- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 621 - สยบ!
บทที่ 621 - สยบ!
บทที่ 621 - สยบ!
บทที่ 621 - สยบ!
หัวเซี่ยทำให้เย่เฉินผิดหวังมาหลายครั้งแล้ว
ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องปกป้องเย่เฉินเอาไว้ให้ได้!
ต่อให้เขาต้องหลุดจากตำแหน่งนี้ เขาก็ไม่เสียดาย!
……
"เย่เฉิน ฉันเตรียมเครื่องบินไว้ให้เธอแล้ว ไป๋หลี่สยงจะเป็นคนคุมไปด้วยตัวเอง ครั้งนี้เขาจะเข้าไปในคุนหลุนซวีพร้อมกับเธอ ครั้งนี้อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจเด็ดขาด หวังว่าเธอจะยอมฟังชายแก่คนนี้สักครั้งนะ"
น้ำเสียงอ้างว้างของชายชราดังมาตามสาย
เขาไม่อยากให้เย่เฉินจากไปเลย พลังของเย่เฉินเทียบเท่ากับค่ายเหล็กโลหิตถึงสิบกอง!
หากมีเย่เฉินอยู่ ขุมกำลังไหนก็ไม่อาจแตะต้องหัวเซี่ยได้!
แต่ตอนนี้ เขาจะเห็นแก่ตัวไม่ได้
หลังจากเกิดเรื่องที่คฤหาสน์อวิ๋นหูในตอนนั้น เขาได้ทำให้ครอบครัวเย่ต้องผิดหวัง
ครั้งนี้ เขาจึงต้องเลือกวิธีชดเชยให้
พวกคนในระดับสภาสร้างแรงกดดันให้เขาอย่างหนัก เขาต้องให้เย่เฉินออกเดินทางทันที
มิฉะนั้นคนพวกนั้นจะต้องทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อขัดขวางเย่เฉินแน่!
"ไป๋หลี่สยงก็จะไปด้วยงั้นเหรอ?"
คราวนี้ถึงตาเย่เฉินที่ต้องประหลาดใจ ไป๋หลี่สยงเป็นถึงพลเอกแห่งหัวเซี่ย ผู้ที่คอยพิทักษ์ปกป้องแผ่นดินหัวเซี่ย
ถ้าเขาออกจากหัวเซี่ยไป มันจะไม่เท่ากับเป็นการเปลี่ยนฟ้าหรอกหรือ?
ชายชราพยักหน้า "ความจริงเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ไป๋หลี่สยงได้มายื่นใบลาออกกับฉันแล้ว ปีนั้นภรรยาของเขาถูกคนจับตัวไปจนหายสาบสูญ ภายหลังเธอเป็นคนบอกเบาะแสภรรยาของเขา เขาก็เอาแต่พะวงถึงคุนหลุนซวีมาโดยตลอด ไม่ว่ายังไง เขาก็ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน"
เย่เฉินถึงได้กระจ่างใจ
การที่ไป๋หลี่สยงทำแบบนี้ สามารถเข้าใจได้
แต่สถานะของภรรยาของเขาไม่ธรรมดา ซ้ำยังเป็นคนของขุมกำลังนั้น ด้วยพลังของไป๋หลี่สยง การเข้าไปในคุนหลุนซวีเกรงว่าคงจะเจอเคราะห์มากกว่าดี
ไม่แน่ว่ายังไม่ทันได้พบภรรยา ไป๋หลี่สยงก็อาจจะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
แน่นอนว่านี่คือการตัดสินใจของอีกฝ่าย เขาก็ไม่อาจขัดขวางได้
ชายชราเห็นเย่เฉินลังเล จึงพูดต่อว่า "ฉันให้คนไปรับเธอแล้ว เธอรีบไปเถอะ ส่วนแม่กับเพื่อนของเธอ ฉันจะจัดการให้ไปด้วยกัน เรื่องนี้เธอวางใจได้เลย เย่เฉิน นี่คือทางเลือกเดียวของเธอ ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาตายบนแผ่นดินหัวเซี่ย"
ชายชราเดิมทีคิดว่าเย่เฉินจะยอมรับเงื่อนไขนี้อย่างไม่ลังเล
เพราะถึงอย่างไร กองทัพนับร้อยของพันธมิตรโลหิต ก็ไม่ใช่สิ่งที่เย่เฉินจะต้านทานได้เลย
มันต่างจากศึกที่เทือกเขาคุนหลุน ครั้งนี้พันธมิตรโลหิตตั้งใจแน่วแน่ที่จะจัดการเย่เฉินให้ได้!
ทั้งวิหารมืด ค่ายเหล็กโลหิต ไปจนถึงขุมกำลังอื่นๆ เมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพร้อยคนของพันธมิตรโลหิต ก็ไม่อาจขวางทางได้เลยแม้แต่น้อย!
หากไม่จากไปก็มีแต่ความตายเท่านั้น!
