เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 370 - โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ

บทที่ 370 - โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ

บทที่ 370 - โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ


บทที่ 370 - โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ

เฮอะ

ข้ายังไม่ได้แฉเลยนะว่าเอ็งเป็นมิจฉาชีพ

เอ็งกลับกล้ามาเล่นสงครามประสาทใส่ข้าก่อนเหรอ?

เมิ่งต้าหนิวไม่ยอมปล่อยผ่านแน่

เขาตบโต๊ะดังปัง จนขวดเบียร์สั่นสะเทือน

"แกจะพูดยังไงก็ช่าง!"

"ของกินของฉัน ฉันอยากจะให้ใครก็ให้!"

"ไม่อยากให้ก็คือไม่ให้!"

"ไสหัวไปซะ!"

"อย่ามาเกะกะลูกตาฉัน!"

ผู้หญิงคนนั้นตกใจกับความดุดันของเมิ่งต้าหนิว จนเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว

แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะได้อ้าปากพูดอะไร

คุณลุงแว่นดำที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็ทนไม่ไหว

แกขยับแว่นตาบนสันจมูก สีหน้าขึงขังจริงจังขึ้นมาทันที

"นี่พ่อหนุ่ม ทำไมพูดจาแบบนี้ล่ะ?"

"ตอนแรกฉันก็คิดว่าเธอเป็นคนดีนะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้!"

คุณลุงชี้นิ้วใส่หน้าเมิ่งต้าหนิว ทำตัวเป็นผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก

"ฉันจะบอกอะไรให้นะ!"

"อย่าคิดว่าแค่เอาขนมมาให้ฉันกิน แล้วฉันจะญาติดีกับเธอได้นะ!"

"คนอย่างเธอ ไม่คู่ควรหรอก!"

พูดจบ คุณลุงก็หันไปเปิดกระเป๋าหนังของตัวเอง

หยิบไส้กรอกออกมาหนึ่งแท่ง แล้วยัดใส่มือผู้หญิงคนนั้น

"แม่หนู เอาของลุงไปกินเถอะ!"

"อย่าไปสนใจไอ้คนเห็นแก่ตัวแบบนี้เลย!"

คุณป้าผมดัดที่อยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า

แกรีบล้วงแอปเปิ้ลลูกแดงลูกเบ้อเริ่มออกมาจากตาข่าย แล้วยื่นให้

"รับไปเถอะจ้ะ"

"กินแอปเปิ้ลแก้กระหายด้วยนะ"

"ออกเดินทางไกลมันก็ลำบากกันทั้งนั้นแหละ ใครบ้างจะไม่เคยตกทุกข์ได้ยาก"

ถึงคุณป้าผมดัดจะไม่ได้ต่อว่าเมิ่งต้าหนิวตรงๆ เหมือนคุณลุงแว่นดำ

แต่สายตาของป้าแก ก็บ่งบอกถึงความผิดหวังและรังเกียจอย่างชัดเจน

ผู้หญิงคนนั้นรับไส้กรอกกับแอปเปิ้ลไป พลางโค้งคำนับขอบคุณปะหลกๆ

"ขอบคุณมากค่ะคุณลุง!"

"ขอบคุณมากค่ะคุณป้า!"

ระหว่างที่พูดขอบคุณ หล่อนก็แอบปรายตาเยาะเย้ยเมิ่งต้าหนิวไปด้วย

ยุคนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ การนั่งรถไฟจึงเป็นอะไรที่น่าเบื่อสุดๆ

พอคุณลุงแว่นดำลุกขึ้นมาด่ากราด บวกกับเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้หญิงคนนี้

ก็ดึงดูดสายตาของผู้โดยสารรอบข้างให้หันมาสนใจกันเป็นตาเดียว

ชายร่างกำยำในชุดช่างสีน้ำเงินชะโงกหน้ามาดู

"เฮ้ยๆๆ!"

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

"ทำไมน้องสาวคนนี้ถึงร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้ล่ะ?"

คุณป้าอีกคนก็ร่วมวงด้วย

"นั่นสิ"

"เดินทางไกลๆ เจอเรื่องลำบากอะไรเข้าล่ะ?"

คุณลุงแว่นดำเห็นคนมุงเยอะ ก็ยิ่งได้ใจ

แกลุกขึ้นยืน กระแอมในลำคออย่างมีมาด แล้วเริ่มเปิดเวทีปราศรัยทันที

"แม่หนูคนนี้น่าสงสารมากเลยนะ!"

"ผัวเพิ่งจะตายด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน กำลังจะเดินทางไปพึ่งใบบุญลุงที่หลู่เฉิง"

"แต่ดันโดนพวกโจรล้วงกระเป๋าที่สถานีรถไฟไปซะนี่!"

"ไม่ได้กินข้าวตกถึงท้องมาสามวันแล้ว!"

