เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - เผชิญหน้าภูตผีปีศาจขั้นสี่

บทที่ 100 - เผชิญหน้าภูตผีปีศาจขั้นสี่

บทที่ 100 - เผชิญหน้าภูตผีปีศาจขั้นสี่


เพื่อความปลอดภัยของหลิวเสวียน เฝิงจวิ้นตัดสินใจติดต่อจี้ป๋อฉาง

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะส่งข้อความไป

ข้อความจากจี้ป๋อฉางก็ส่งมาก่อน

"หลิวเสวียนกำลังปะทะกับพวกภูตผีปีศาจแล้ว!"

"อะไรนะ แล้วทำไมเขาไม่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือล่ะ?"

เฝิงจวิ้นงุนงง

จี้ป๋อฉางตอบกลับมา

"ฉันมองเห็นผ่านกล้องแค่ว่าเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สถานการณ์จริงเป็นยังไงไม่รู้เลย"

"เพื่อความปลอดภัยนายรีบพาทีมไปช่วยเดี๋ยวนี้เลย!"

มุมมองของจี้ป๋อฉางมีจำกัด เขาทำได้เพียงอาศัยแผนที่เรดาร์คาดเดาตำแหน่งคร่าวๆ ของหลิวเสวียนว่าตอนนี้กำลังซ้อนทับอยู่กับฝูงภูตผีปีศาจ

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันแล้ว ส่วนกล้องบนกำไลข้อมือถูกออกแบบมาเพื่อใช้สแกนภูตผีปีศาจเพื่อบันทึกคะแนนเท่านั้น มุมกล้องจึงแคบมาก เขาไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ที่นั่นได้อย่างชัดเจนเลย

"เข้าใจแล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ"

เฝิงจวิ้นรับทราบสถานการณ์แล้วรีบวางสาย

"พี่น้องทุกคนเปิดกล้องบันทึกภาพ ออกเดินทาง!"

"แต่จำไว้นะพอไปถึงที่นั่นแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันยังไม่สั่งโจมตีห้ามใครลงมือเด็ดขาด เข้าใจไหม!"

"เข้าใจครับ!"

เมื่อได้รับคำตอบรับที่หนักแน่น เฝิงจวิ้นก็นำทีมล่าปีศาจมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุทันที

ไม่นานนักพวกเขาก็เข้าใกล้สถานที่เกิดเหตุ

"ตึง ตึง ตึง!"

...

เสียงการปะทะดังสนั่นมาจากเบื้องหน้า พร้อมๆ กับที่พวกเขาสามารถมองเห็นสถานการณ์เบื้องหน้าได้แต่ไกล

"มีนักเรียนกำลังถูกฝูงภูตผีปีศาจรุมโจมตี!"

"พลังหมอนั่นแข็งแกร่งมาก!"

"ภูตผีปีศาจพวกนี้ตายด้วยฝีมือเขาหมดเลยเหรอ?"

...

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือซากภูตผีปีศาจเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ลูกทีมทุกคนเห็นหลิวเสวียนและจ้าวอวิ๋นกำลังอาละวาดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของภูตผีปีศาจ

เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้มากขึ้น ก็พอดีกับที่เห็นฮัวโต๋กระโจนเข้าใส่ฝูงภูตผีปีศาจ

"มีวีรชนอีกตนด้วยเหรอ?"

"ร่างจิตวิญญาณเทพ!"

"สามมณฑลเรามีนักเรียนที่เป็นร่างจิตวิญญาณเทพด้วยเหรอเนี่ย?"

...

วินาทีที่เห็นฮัวโต๋ เฝิงจวิ้นถึงกับอึ้งไปเลย

"มิน่าล่ะตาเฒ่าจี้ถึงได้เอาแต่อมพะนำ ที่แท้หลิวเสวียนก็เป็นร่างจิตวิญญาณเทพนี่เอง!"

"แต่วีรชนตนที่สองของเขาเป็นสายฟื้นฟูไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีพลังรบแข็งแกร่งขนาดนั้นล่ะ?"

