- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกที่สิ้นประวัติศาสตร์ ผมจึงเป็นคนเดียวที่อัญเชิญวีรชนระดับตำนานได้
- บทที่ 210 - พวกเราเชื่อใจนายมาตลอด
บทที่ 210 - พวกเราเชื่อใจนายมาตลอด
บทที่ 210 - พวกเราเชื่อใจนายมาตลอด
กรรมการประกาศผลสุดท้าย
ลูกบอลสีทองเบื้องบนแตกออก
พวกไป๋เหรินเฮ่ายังคงนอนกองอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงตั้งสติไม่ได้
คนที่อยู่ใกล้หลิวเสวียนที่สุดคือหลินเหลียงเฉวียน
ในฐานะคนสุดท้ายที่ถูกหลิวเสวียนจัดการ ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากหลิวเสวียนไม่ถึงหนึ่งเมตร
สายรุ้งสีทองที่ร่วงหล่นลงมาบนตัวเขา ทำให้เขารู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง
เขามองดูหลิวเสวียนที่ชูมือขวาขึ้นสูง นึกถึงภาพตอนที่หลิวเสวียนจัดการพวกเขารวดเดียวเมื่อครู่นี้
"จะบอกว่าเราแพ้ให้มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง สู้บอกว่าเราแพ้ให้นายคนเดียวจะถูกกว่า"
ในมุมมองของหลินเหลียงเฉวียน พวกกู้จื่อเซวียนแทบไม่ได้ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ
หลิวเสวียนจัดการพวกเขา ส่วนจูกัดเหลียงก็จัดการเหล่าวีรชนของพวกเขา
แค่หนึ่งคนกับอีกหนึ่งวีรชน ก็สามารถกวาดล้างมหาวิทยาลัยเสินหลิงของพวกเขาได้ราบคาบ
เขาพูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนัก
หลิวเสวียนได้ยินเสียงของหลินเหลียงเฉวียนที่อยู่แทบเท้า เขามีสีหน้าเรียบเฉย มองต่ำลงไปที่หลินเหลียงเฉวียน
"ถ้านับแค่แมตช์ต่อเวลานี้ พวกนายก็แพ้ให้ฉันจริงๆ นั่นแหละ"
"แต่ถ้าพูดถึงรอบชิงชนะเลิศเฟรชชี่คัพทั้งหมด"
"ถ้าไม่มีพวกเขาที่ยอมแลกด้วยทุกอย่างที่มี"
"ก็คงไม่มีแมตช์ต่อเวลานี้หรอก"
"เพราะงั้น แชมป์ครั้งนี้ เป็นของทีมตัวแทนนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงทุกคน"
สิ้นประโยคนี้ หลินเหลียงเฉวียนที่ยังนอนอยู่บนพื้นถึงกับสะดุ้ง
ก่อนการแข่งขัน พวกเขาได้เปรียบอย่างมาก แทบทุกคนต่างก็คิดว่าพวกเขาจะได้แชมป์
แต่สุดท้าย พวกเขากลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เข้าใจ หรือไม่ก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน
แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
"รอบของเหลยหลินไม่ต้องพูดถึง"
"ที่เฟิงสิงปลุกชีพจรอัสนีได้ ก็เพราะเขาแลกมาด้วยความพยายามของตัวเอง"
"ส่วนรอบที่สี่ ถ้าหลินอิงกล้าสู้ยิบตาเหมือนว่านหมิงฮุย เขาก็คงเอาชนะว่านหมิงฮุยได้แน่ๆ"
"แต่ทำไมเขาถึงไม่ทำล่ะ? ก็เพราะเขาคิดว่ามีเหรินเฮ่าคอยหนุนหลังอยู่ ยังไงก็ไม่มีทางแพ้ไง"
"ถ้าหลินอิงยอมสู้ตาย ฝั่งเราก็จะมีเขาเพิ่มมาอีกคน เข้าไปจัดการหนานกงจ้านตอนที่ยังวาดค่ายกลไม่เสร็จ แชมป์ก็จะเป็นของเราไปแล้ว"
"แล้วก็ ถ้าเราให้เหรินเฮ่าลงไปสู้กับหลิวเสวียนซึ่งๆ หน้าในรอบที่ห้าตั้งแต่แรก"
"ถึงเหรินเฮ่าจะไม่ใช่คู่มือของหลิวเสวียน"
"แต่อย่างน้อย เราก็คงไม่แพ้หมดรูปเหมือนตอนนี้"
มหาวิทยาลัยเสินหลิงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ ก็เพื่อคว้าแชมป์
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แชมป์
แถมในรอบตัดสิน ยังถูกหลิวเสวียนกับวีรชนเพียงตนเดียว กวาดล้างจนหมดทีมอีก
เรียกได้ว่า มหาวิทยาลัยเสินหลิงเสียหน้าไปจนหมดสิ้น!
"ชนะแล้ว!"
"พวกเราชนะแล้ว!"
" ... "
ฮั่วจื้อร้องตะโกนด้วยความดีใจ เตรียมจะวิ่งเข้าไปหาหลิวเสวียน
แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีพวกหนานกงจ้านที่ขยับตัวไม่ได้อยู่ข้างๆ
"ไป! หามพวกเขาไปกันเถอะ!"
ฮั่วจื้อโบกมือเรียก พวกกู้จื่อเซวียนที่อยู่ข้างๆ ก็รีบยกเปล หามพวกหนานกงจ้านไปที่กลางเวที ไปอยู่ข้างๆ หลิวเสวียน
"แชมป์โว้ย! ฮ่าฮ่า!"
ฮั่วจื้อสวมกอดหลิวเสวียนอย่างตื่นเต้น
แม้ท่าทางของคนอื่นๆ จะไม่ได้ดูเวอร์วังเท่าฮั่วจื้อ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาก็ปิดไว้ไม่อยู่แล้ว
บนใบหน้าของหลิวเสวียนก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเช่นกัน เขามองดูเหล่าลูกทีมของเขา
"ฉันทำได้แล้วนะ"
เหมือนที่หลิวเสวียนเคยบอกตอนรักษาหนานกงจ้าน
"พวกนายทวงตั๋วรอบที่ห้ากลับมาให้ฉันแล้ว"
"เดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปคว้าแชมป์เอง"
ตอนนี้ สายฝนสีทองโปรยปรายลงมาอาบร่างของพวกเขา
หลิวเสวียนทำตามที่พูดไว้ได้แล้ว
หนานกงจ้านนอนอยู่บนเปล ฉีกยิ้มกว้าง
"พวกเราเชื่อใจนายมาตลอด"
เฟิงสิง ว่านหมิงฮุย และพวกฮั่วจื้อก็พูดขึ้นพร้อมกัน
"พวกเราก็เชื่อใจนายมาตลอดเหมือนกัน!"
เพราะเชื่อใจหลิวเสวียน พวกเขาถึงยอมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อแย่งชิงโอกาสสุดท้ายให้หลิวเสวียนได้ลงสนาม
เมื่อเห็นรอยยิ้มอันสดใสของทุกคน รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวเสวียนก็กว้างขึ้น
จูกัดเหลียงมองดูพวกหลิวเสวียน พลางถอนหายใจ
"นึกถึงตอนนั้น ข้าเพิ่งจะออกจากกระท่อมหญ้า ฝ่าบาทก็ทรงมอบอำนาจทั้งหมดให้ข้าจัดการ"
"ที่พระองค์ทรงทำเช่นนั้น ก็เพราะความเชื่อใจแบบนี้นี่แหละ"
เรื่องราวที่กษัตริย์เล่าปี่ไปเยือนกระท่อมหญ้าถึงสามครั้งนั้น เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้ดี
จ้าวอวิ๋นในฐานะขุนพลของจ๊กก๊กก็พยักหน้าเห็นด้วย
เซวียหลี่เองก็นึกถึงเรื่องราวของตัวเองเช่นกัน
"ตอนนั้นก็เพราะฝ่าบาททรงไว้วางพระทัยและเชื่อใจ ข้าถึงได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนั้นได้"
ฝ่าบาทที่เซวียหลี่พูดถึง ก็คือจักรพรรดิหลี่ซื่อหมิน (ถังไท่จง) ผู้ที่ค้นพบความสามารถของเขานั่นเอง
ส่วนฮัวโต๋ที่อยู่ข้างๆ กลับเบ้ปาก แววตาเปลี่ยนเป็นดุดัน
"ถ้าเฉาเมิ่งเต๋อยอมเชื่อใจข้าสักนิด ก็คงไม่มีเรื่องวุ่นวายตามมามากมายหรอก!"
"ไม่เชื่อใจก็แล้วไปเถอะ! ดันจะมาฆ่าข้าอีก!"
"อย่าให้ข้าจับได้นะ ไม่งั้นข้าจะผ่าหัวมันออกมาดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าข้างในมันมีอะไรอยู่!"
ขณะที่สายฝนริบบิ้นสีทองกำลังโปรยปราย
ถังหลงก็วิ่งมาถึงตรงหน้าทุกคน เขาพูดคุยและแปะมือกับทุกคนด้วยความตื่นเต้น
กรรมการก็ร่อนลงมาจากด้านบนเช่นกัน
บริเวณที่พวกหลิวเสวียนยืนอยู่ ตรงกลางลานประลองค่อยๆ ยุบตัวลง
แท่นหินที่ประดิษฐานถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะก็ปรากฏขึ้น
ภายใต้สัญญาณของกรรมการ พวกหลิวเสวียนก็เข้าไปล้อมรอบถ้วยรางวัล
แม้แต่พวกหนานกงจ้านก็ถูกประคองให้ลุกขึ้นมาด้วย
กรรมการประกาศเสียงดังกังวาน
"การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ ยอดเยี่ยมมากครับ"
"ผมเชื่อว่าทั้งผู้ชมในสนามและทางบ้าน ต่างก็ยังคงสนุกและตื่นเต้นกับมันอยู่แน่ๆ"
"ตอนนี้ ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้กับทีมที่ชนะเลิศในวันนี้ ทีมตัวแทนนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงครับ!"
"ทีมตัวแทนนักศึกษาใหม่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง! ชูถ้วยรางวัลขึ้นเลยครับ! ชูถ้วยรางวัลที่เป็นของพวกคุณขึ้นมาเลย!"
สิ้นเสียงประกาศของกรรมการ
ท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชมทั้งสนาม
พวกหลิวเสวียนก็ชูถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะขึ้นฟ้า!
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยตี้จิงและมหาวิทยาลัยชั้นนำอีกสามแห่ง ต่างก็ลุกขึ้นยืนและร่วมแสดงความยินดีกับพวกหลิวเสวียนด้วย
ไป๋ฉี่เซวียนที่นั่งอยู่ที่เดิม ยังคงอยู่ในอาการเหม่อลอย
...
ณ มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง
"ชนะแล้ว! พวกเราคือแชมป์!"
" ... "
คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเย่ว์เจียงที่กำลังดูการถ่ายทอดสดต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น
หลังจากเห็นพวกเฉียนซือฉีแพ้ในรอบที่สอง
พวกเขาเคยคิดว่าการแข่งขันครั้งนี้คงแพ้แน่ๆ
แต่สุดท้าย หนานกงจ้าน เฟิงสิง และว่านหมิงฮุย ก็สามารถแย่งชิงโอกาสสุดท้ายมาให้หลิวเสวียนได้สำเร็จ
และหลิวเสวียนก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขาเอาชนะสิบต่อหนึ่ง
กวาดล้างมหาวิทยาลัยเสินหลิงจนราบคาบ!
เฟิงอวี้ซิวและสวี่อี้ที่ยืนดูผลการแข่งขันอยู่ไกลๆ ต่างก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า
"โอกาสที่เย่ว์เจียงของพวกเราจะผงาดขึ้นมาถึงแล้ว!"
...
ณ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากุยเจีย เมืองจิงเฉิง
"หลิวเสวียนเก่งมาก!"
"ต้องตบหน้าพวกมหาวิทยาลัยเสินหลิงให้หลาบจำไปเลย!"
จางเมิ่งเจียวตะโกนเชียร์อย่างดีใจโดยไม่ห่วงภาพพจน์
"เอาล่ะๆ อย่าตะโกนเสียงดังไป เดี๋ยวเด็กๆ จะตกใจหมด"
จางหมิงเซิงพูดปราม แต่รอยยิ้มมุมปากก็บ่งบอกถึงความดีใจของเขาได้เป็นอย่างดี
วันนี้เด็กๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็มาดูการแข่งขันด้วย
"พี่หลิวเสวียนนี่นา! พี่เขาชนะแล้ว!"
"โตขึ้นผมก็จะเก่งเหมือนพี่หลิวเสวียนให้ได้!"
" ... "
เด็กๆ ตัวเล็กๆ ดูเหมือนจะได้ตั้งเป้าหมายในชีวิตของตัวเองแล้ว
...
ณ หอคอยเย่ว์เจียง
ว่านเหิงอวี่มีสีหน้าตกตะลึง สายตาของเขาจับจ้องไปที่จูกัดเหลียง
"นี่หรือคือวีรชนระดับราชันที่ใกล้จะก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิน่ะ?"
ว่านซิงจินพยักหน้ายิ้มๆ
"เป็นไง ฝีมือเก่งกว่าเจ้าล่ะสิ?"
ว่านเหิงอวี่นิ่งคิดไปสองวินาทีแล้วพยักหน้า
"เก่งมากจริงๆ"
การแสดงฝีมือของจูกัดเหลียง เขาเห็นมาตลอด
เขามองออกว่า ตอนที่จูกัดเหลียงจัดการกับวีรชนอย่างพวกไป๋เหริน เขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีเลยด้วยซ้ำ
หลิวเสวียนเพิ่งจะทะลวงขึ้นขั้นสี่ แต่จูกัดเหลียงที่เป็นวีรชนกลับสามารถแสดงพลังได้ขนาดนี้
แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา
"หลิวเสวียนทำพันธสัญญากับวีรชนที่แข็งแกร่งขนาดนี้"
"ถ้ายังขืนให้อยู่ฝึกในมหาวิทยาลัยต่อไป คงจะปิดกั้นพัฒนาการของเขาแน่"
"เจ้าต้องเริ่มวางแผนการฝึกซ้อมขั้นต่อไปให้เขาได้แล้วนะ"
ในมุมมองของว่านเหิงอวี่ หลิวเสวียนที่มีวีรชนที่แข็งแกร่งอย่างจูกัดเหลียง ย่อมมีพลังเหนือกว่าคนในระดับเดียวกันมาก
ตอนนี้เขาก็ขึ้นขั้นสี่แล้ว หากยังฝึกอยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป การพัฒนาก็คงไม่ชัดเจนนัก
ว่านซิงจินยิ้ม
"พลังที่เขาแสดงออกมาตอนนี้ ก็มากพอที่จะไปสู้ที่แนวหน้าแล้วล่ะ"
"วางใจเถอะ ข้าวางแผนไว้ให้เขาหมดแล้ว"
"รอเขากลับมาเมื่อไหร่ ก็จะส่งไปแนวหน้าทันที"
ว่านซิงจินทำหน้ามั่นใจ
เมื่อเห็นดังนั้น ว่านเหิงอวี่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
...
ณ หอคอยเทพ มหาวิทยาลัยเสินหลิง
ไป๋มู่ชวนที่นั่งอยู่ข้างล่างไป๋หลิงเฟิง จ้องมองภาพบนหน้าจอด้วยความตกตะลึง จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้สติ
"วีรชนของเขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอ?"
"นี่คือใครกัน ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย?"
ข้อมูลของหลิวเสวียนยังอยู่ที่มหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง ไม่ได้ถูกส่งมาที่นี่
พวกไป๋มู่ชวนจึงไม่รู้เรื่องราวของจูกัดเหลียงเลย
ไป๋หลิงเฟิงมองภาพจูกัดเหลียงในหน้าจอ รวมถึงค่ายกลแปดทิศที่เขาใช้ก่อนหน้านี้
"วิชาของเจ้านี่ ทำให้ข้านึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหอวีรชนเมื่อตอนนั้นขึ้นมาเลยแฮะ"
ไป๋หลิงเฟิงเล่าเรื่องที่จูกัดเหลียงเกือบจะได้เลื่อนขึ้นเป็นระดับจักรพรรดิให้ฟัง
ไป๋มู่ชวนฟังแล้วก็เบิกตากว้าง
"ท่านผู้นำ หมายความว่าวีรชนของเขาใกล้จะถึงระดับจักรพรรดิแล้วเหรอครับ?"
ไป๋หลิงเฟิงพยักหน้า
"ฟังจากที่พวกในหอวีรชนพูดกัน ก็เป็นแบบนั้นแหละ"
ตอนที่จูกัดเหลียงถูกทำพันธสัญญาไป
ไป๋หลิงเฟิงยังสงสัยอยู่เลยว่าใครกันที่สามารถทำพันธสัญญากับวีรชนที่เก่งกาจขนาดนี้ได้
แถมยังคิดจะไปตีสนิทด้วย
ใครจะไปคิดว่าคนๆ นั้นคือหลิวเสวียน
ด้วยความบาดหมางระหว่างพวกเขากับมหาวิทยาลัยเย่ว์เจียง อย่าว่าแต่ตีสนิทเลย แค่บอกว่าจะเลิกแล้วต่อกัน มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
"ตอนขั้นสามก็ทำพันธสัญญากับวีรชนระดับราชันได้แล้ว แถมยังเป็นวีรชนระดับราชันที่เก่งขนาดนี้อีก แบบนี้ก็หมายความว่าถ้าเขาฝึกไปตามปกติ เขาก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นระดับราชันขั้นเจ็ดได้ชัวร์ๆ เลยสิ"
ไป๋มู่ชวนอดคิดไม่ได้
ด้วยพลังที่ใกล้เคียงกับระดับจักรพรรดิของจูกัดเหลียง หากหลิวเสวียนก้าวขึ้นสู่ระดับขั้นเจ็ดได้ พลังของเขาจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน!?
"ท่านผู้นำ หลิวเสวียน ... "
ไป๋มู่ชวนพูดยังไม่ทันจบ
ไป๋หลิงเฟิงก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน
"ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร"
"แต่ข้าขอเตือนเจ้า ตอนนี้เลิกคิดเรื่องนั้นไปซะ"
"เมื่อไม่กี่วันก่อน"
"ไป๋ชางบุกไปที่แนวหน้าเย่ว์เจียง แต่กลับถูกว่านซิงจินไล่ตะเพิดกลับมาตัวคนเดียว"
"ขนาดไป๋ชางยังไม่กล้าไปแหยมกับว่านซิงจินในตอนนี้เลย"
"พวกเรายิ่งไม่ควรไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน"
ตัวไป๋หลิงเฟิงเองก็เป็นระดับสูงของสมาคมผู้ใช้วิญญาณ เรื่องที่เกิดขึ้นที่แนวหน้าเย่ว์เจียง เขาย่อมรู้ดี
ไป๋มู่ชวนเองก็ได้ยินเรื่องนี้มาบ้างเมื่อสองวันก่อน
แต่เขารู้แค่ว่าพวกภูตผีปีศาจถอยทัพไปแล้ว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงเขาไม่รู้
ตอนนี้เขาเพิ่งจะได้รู้ความจริงจากปากของไป๋หลิงเฟิง