จู่ๆ เย่เฉินก็หัวเราะออกมา เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวเจิดจ้าอย่างที่สุด
"ความหวังดีของคุณผมขอรับไว้ด้วยใจ ผมต้องไปคุนหลุนซวีจริงๆ แต่ไม่ใช่ตอนนี้เด็ดขาด"
"ในเมื่อกองทัพร้อยคนของพันธมิตรโลหิตกำลังจะมาถึง ผมเย่เฉินก็ขอลิ้มรสพลังที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกของพันธมิตรโลหิตสักหน่อยก็แล้วกัน!"
ชายชราผงะไป สีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยทีละคำว่า "เย่เฉิน เธอทำตัวเหลวไหลเกินไปแล้ว! ฉันจะบอกเธออีกเรื่องหนึ่ง! เมื่อไม่กี่วันก่อน กองกำลังร้อยคนนี้ได้สังหารตัวตนระดับขอบเขตราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว! พลังของเธอตอนนี้เป็นแค่ขอบเขตจิตท่องวิถีขั้นต้น เธอคิดว่าเธอและขุมกำลังของเธอมีคุณสมบัติพอที่จะข้ามขั้นพลังถึงสามระดับไปสังหารคนนับร้อยได้งั้นเหรอ?"
"ฉันรู้ว่าเธอมีพรสวรรค์เหนือล้ำ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ! ทำแบบนี้มีแต่จะพาคนของวิหารมืดไปตายเท่านั้น!"
เย่เฉินจุดบุหรี่มวนหนึ่ง สูบอัดเข้าปอดตรงระเบียง แล้วตอบกลับไปว่า "ใครบอกว่าผมจะให้วิหารมืดออกโรงล่ะ? ครั้งนี้ ผมเย่เฉินจะสู้เพียงลำพัง! หากพวกมันกล้ามา แผ่นดินหัวเซี่ยผืนนี้ก็จะเป็นสุสานของคนนับร้อยจากวิหารสงครามโลหิตแห่งพันธมิตรโลหิต!"
ชายชราถึงกับพูดไม่ออก ในใจของเขารู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาบ้างแล้ว!
เย่เฉินคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่!
เขาตั้งใจจะด่าเย่เฉินสักสองสามประโยคเพื่อเรียกสติ
ทว่า สายกลับถูกตัดไปเสียแล้ว!
ซ้ำยังปิดเครื่องไปเลยด้วย!
ไอ้หนูนี่ดื้อรั้นไม่ฟังใคร ถึงกับยอมเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งงั้นหรือ!
ไอ้บ้าเอ๊ย!
ส่วนทางด้านเย่เฉินสูบบุหรี่จนหมดมวน ริมหูยังคงแว่วเสียงหัวเราะต่อกระซิกของเว่ยอิงและเซี่ยรั่วเสวี่ยดังมาเป็นระยะ
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะปกป้องดินแดนอันบริสุทธิ์ของหัวเซี่ยผืนนี้เอาไว้
เขาไม่ใช่นักบุญ แต่แผ่นดินผืนนี้คือความทรงจำในวัยเด็กของเขา
เขาไม่อยากให้มันถูกทำลาย
หากมีใครริอาจจะทำลาย ดาบของเขาจะฟาดฟันลงมาจากฟากฟ้า!
ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ต้องแบกรับความโกรธเกรี้ยวอันล้นฟ้าของเขา เย่เฉิน!
……
ประเทศหัวเซี่ย เทือกเขาคุนหลุน
สถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงถูกทางการหัวเซี่ยสั่งปิดล้อมไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่ไม่จำเป็น
ขบวนแถวอันทอดยาวขบวนหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวออกมาจากส่วนลึก
ผู้นำขบวนคือชายร่างกำยำ!
ส่วนสูงของเขาเกินกว่าสองเมตรไปมาก มีท่วงท่าอันทรงพลังประดุจถอนภูเขาข้ามแม่น้ำ ซ้ำยังแผ่กลิ่นอายกดดันออกมาด้วย
ชายร่างกำยำผู้นี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพสงครามแห่งวิหารสงครามโลหิตของพันธมิตรโลหิต!
เขามีนามว่า เหลยเจี้ยนอวิ๋น!
มีพลังอยู่ในระดับขอบเขตเบิกนภาขั้นสูงสุด!
เมื่อไม่กี่วันก่อนก็คือเหลยเจี้ยนอวิ๋นผู้นี้เองที่ผสานค่ายกลร้อยคน สังหารยอดฝีมือขอบเขตราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ไปได้!
ไร้พ่ายในทุกสมรภูมิ ไร้ผู้ต่อกร!
คนนับร้อยแห่งวิหารสงครามโลหิตเคลื่อนทัพประชิดแดน
ขบวนทัพทอดยาว บนศีรษะยังมีเงามายาสีเลือดปรากฏอยู่!
