- หน้าแรก
- นักปรุงโอสถสายเปย์กับระบบตอบแทนไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 28 - ไอ้หน้าโง่สายเปย์นี่มันร้ายกาจจริงๆ!
บทที่ 28 - ไอ้หน้าโง่สายเปย์นี่มันร้ายกาจจริงๆ!
บทที่ 28 - ไอ้หน้าโง่สายเปย์นี่มันร้ายกาจจริงๆ!
บทที่ 28 - ไอ้หน้าโง่สายเปย์นี่มันร้ายกาจจริงๆ!
หลี่เซียงเข้าใจต้นสายปลายเหตุทั้งหมดแล้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่เป็นนาน
เขาก็ตัดสินใจมายืนรอเย่เฉินอยู่หน้าประตู
เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรเลย
และไม่ได้ตั้งใจจะมาข่มขู่เย่เฉินด้วยซ้ำ
ที่นี่ไม่เหมือนโลกมนุษย์
โลกมนุษย์มีกฎหมาย มีระเบียบแบบแผน ทุกคนล้วนได้รับการคุ้มครอง
ต่อให้มีการข่มขู่คุกคามกัน ส่วนใหญ่ก็ไม่เกิดผลกระทบอะไรที่ร้ายแรงนัก
อย่างมากก็แค่อารมณ์ร้อน แล้วชกต่อยกันสักยกเท่านั้นเอง
ผลลัพธ์มันไม่ได้เลวร้ายอะไร
แทบไม่มีทางที่จะลุกลามจนถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันเลย
แต่กฎเกณฑ์ในโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้ มันเปราะบางราวกับเศษกระดาษ
ในแต่ละวัน มีผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องมาตายอนาถ
ดังนั้น ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ จึงมักจะปฏิบัติกับผู้อื่นด้วยความสุภาพอ่อนน้อม
หากเจ้าไปข่มขู่เขา ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะผูกใจเจ็บหรือเปล่า?
ดีไม่ดี เขาอาจจะแอบวางแผนฆ่าเจ้าเลยก็ได้?
หรืออาจจะแอบวางกับดักเพื่อรอจัดการเจ้าในวันหน้า?
หรืออาจจะหวาดกลัวคำขู่ของเจ้า จนต้องชิงลงมือฆ่าเจ้าทิ้งตั้งแต่ตอนที่เขาทะลวงระดับสำเร็จ?
การต้องมาเปิดศึกกับผู้ฝึกตนคนอื่น และสร้างศัตรูคู่อาฆาต เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
มันคือความโง่เขลาอย่างที่สุด
ดังนั้น การที่หลี่เซียงมายืนรอเย่เฉิน ก็เพื่อจะมาเกลี้ยกล่อมเย่เฉิน ให้เลิกทำตัวเป็นไอ้หน้าโง่สายเปย์เสียที
ชอบผู้หญิง ก็จีบไปตามปกติไม่ได้หรือไง?
แกน่ะสมองมีปัญหา เอาแต่ประเคนทรัพยากรให้ผู้หญิงอย่างไม่รู้จักเสียดาย
แต่พวกฉันสมองปกตินะเว้ย!
ใครจะไปบ้าบิ่นเล่นเกมเปย์แหลกแบบแกกันวะ?
แน่นอนว่า หลี่เซียงจะไม่พูดจาขวานผ่าซากแบบนี้หรอก ขืนพูดไปก็รังแต่จะทำให้บาดหมางกันเปล่าๆ
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างสุภาพว่า "สหายเต๋าเย่ การบำเพ็ญเพียรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ หากก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียว ก็เท่ากับพลาดไปตลอดกาล หากอายุสามสิบแล้วยังไม่สามารถทะลวงผ่านระดับสร้างรากฐานได้ ชาตินี้ก็คงหมดหวังแล้วล่ะ"
"สหายเต๋าเย่เป็นคนของตระกูลเย่ ตระกูลหลี่ของพวกเราก็พอๆ กัน ล้วนเป็นแค่ตระกูลผู้ฝึกตนระดับรวบรวมปราณเหมือนกัน"
"ถึงแม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก แต่ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป"
"ทรัพยากรที่พวกเราได้รับมา ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนอิสระจำนวนนับไม่ถ้วนต้องอิจฉาตาร้อนแล้ว"
"ดังนั้น ข้าคิดว่าสิ่งที่พวกเราควรทำ ก็คือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้น เพื่อฝึกฝนบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มที่ หากวันใดที่สามารถบรรลุระดับสร้างรากฐานได้ และทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ถึงตอนนั้นจะไม่ผู้หญิงแบบไหนให้เชยชมบ้างล่ะ?"
