เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 - ท่านอาจารย์ผู้แข็งนอกอ่อนใน!

บทที่ 130 - ท่านอาจารย์ผู้แข็งนอกอ่อนใน!

บทที่ 130 - ท่านอาจารย์ผู้แข็งนอกอ่อนใน!


บทที่ 130 - ท่านอาจารย์ผู้แข็งนอกอ่อนใน!

หลังจากกล่าวขอบคุณคำเตือนของผู้อาวุโสเฉินแล้ว

เย่เฉินก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

"ผู้อาวุโสเฉิน ข้าจะขอรับป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นสักอันได้หรือเปล่าขอรับ!"

ผู้อาวุโสเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยิน เขาไม่ค่อยชอบใจเรื่องการใช้เส้นสายฝากฝังคนเข้ามาสักเท่าไหร่

แต่เขาก็เอ่ยถามออกไป "สหายเต๋าเย่ต้องการป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นไปทำไมหรือ?"

"ในเมื่อข้าเคยเอาป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นของตระกูลเย่ไปใช้ ยังไงก็ต้องหามาคืนพวกเขาน่ะขอรับ!"

เย่เฉินไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับตระกูลเย่เลยสักนิด

ตอนแรกเขาก็แอบคิดว่าผู้นำตระกูลลำเอียงเกินไปหรือเปล่า

แต่พอรู้ความจริงว่าพ่อของเขาอาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของผู้นำตระกูล เขาก็เลยปล่อยวางได้

ในเมื่อตอนนี้เขาทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว ก็ได้เวลาแวะไปที่ตระกูลเย่สักหน่อย

เพื่อสืบถามเรื่องราวของพ่อเขา

และเพื่อเป็นการตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ

ผู้อาวุโสเฉินยิ้มรับเมื่อได้ยินเช่นนั้น "ย่อมได้สิ! เดี๋ยวข้าจะให้คนเอาป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นไปให้เจ้านะ"

การที่เย่เฉินทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานและมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่ง

แถมยังเลือกที่จะตัดขาดจากตระกูลเดิมอีก สำหรับสำนักชิงอวิ๋นแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก

เย่เฉินยิ้มรับ พยักหน้าแสดงความขอบคุณ

หลังจากสั่งความกับหญิงรับใช้ในเรือนพักเสร็จสรรพ

เย่เฉินก็เดินขึ้นเขาไปเพื่อขอเข้าพบท่านอาจารย์

"ท่านอาจารย์ ศิษย์ขออนุญาตเข้าพบขอรับ!"

ประตูเรือนเปิดออก เย่เฉินเดินเข้าไปในเรือนพักของท่านอาจารย์เป็นครั้งแรก เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่พอสายตาไปสะดุดเข้ากับตาน้ำที่ผุดขึ้นมา และสระน้ำเล็กๆ ในสวน เขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ

ก่อนหน้านี้เย่เฉินยังเคยสงสัยอยู่เลย ว่าแหล่งน้ำมันมาจากไหน

ที่แท้ก็มาจากเรือนของท่านอาจารย์นี่เอง?

มิน่าล่ะ บางทีน้ำถึงได้มีกลิ่นหอมแปลกๆ หรือว่าจะเป็นกลิ่นกายของท่านอาจารย์กันนะ?

นี่คงเป็นตอนที่ท่านอาจารย์กำลังอาบน้ำอยู่สินะ?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เฉินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

อาจจะเป็นเพราะสายตาของเย่เฉิน หรืออาจจะเดาออกว่าเย่เฉินกำลังคิดอะไรอยู่

กู่หยุนอวิ๋นจึงหรี่ตาลง

เดิมทีนางแอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่เย่เฉินทะลวงระดับสำเร็จ แต่นางกลับตีหน้าขรึมแล้วถามว่า "มีธุระอะไรกับข้า?"

เย่เฉินรีบเล่าเรื่องที่เขาเลือกที่จะเป็นศิษย์ต่อไปให้ฟัง

พร้อมกับบอกว่าเขาตั้งใจจะเดินทางไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองเสินอี้

กู่หยุนอวิ๋นพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก

เมืองเสินอี้อยู่ไกลมาก

แต่เย่เฉินก็ทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว น่าจะดูแลตัวเองได้

ถึงกู่หยุนอวิ๋นจะคอยปกป้องลูกศิษย์ แต่ก็ใช่ว่าจะคอยประคบประหงมอยู่ตลอดเวลา

ถ้าเย่เฉินเดินทางไปเมืองเสินอี้แล้วไม่ได้กลับมาอีก

มันก็คงจะเป็นคราวเคราะห์ของเขานั่นแหละ

...

