คือจงไฉและเจ้าหน้าที่จากแผนกรักษาความปลอดภัยอีกคนหนึ่ง
(จบแล้ว)