"ยกตัวอย่างเช่น ผู้อาวุโสหลี่ ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่อยู่เบื้องหลังตลาดหยินเยว่แห่งนี้ อายุหกสิบกว่าแล้ว ยังมีคู่บำเพ็ญเพียรตั้งสิบแปดคนเลยนะ มีทั้งสาวอวบ สาวผอม เรียกว่ามีครบทุกรสชาติ บางคนถึงขั้นต้องรอคิวกันเป็นเดือนๆ เลยทีเดียว"
"เรื่องนี้มันบอกอะไรเรา มันบอกเราว่า ความแข็งแกร่งต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"
"สหายเต๋าเย่เอาทรัพยากรล้ำค่าไปประเคนให้ผู้ฝึกตนหญิง ท่านคิดว่าพวกนางจะซาบซึ้งใจงั้นหรือ? แต่ในความเป็นจริง เมื่อพวกนางทะลวงระดับได้ พวกนางก็จะทิ้งท่านไปอย่างไม่ไยดี"
"ท้ายที่สุดแล้ว สหายเต๋าเย่ลองดูผู้ฝึกตนหญิงในโลกนี้สิ มีใครบ้างที่มีคู่บำเพ็ญเพียรที่มีระดับตบะต่ำกว่าตัวเองบ้างล่ะ?"
"ในโลกผู้ฝึกตน ความแข็งแกร่งคือรากฐานที่สำคัญที่สุด ผู้ฝึกตนหญิงไม่มีทางเหลียวแลผู้ชายที่อ่อนแอกว่าตัวเองหรอก"
"ดังนั้น สหายเต๋า เก็บทรัพยากรไว้ใช้กับตัวเองเถอะ เลิกเปย์ได้แล้ว!"
"ขอเพียงท่านแข็งแกร่งขึ้น ดีไม่ดีหลินเข่อเอ๋อร์อาจจะซมซานกลับมาหาท่านเองก็ได้นะ..."
"และหากวันใดที่ท่านบรรลุระดับสร้างรากฐานได้ หลินเข่อเอ๋อร์คงจะต้องเสียใจจนลำไส้เขียวเป็นแน่"
คำพูดเหล่านี้ของหลี่เซียง ล้วนกลั่นออกมาจากใจจริง
เขาไม่ได้พูดเล่นนะ แต่เขารู้สึกสงสารและผิดหวังในตัวเย่เฉินจริงๆ
ในฐานะที่เป็นลูกผู้ชายเหมือนกัน เขารู้สึกอับอายแทนเย่เฉินเสียเหลือเกิน
ดังนั้น เขาจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเย่เฉินจะตาสว่างเสียที
หลี่เซียงยังคงพูดต่อไป "ข้ายอมรับว่าข้ามีใจให้ลู่จิ้ง แต่ที่ข้าพูดมาทั้งหมดเนี่ย ไม่ได้ตั้งใจจะห้ามไม่ให้สหายเต๋าตามจีบนางหรอกนะ..."
"เพียงแต่ข้าหวังว่าสหายเต๋าจะยับยั้งชั่งใจ เลิกใช้วิธีเปย์ของขวัญเพื่อจีบหญิงเสียที"
"เพราะสุดท้ายแล้ว มันก็จะเป็นเพียงแค่การตักน้ำพริกละลายแม่น้ำเท่านั้น"
……
เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ เย่เฉินก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างถ่องแท้
คู่แข่งหัวใจคนนี้ ไม่ได้ตั้งใจมาข่มขู่เขาหรอก
แต่กลับตั้งใจมาเกลี้ยกล่อมให้เขาเลิกทำตัวเป็นไอ้หน้าโง่สายเปย์ต่างหากล่ะ
นี่มัน...