เมื่อต้องเผชิญกับท่าทีที่เย็นชาของท่านอาจารย์

เย่เฉินกลับไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

เพราะเย่เฉินสัมผัสได้มาตั้งนานแล้ว

ว่าท่านอาจารย์ของเขานั้น เป็นพวกแข็งนอกอ่อนในขนานแท้เลยล่ะ

หลังจากกล่าวอำลาท่านอาจารย์แล้ว เย่เฉินก็ออกเดินทางไปยังสำนักชิงอวิ๋น

เขาแวะไปที่ร้านของตัวเองเป็นอันดับแรก

ส่วนชื่อร้านน่ะหรือ ก็คือ 'ร้านสินค้าพรีเมียมตระกูลหมี่'

แน่นอนว่าชื่อนี้ เย่เฉินแอบใส่ความขี้เล่นของตัวเองลงไปด้วย

ร้านนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นร้านขายของจิปาถะเลยก็ว่าได้

เพราะมีทุกอย่างสากกะเบือยันเรือรบ

ก็แหม ของรางวัลจากระบบที่เย่เฉินไม่ได้ใช้ ก็ถูกเอามาเลหลังขายที่นี่หมดเลยนี่นา

และด้วยความที่เป็นของระดับพรีเมียมทั้งนั้น ร้านนี้ก็เลยขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

เย่เฉินก้าวเท้าเข้าไปในร้าน

ซุนเย่กำลังง่วนอยู่กับการเจรจาพาทีกับลูกค้าคนหนึ่ง

พอเห็นเย่เฉิน เขาก็เบิกตากว้าง อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา "นะ... นายท่านเย่ ท่านมาแล้ว!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังอันน่าเกรงขาม ที่มีเฉพาะในผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเท่านั้น

ความรู้สึกของซุนเย่ก็ปะปนเปกันไปหมด ทั้งซับซ้อน ทั้งเสียดาย

ข่าวลือนั้นเป็นความจริงสินะ

ศิษย์สืบทอดแห่งยอดเขากระบี่ของสำนักชิงอวิ๋น ทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานแล้วจริงๆ

เมื่อสองปีก่อน เย่เฉินเจอเขายังต้องเรียกเขาว่าผู้อาวุโสอยู่เลย

แต่ตอนนี้ แค่พริบตาเดียว เย่เฉินก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้อาวุโสเสียเองแล้ว

ความรู้สึกนี้ มันทำให้ซุนเย่รู้สึกจุกอก และนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

ตอนนั้นเขาตาบอดไปได้ยังไงนะ

ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าเย่เฉินจะก้าวขึ้นมาเป็นระดับสร้างรากฐานได้ เรื่องมันคงไม่จบแบบนี้แน่

ถ้าตอนนั้นลูกสาวของเขายอมตกลงปลงใจกับเย่เฉิน

ป่านนี้ ต่อให้เย่เฉินจะเป็นถึงระดับสร้างรากฐาน เขาก็ต้องเรียกซุนเย่ว่าพ่อตาอยู่ดี

เย่เฉินยิ้มบางๆ แล้วตบไหล่ซุนเย่เบาๆ "ไม่ต้องมากพิธีหรอก เรียกข้าว่าเถ้าแก่ก็พอ!"

ตาเฒ่าซุนเย่คนนี้ ถึงจะหน้าเงินไปหน่อย

แต่เรื่องทำงาน เขาก็เป็นคนพึ่งพาได้

อนาคตก็ยังคงมีประโยชน์อยู่

เมื่อได้ยินดังนั้น ความอึดอัดบนใบหน้าของซุนเย่ก็เบาบางลง "ไม่ทราบว่าเถ้าแก่มาเยือนที่นี่ มีธุระอะไรหรือขอรับ?"

เย่เฉินเอ่ยขึ้นว่า "เอาหินวิญญาณในร้านมาให้ข้าให้หมด..."

"แล้วก็เอาของพวกนี้ ไปวางขายในร้านซะ!"

