- หน้าแรก
- หนุ่มหล่อสายพลัง
- บทที่ 20 หนุ่มหน้าหวานอย่างนาย มีค่าพอจะเอาไปเปรียบเทียบกับหลินเฉินงั้นหรือ?
บทที่ 20 หนุ่มหน้าหวานอย่างนาย มีค่าพอจะเอาไปเปรียบเทียบกับหลินเฉินงั้นหรือ?
บทที่ 20 หนุ่มหน้าหวานอย่างนาย มีค่าพอจะเอาไปเปรียบเทียบกับหลินเฉินงั้นหรือ?
'ไอดอลหน้าหวานแห่งวงการบันเทิง หลินเฉิน โชว์ดิ่งพสุธาสุดระห่ำกลางรายการ'
'กระตุกร่มชูชีพที่ความสูงเพียง 200 เมตรเหนือยอดเขาไท่ซาน นี่ใช่ไอดอลหน้าหวานจริงหรือ?'
'หลินเฉิน ยกระดับมาตรฐานของไอดอลหน้าหวานด้วยตัวคนเดียวอีกครั้ง'
ในเวลานี้ บนแพลตฟอร์มเวยป๋อ หัวข้อที่เกี่ยวกับหลินเฉินได้ครอบครองพื้นที่เทรนด์การค้นหายอดฮิตไปจนหมดสิ้น ห้าอันดับแรกล้วนเป็นเรื่องราวของเขาทั้งสิ้น
ภายในห้องไลฟ์สดของหลินเฉิน ยอดผู้ชมออนไลน์ทำลายสถิติใหม่อีกครั้ง โดยมีผู้เข้าชมพร้อมกันทะลุถึงสองล้านคน
หลังจากได้ประจักษ์แก่สายตากับการกระตุกร่มชูชีพสุดระห่ำที่ความสูงสองร้อยเมตรของเขา ช่องแชตในไลฟ์สดก็แทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
หน้าจอเต็มไปด้วยตัวเลข 666 (สุดยอด) ผู้ชมที่อยู่หน้าจอต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
พระเจ้ายอด! แบบนี้ก็ทำได้ด้วยเหรอเนี่ย
และในบรรดาผู้ชม ยังมีผู้ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมรวมอยู่ด้วย เมื่อพวกเขาได้เห็นทักษะการดิ่งพสุธาเปิดร่มที่ความสูงสองร้อยเมตรของหลินเฉิน พวกเขาก็รู้สึกทึ่งจนแทบจะก้มหัวคารวะในทันที
เล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาตั้งนาน ใครจะไปคิดว่าจะได้เห็นฉากสุดเร้าใจขนาดนี้จากไอดอลหน้าหวาน?
'ลูกพี่! ลูกพี่คือลูกพี่ของผมจริงๆ! พี่เฉินคือพระเจ้า! โคตรเท่เลยโว้ย ต่อให้เป็นในฝันฉันยังไม่กล้าบ้าระห่ำขนาดนี้เลย?!'
'เปิดร่มที่ความสูงสองร้อยเมตร ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ต่อให้ตายก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด'
'หลินเฉิน ถ้านายมีของดีขนาดนี้ ทำไมไม่โชว์ให้เห็นตั้งแต่แรกล่ะ ฉันจะได้ไม่ตั้งตนเป็นแอนตี้แฟนมาตั้งนาน!'
'ยอมรับก็ได้ว่านายหล่อกว่าในฝันของฉันนิดนึง แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ!'
ในขณะเดียวกัน ณ อีกด้านหนึ่ง
ภายในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง 'ยุทธการทะเลสาบฉางจิน'
"เท่ โคตรเท่เลยจริงๆ! ถ้าหลินเฉินไม่ได้เป็นไอดอลหน้าหวาน เขาไปเป็นนักกีฬามืออาชีพในสโมสรได้สบายๆ เลยนะ!"
อู๋จิงถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในมือ สีหน้าของเขาฉายแววตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด
การกระตุกร่มสุดระห่ำที่ระยะสองร้อยเมตรเมื่อครู่นี้ อย่าว่าแต่คนในวงการบันเทิงเลย ต่อให้เป็นนักกีฬามืออาชีพก็คงไม่มีใครกล้าทำ
เพราะหากควบคุมความเร็วพลาดไปเพียงนิดเดียว ร่างทั้งร่างคงถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เห็นทักษะระดับปรมาจารย์เช่นนี้จากหลินเฉินในวันนี้!
"หลินเฉินนี่แหละคือคนที่เกิดมาเพื่อรับบท อู่ว่านหลี่!"
อู๋จิงผุดลุกขึ้นยืนทันที หวังจะนำคลิปการแสดงผาดโผนอันน่าทึ่งของหลินเฉินไปให้ผู้กำกับดู
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง บริเวณด้านนอกของกองถ่าย
ไอดอลหน้าหวานที่แต่งหน้าจัดเต็มคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้าง ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง เขาขยับตัวด้วยท่าทีจริตจะก้าน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูง
"พี่หลี่ กองถ่ายนี้มันยังไงกันแน่? ทำไมปล่อยให้เรารอตั้งนานสองนานแล้วยังไม่มีใครออกมาต้อนรับอีก?"
"อาจารย์หวัง รออีกสักประเดี๋ยวนะคะ บางทีอาจเป็นเพราะคุณโด่งดังเกินไป พวกเขาก็เลยเกรงใจจนไม่กล้าออกมาต้อนรับน่ะค่ะ"
ผู้จัดการส่วนตัวกล่าวประจบประแจงพร้อมรอยยิ้ม ขณะรินน้ำชาให้กับชายหนุ่ม
นอกจากผู้จัดการส่วนตัวแล้ว ไอดอลหน้าหวานคนนี้ยังพกผู้ช่วยมาด้วยอีกสองคน พวกเธอคอยล้อมหน้าล้อมหลังปรนนิบัติพัดวีเขาไม่ห่าง
หลังจากจัดการให้ไอดอลหน้าหวานนั่งพักเรียบร้อย ผู้จัดการก็ต่อสายตรงหาทีมงานกองถ่าย
ไม่นานนัก รองผู้กำกับก็เดินออกมา
วินาทีที่เขาเห็นไอดอลหน้าหวานผู้นี้ ประกายความรังเกียจก็วาบผ่านดวงตาอย่างรวดเร็ว
แต่เขาก็ยังคงข่มความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบแล้วผายมือ "ตอนนี้ผู้กำกับของเรากำลังถ่ายทำอยู่ เชิญทางนี้ครับ!"
"อาจารย์หวัง เชิญทางนี้ค่ะ!"
ผู้จัดการส่งยิ้มและขยับตัวหลีกทาง ไอดอลหน้าหวานซึ่งถูกขนาบข้างด้วยสองผู้ช่วยสาว ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างมีจริต ก่อนจะเดินกรีดกรายเข้าไปในกองถ่าย
ในเวลานั้น ผู้กำกับสวีเค่อที่เพิ่งถ่ายทำฉากหนึ่งเสร็จและกำลังพักเบรก จู่ๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่น "กลิ่นฉุนๆ นึ่มันลอยมาจากไหนกัน?"
ยังไม่ทันได้คิดหาคำตอบ รองผู้กำกับก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาและกระซิบข้อความบางอย่าง ผู้กำกับสวีเค่อมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะพยักหน้ารับ
"เข้าใจแล้ว ให้เขาเข้ามาแคสติ้งเลยไหม?"
ปรากฏว่าไอดอลหน้าหวานคนนี้คือคนที่ผู้กำกับสวีเค่อเคยติดต่อไปก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้โด่งดังอะไรมากมายนัก แต่กลับมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองและอารมณ์ร้ายพอตัว
ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะดัง แต่กลับทำตัววางมาดใหญ่โตเสียแล้ว
ผู้กำกับสวีเค่อเคยเชิญเขามาร่วมงานหลายครั้ง แต่เขาก็มักจะอ้างว่าคิวไม่ว่างเสมอ และการมาแคสติ้งในครั้งนี้ เขาก็โผล่มาโดยไม่แจ้งให้ผู้กำกับสวีเค่อทราบล่วงหน้าเลยสักคำ
เรื่องนี้ทำให้ผู้กำกับสวีเค่อรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่อู๋จิงได้แนะนำหลินเฉินให้เขารู้จัก
แม้วาไอดอลหน้าหวานที่ชื่อหลินเฉินจะยังไม่ได้มาทดสอบหน้ากล้อง แต่หากดูแค่รูปลักษณ์ภายนอก เขาก็ดูแข็งแกร่งกว่าไอดอลหน้าหวานที่โผล่มาแคสติ้งในวันนี้หลายขุมนัก
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ไอดอลหนุ่มที่แต่งหน้าประทินโฉมงดงามยิ่งกว่าสตรีก็เดินนวยนาดเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา
ผู้กำกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากให้เขาเริ่มต้นการแคสติ้ง
ฉากที่จะให้ทดสอบคือฉากขานชื่อครั้งสุดท้ายของอู่ว่านหลี่ "กองร้อยที่เจ็ด สมาชิกทั้งหมด 171 นาย มาครบแล้ว มีเพียงหนึ่งนายที่รอดชีวิต!"
ทันทีที่รองผู้กำกับตีกระดานชนวน
ไอดอลหน้าหวานก็พลิกโฉมจิตวิญญาณอันห้าวหาญของอู่ว่านหลี่ให้กลายเป็นชายตุ้งติ้งไปโดยสิ้นเชิง
แสดงไปได้แค่ครึ่งฉาก ผู้กำกับก็แทบจะทนดูต่อไปไม่ไหว
หมอนี่มาแสดงหนังจริงหรือ?
แต่งหน้าซะวอกอย่างกับผี! แล้วยังจะมาบอกว่าจะรับบทเป็นอู่ว่านหลี่เนี่ยนะ?
"คัต!" ผู้กำกับสวีเค่อรีบตะโกนสั่งหยุดทันที
สีหน้าของเขาดูย่ำแย่จนยากจะบรรยาย
แต่ไอดอลหน้าหวานผู้นี้ยังคงหลงตัวเองอย่างหนัก ถึงขั้นเอ่ยปากถามผู้กำกับตรงๆ
"ผู้กำกับครับ การแสดงของผมผ่านฉลุยเลยใช่ไหมครับ?" ที่ถูกสั่งหยุดทั้งๆ ที่ยังแสดงไม่จบ เขาคิดเอาเองว่า...
นั่นต้องเป็นเพราะเขาแสดงได้ดีเกินไปแน่ๆ
ผู้กำกับสวีเค่อข่มความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเอาไว้เบื้องลึก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณกลับไปได้แล้วล่ะ ทางเรามีตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าแล้ว"
"ตัวเลือกที่เหมาะสมกว่างั้นเหรอ? นอกจากผมแล้ว จะมีใครเหมาะสมกับบทนี้มากไปกว่าผมอีก?"
"นั่นสิคะผู้กำกับ! ตอนนั้นคุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่คะ! ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าจะมีใครแสดงได้เข้าถึงบทบาทไปกว่าอาจารย์หวังของเราอีก?"
"ผู้กำกับของเราได้เลือกหลินเฉินเป็นนักแสดงสำหรับบทอู่ว่านหลี่แล้ว!"
ก่อนที่ผู้กำกับสวีเค่อจะได้เอ่ยอะไร อู๋จิงก็ค่อยๆ เดินเข้ามาจากด้านข้างและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลินเฉิน?
ไอดอลหน้าหวานหลินเฉินคนนั้นน่ะเหรอ? ไอ้ดาราหน้าหวานที่แค่นิ้วถลอกก็ต้องรีบแจ้นไปโรงพยาบาลนั่นน่ะนะ?
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ไอดอลหน้าหวานก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะเยาะเย้ยออกมา "ผู้กำกับครับ คุณเอาอะไรมาคิดว่าหลินเฉินดีกว่าผม?"
"นั่นสิคะผู้กำกับ! แม้ว่าทักษะการแสดงของอาจารย์หวังอาจจะยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมเทียบเท่าระดับนักแสดงนำรางวัลเกียรติยศ..."
"แต่เขาก็ไม่ใช่ระดับที่ไก่กาอาราเร่ที่ไหนจะมาเทียบเคียงได้หรอกนะคะ การเอาหลินเฉินมาเปรียบเทียบกับอาจารย์หวังของเรา ดูเหมือนคุณจะประเมินหลินเฉินสูงเกินไปหน่อยหรือเปล่าคะ?"
ผู้จัดการส่วนตัวตกตะลึงเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเย้ยหยันออกมา
เธอคุ้นเคยกับชื่อของหลินเฉินเป็นอย่างดี หมอนั่นก็เป็นแค่ตุ๊ดที่วันๆ เอาแต่เกรี้ยวกราดโวยวายกลางกองถ่าย
คนแบบนั้นจะมาเข้าตาผู้กำกับสวีเค่อได้อย่างไร? เดี๋ยวนี้มาตรฐานการคัดเลือกนักแสดงมันตกต่ำลงถึงขนาดนี้แล้วเชียวหรือ?
"แล้วพวกคุณเอาอะไรมาคิดว่าไอดอลหน้าหวานของคุณมีค่าพอจะเอาไปเปรียบเทียบกับหลินเฉินล่ะ?"
หลังจากที่ได้เห็นการกระตุกร่มสุดระห่ำของหลินเฉิน อู๋จิงก็รู้สึกประทับใจในตัวเขาอย่างหมดหัวใจ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย แค่ศิลปินของพวกเธอจะให้ไปปีนเขาไท่ซานด้วยมือเปล่ายังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แล้วมีหน้ามาเยาะเย้ยหลินเฉินเนี่ยนะ? ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน?
เมื่อสิ้นเสียงของอู๋จิง ใบหน้าของไอดอลหน้าหวานก็แดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนเครื่องสำอางหนาเตอะบนหน้าแทบจะกะเทาะหลุดออกมาสองชั้น
"คุณ..."
เขาชี้หน้าอู๋จิง โกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่แค่นเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา
"ฉันหวังว่าพวกคุณจะไม่เสียใจทีหลังก็แล้วกัน!"
ผู้จัดการสาวกล่าวเสียงแข็ง ก่อนจะดึงตัวไอดอลหน้าหวานเดินจากไป
เมื่อมองแผ่นหลังของทั้งสองคนเดินจากไป อู๋จิงก็พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้กำกับ หลังจากเปิดคลิปวิดีโอการดิ่งพสุธาของหลินเฉินให้ผู้กำกับดู
ความตกตะลึงบนใบหน้าของผู้กำกับสวีเค่อก็ค่อยๆ แผ่ขยายกว้างขึ้น หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาก็ชิงเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาอย่างช้าๆ "ดี! ดี! ดีมาก!"
"ผมจะติดต่อไปยังต้นสังกัดของหลินเฉินเดี๋ยวนี้เลย นักแสดงคนนี้! ยังไงผมก็ต้องเอาตัวมาให้ได้!"