แอบซึ้งใจนิดๆ แฮะ?
หลี่เซียงคนนี้ ก็เหมือนกับพวกชาวเน็ตในเว็บบอร์ดเมื่อชาติก่อน ที่ชอบออกมาด่าทอและเรียกสติพวกหน้าโง่สายเปย์ ให้กลับตัวกลับใจนั่นแหละ
เย่เฉินสามารถสัมผัสได้ถึงความหวังดีของอีกฝ่าย
เย่เฉินรู้ดีอยู่แล้วว่า การทำตัวเป็นหน้าโง่สายเปย์ ไม่เพียงแต่จะเป็นภัยต่อตัวเองและไม่ได้อะไรกลับมาเลยเท่านั้น
แต่มันยังเป็นการปั่นราคาให้สูงขึ้นอีกด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้หญิงล้วนมีสัญชาตญาณของการชอบแข่งขันและเปรียบเทียบ
คู่บำเพ็ญเพียรของคนอื่นยังยอมเปย์ของแพงๆ ให้เลย
ฉันสวยกว่าหล่อนตั้งเยอะ แล้วทำไมแกถึงไม่ยอมเปย์ให้ฉันล่ะ? ฉันไม่คู่ควรหรือไง?
ถ้าไม่เปย์ก็แปลว่าไม่รัก
จนกลายเป็นค่านิยมของการเปรียบเทียบและการแข่งขันในที่สุด
และสุดท้าย ผู้ที่จะต้องรับเคราะห์กรรม ก็คือผู้ฝึกตนชายทุกคน
เย่เฉินก็เข้าใจถึงหลักการที่ว่า 'ทรัพยากรเอาไว้โชว์ให้หญิงเห็น ไม่ใช่เอาไว้ประเคนให้หญิงใช้'
หากเก็บไว้ใช้เอง เมื่อตัวเราแข็งแกร่งขึ้น ก็ย่อมหาคู่บำเพ็ญเพียรได้ง่ายกว่า
แต่ประเด็นก็คือ เย่เฉินไม่ได้เป็นไอ้หน้าโง่สายเปย์จริงๆ สักหน่อย
เย่เฉินก็แค่ทำภารกิจของระบบให้ลุล่วง และถือเป็นการลงทุนเท่านั้น
แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถป่าวประกาศบอกใครต่อใครได้
ส่วนเรื่องการเปย์น่ะเหรอ?
มันก็ต้องเปย์ต่อไปสิ
แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ เขาจึงต้องปั้นหน้าขึงขัง และส่ายหน้าอย่างดุดัน "ตื้นเขิน ช่างตื้นเขินเสียจริงๆ สิ่งที่เจ้าพล่ามมาทั้งหมด มันไม่ใช่ความรักหรอก"
"เจ้าไม่รู้จักหรอกว่า การรักใครสักคนอย่างแท้จริง มันเป็นยังไง!"
เดิมทีหลี่เซียงยังคิดว่า คำอธิบายที่ลึกซึ้งและตรงไปตรงมาของเขา
จะทำให้เย่เฉินตาสว่างขึ้นมาได้บ้าง
แต่พริบตาเดียว เย่เฉินกลับสวนกลับด้วยประโยคนี้เนี่ยนะ?
ความรักงั้นเหรอ?
รักกับผีสิ
ถ้าแกรักจริง แกจะเปลี่ยนเป้าหมายมาเปย์คนใหม่ทันทีที่โดนทิ้งแบบนี้เหรอ?
หลี่เซียงรู้สึกว่า สมองของเย่เฉินคงจะพังไปแล้วจริงๆ ความคิดความอ่านถึงได้วิปริตขนาดนี้
ส่วนเย่เฉินก็ยังคงพูดต่อไป "เจ้าไม่เข้าใจหรอก การรักใครสักคนอย่างแท้จริง ก็คือการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้คนๆ นั้นอย่างเต็มที่ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น"
"การจะได้ครอบครองหรือไม่นั้น มันไม่สำคัญหรอก แค่ได้เห็นเขามีความสุข ข้าก็พอใจแล้ว"
"ในความรักที่แท้จริง ไม่ควรมีการคิดเล็กคิดน้อยหรือผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้อง"
"แม้ว่าข้าจะมอบของขวัญให้นาง แต่สำหรับข้าแล้ว รอยยิ้มของนางตอนที่ได้รับของขวัญต่างหาก ที่เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด..."
"เจ้าช่างทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ..."
"เจ้าปากก็บอกว่ารักลู่จิ้ง แต่กลับไม่อยากให้นางมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับทรัพยากรที่ดีขึ้น กลับมานั่งอ้อนวอนขอไม่ให้ข้าเปย์ของให้นาง"
"เรื่องนี้มันบ่งบอกอะไร? มันบ่งบอกว่าเจ้าไม่ได้รักนางเลย เจ้ามันก็แค่หวังฟันนาง และอยากจะใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ได้นางมาครอบครองเท่านั้นแหละ"
"เจ้าไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่แข่งของข้าเลยสักนิด..."
"เพราะเจ้าไม่รู้จักความรักที่แท้จริงเลย!"
"หากเจ้ารักนางจริง เจ้าก็ควรจะทำเหมือนข้าสิ คอยประเคนข้าวของสารพัดให้นาง เพื่อให้นางได้มีชีวิตอย่างที่นางวาดฝันไว้"
พูดจบ เย่เฉินก็สะบัดก้นเดินจากไปทันที
ทำทีราวกับรังเกียจที่จะต้องเสวนาด้วย
ระหว่างที่เย่เฉินกำลังพ่นน้ำลายอยู่นั้น
ผู้ฝึกตนที่เดินผ่านไปมา ก็พากันหยุดมุงดูด้วยความสนใจ
แม้แต่พวกหญิงขายบริการ ก็ยังแอบแวบออกมาดูเหตุการณ์ด้วย
คำพูดของเย่เฉิน ทำเอาพวกเขาถึงกับต้องกลับไปทบทวนทัศนคติของตัวเองใหม่เลยทีเดียว
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้ทุกคนแน่ใจในตัวตนของเย่เฉินมากขึ้น
ไอ้หน้าโง่สายเปย์ ในโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้นับว่าเป็นของแปลก
และในตลาดหยินเยว่แห่งนี้ ก็มีแค่เย่เฉินคนเดียวนี่แหละ
ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้เจอตัวเป็นๆ
บรรดาผู้ฝึกตนชาย ต่างก็แอบคิดในใจว่า สมองของเย่เฉินคงจะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักเป็นแน่?
ถึงได้พ่นคำพูดที่หลุดโลกออกมาได้ขนาดนี้
ส่วนผู้ฝึกตนหญิง และเหล่าหญิงขายบริการ กลับจับจ้องเย่เฉินด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
พวกเธอก็ปรารถนาที่จะได้รับความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนแบบนี้เช่นกัน
ผู้ชายอย่างเย่เฉินนี่แหละ คือมาตรฐานของคู่บำเพ็ญเพียรในอุดมคติเลยล่ะ
ส่วนหลี่เซียง เมื่อมองตามแผ่นหลังของเย่เฉินที่กำลังเดินจากไป เขาก็ถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน
เขางงเป็นไก่ตาแตกไปเลยจริงๆ
เขาตั้งใจจะมาเกลี้ยกล่อมเย่เฉินไม่ให้ทำตัวเป็นไอ้หน้าโง่สายเปย์แท้ๆ
แต่พริบตาเดียว เขากลับถูกเย่เฉินเทศนาสั่งสอนซะงั้น?
ที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่เขาฟังเย่เฉินพูด เขากลับแอบคล้อยตาม และรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกันนะ
แต่ไม่นานเขาก็ได้สติกลับคืนมา
มีเหตุผลกับผีอะไรล่ะ
คิดไปเองฝ่ายเดียวแล้วทึกทักเอาว่าเป็นความรักที่แท้จริงงั้นเหรอ?
ประสาทแดกชัดๆ
เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองเกือบจะโดนไอ้หน้าโง่สายเปย์ล้างสมอง หลี่เซียงก็รู้สึกขนลุกซู่
ในวินาทีนี้ หลี่เซียงอยากจะตะโกนออกมาดังๆ ว่า "ไอ้หน้าโง่สายเปย์นี่มันร้ายกาจจริงๆ!"
(จบแล้ว)