เย่เฉินนำของรางวัลสะท้อนกลับที่ไม่ได้ใช้แล้วในช่วงนี้ ออกมามอบให้ซุนเย่ทั้งหมด

แต่ของระดับเทพๆ อย่างพวกชุดอุปกรณ์เวท

เย่เฉินไม่ได้ให้ซุนเย่ไปหรอกนะ

เหตุผลหลักก็คือ กำลังซื้อในเมืองชิงอวิ๋นมันต่ำเกินไป

ของล้ำค่าหลายๆ อย่าง มันก็เลยทำราคาไม่ได้

สู้เอาไปปล่อยขายที่เมืองเสินอี้ น่าจะคุ้มกว่าเยอะ

หลังจากจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จเรียบร้อย

เย่เฉินก็เดินจากไปอย่างสง่างาม

ซุนเย่ยืนน้อมตัวส่งอยู่ที่ประตู "เดินทางปลอดภัยนะขอรับเถ้าแก่!"

ถ้าบอกว่าเมื่อก่อน ที่ซุนเย่ยอมทำงานถวายหัว ก็เพื่อหวังให้ลูกสาวของเขามีที่ยืนในใจเย่เฉินมากขึ้นล่ะก็

ตอนนี้เขาก็พร้อมจะสวามิภักดิ์ต่อเย่เฉินอย่างหมดหัวใจแล้ว

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนเดียว ก็เพียงพอที่จะก่อตั้งตระกูลขึ้นมาได้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฉินยังเป็นถึงศิษย์สืบทอดแห่งยอดเขากระบี่ของสำนักชิงอวิ๋น และเป็นลูกศิษย์ของว่าที่เจ้าสำนักคนต่อไปอีกด้วย

ถ้าลูกสาวของเขาสามารถมีทายาทสืบสกุลให้เย่เฉินได้สักคนสองคน ลูกหลานของเขาก็จะได้ไม่ต้องเป็นผู้ฝึกตนอิสระที่เร่ร่อนอีกต่อไป

อนาคตช่างสดใสเหลือเกิน

...

ส่วนทางด้านตระกูลเย่

เมื่อเย่เฉินมาถึง เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ระดับ VIP จากตระกูลเย่ทันที

เย่หง ผู้นำตระกูลระดับสร้างรากฐาน ออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ส่วนท่านลุงใหญ่และท่านลุงรองที่เคยทำท่าทางหยิ่งยโสใส่เย่เฉินก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนสุดๆ

"เสี่ยวเฉิน การที่เจ้าทะลวงระดับสำเร็จ ถือเป็นความโชคดีของตระกูลเย่เราจริงๆ!"

"ตระกูลเดียวมีระดับสร้างรากฐานถึงสองคน ในเขตของสำนักชิงอวิ๋นเนี่ย หาได้ยากมากเลยนะ"

"ข้าเห็นเสี่ยวเฉินมาตั้งแต่เด็ก ข้ารู้ว่าเจ้าต้องได้ดีแน่ๆ เรื่องรากวิญญาณน่ะ มันไม่ใช่เครื่องตัดสินอนาคตหรอก"

"ตระกูลเย่ของเรา กำลังจะรุ่งเรืองแล้วล่ะ"

"พ่อเสือย่อมไม่ให้กำเนิดลูกสุนัขจริงๆ!"

"..."

ทุกคนต่างก็พากันเยินยอ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

เย่เฉินถึงกับเข้าใจถ่องแท้เลยว่า ประโยคเด็ดของดาราคนหนึ่งในชาติก่อนที่บอกว่า "พอดังแล้ว รอบตัวก็มีแต่คนดี" มันหมายความว่ายังไง

ตอนที่เขากลับมาจากตลาดหยินเยว่ครั้งที่แล้ว

คนในตระกูลยังแทบจะไม่เห็นหัวเขาเลยด้วยซ้ำ

แล้วตอนนี้ล่ะ?

มองไปทางไหนก็เจอแต่รอยยิ้ม

ไม่ว่าโลกไหน ความแข็งแกร่งก็คือสิ่งสำคัญที่สุดจริงๆ

เย่หง ผู้นำตระกูล เชื้อเชิญให้เย่เฉินมานั่งข้างๆ พร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "เสี่ยวเฉิน ตอนนี้เจ้าก็ทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานแล้ว คงต้องเตรียมตัวหาของใช้จำเป็นอีกเยอะเลยสิ ทางตระกูลได้เตรียมทรัพยากรไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้วนะ"

เย่เฉินยิ้มและส่ายหน้าปฏิเสธ "ขอบคุณสหายเต๋าเย่สำหรับความหวังดี แต่ข้ามีทรัพยากรเพียงพอแล้วล่ะ"

สรรพนามที่เย่เฉินใช้ ทำเอาห้องโถงที่เคยครึกครื้น เงียบกริบลงในทันตา

เย่หงถึงกับหรี่ตาลง

ข้าอุตส่าห์นับเจ้าเป็นหลาน แต่เจ้ากลับเรียกข้าว่าสหายเต๋างั้นหรือ?