มันคือเงามายาของฝูงหมาป่า
ทั้งกระหายเลือดและเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เหลยเจี้ยนอวิ๋นมองลงมายังแผ่นดินหัวเซี่ยด้วยสายตาเหยียดหยาม พลางแค่นหัวเราะ "สถานที่ที่แสนจะขาดแคลนปราณวิญญาณแบบนี้ จะให้กำเนิดบุคคลที่ทวนกระแสสวรรค์อย่างเย่ซื่อเทียนได้จริงๆ หรือ? น่าขันสิ้นดี! ดูเหมือนว่าเย่ซื่อเทียนนั่นอาจจะมาจากตระกูลเย่แห่งคุนหลุนซวีจริงๆ เพียงแต่บังเอิญผ่านมาที่หัวเซี่ยเท่านั้น"
"เย่ซื่อเทียนแข็งแกร่งก็จริง แต่อยู่ต่อหน้าข้า เหลยเจี้ยนอวิ๋น มีเพียงความตายเท่านั้น!"
"ไม่ว่าแกจะเป็นมังกรหรือแมลง ก็ต้องขดตัวคุกเข่าอยู่ต่อหน้าวิหารสงครามโลหิตของข้า!"
ร่างของเหลยเจี้ยนอวิ๋นระเบิดความมั่นใจอันเปี่ยมล้นออกมา แรงกดดันแผ่ซ่าน ต้นไม้สองข้างทางถูกกระแทกจนแหลกละเอียดในทันที!
เห็นได้ชัดถึงอานุภาพอันร้ายกาจ
ถึงขั้นมีศิษย์ของวิหารสงครามโลหิตบางคนหน้าซีดเผือด แต่ก็ต้องฝืนทนเอาไว้
จิตสังหารค่อยๆ ถูกรั้งกลับ
ผู้คนแห่งวิหารสงครามโลหิตก็หยุดเท้าลงเช่นกัน
เพราะไม่ไกลนัก มีชายชราสวมชุดคลุมสีม่วงคนหนึ่งกำลังเดินจ้ำอ้าวเข้ามา
เขาคือผู้อาวุโสเจิ้งนั่นเอง
ผู้อาวุโสเจิ้งรู้จากค่ายกลว่าคนที่ผู้พิทักษ์ส่งมาจากวิหารสงครามโลหิตมาถึงแล้ว เขาจึงรีบรุดมาต้อนรับที่เทือกเขาคุนหลุนเป็นคนแรก
แม้ผู้พิทักษ์จะบอกว่าคนกลุ่มนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเขา แต่เขาก็ไม่กล้าทำตัวโอหังเด็ดขาด
สถานะของบางคนในกลุ่มนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่น้อย!
หากเขาถือดีว่าเป็นผู้อาวุโสกว่า มีแต่จะต้องตายอย่างอนาถ
โดยเฉพาะเหลยเจี้ยนอวิ๋น เขาคือจอมมารคลั่งสังหารผู้โด่งดังแห่งพันธมิตรโลหิต! เทพสงครามแห่งยุค!
"ใต้เท้าเหลย ในที่สุดก็ได้พบกันเสียที!"
ผู้อาวุโสเจิ้งเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
ทว่าท่าทีของเหลยเจี้ยนอวิ๋นกลับเย็นชา เขาปรายตามองผู้อาวุโสเจิ้งตรงหน้าด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ก่อนจะเอ่ยว่า "คำพูดทักทายไม่ต้องพูดให้มากความ ข้าจะถามเจ้าแค่ประโยคเดียว ตอนนี้เย่ซื่อเทียนอยู่ที่ไหน!"
"เจ้าพบเขารั้งสุดท้ายที่ไหน!"
ผู้อาวุโสเจิ้งจะไปรู้เบาะแสของเย่ซื่อเทียนได้อย่างไร ก่อนมาเขาคิดวิธีโกหกเอาไว้แล้ว จึงอธิบายไปว่า "พลังของเย่ซื่อเทียนนั้นลึกลับคาดเดาไม่ได้ ข้าจะสะกดรอยตามเขามันยากมาก แต่ข้ารู้ว่ามีคนคนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเย่ซื่อเทียนอย่างลึกซึ้ง!"
"ขอเพียงหาตัวคนผู้นี้พบ ก็จะรู้เบาะแสของเย่ซื่อเทียนได้!"
เหลยเจี้ยนอวิ๋นเอามือไพล่หลัง เอ่ยเสียงเรียบ "ใคร?"
"เย่เฉินแห่งหัวเซี่ยผู้นั้นอย่างไรเล่า! ทั้งสองคนแซ่เย่เหมือนกัน ซ้ำยังทวนกระแสสวรรค์เหมือนกัน จะไม่ให้น่าสงสัยได้อย่างไร! อีกอย่าง ข้ายังเห็นกับตาว่าเย่เฉินกับเย่ซื่อเทียนเดินพูดคุยหัวเราะจากไปด้วยกัน! ตอนนี้ วิหารสงครามโลหิตไปจัดการไอ้เดรัจฉานนั่นก่อนน่าจะดีที่สุด!"
เรื่องเหล่านี้ผู้อาวุโสเจิ้งแต่งขึ้นมาทั้งสิ้น เขาต้องขอยืมดาบฆ่าคน!
และคำอธิบายนี้ก็ดูไร้ที่ติติอย่างเห็นได้ชัด!
(จบแล้ว)