เฝิงจวิ้นมองฮัวโต๋ที่ซัดภูตผีปีศาจปลิวไปทีละตัวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

ข้อมูลที่เขาได้รับมาคือวีรชนตนที่สองของหลิวเสวียนเป็นสายฟื้นฟู ส่วนวีรชนตนที่สามที่เพิ่งทำพันธสัญญามาหมาดๆ ถึงจะเป็นตนที่มีความสามารถในการเผาผลาญภูตผีปีศาจ

เมื่อหลิวเสวียนเลื่อนระดับเป็นขั้นสาม วีรชนตนแรกของเขาจะกลับคืนสู่หอวีรชน

ในช่วงเวลานี้หลิวเสวียนที่เรียกได้เฉพาะวีรชนตนที่สองจะต้องมีพลังป้องกันอ่อนแอมากแน่ๆ

นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขามอบโล่คุ้มกันให้กับหลิวเสวียน

รอจนกว่าความเข้ากันได้ของวีรชนตนที่สามเต็มหลอดและสามารถเรียกออกมาได้ พลังของหลิวเสวียนถึงจะก้าวกระโดดขึ้นอย่างแท้จริง

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ในฐานะร่างจิตวิญญาณเทพหลิวเสวียนไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นเลย

"ไม่คิดเลยว่าตาเฒ่าจี้จะปิดบังเรื่องนี้ไว้ซะมิดเชียว!"

เฝิงจวิ้นเบ้ปาก

ขณะที่เขากำลังชั่งใจว่าจะเข้าไปช่วยดีหรือไม่

"ตู้ม!"

"ตู้ม!"

...

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งสามสายก็ปะทุขึ้นจากระยะไกล

พุ่งเป้าไปที่สมรภูมิรบอย่างรวดเร็ว

"ภูตผีปีศาจระดับขั้นสี่!"

"พวกศาลอสูร!"

"นั่นมันรองประธานสมาคมผู้ใช้วิญญาณเมืองหลิงเฉิงนี่นา เขาเป็นคนของศาลอสูรงั้นเหรอ!"

...

ทุกคนเห็นคนที่ลงมืออย่างฉีเหลียนและพวกพ้องต่างก็ตกใจ

โดยเฉพาะเมื่อเห็นเฉิงเจี้ยน

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เฉิงเจี้ยนทำหน้าที่เป็นผู้คุมสอบผลัดเปลี่ยนเวรยาม ทำให้ลูกทีมหน่วยล่าปีศาจหลายคนเคยพบเจอเขามาก่อน

"ภูตผีปีศาจขั้นสี่ลงมือเอง หลิวเสวียนคงจะรับมือได้ไม่ง่ายแน่"

เฝิงจวิ้นคิดพลางยืนรอสัญญาณขอความช่วยเหลือจากหลิวเสวียนอยู่กับที่

ทว่าเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นต่อมาเขาก็ถึงกับชะงักงัน

...

กลางสมรภูมิรบ

"ตูม!"

หลิวเสวียนถือหอกมังกรเงินประกายแสง สวมเกราะเกล็ดมังกรเงินประกายแสงและผูกคัมภีร์ชิงหนางไว้ที่เอวภายใต้สภาวะห้าสัตว์หลอมรวม

เขาบุกตะลุยฝ่าวงล้อมของภูตผีปีศาจราวกับกำลังเดินอยู่ในดินแดนที่ไร้ผู้คน พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินสังหารศัตรู

ขณะที่กำลังต่อสู้อย่างเมามัน หลิวเสวียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งสายหนึ่งที่พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง

ความเร็วของมันรวดเร็วมาก หลิวเสวียนยกหอกมังกรเงินประกายแสงขึ้นป้องกันทันที

"เคร้ง!"

เท้าที่เต็มไปด้วยขนเตะเข้าที่หอก แรงกระแทกมหาศาลส่งมาทำให้หลิวเสวียนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะตั้งหลักได้

เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง

"สัตว์อสูรขั้นสี่ ... ไม่ใช่สิ คนของศาลอสูรต่างหาก!"

ดวงตาของหลิวเสวียนเปล่งประกายแสงสีขาว ไม่นานเขาก็มองทะลุถึงตัวตนที่แท้จริงของฉีเหลียนซึ่งเป็นคนของศาลอสูร

"ถ้าเดาไม่ผิด เขาน่าจะเป็นผู้นำตระกูลฉี ฉีเหลียน"

จากข้อมูลที่จี้ป๋อฉางให้มาระบุชัดเจนว่าสมาชิกศาลอสูรที่ลงมือในครั้งนี้มีเพียงฉีเหลียนคนเดียวที่ดื่มเลือดราชันจนเลื่อนระดับเป็นขั้นสี่

คนอื่นๆ พลังด้อยกว่าเขาทั้งหมด

"แกอาจจะไม่รู้จักฉัน แต่ไม่เป็นไร"

"ฉันขอแนะนำตัวสักหน่อยก็แล้วกัน"

"เพื่อให้แกได้ตายตาหลับ"

ฉีเหลียนจ้องมองไปที่หลิวเสวียนแววตาดุดัน

"ฉันคือฉีเหลียน ฉีจากฉีเฉิงกง ฉีจากฉีเหล่ย ... "

"ตอนนี้แกเข้าใจแล้วใช่ไหม?"

เมื่อได้ยินการแนะนำตัวของเขา หลิวเสวียนก็แน่ใจในตัวตนของเขาแล้ว

"เคยได้ยินมาบ้าง ผู้นำตระกูลฉีที่อ่อนแอไร้พรสวรรค์ ต้องพึ่งพาการขายลูกชายและน้องชายแท้ๆ ของตัวเองถึงจะหนีเอาตัวรอดมาได้"

หลิวเสวียนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

คำโกหกไม่ทำร้ายใคร ความจริงต่างหากที่บาดลึก

ก่อนหน้านี้ฉีเหลียนมีพลังแค่ขั้นสามด้อยกว่าฉีเหล่ยด้วยซ้ำ

พอไม่ได้รับการติดต่อจากฉีเหล่ยที่ขาดหายไปหนึ่งชั่วโมงเขาก็รีบพาคนของตัวเองหนีไปทันที

ตรงกับที่หลิวเสวียนพูดเป๊ะ

แม้ว่าเขาจะทำไปเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลฉี แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความจริงที่ว่าเขาหนีเอาตัวรอดได้

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉีเหลียนก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวภายในพริบตา

"ปากดีนักนะไอ้เด็กเมื่อวานซืน ไม่ว่าแกจะพูดยังไงวันนี้ฉันก็จะล้างแค้นให้เฉิงกงกับน้องรองให้ได้!"

"ตึง!"

ฉีเหลียนกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรงจนก้อนหินแตกกระจาย พุ่งเข้าใส่หลิวเสวียนทันที

"ความเร็วสูงมาก!"

ความเร็วที่ฉีเหลียนแสดงออกมานั้นเร็วที่สุดเท่าที่หลิวเสวียนเคยเจอมา

แม้แต่ภูตผีปีศาจสองตัวที่เจอในแหล่งรวมภูตผีปีศาจเมืองจิงเฉิงก่อนหน้านี้ความเร็วของพวกมันก็ยังห่างชั้นกับเขามาก

ฉีเหลียนพุ่งมาถึงตัวเขาง้างหมัดขวาต่อยเข้าใส่หลิวเสวียนอย่างเต็มแรง

"เปรี้ยง!"

หลิวเสวียนยกหอกมังกรเงินประกายแสงขึ้นป้องกัน แรงกระแทกมหาศาลทำให้เขาถูกผลักกระเด็นถอยหลังไปอีก

"แรงเท่ากับเมื่อกี้เลย"

หลิวเสวียนเปรียบเทียบแรงโจมตีทั้งสองครั้งของฉีเหลียนก็พบว่าแทบไม่ต่างกันเลย

แสดงว่าตอนที่เขาลอบโจมตีเมื่อครู่ เขาใช้พลังไปเกือบหมดแล้ว

ในเวลาต่อมาหลิวเสวียนและฉีเหลียนก็ปะทะกันอีกหลายครั้ง

ในที่สุดก็แน่ใจ

"พลังของเจ้านี่ก็มีแค่นี้ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาสู้ยืดเยื้อกับมัน"

หลิวเสวียนประเมินจากการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมา พลังที่ฉีเหลียนแสดงออกมาในตอนนี้ด้อยกว่าเขาเสียอีก

หลังจากปะทะกันอีกครั้ง หลิวเสวียนหยุดชะงัก ชะงักเท้าก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีกลับ

การรวมเอาทั้งห้าลักษณ์เข้าด้วยกันบวกกับการเสริมพลังจากเกล็ดมังกร ทำให้ความเร็วของหลิวเสวียนพุ่งทะยานถึงขีดสุด

เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้าฉีเหลียน หอกมังกรเงินประกายแสงในมือแทงสวนออกไปทันที

"โฮก!"

มังกรวิญญาณทั้งเจ็ดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างการพุ่งทะยานหลุดออกจากหอก

พุ่งเข้ารัดพันร่างของฉีเหลียนไว้ล่วงหน้า

เสียงมังกรคำรามดังก้องสะท้านข่มขวัญฉีเหลียน ในขณะเดียวกันมังกรวิญญาณก็อ้าปากกัดลงบนโล่พลังปีศาจที่ล้อมรอบตัวฉีเหลียน

จากประสบการณ์ตอนที่สู้กับฉีเฉิงกง หลิวเสวียนรู้ดีว่ามังกรวิญญาณไม่สามารถทำลายพลังปีศาจได้ในระยะเวลาอันสั้น

หอกมังกรเงินประกายแสงหายวับไปพร้อมๆ กับที่เขากำมือเปล่า

ธนูเจิ้นเทียนปรากฏขึ้นในมือ

ง้างคันศรและขึ้นสายในรวดเดียว

วินาทีต่อมา

ศรวิญญาณที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างก็พุ่งออกจากสายพุ่งเข้าใส่โล่พลังปีศาจของฉีเหลียน

ศรทลายมารแผลงฤทธิ์

เพียงไม่ถึงวินาทีมันก็ทะลวงโล่พลังปีศาจของฉีเหลียนจนแตกกระจาย

ทว่าขณะที่ศรกำลังพุ่งต่อไปและกำลังจะปักเข้าที่ร่างของฉีเหลียน

"ตู้ม!"

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งก็ระเบิดออกมาจากร่างของฉีเหลียน ขนทั่วร่างของเขากลายเป็นของแข็งในทันที

"เคร้ง!"

ศรทลายมารปักเข้าที่ขนอันแข็งแกร่ง มันหมุนควงเสียดสีอย่างต่อเนื่องเพื่อหมายจะเจาะทะลวงพลังป้องกัน

แต่ภายใต้การจ้องมองของเนตรกระจ่างแจ้งพลังปีศาจสีดำก็ไหลทะลักออกมาจากจุดกำเนิดของฉีเหลียนสร้างพลังป้องกันอันมหาศาลให้กับเส้นขน

ศรทลายมารปะทะกับพลังป้องกันของเส้นขนอยู่สักพัก

ก่อนจะสลายหายไป

"ศรทลายมารเจาะพลังป้องกันทางกายภาพของมันไม่ได้งั้นเหรอ!"

"นี่คือความแข็งแกร่งทางกายภาพของภูตผีปีศาจขั้นสี่สินะ!"

ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้วิญญาณหรือสัตว์อสูร

เมื่อทะลวงสู่ขั้นสามแล้ว ในกระบวนการฝึกฝนขั้นต่อไปจะต้องดูดซับพลังวิญญาณจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นปราณกังหรือพลังปีศาจเพื่อหล่อหลอมร่างกาย

ทำให้พลังป้องกันทางร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล

ฉีเหลียนในตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น และที่สำคัญกว่านั้นคือเขาได้ดื่มเลือดราชันเข้าไปด้วย

พลังที่ได้รับจากเลือดราชันทำให้พลังป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น

"การข่มขวัญทางจิตงั้นเหรอ!"

