- หน้าแรก
- ซูเปอร์สตาร์สาวบ้างานกับสามีที่เป็นพ่อบ้านสุดแสนจะ(ไม่)ธรรมดา
- บทที่ 440 - เธอว่าให้เสิ่นฉีปิดหน้าเป็นพิธีกรจะเวิร์กไหม
บทที่ 440 - เธอว่าให้เสิ่นฉีปิดหน้าเป็นพิธีกรจะเวิร์กไหม
บทที่ 440 - เธอว่าให้เสิ่นฉีปิดหน้าเป็นพิธีกรจะเวิร์กไหม
คนอื่นๆ ในกลุ่ม 'เสิ่นฉีและเพื่อนๆ ของหลี่ฮวนเกอ' ต่างเงียบกริบ
นี่แหละคือหวังเถี่ยจู่ คนที่บริสุทธิ์และใสซื่อที่สุด แตกต่างจากพวกเขามี่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี
เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เสิ่นฉีมักจะชอบคบหาสมาคมกับคนแบบหวังเถี่ยจู่มากกว่า
เสิ่นฉีเปลี่ยนชีวิตของหวังเถี่ยจู่ไปตลอดกาล!
ต่างจากจี้หมิงที่เอาแต่รอให้เสิ่นฉีตอบกลับ ครั้งนี้เสิ่นฉีส่งข้อความเสียงตอบกลับหวังเถี่ยจู่ไป
"โตป่านนี้แล้ว จะร้องไห้ทำไม"
"นี่คือสิ่งที่นายสมควรได้รับ เมื่อโอกาสมาถึง แค่นายคว้ามันไว้ได้ก็พอแล้ว"
"อย่าลืมความตั้งใจแรกเริ่มของนายเด็ดขาดนะ!"
เสียงแหบพร่าราวกับหมาป่าหอนของหวังเถี่ยจู่ดังขึ้นอีกครั้ง :
"นายวางใจได้เลย! ฉันจะไม่มีวันทิ้งความเจริญก้าวหน้าที่กว่าจะได้มาอย่างยากลำบากนี้เด็ดขาด!"
เสิ่นฉีแทบจะเป็นบ้า
"ความตั้งใจแรกเริ่ม! ความตั้งใจแรกเริ่มโว้ย!"
หวังเถี่ยจู่ที่ถือโทรศัพท์อยู่อึ้งไปนิด ก่อนจะส่งข้อความเสียงตอบมาว่า
"อะไรคือความตั้งใจแรกเริ่มล่ะ"
...
ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจเพลงอื่นๆ ในรอบที่สี่อีกแล้ว เพราะหลังจากที่หวังเถี่ยจู่ร้องจบ ในคืนนั้นก็มีฮอตเสิร์ชสองอันดับแรกพุ่งขึ้นสู่อันดับหนึ่งและอันดับสองทันที
#ฮอตเสิร์ช: หวังเถี่ยจู่ถ่ายทอดอารมณ์เพลง 'เพลงรักซีไห่' สุดสะเทือนใจ แท้จริงแล้ว 'เพลงรักซีไห่' เป็นผลงานการแต่งของเสิ่นฉีหรือไม่?
#ฮอตเสิร์ช: 'เพลงรักซีไห่' ทำคนทั้งเน็ตน้ำตาแตก ขุดคุ้ยเรื่องราวสุดซาบซึ้งทั่วโลกออนไลน์!
ตกลงแล้ว 'เพลงรักซีไห่' ใช่เพลงของเสิ่นฉีไหม ไม่มีใครออกมาชี้แจง มีเพียงกระแสที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางการพูดคุยของคนนับไม่ถ้วน
เรื่องนี้ผลักดันให้ 'เพลงรักซีไห่' โด่งดังเป็นพลุแตกทั่วโลกออนไลน์ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์
แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ 'เพลงรักซีไห่' ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ก็คือเรื่องราวสุดซาบซึ้งเรียกน้ำตาที่เพลงนี้ดึงออกมาได้
[ที่รัก ฉันฝันถึงคุณอีกแล้ว คุณสบายดีไหมใต้ผืนทรายสีเหลืองอันเวิ้งว้างของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ?]
[ผู้ชายที่ฉันรักสุดหัวใจ ไปปลูกต้นไม้อยู่ในดินแดนอันอ้างว้างนั่นมา 5 ปีแล้ว ตอนนี้ลูกของเราโตพอจะวิ่งไปซื้อซีอิ๊วได้แล้วล่ะ]
[สายลมหนาวพัดผ่านเส้นทางอันเวิ้งว้าง บนที่ราบสูงดินแดนตะวันตกความรักช่างยาวนาน เฝ้ารอคอยนกอพยพตัวเดียวดายบนยอดเขาหิมะ ลิ้มรสความทุกข์ระทมดั่งว่าวขาดปุย ฝูงนกนางแอ่นบินล่องใต้ไร้ข่าวคราว แม้สายลมวสันต์จะแปรเปลี่ยนเป็นสายฝนก็ไม่หวั่น คำมั่นสัญญาในวันวานปลิวหายไปกับสายลม ความรักลึกซึ้งแต่วาสนาเบาบางมลายกลายเป็นเถ้าธุลี]
[สายลมหนาวพัดโหมกระหน่ำทางทิศตะวันตก เมฆหมอกบดบังแสงจันทร์เหนือน้ำแม่น้ำทางทิศตะวันออก ท้องทะเลเหือดแห้งหินผาผุพัง หิมะร่วงหล่นปกคลุมแผ่นฟ้า ชะตาลิขิตวาสนาเบาบาง เจ็บปวดรวดร้าวสุดแสนจะทน บทเพลงโศกเศร้าไว้อาลัยไปตลอดทาง ท่วงทำนองรันทดดังก้องสู่สรวงสวรรค์]
[น้ำตาแห่งการพลัดพรากยากจะเก็บซ่อน เรือน้อยลอยคว้างกลางทะเลหนใด ความรักผูกพันดั่งฟ่านหลี่แห่งแคว้นอู๋ เสียงเพลงโศกเศร้าชวนให้คะนึงหาบ้านเกิด]
...
ใต้ฮอตเสิร์ชเกี่ยวกับ 'เพลงรักซีไห่' ดูเหมือนทุกๆ คอมเมนต์จะมีเรื่องราวซ่อนอยู่
ทุกถ้อยคำล้วนบีบคั้นหัวใจ
เพราะเรื่องราวเหล่านี้นี่แหละ ที่ทำให้หลายคนที่ไม่เคยสนใจหรือไม่ค่อยได้ดูการประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ย หันมาให้ความสนใจกับ 'เพลงรักซีไห่'
ผู้คนต่างพากันค้นหาเพลงนี้ในแอพฮว๋าเกอป่างเพื่อรับฟัง ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมและความเห็นอกเห็นใจอีกครั้ง ดึงเอาความทรงจำในอดีตที่ซ่อนลึกอยู่ในใจออกมา
ดังนั้น คะแนนโหวตของ 'เพลงรักซีไห่' จึงพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ผู้คนในวัยผู้ใหญ่หลายคนที่เคยดูรายการ 'คุณแม่ไปทำงาน' ต่างก็ชื่นชอบเสิ่นฉีมาก ภายใต้กระแสสังคมเช่นนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะทึกทักเอาเองว่าเพลงนี้เป็นผลงานของเสิ่นฉี
คนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องดนตรีเพิ่งจะรู้ว่า ผู้ชายเกาะเมียกินที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกคนนั้น กลับมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว
ด้วยเหตุนี้ จึงพาลอยากจะโหวตให้เพลงอื่นๆ ของเสิ่นฉีด้วย
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ระบบปิดโหวตชั่วคราวอยู่
ดังนั้น หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจการประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ยกันมากขึ้น
...
สัปดาห์ใหม่เวียนมาถึงอีกครั้ง
สัปดาห์นี้ คนที่ผ่อนคลายที่สุดคงหนีไม่พ้นจี้หมิงกับฟีนิกซ์ลีเจนด์ เพราะพวกเขาแข่งเสร็จแล้ว แถมยังคว้าอันดับหนึ่งในรอบของตัวเองมาครองได้สำเร็จ
หลี่ฮวนเกอไม่รู้สึกกดดัน เพราะเธอมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง
ส่วนหวังเถี่ยจู่ก็เพราะเขาไม่ค่อยมีหัวคิดเรื่องพวกนี้
คนที่ยังไม่ได้ขึ้นแสดงอย่างพัคอีซองกับซูซิงจู๋ต่างหากที่ตื่นเต้นที่สุด
ส่วนเสิ่นฉีนั้นรู้สึกรำคาญ
โชคดีที่เสิ่นเสี่ยวคุนไปโรงเรียนแล้ว ที่บ้านเลยเหลือแค่หลี่ฮวนสวินที่คอยกวนใจเสิ่นฉี
เพลง 'หมางจ้ง' ถูกหลี่ฮวนสวินร้องจนเปื่อยไปหมดแล้ว เสิ่นฉีจึงพอจะได้พักหายใจหายคอบ้าง
หลี่ฮวนสวินจะขึ้นแสดงในรอบที่ห้าของวันเสาร์นี้ ส่วนพัคอีซองจะขึ้นแสดงต่อในรอบที่หกของวันอาทิตย์
ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา การประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ยที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศดุเดือดราวกับน้ำเดือด เสิ่นฉีก็เหมือนกับถูกต้มอยู่ในน้ำร้อนของกระแสสังคมตลอดเวลา
แต่คนที่อารมณ์ดีที่สุดในตอนนี้คือเฉินหว่านอวิ๋น
'ราชาหน้ากากนักร้อง' เตรียมงานส่วนใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ปรับปรุงรายละเอียดขั้นสุดท้าย ยืนยันรายชื่อนักร้อง ผู้ร่วมวิจารณ์ และพิธีกรเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ก็พร้อมเริ่มถ่ายทำได้เลย
ใครๆ ก็รู้ว่ารายการวาไรตี้ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลามนี้มีความเกี่ยวข้องกับเสิ่นฉี การได้เกาะกระแสการประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ยและการเชื่อมโยงกับเสิ่นฉี จะช่วยเพิ่มความฮอตให้กับรายการนี้ได้อย่างแน่นอน
เฉินหว่านอวิ๋นถึงกับเกิดไอเดียบ้าๆ ขึ้นมา
ตอนแรกเธอคิดว่าไอเดียนี้มันไร้สาระมาก
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไอเดียนี้มัน ...
โคตรเจ๋งเลยนี่นา?
ไอเดียนี้เหมือนกับยุงบ้าที่บินวนเวียนอยู่ในหัวของเฉินหว่านอวิ๋นตลอดหลายวันที่ผ่านมา
แต่เธอไม่กล้าบอกใคร แม้แต่ทีมวางแผนหรือทีมผู้กำกับของ 'ราชาหน้ากากนักร้อง' เธอก็ไม่กล้าบอก
ทว่า เธอนึกถึงคนๆ หนึ่งขึ้นมาได้
ไม่นาน จั๋วอีอีก็มาถึงห้องทำงานของเฉินหว่านอวิ๋น
ช่วงนี้จั๋วอีอีเองก็เครียดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเพราะการประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ยนั่นแหละ
ในรอบแรก หลี่ฮวนเกอขึ้นโชว์เพลง 'จะมีจันทร์กระจ่างฟ้าเมื่อใด' ก็ได้ขึ้นหิ้งเป็นตำนานอย่างง่ายดาย เหมือนกับรายการวาไรตี้อื่นๆ ที่เธอเคยไปออก
ส่วนจี้หมิงที่ได้ขึ้นหิ้งก็ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาคือเทียนหวังรุ่นใหญ่
แต่ฟีนิกซ์ลีเจนด์กับหวังเถี่ยจู่ที่เพิ่งเข้าวงการ กลับได้ที่หนึ่งกันทั้งคู่ ...
จั๋วอีอียิ่งร้อนรนหนักเข้าไปอีก
ฉันเองก็เป็นถึงราชินีนักร้องหน้าใหม่นะ แถมยังร้องเพลงของเสิ่นฉีเหมือนกัน ถ้าฉันไม่ได้ที่หนึ่งในรอบของตัวเอง หรือไม่ติดหนึ่งในสิบอันดับเพลงโปรโมตรอบสุดท้ายล่ะก็ ...
มันจะน่าอายขนาดไหนกันนะ?
นี่คือโอกาสที่จะโบยบินในเส้นทางนักร้องของจั๋วอีอี ซึ่งมาพร้อมกับวิกฤตครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับจี้หมิง พัคอีซอง และซูซิงจู๋
หลังจากเคาะประตูเข้ามาพักหลังมานี้ เฉินหว่านอวิ๋นกับจั๋วอีอีก็เจอกันบ่อยขึ้น ส่วนใหญ่ก็คุยกันเรื่องการประกวดคัดเลือกเพลงสไตล์หัวเซี่ยนี่แหละ
"เพลงของหลี่ชีเยี่ย ให้อู๋เสี่ยวฝาน นักร้องหน้าใหม่ของเราเป็นคนร้อง เขาจะขึ้นแสดงในรอบที่ห้าของวันเสาร์นี้!"
"เธอพอจะมีข้อมูลของนักร้องและเพลงของเสิ่นฉีในรอบที่ห้าบ้างไหม"
จั๋วอีอีส่ายหน้า "ไม่มีเลยค่ะ!"
"เสิ่นฉีนี่เก่งจริงๆ ... " เฉินหว่านอวิ๋นถอนหายใจ "เพราะงั้นการที่เธอได้ร้องเพลงของเสิ่นฉี โอกาสที่จะติดหนึ่งในสิบเพลงโปรโมตก็มีสูงมากเลยล่ะ"
หน้าของจั๋วอีอีเจื่อนลงทันที แอบบ่นอย่างน้อยใจว่า
"ในฐานะเจ้านาย ทำไมพี่ถึงยังมากดดันฉันในเวลาแบบนี้อีกล่ะคะ"
เฉินหว่านอวิ๋นอึ้งไปนิด ก่อนจะหัวเราะออกมา
"ขอโทษทีๆ ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย งั้นเราไม่คุยเรื่องนี้กันแล้ว มาคุยเรื่อง ... 'ราชาหน้ากากนักร้อง' กันดีไหม"
"เอ๊ะ?" จั๋วอีอีสงสัย "เรื่องที่ฉันจะขึ้นแสดงในเทปแรกก็ตกลงกันแล้วนี่คะ มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเปล่า"
เฉินหว่านอวิ๋นยิ้ม "เรื่องนั้นแน่นอนว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก ฉันอยากจะคุยเรื่องพิธีกรน่ะ"
จั๋วอีอียิ่งงงเข้าไปใหญ่
"นี่มันเรื่องของฝ่ายวางแผนฝ่ายผลิตของบริษัทนี่คะ ฉันเป็นแค่นักร้องตัวเล็กๆ ... มันไม่เกี่ยวกันเลยนะ"
"ไม่ๆๆ! เกี่ยวสิเกี่ยวแน่ๆ!" เฉินหว่านอวิ๋นยังคงจ้องจั๋วอีอีด้วยสายตาแปลกๆ "ฉันอยากให้เธอช่วยแนะนำคนๆ หนึ่งให้หน่อย"
จั๋วอีอียิ่งงงหนักเข้าไปอีก
"งั้นพี่ก็บอกมาเถอะค่ะ ... "
เฉินหว่านอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึกๆ
"เธอว่า ... ฉันจะให้เสิ่นฉีปิดหน้าเป็นพิธีกรจะเวิร์กไหม"