เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ซื้อขายวิชายุทธ์! ชนะข้าได้ก็เอาไปเลย!

บทที่ 24 ซื้อขายวิชายุทธ์! ชนะข้าได้ก็เอาไปเลย!

บทที่ 24 ซื้อขายวิชายุทธ์! ชนะข้าได้ก็เอาไปเลย!


"สำนักยุทธ์ชางไป๋"

"มิน่าเล่าถึงตกอับจนต้องเอาวิชายุทธ์ออกมาเร่ขาย"

เจียงเสวียนก้มมองป้ายสำนักที่ทรุดโทรมและสิ่งของตกแต่งที่ขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน

หากประตูบานใหญ่ไม่ได้เปิดอ้าไว้ เขาคงคิดว่าสำนักยุทธ์แห่งนี้ปิดตัวลงไปแล้วเป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน

"ช่วงนี้พวกเราไม่รับศิษย์เพิ่ม"

เด็กสาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะต้อนรับเอ่ยขึ้นเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองหลังจากสัมผัสได้ว่ามีคนเดินเข้ามา ทว่าเนื่องจากภายในโถงสำนักนั้นเงียบสงัด น้ำเสียงของนางจึงดังแว่วเข้าหูของเจียงเสวียนอย่างชัดเจน

"ข้าไม่ได้มาสมัครเป็นศิษย์ แต่ข้ามาเพื่อซื้อวิชายุทธ์"

"ซื้อวิชายุทธ์งั้นหรือ?"

หลังจากเจียงเสวียนบอกจุดประสงค์ ในที่สุดเด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นมามอง พลางสำรวจเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตะโกนเรียกคนบนชั้นสอง

"ท่านปู่ มีคนมาขอซื้อวิชายุทธ์เจ้าค่ะ!"

"มาแล้วๆ"

เสียงขานรับจากชั้นบนดังขึ้นทันทีที่สิ้นเสียงของเด็กสาว จากนั้นไม่นาน ชายชราท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งก็เดินลงบันไดมา

เขาเยื้องย่างด้วยฝีเท้าอันมั่นคงหนักแน่น แม้บนใบหน้าจะเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งวัยทว่าดวงตากลับทอประกายเจิดจ้าคมกริบ เจียงเสวียนเดาได้ไม่ยากเลยว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นเจ้าสำนักชางไป๋ อู๋หย่งอู่ อย่างแน่นอน

"สหายตัวน้อย เจ้าคือคนที่อยากจะมาซื้อวิชาเอกของสำนักเรางั้นรึ?" อู๋หย่งอู่มองเจียงเสวียนพลางเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม

เจียงเสวียนพยักหน้ารับ

"วิชาเอกของสำนักยุทธ์ชางไป๋เราคือวิชายุทธ์ระดับสาม มีนามว่า 'บาทาเหินกระเรียน' วิชาบาทาเหินกระเรียนนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษตระกูลอู๋ของข้า หลังจากที่เฝ้าสังเกตท่วงท่าการเคลื่อนไหวของนกกระเรียนขาวและลอกเลียนแบบอยู่นานถึงห้าปี ในเมื่อเจ้าเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง ข้าก็จะไม่พูดอ้อมค้อม... ห้าร้อยตำลึง แล้ววิชาบาทาเหินกระเรียนนี้จะเป็นของเจ้า"

อู๋หย่งอู่เอ่ยโวโอ้อวดสรรพคุณพลางชูนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว

ราคาที่ชายชราเรียกมานี้เกือบจะสูงเป็นสองเท่าของราคาตลาดที่หยางชิงชิงเคยบอกไว้ ช่างเป็นตาเฒ่าที่หน้าเลือดเสียจริง หากเจียงเสวียนไม่ได้สืบทราบรายละเอียดมาจากหยางชิงชิงก่อนที่จะมาที่นี่ เขาคงต้องตกหลุมพรางของอู๋หย่งอู่ไปแล้วเป็นแน่

โดยทั่วไปแล้ว วิชายุทธ์ระดับสามวิชาหนึ่งจะมีราคาอยู่ราวๆ สามร้อยตำลึง การที่อู๋หย่งอู่บวกเพิ่มขึ้นมาอีกสองร้อยตำลึงนับว่าไร้คุณธรรมอย่างยิ่ง เจียงเสวียนย่อมไม่มีทางยอมทำตามใจอีกฝ่าย เขาจึงชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วแทน

"สามร้อยตำลึง"

"ตกลง!"

ทันทีที่เจียงเสวียนเอ่ยจบ อู๋หย่งอู่ก็ตอบตกลงในทันทีพร้อมกับล้วงคัมภีร์วิชายุทธ์ออกมา ราวกับกลัวว่าราคาจะร่วงลงไปมากกว่านี้...

เมื่อเห็นอู๋หย่งอู่รับคำอย่างรวดเร็ว เจียงเสวียนก็รู้ได้ทันทีว่าราคานี้เขายังเรียกสูงเกินไปด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเขาในเวลานี้ เงินสามร้อยตำลึงไม่ได้นับว่าเป็นเงินจำนวนมากมายอะไร และเขาไม่อยากเสียเวลาต่อรองกับชายชราให้มากความ จึงส่งมอบเงินแลกเปลี่ยนสินค้ากับอู๋หย่งอู่ในทันที

ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลฉิน

"เจ้ากำลังจะบอกว่า เจ้าเด็กนั่นเที่ยวตระเวนไปตามสำนักยุทธ์ต่างๆ เพื่อกว้านซื้อวิชายุทธ์งั้นรึ?"

ในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองฝูหยาง หูตาของตระกูลฉินย่อมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมือง ดังนั้น เมื่อเจียงเสวียนเริ่มกว้านซื้อวิชายุทธ์ตามสำนักต่างๆ ตระกูลฉินจึงได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็ว

พ่อบ้านรีบร้อนเดินทางมารายงานเรื่องนี้แด่ฉินว่านจวินในโอกาสแรก ทว่าเรื่องนี้กลับทำให้ฉินว่านจวินรู้สึกงุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดแล้ว การฝึกฝนวิชายุทธ์เพียงวิชาเดียวก็ต้องสูญเสียพลังกายและพลังใจไปมากโข คนทั่วไปฝึกฝนแค่สองหรือสามวิชาก็นับว่ามากเกินกลืนแล้ว แล้วเจียงเสวียนจะเอาวิชายุทธ์มากมายขนาดนั้นไปทำไม?

"เป็นเรื่องจริงขอรับท่านผู้นำ ตอนนี้เจียงเสวียนกำลังเดินทางไปยังสำนักยุทธ์เสือดำ ข้าคาดว่ามันคงคิดจะไปเยือนสำนักยุทธ์ที่กำลังตกอับในเมืองฝูหยางให้ครบทุกแห่ง... ท่านผู้นำ จำเป็นต้องให้ข้าส่งคนไปสั่งห้ามไม่ให้สำนักเหล่านั้นขายวิชายุทธ์ให้มันหรือไม่ขอรับ?" พ่อบ้านเสนอแผนการแก่ฉินว่านจวิน

ด้วยบารมีของตระกูลฉิน ขอเพียงพวกเขาลั่นวาจาออกไป สำนักยุทธ์เหล่านั้นย่อมไม่มีความกล้าพอที่จะขายสิ่งใดให้เจียงเสวียนอย่างแน่นอน ทว่าเขากลับไม่ได้คำชมเชยจากฉินว่านจวิน สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสายตาอันเย็นชาเยียบเย็นคู่หนึ่ง

"ข้าจะต้องไปสนใจทำไมว่ามันจะซื้อวิชายุทธ์อะไร?"

"สิ่งที่ข้าต้องการ คือชีวิตของมันต่างหาก!"

หลังจากกล่าวจบ ฉินว่านจวินคล้ายจะนึกบางอย่างออก จึงเอ่ยถามพ่อบ้านต่อว่า "เจ้าสำนักยุทธ์หมาป่าโลกันตร์ เย่หง... มันผู้นั้นอยู่ในขั้นสอง ระดับหก ใช่หรือไม่?"

"เย่หงหรือขอรับ? ใช่แล้วขอรับ มันคือนักยุทธ์ขั้นสอง ระดับหก" พ่อบ้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ

"ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงไปบอกมันซะ... ขอเพียงมันสังหารเจียงเสวียนได้ หนี้สินจำนวนสามร้อยตำลึงที่มันติดค้างตระกูลฉินของเราไว้ จะถือว่าเจ๊ากันไป"

ฉินว่านจวินสั่งการพ่อบ้าน ในเมืองฝูหยางแห่งนี้ ต่อให้เขาไม่ลงมือด้วยตัวเอง เขาก็มีหนทางมากมายนับไม่ถ้วนในการเด็ดหัวเจียงเสวียน

"รับทราบขอรับ" พ่อบ้านน้อมรับคำสั่งและแยกย้ายไปดำเนินการตามความประสงค์ของฉินว่านจวินทันที

ในเวลาเดียวกัน ณ เบื้องหน้าสำนักยุทธ์หมาป่าโลกันตร์

[โฮสต์: เจียงเสวียน]

[ระดับการฝึกตน: ขั้นสอง ระดับหก]

[วิชาพิงพนมเหล็ก · ยังไม่เข้าขั้น]

[ฝ่ามือพยัคฆ์เหิน · ยังไม่เข้าขั้น]

[หมัดลวดเหล็ก · ยังไม่เข้าขั้น]

[บาทาเหินกระเรียน · ระดับสัมฤทธิ์ผล (3812/10800)]

[...]

"ข้าได้วิชายุทธ์ระดับสามมาสี่วิชาแล้ว"

เมื่อมองดูหน้าต่างระบบของตน เจียงเสวียนก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจด้วยความซาบซึ้ง การรวบรวมวิชายุทธ์ระดับสามด้วยวิธีนี้ช่างมีประสิทธิภาพสูงยิ่ง ทว่าเขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพราะสำนักยุทธ์เหล่านี้กำลังประสบปัญหาทางการเงินและต้องการเงินตำลึงไปประทังชีพ หากเป็นสำนักยุทธ์อื่นๆ การจะได้วิชาของพวกเขามาคงไม่ใช่ง่ายดายเช่นนี้

"นี่คือสำนักสุดท้ายในรายชื่อแล้ว"

เจียงเสวียนมองป้ายชื่อที่ตีพิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวว่า 'สำนักยุทธ์หมาป่าโลกันตร์' ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปด้านใน

พื้นที่ภายในสำนักค่อนข้างกว้างขวางทว่ากลับเงียบเชียบ มีเพียงเด็กหนุ่มสองคนกำลังร่ายรำดาบสั้นฝึกซ้อมกันอยู่ พวกเขาดูประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นเจียงเสวียนเดินเข้ามา ท้ายที่สุดแล้ว สำนักยุทธ์แห่งนี้ขาดการจัดการที่ดี ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันแยกย้ายไปหมดแล้ว ที่พวกเขายังคงทนอยู่ต่อไปเป็นเพราะยังหาลู่ทางทำมาหากินอื่นไม่ได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การที่มีคนมาเยือนจึงเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างแท้จริง

"ช่วยไปตามเจ้าสำนักของพวกเจ้ามาให้ข้าที ข้าต้องการมาซื้อวิชายุทธ์ของสำนักพวกเจ้า" เจียงเสวียนบอกจุดประสงค์เมื่อประสานสายตากับเด็กหนุ่มทั้งสอง

"ได้ครับ" เด็กหนุ่มที่ดูมีอายุมากกว่าขานรับและเตรียมจะเดินขึ้นชั้นบน ทว่ายังไม่ทันที่เท้าของเขาจะเหยียบขั้นบันได น้ำเสียงอันทุ้มต่ำหนักแน่นก็ดังแว่วมาจากด้านบนเสียก่อน

"ไม่ต้องลำบากหรอก ข้าลงมาแล้ว"

สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงโปร่งผอมเกร็งร่างหนึ่งก็ก้าวเดินลงบันไดมาปรากฏตัวต่อหน้าเจียงเสวียน ชายผู้นี้สวมชุดสั้นครึ่งแขน รูปร่างของเขาสูงใหญ่ยิ่งกว่าเจียงเสวียนเสียอีก แม้จะดูผอมบางทว่าทั่วทั้งร่างกลับอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อที่เรียบเนียนพร้อมด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน ดวงตาของเขาดุดันคมกริบราวกับหมาป่ายามจ้องมองสำรวจเจียงเสวียน คนผู้นี้คือเจ้าสำนักยุทธ์หมาป่าโลกันตร์ เย่หง

"เจ้าอยากจะซื้อวิชายุทธ์งั้นรึ?" สีหน้าของเย่หงแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เหตุผลที่สำนักยุทธ์แห่งนี้ยังคงเปิดอยู่ เป็นเพราะเขายังติดค้างหนี้สินตระกูลฉินและยังไม่มีปัญญาจ่ายคืน มิฉะนั้นเขาคงเลิกทำธุรกิจที่ขาดทุนย่อยยับเช่นนี้ไปนานแล้ว และเมื่อครู่ คนของตระกูลฉินเพิ่งจะมาส่งข่าว... ขอเพียงเขาสังหารเจ้าเด็กคนนี้ได้ หนี้สินทั้งหมดก็จะถูกลบล้างไป แน่นอนว่ามันยากที่เขาจะไม่หวั่นไหว

"ถูกต้อง ท่านลองเรียกราคามาได้เลย" เจียงเสวียนพยักหน้าตอบ

"ไม่จำเป็นต้องซื้อขายหรอก" เย่หงเอ่ยขึ้น "หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะยกวิชาเอกประจำสำนักให้เจ้าฟรีๆ ทว่า ตัวข้าลงมือไม่เคยออมแรง หากเจ้าถูกข้าพลั้งมือตีจนตาย ข้าจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น"

เย่หงกล่าววาจาข่มขวัญ หมายจะให้เจียงเสวียนล่าถอยกลับไป แน่นอนว่าหากเจ้าเด็กนี่ดื้อดึงชวนทะเลาะและตอบตกลง เพื่อเป็นการปลดหนี้ให้ตระกูลฉิน เขาย่อมไม่มีทางออมมือให้อย่างเด็ดขาด

ชนะก็จะได้วิชายุทธ์ไปเลยงั้นหรือ?

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจียงเสวียนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าเขาไม่ได้ลังเลใจเลยแม้แต่น้อยและตอบตกลงทันที

"ตกลง ข้าจะสู้กับท่าน"

ข้อมูลของสำนักยุทธ์เหล่านี้ได้รับการระบุไว้ในรายชื่อที่หยางชิงชิงมอบให้เขาแล้ว พละกำลังของเย่หงอยู่ในระดับเดียวกับเขา คือขั้นสอง ระดับหก ยิ่งไปกว่านั้น มันยังฝึกฝนวิชา 'ดาบเขี้ยวหมาป่า' ของสำนักยุทธ์หมาป่าโลกันตร์จนบรรลุถึงระดับสัมฤทธิ์ผล และห่างจากระดับสมบูรณ์แบบเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองแห่งเมืองฝูหยาง มันนับว่าเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง ทว่าในสายตาของเจียงเสวียน พละกำลังเพียงเท่านี้ไม่ได้สลักสำคัญอันใดเลย

"ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามา"

เมื่อเห็นเจียงเสวียนตอบรับอย่างง่ายดาย เย่หงก็เดาได้ว่าพละกำลังของอีกฝ่ายคงไม่ธรรมดา มิฉะนั้นคงไม่มีความมั่นใจถึงเพียงนี้ มันสะบัดข้อมือเบาๆ ดาบสั้นสองเล่มที่เหน็บอยู่ข้างเอวก็พลันถูกกระชับแน่นอยู่ในอุ้งมือ สาดประกายแสงอันเย็นเยียบและน่ากลัวออกมา

เมื่อเห็นดังนั้น เจียงเสวียนก็ชักดาบเหล็กเหมันต์ของตนออกมา ประจันหน้ากับเย่หงในทันที!

จบบทที่ บทที่ 24 ซื้อขายวิชายุทธ์! ชนะข้าได้ก็เอาไปเลย!

คัดลอกลิงก์แล้ว