คุณลุงแว่นดำพูดถึงตรงนี้ ก็หันขวับเปลี่ยนเป้าหมาย

ชี้นิ้วไปที่เมิ่งต้าหนิวที่นั่งอยู่กับที่

"พวกคุณดูไอ้เด็กนี่สิ!"

"น้องเขาหิวจนตัวสั่น ขอของกินประทังชีวิตแค่นิดเดียว"

"มันกลับหวงของกินประหนึ่งหมาหวงก้าง ไม่ยอมแบ่งให้แม้แต่น้อย!"

"แถมยังด่าทอเขาอีก!"

"พวกคุณลองคิดดูสิ คนเห็นแก่ตัว เลือดเย็นแบบนี้ มันสมควรเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายชาวตงเป่ยไหม?"

คำพูดของคุณลุงแว่นดำช่างดูมีคุณธรรมสูงส่งจริงๆ

แถมยังถือโอกาสโอ้อวดความใจบุญของตัวเองที่ให้ไส้กรอกไปเมื่อกี้ด้วย

"ฉันทนดูไม่ได้จริงๆ!"

"ก็เลยยกไส้กรอกของฉันให้แม่หนูคนนี้ไปเลย!"

คุณป้าผมดัดเห็นว่าคุณลุงแว่นดำแย่งซีนไปหมด ก็รีบลุกขึ้นมาบ้าง มือไม้โบกพัลวัน

"ฉันด้วย! ฉันด้วย!"

"ฉันก็ให้แอปเปิ้ลลูกเบ้อเริ่มไปตั้งหนึ่งลูก!"

"ยุคนี้สมัยนี้ ใครบ้างจะไม่เคยตกระกำลำบาก?"

"ช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วยกันสิ!"

ทั้งสองคนช่วยกันพูดประสานเสียง จนทำให้เมิ่งต้าหนิวกลายเป็นคนบาปหนาไปเลย

ผู้โดยสารรอบๆ ที่คอยดูเหตุการณ์ ก็เริ่มคล้อยตามอารมณ์ไปด้วย

พวกเขาจ้องมองเมิ่งต้าหนิว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เพิ่งจะกินของอร่อยๆ จากเขาไป คำด่าที่จ่ออยู่ปากก็เลยกลืนลงคอไปหมด เหลือแต่เพียงสายตาที่มองมาอย่างซับซ้อน

ชายชุดช่างสีน้ำเงินล้วงหมั่นโถวแป้งข้าวโพดแข็งๆ ครึ่งก้อนออกมาจากกระเป๋า

ยัดใส่มือผู้หญิงคนนั้น

"น้องสาว! หมั่นโถวของพี่อาจจะหยาบไปหน่อย แต่ก็กินรองท้องได้นะ อย่ารังเกียจเลย!"

คุณป้าอีกคนก็หยิบขนมเปี๊ยะชิ้นใหญ่ยื่นให้สองชิ้น

"แม่หนู เอานี่ไป!"

"ขนมเปี๊ยะนี่กินแล้วอยู่ท้องนะ!"

บางคนก็ให้น้ำครึ่งขวด บางคนก็ให้ขนมถ้วยฟูสองชิ้น

ผู้หญิงคนนั้นประคองของกินไว้เต็มสองมือ น้ำตาร่วงเผาะๆ

"ขอบคุณพวกพี่ๆ มากเลยจ้ะ!"

"ขอบคุณคุณลุงคุณป้ามากเลยนะจ๊ะ!"

"โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ!"

หล่อนหยิบของกินที่ทุกคนให้มาทำท่าชะงักไปนิดนึง แล้วค่อยๆ เริ่มกินทีละชิ้นๆ

กินไปกินมา จู่ๆ หล่อนก็อ้าปากกว้าง

"เอิ๊ก——"

เสียงเรอยาวเหยียด เกือบจะพุ่งออกมาจากลำคอ

แต่หล่อนไหวตัวทัน รีบเอามือปิดปากไว้แน่น ไหล่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง

พยายามดัดแปลงเสียงเรอให้กลายเป็นเสียงสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด

"ฮือๆๆ..."

"ฉัน... ฉันไม่กล้ากินหมดหรอกจ้ะ..."

"ฉันต้องเก็บไว้กินระหว่างทาง..."

"ฉันกลัวว่าถ้าไปถึงหลู่เฉิงแล้วหาลุงไม่เจอ จะต้องทนหิวอีก..."

ผู้หญิงคนนั้นแสร้งร้องไห้ไป มือก็รีบเก็บไส้กรอก ขนมเปี๊ยะ และขนมถ้วยฟูยัดใส่ถุงผ้าเก่าๆ ของตัวเองอย่างรวดเร็ว

ทักษะการแสดงนี่ต้องยกนิ้วให้เลย

พวกผู้โดยสารรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ ต่างก็พากันสงสารจับใจ

โถ แม่สาวน้อยผู้น่าสงสาร! หิวมาตั้งสามวัน พอได้ของกินก็ยังไม่กล้ากินจนอิ่ม

ต้องคอยประหยัดไว้กินมื้อหลังอีก

น่าสงสารอะไรอย่างนี้!

ชายชุดช่างสีน้ำเงินถึงกับขอบตาแดง

"ทางไปหลู่เฉิงน่ะไกลมากเลยนะ!"

"ถ้าไม่มีเงินติดตัวเลย ไปถึงแล้วหาญาติไม่เจอจะทำยังไงล่ะ?"

ชายคนนั้นพูดจบ ก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทันที

ควานหาอยู่นาน ก็หยิบแบงก์ห้าเหมายับๆ ออกมาหนึ่งใบ วางลงบนมือของผู้หญิงคนนั้น

"น้องสาว!"

"เอาเงินห้าเหมานี่เก็บไว้ใช้เถอะ!"

พอเงินห้าเหมาถูกส่งมอบ บรรยากาศในตู้โดยสารก็ยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก

คุณลุงแว่นดำรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนแย่งซีนคนดี

แกรีบเปิดกระเป๋าหนังอย่างไม่รอช้า

หยิบแบงก์หนึ่งหยวนออกมาหนึ่งใบ!

"แม่หนู รับไปเลย!"

คุณป้าผมดัดก็ไม่ยอมแพ้ ล้วงกระเป๋าบ้าง

"ฉันให้สองเหมา!"

"ฉันให้ห้าเหมา!"

"ทางนี้มีหยวนครึ่งนะ!"

กลุ่มคนที่เพิ่งจะมุงดูเหตุการณ์เมื่อกี้ ตอนนี้กลับกลายร่างเป็นเศรษฐีใจบุญกันหมด

คนละห้าเหมา สิบเหมา ยัดเยียดใส่มือผู้หญิงคนนั้นกันใหญ่

ไม่นานนัก ในมือของผู้หญิงคนนั้นก็เต็มไปด้วยเศษแบงก์ปึกหนา

รวมๆ แล้วน่าจะได้สักสิบกว่าหยวนเลยทีเดียว

ในยุคแปดศูนย์ เงินสิบกว่าหยวนนี่ถือเป็นก้อนใหญ่เลยนะ!

ผู้หญิงคนนั้นตื่นเต้นจนตัวสั่นงันงก ก้มหัวคำนับแล้วคำนับอีก

"ขอบคุณค่ะ!"

"ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่านเลยนะคะ!"

"ฉันขอโขกหัวให้เลยค่ะ!"

หล่อนร้องไห้ไป ก็รีบเก็บเงินทั้งหมดซุกเข้ากระเป๋าเสื้อชั้นในอย่างคล่องแคล่วว่องไว

เมิ่งต้าหนิวกอดอก มองดูละครฉากใหญ่ที่แสนจะสะเทือนอารมณ์นี้ด้วยสายตาเย็นชา

พวกคนโง่เง่าเต่าตุ่นเอ๊ย!

เมื่อกี้ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นกินไส้กรอก เมิ่งต้าหนิวเห็นเต็มสองตา

ไอ้อาการที่เกือบจะเรอออกมานั่นน่ะ

ใช่ท่าทางของคนที่อดข้าวมาสามวันซะที่ไหน?

นั่นมันท่าทางของคนที่เพิ่งจะสวาปามไก่ย่างไปจนจุกเมื่อตอนเที่ยงต่างหาก!

แต่ดันแกล้งทำเป็นสะอื้นไห้ซะเนียนเลยนะ

ไอ้พวกคนเมืองหน้าโง่พวกนี้ โดนนังนี่หลอกจนหัวปั่นกันหมดแล้ว

แถมตอนที่หล่อนก้มหน้าลง เมิ่งต้าหนิวยังแอบเห็นร่องอกที่ขาวจั๊วะนั่นด้วย

ผู้หญิงคนนี้ผิวพรรณดีจะตาย ไม่ใช่ชาวไร่ชาวนาแน่ๆ

ในขณะที่เมิ่งต้าหนิวกำลังนั่งดูละครอยู่นั้น ก็มีผู้หญิงอีกคนสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกสีขาวเดินเข้ามา ในอ้อมแขนอุ้มเด็กน้อยไว้ด้วย

ดูท่าทางอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ ดูเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว

"พี่สาวจ๊ะ ฉันก็จะไปหลู่เฉิงเหมือนกัน"

"งั้นพี่ไปกับฉันไหม ไปพักที่บ้านพี่ชายฉันก่อนก็ได้"

"แล้วเดี๋ยวฉันจะพาพี่ไปตามหาญาติเอง..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 370 - โลกนี้ยังมีคนดีอยู่อีกเยอะเลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว