เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 แพ้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?!

บทที่ 3 แพ้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?!

บทที่ 3 แพ้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?!


บทที่ 3 แพ้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?!

บนหน้าจอโทรศัพท์แสดงยอดเงิน 50,000 หยวนที่เพิ่งโอนเข้ามาอย่างเรียบร้อย

เงินเข้าบัญชีแบบถูกต้องตามกฎหมาย สมบูรณ์แบบ

โอเค ระบบแม่งโคตรเจ๋ง! เดาทางล่วงหน้าได้ขนาดนี้เลย

ซูไป๋รับเงิน 50,000 หยวนมาโดยไม่ลังเลและส่งข้อความขอบคุณลูกค้านิดหน่อย

จากนั้นก็เตรียมเอกสารไปศาลเพื่อคัดลอกเอกสารคดี

แต่พอดีในตอนนั้นมีคนเดินเข้ามาในสำนักงาน

เป็นเด็กสาววัยรุ่นมัดผมทรงดังโงะ เดินเด้งดึ๋ง ๆ ดูมีชีวิตชีวา ดูเผิน ๆ น่าจะอายุยังไม่มาก

หรือว่าเป็นเคสหย่าอีกแล้ว? แต่ก็ดูไม่น่าจะใช่...

ยังไม่ทันที่ซูไป๋จะพูดอะไร เด็กสาวก็โน้มตัวทำมุม 70 องศา แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัด

"สวัสดีค่ะทนายซู! หนูมารายงานตัวค่ะ!"

ซูไป๋ขมวดคิ้ว พยายามค้นหาความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม

แล้วก็จำได้ว่า...

เด็กสาวตรงหน้าชื่อ "หลี่เสวี่ยเจิน" เป็นนักศึกษากฎหมายจากมหาวิทยาลัยกฎหมายหนานตู

และยังเป็น "ทนายฝึกงาน" ที่เจ้าของร่างเดิมเคยรับไว้ก่อนหน้านี้ แต่เป็นการฝึกงานแบบไม่ได้เงินเดือน

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอเข้ามาฝึกงาน แต่ซูไป๋ลืมสนิท...

"อ้อ มาแล้วเหรอ? ดีเลย! จัดโต๊ะทำงานสักหน่อยแล้วไปศาลกับฉัน"

หลี่เสวี่ยเจินไม่ใช่นักศึกษาธรรมดาแต่เธอเป็นนักศึกษาหัวกะทิจากคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกฎหมายหนานตู

เธอมีอาจารย์ที่เป็นระดับ "เทพเจ้าแห่งวงการกฎหมาย" และพี่ ๆ ศิษย์ร่วมสำนักของเธอต่างทำงานอยู่ในสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ศาลหรือแม้แต่บริษัทระดับแนวหน้าของประเทศ

ด้วยสถานะของเธอจะเข้าฝึกงานที่ไหนก็ได้

แต่เธอมีความคิดเป็นของตัวเอง เธอไม่ต้องการใช้เส้นสายของอาจารย์หรือพี่ ๆ

เธออยากพิสูจน์ตัวเอง อยากสร้างเส้นทางของตัวเองในวงการกฎหมาย

และเพื่อหลีกเลี่ยงการเจอพี่ ๆ ของเธอที่อาจบังคับให้เธอกลับไป เธอจึงเลือกสำนักงานเล็ก ๆ ในเมืองและยอมทำงานฟรี!

เมื่อได้ยินว่าต้องไปศาลตั้งแต่วันแรก ดวงตาของหลี่เสวี่ยเจินก็เปล่งประกายเป็นประกายไฟ

"ได้ค่ะทนายซู!"

เธอตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นโอกาสแรกที่เธอจะได้ทำงานจริง!

...

ระหว่างเดินทางไปศาลกลางเมืองหนานตู

"ทนายซู คดีที่เราจะจัดการคือคดีอะไรเหรอคะ? ไปศาลเพื่อไกล่เกลี่ยเหรอ?"

หลี่เสวี่ยเจินเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะนี่เป็นคดีแรกของเธอ

ซูไป๋ไม่ได้รำคาญ เพราะยังไงเสีย เขาก็ต้องให้เธอช่วยงานวิ่งเต้นหลายอย่างอยู่แล้ว

โดยเฉพาะเธอมาทำงานฟรี! มันทำให้ซูไป๋รู้สึกผิดแบบเล็กน้อยที่กำลังกลายเป็น "นายทุนผู้โหดเหี้ยม"

"คดีอาญา ฉันเพิ่งรับมาวันนี้เป็นการพิจารณาคดีรอบสุดท้ายแล้ว"

"คดีอาญา?!"

ครั้งแรกที่ได้ฝึกงานก็เจอคดีอาญาเลย?!

หลี่เสวี่ยเจินที่เคยใฝ่ฝันอยากเป็นทนายความคดีอาญารู้สึกเลือดสูบฉีด

แต่เธอก็พยายามระงับอารมณ์ไว้ แล้วเดินตามซูไป๋ไปที่ศาลอย่างเงียบ ๆ

ซูไป๋คุ้นเคยกับกระบวนการของศาลเป็นอย่างดี

เขาตรงไปที่ฝ่ายเอกสารและจงใจเลือกเจ้าหน้าที่สาวเป็นคนดำเนินการ

"สวัสดีครับ ผมต้องการคัดลอกเอกสารคดี"

เจ้าหน้าที่สาวที่ตอนแรกทำหน้าหงุดหงิด พอเห็นทนายความหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ตรงหน้าก็ยิ้มหวานออกมาแทบจะทันที

"อ๊ะ! ได้เลยค่ะ! รอสักครู่นะคะ ขอเอกสารยืนยันตัวตนด้วยค่ะ"

หลังจากซูไป๋ส่งเอกสารให้ไม่ถึง 30 นาที เอกสารทั้งหมดก็ถูกคัดลอกเรียบร้อย

หล่อก็มีประโยชน์เหมือนกัน!

ช่วยประหยัดเวลาต่อคิวไปได้เยอะ!

หลังจากได้รับเอกสาร ซูไป๋ก็โยนให้หลี่เสวี่ยเจินแบบไม่คิดมาก

"เก็บไว้ดี ๆ อย่าทำหายนะ ค่อยกลับไปอ่านที่สำนักงาน"

"รับทราบค่ะทนายซู!"

หลี่เสวี่ยเจินถือเอกสารคดีอย่างระมัดระวังแล้วเก็บเข้าไปในกระเป๋าของตัวเอง

หลังจากกลับถึงสำนักงาน ซูไป๋หยิบเอกสารคดีของศาลชั้นต้นออกมา ส่วนเอกสารของศาลอุทธรณ์นั้น เขาส่งให้หลี่เสวี่ยเจิน

"เธอช่วยสรุปประเด็นข้อกล่าวหาของฝ่ายอัยการมาให้หน่อย เดี๋ยวฉันจะดูต่อ"

"ได้ค่ะทนายซู! แต่ข้อโต้แย้งของทนายฝ่ายเราก็สำคัญนะคะ ไม่ต้องสรุปไว้ด้วยเหรอ?"

เด็กสาวพูดด้วยแววตาใสแจ๋ว ประหนึ่งลูกสุนัขที่เต็มไปด้วยความสงสัย

ซูไป๋ส่ายหัว "เธอดูเอกสารไปก่อนเถอะ"

หลี่เสวี่ยเจินพยักหน้าและไม่ถามอะไรต่อ เธอก้มหน้าก้มตาเปิดเอกสารอ่าน

แต่ทันทีที่เธอเปิดอ่านหน้าแรก เธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมซูไป๋ถึงไม่ให้เธอสรุปข้อโต้แย้งของทนายฝ่ายจำเลย...

เพราะมันแทบไม่มีอะไรเลย!

เธอเคยเห็นคดีนี้มาก่อน!

และเธอรู้จักคนที่เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีนี้ด้วย!

พี่สาวร่วมสำนักของเธอเองเป็นผู้พิพากษาในคดีนี้!

ตอนนั้นพี่สาวของเธอก็คิดว่าศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไป

พี่สาวของเธอเองยังคิดเลยว่าถ้าฝ่ายจำเลยสามารถให้ข้อโต้แย้งที่ดีขึ้นมาได้ ศาลอุทธรณ์อาจพิจารณาลดโทษได้

แต่ผลคือ...

"ครับ!"

"เข้าใจครับ!"

"ฝ่ายเรายอมรับคำตัดสินของศาลครับ!"

สามคำพูดจากทนาย "ปากทองคำ" คนนั้น ทำให้คำตัดสินยังคงเดิม!

นี่มันหลอกกินเงินกันชัด ๆ!

และเพราะคำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เหมือนกัน มันจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีในศาลสูงสุด!

ถ้าไม่มีหลักฐานใหม่ที่สำคัญและพลิกสถานการณ์ได้ โอกาสชนะก็แทบไม่มี!

ต้องมีหลักฐานที่ทำให้ศาลต้องทบทวนคดีใหม่เท่านั้น!

ไม่อย่างนั้นศาลสูงสุดอาจจะยังคงคำพิพากษาเดิม!

หรือที่แย่กว่านั้น อาจจะเพิ่มโทษหนักขึ้นไปอีก!

นี่เป็นคดีแรกที่เธอได้ฝึกงาน... จะจบลงด้วยความล้มเหลวตั้งแต่แรกเลยเหรอ?!

เธอเริ่มรู้สึกท้อแท้ขึ้นมา...

และยิ่งไปกว่านั้น เธอเคยถามพี่ชายร่วมสำนักที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาญามาก่อน

พี่ชายเธอเคยบอกว่าทีมกฎหมายของธนาคารตั้งใจจะสู้สุดตัว

ถ้าไม่มีหลักฐานเด็ด ๆ หรือข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่ง โอกาสแพ้สูงมาก!

ถ้าแพ้คดี ลูกชายของหวังจื้อจงอาจจะถูกลงโทษหนักกว่าเดิม!

"นี่ฉันมาฝึกงานครั้งแรก... แล้วจะเจอความล้มเหลวตั้งแต่ต้นเลยเหรอ?"

ความรู้สึกสิ้นหวังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา...

แต่ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิดแย่ ๆ ซูไป๋ปิดเอกสารลง พร้อมกับลุกขึ้นยืน

"ไปกันเถอะ"

"ไป... ไปไหนคะ?"

"คดีนี้ฉันจับทางได้แล้ว เราต้องไปพบลูกชายของหวังจื้อจงและโจรปล้นธนาคารที่เกี่ยวข้องกัน ฟังจากปากพวกเขาโดยตรง"

"...หมายความว่า... แพ้แล้วเหรอคะ?"

"เรายังไม่ได้ว่าความเลยนะคะ คดีนี้มันยากก็จริง แต่ทนายซูต้องเข้มแข็งนะคะ..."

ซูไป๋ : ...

ล้อเล่นรึเปล่า? ในพจนานุกรมของเขาไม่มีคำว่า "แพ้"!

"แพ้? ลูกชายของหวังจื้อจงไม่ได้ปล้นธนาคารเลยสักนิด แล้วจะไปแพ้ได้ยังไง?"

"หา?! ไม่ได้ปล้น?! ทนายซู... หมายความว่ายังไงคะ?"

"เดี๋ยวรอวันขึ้นศาล แล้วเธอจะรู้เอง ตอนนี้ขออุบไว้ก่อน"

ซูไป๋ยิ้มมุมปากเต็มไปด้วยความมั่นใจแล้วเดินนำออกไป

ถึงแม้หลี่เสวี่ยเจินจะยังสงสัยอยู่แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อ

เธอรีบวิ่งตามซูไป๋ไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น...

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ: นิยาย By Khram

จบบทที่ บทที่ 3 แพ้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?!

คัดลอกลิงก์แล้ว