แต่เย่เฉินในฐานะระดับสร้างรากฐาน มีอิทธิพลมากกว่าเขาเยอะ

เย่เฉินเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าๆ ยังมีเวลาอีกถมเถ แถมยังมีโอกาสทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง หรือขั้นสูงได้อีก

อนาคตไกลกว่าเขาเยอะ

เขาเทียบไม่ติดหรอก

ตระกูลเย่ยังต้องพึ่งพาเย่เฉิน

"เสี่ยวเฉิน เจ้ายังโกรธเรื่องเก่าๆ อยู่อีกหรือ ความจริงตอนนั้นข้าก็แค่กะจะสั่งสอนเจ้าเบาๆ เท่านั้นแหละ คนกันเองทั้งนั้น จะมาโกรธเคืองกันข้ามคืนทำไม"

เย่หงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เย่เฉินยิ้มรับ...

ถ้าตอนนั้นท่านอาจารย์ไม่มาช่วย ข้าคงต้องตกเป็นทาสปรุงโอสถให้ตระกูลเย่ไปชั่วชีวิตแล้ว

แต่เย่เฉินไม่ได้มาที่นี่ เพื่อจะมาขุดคุ้ยเรื่องบาดหมางในอดีตหรอกนะ

เย่เฉินหยิบป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นสองอันออกมาวางบนโต๊ะ "นี่คือป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นอันเดิม ตอนนี้ข้าขอคืนให้เจ้าของเดิมก็แล้วกัน!"

เพื่อความแน่ใจว่าจะสามารถตัดขาดความสัมพันธ์ได้อย่างหมดจด ผู้อาวุโสเฉินแห่งหอภารกิจภายใน จึงให้ป้ายคำสั่งมาถึงสองอันเลย

สีหน้าของเย่หงเปลี่ยนไปทันที...

เย่เฉินกะจะตัดขาดจากตระกูลเย่อย่างเด็ดขาดเลยงั้นหรือ?

แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง?

ท่านอาจารย์ของเย่เฉิน คือว่าที่เจ้าสำนักคนต่อไปเลยนะ

ตระกูลเย่ก็ต้องพลอยได้อานิสงส์ไปด้วยสิ เผลอๆ อาจจะได้ผนวกรวมเข้ากับสำนักชิงอวิ๋นเลยก็ได้

คุณค่ามหาศาลขนาดนี้ ป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นแค่ไม่กี่อัน มันจะไปเทียบกันได้ยังไง

เย่หงกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง

แต่เย่เฉินก็พูดขัดขึ้นมาก่อน "ที่ข้ามาวันนี้ นอกจากจะเอาป้ายคำสั่งชิงอวิ๋นมาคืนให้เป็นสองเท่าแล้ว ข้ายังมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับพ่อของข้าสักหน่อย..."

"พ่อของข้า คงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของสหายเต๋าเย่หรอกใช่ไหม!"

"สหายเต๋าเย่ พอจะบอกข้าได้ไหม ว่าที่มาที่ไปของพ่อข้า มันเป็นยังไงกันแน่!"

สีหน้าของเย่หงเปลี่ยนไปในทันที

เย่เฉินรู้เรื่องนี้แล้วงั้นหรือ...

นี่มัน...

ใครเป็นคนเอาไปบอกเย่เฉินกัน?

เขาหันไปถลึงตาใส่ลูกชายคนโตและลูกชายคนรองของตระกูลเย่ทันที

เรื่องนี้มีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่รู้

ทั้งสองคนตัวสั่นเทา รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน

เย่เฉินจึงพูดอธิบายพร้อมรอยยิ้มว่า "สหายเต๋าเย่ อย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปเลย เย่เทียนน่าจะโดนหลอกเอาทรัพย์ไปน่ะ ตอนที่เขามาขอหินวิญญาณจากข้า เขาเอาเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยนน่ะ..."

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่หงก็ถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความแค้น!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 130 - ท่านอาจารย์ผู้แข็งนอกอ่อนใน!

คัดลอกลิงก์แล้ว