ฉีเหลียนได้สติกลับมาจากเจ็ดขดมังกรสะบัด พอตั้งสติได้ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที

"ด้วยพลังของแกในตอนนี้ ไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก!"

ฉีเหลียนแสดงสีหน้าดุร้ายพุ่งเข้าใส่หลิวเสวียนอีกครั้ง

หลิวเสวียนรีบเก็บธนูเจิ้นเทียน หอกมังกรเงินประกายแสงปรากฏขึ้นมาแทนที่เขากระชับหอกด้วยสองมือเข้าปะทะกับฉีเหลียนอย่างรวดเร็ว

"ตอนนี้ฉันกับเขามีระดับพลังห่างกันมาก พลังทำลายล้างของศรทลายมารจึงด้อยกว่าตอนนั้นมาก"

ก่อนหน้านี้หลิวเสวียนมีระดับพลังห่างจากฉีเฉิงกงแค่ขั้นย่อยเดียว

แต่ตอนนี้เขากับฉีเหลียนมีระดับพลังห่างกันถึงหนึ่งขั้นใหญ่

ยิ่งการฝึกฝนก้าวหน้าไปเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่างขั้นย่อยก็จะยิ่งห่างมากขึ้นเท่านั้น

หลิวเสวียนเข้าใจได้ว่าศรทลายมารไม่สามารถทำลายพลังป้องกันของศัตรูได้โดยตรง

"แต่ด้วยพลังรบของฉันในตอนนี้ ต่อให้ไม่มีศรทลายมารฉันก็สู้กับมันได้!"

ห้าสัตว์หลอมรวมช่วยเสริมพลังให้หลิวเสวียนอย่างมหาศาล พลังความสามารถทั้งห้าอย่างที่ผสานเข้ากับร่างกายของเขา ทำให้หลิวเสวียนที่ถือหอกสองมือสามารถสู้กับฉีเหลียนได้อย่างสูสี

นี่ขนาดว่าฉีเหลียนได้ดื่มเลือดราชันและได้รับพลังจากสัตว์อสูรระดับราชันมานะ ถ้าเป็นภูตผีปีศาจขั้นสี่ระดับต้นตัวอื่นป่านนี้คงตายอยู่ใต้คมหอกของหลิวเสวียนไปนานแล้ว

"รอจนกว่ายาชาหมาเฟ่ยซ่านจะออกฤทธิ์ มันสู้ฉันไม่ได้แน่!"

หลิวเสวียนปล่อยยาชาหมาเฟ่ยซ่านออกมาระหว่างการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา

คัมภีร์ชิงหนางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับยาชาหมาเฟ่ยซ่านเช่นกัน หลิวเสวียนเชื่อว่าอีกไม่นานฉีเหลียนจะต้องโดนยาสลบจนล้มพับไปแน่นอน

ไม่ไกลออกไป เฝิงจวิ้นและคนอื่นๆ มองดูสถานการณ์ในสนามรบด้วยความตกตะลึง

"เขารับมือกับภูตผีปีศาจขั้นสี่ได้!"

"ไม่ใช่แค่เขานะ วีรชนของเขาก็เก่งเหมือนกัน!"

...

ในอีกสองสนามรบที่เหลือ

ฮัวโต๋เคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล่วว่องไว โฉบไปมาอยู่รอบๆ ตัวปูยักษ์หุ้มเกราะ

เขาอาศัยความเร็วที่เหนือกว่าสัตว์อสูรมากกระโดดขึ้นไปชกปูยักษ์หุ้มเกราะเป็นระยะๆ

ปูยักษ์หุ้มเกราะมีขนาดตัวใหญ่เทอะทะ เคลื่อนไหวเชื่องช้า ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีระยะประชิดหรือการใช้การโจมตีด้วยธาตุน้ำ

ก็ไม่สามารถโจมตีโดนฮัวโต๋ได้เลย

ทำให้กระดองของปูยักษ์หุ้มเกราะเต็มไปด้วยรอยแผลมากมาย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานฮัวโต๋ก็จะสามารถโค่นปูยักษ์หุ้มเกราะลงได้อย่างแน่นอน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - เผชิญหน้าภูตผีปีศาจขั้นสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว