- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 580 - สยบขวัญ!
บทที่ 580 - สยบขวัญ!
บทที่ 580 - สยบขวัญ!
บทที่ 580 - สยบขวัญ!
เงาวิหคเพลิงเลือนหาย เปลวเพลิงลุกลาม
ฟู่ ฟู่ ฟู่!
สายลมหนาวพัดหวีดหวิว ทั่วทั้งแท่นหลอมวิญญาณตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
เมื่อมองดูคุณหนูตระกูลจี้ ทุกคนก็ถอยกรูดไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ!
พวกเขาเห็นอะไรกัน?
ตายแล้ว!
ศิษย์เลือดพันธมิตร ถึงกับถูกสังหารในพริบตาโดยไร้ซึ่งการต่อต้านงั้นรึ?
ลูกศรที่คุณหนูตระกูลจี้ยิงออกไป พาดผ่านประกายไฟอันงดงาม ราวกับวิหคเพลิงโผบิน พุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของศิษย์เลือดพันธมิตรด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แล้วจึงระเบิดออก
ถึงขั้นไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวน ศิษย์เลือดพันธมิตรที่พุ่งเข้าประชิดตัวเย่เฉิน ก็กลายเป็นเถ้าธุลีไปเสียแล้ว เขาตายสนิทไม่เหลือซาก
ความเร็วช่างเหลือเชื่อ กลิ่นอายช่างดุดัน วิธีการช่างน่าสะพรึงกลัว!
หนึ่งลูกศรของคุณหนูตระกูลจี้ ช่างน่าตกตะลึงจนสะท้านโลก!
ทั่วทั้งแท่นหลอมวิญญาณเงียบงัน!
สิ่งที่ได้ยิน มีเพียงเสียงสายลมหนาวที่พัดหวีดหวิว! สิ่งที่มองเห็น มีเพียงพายุที่ม้วนตัว และเปลวเพลิงที่ลุกโชน
ทุกสายตา ล้วนจับจ้องไปที่คุณหนูตระกูลจี้ผู้มีสีหน้าเย็นชา ในมือถือธนูโค้ง
ราวกับว่า ในพริบตาเมื่อครู่ เสียงแหวกอากาศอันดังกึกก้องนั้น ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท
ศิษย์เลือดพันธมิตรระดับขอบเขตจิตท่องวิถีขั้นที่สี่คนหนึ่ง ถึงกับถูกสังหารไปเช่นนี้งั้นรึ?
นี่มันวิธีการอะไรกัน? นี่มันของวิเศษอะไรกัน? ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
"ศิษย์น้อง!"
จนกระทั่งดึงสติกลับมาได้ คนของเลือดพันธมิตรที่เหลือ ก็ร้องคร่ำครวญออกมาด้วยความโศกเศร้า
เมื่อมองดูเปลวเพลิงกองนั้น ทั้งสองก็เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา
ศิษย์น้องของตัวเอง ถึงกับตายไปแบบนี้เลยรึ?
ไร้ซึ่งทางสู้เลยรึ?
เมื่อมองดูคุณหนูตระกูลจี้ที่มีสีหน้าเรียบเฉย เดินฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปเก็บลูกศรที่ยิงออกไปกลับมา แววตาของทั้งสองคนก็เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
"ไอ้หมอนี่มีของที่ตระกูลจี้ของข้าต้องการ ใครที่เข้าใกล้หนึ่งก้าว ตาย!"
ทว่า คุณหนูตระกูลจี้ล่ะ? นางจะไปสนใจสายตาที่จ้องมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของศิษย์เลือดพันธมิตรได้อย่างไร นางจะไปสนใจความคิดของคนอื่นได้อย่างไร
ยืนถือธนู นางแค่นเสียงเย็น
คำพูดของนาง ราวกับอสนีบาตฟาดฟัน สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงหัวใจ
ใครกล้าเข้าใกล้ไอ้เด็กนี่ ตาย!
นี่คือเสียงของคุณหนูตระกูลจี้ นี่คือคำเตือนที่นางมีต่อทุกคน
คุณหนูตระกูลจี้คิดจะปกป้องไอ้เด็กนั่นอย่างเห็นได้ชัด!
ในเวลานี้ ธนูยาว ธนูขนเพลิง ในมือของคุณหนูตระกูลจี้ ช่างดูบาดตายิ่งนัก
"ท่านเย่นี่ช่างโชคดีเรื่องผู้หญิงเสียจริง แต่ดูจากการลงมือของอีกฝ่ายแล้ว คงจะเป็นคนของตระกูลจี้จริงๆ สินะ"
เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออกภายในงาน มองดูคุณหนูตระกูลจี้ที่มีสีหน้าเย็นชา แม้แต่เสิ่นสือซีก็ยังอดไม่ได้ที่มุมปากจะกระตุก
การลงมืออย่างฉับไวของคุณหนูตระกูลจี้เมื่อครู่ ช่างน่าตกตะลึงเหลือเกิน
เสิ่นสือซีรับรู้ได้ลึกซึ้ง
ธนูยาวคันนั้น ไม่ธรรมดาเลย
น่าจะเป็นฝีมือการสร้างของคนตระกูลจี้
ตระกูลจี้แห่งคุนหลุนซวี มีปรมาจารย์ด้านการสร้างอาวุธอยู่ท่านหนึ่ง อาวุธที่สร้างขึ้นมา สำนักและตระกูลนับไม่ถ้วนต่างก็แย่งชิงกัน
ทันใดนั้น ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าของเสิ่นสือซีก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
เสิ่นสือซีมีสถานะไม่ธรรมดา เรื่องที่เขารู้ย่อมมีไม่น้อย
จนกระทั่งตอนนี้ เขาถึงนึกถึงที่มาของธนูยาวในมือคุณหนูตระกูลจี้ออก!
ธนูขนเพลิง!
เล่าลือกันว่า เมื่อหลายพันปีก่อน หญิงสาวตระกูลจี้นางหนึ่ง เคยใช้ธนูขนเพลิง กวาดล้างกองทัพนับแสน สังหารยอดฝีมือนับไม่ถ้วน สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้กับตระกูลจี้
ธนูขนเพลิงนั่นก็ถูกเล่าขานเป็นตำนานเช่นกัน
หลังจากนั้น หญิงสาวผู้นั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งธนูขนเพลิงไว้ เพื่อปกป้องตระกูลจี้
น่าเสียดาย ที่ชนรุ่นหลังไม่มีใครสามารถใช้ธนูขนเพลิงได้อีกเลย
จนกระทั่งเมื่อพันปีก่อน สตรีตระกูลจี้นามว่าจี้เพ่ยหรง ได้เรียกธนูขนเพลิงออกมาอีกครั้ง กอบกู้ตระกูลจี้จากวิกฤต เพียงหนึ่งลูกศร ก็สังหารยอดฝีมือที่อยู่ห่างออกไปนับพันลี้! และลูกศรนั้น ก็ผลาญโลหิตแก่นแท้ทั้งหมดของจี้เพ่ยหรงไปจนหมดสิ้น!
ธนูขนเพลิงกลับมาโด่งดังในคุนหลุนซวีอีกครั้ง
หลังจากยุคของจี้เพ่ยหรง ธนูขนเพลิงแม้อยู่ แต่กลับไม่มีผู้ใดใช้งานได้อีก ได้ยินมาว่ามันสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว
นับพันปีมานี้ อาวุธเทพชิ้นนี้ค่อยๆ ถูกผู้คนหลงลืมไป!
ใครจะไปคิดว่า วันนี้ ธนูขนเพลิงจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง?
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของเสิ่นสือซีอดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไปอย่างหนัก
"ธนูขนเพลิง! นี่คือธนูขนเพลิง!"
"ใช่แล้ว! ข้าก็นึกออกแล้ว! นี่คือธนูขนเพลิงของตระกูลจี้!"
"เป็นไปได้อย่างไร! ธนูขนเพลิงมาอยู่ในมือของผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไร?!"
"นางถึงกับสามารถใช้ธนูขนเพลิงได้ เป็นไปไม่ได้!"
เสียงอุทานเบาๆ ของเสิ่นสือซีที่ได้สติกลับมา ย่อมเป็นการเตือนสติผู้คนจำนวนไม่น้อย
ชั่วพริบตาเดียว คนบนแท่นก็พากันได้สติ ร้องอุทานออกมา
ผู้คนที่อยู่ในงาน ล้วนเป็นสมาชิกของตระกูลใหญ่หรือสำนักทั้งสิ้น
คำเตือนของเสิ่นสือซี ทำให้พวกเขานึกถึงเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
ยิ่งเป็นเช่นนี้ ผู้คนก็ยิ่งมีสีหน้าหวาดผวา
เมื่อนึกถึงตำนานเกี่ยวกับธนูขนเพลิง พวกเขายิ่งมองหน้ากันเลิ่กลั่ก!
ของล้ำค่าที่เสียหายของตระกูลจี้ ถึงกับมาปรากฏอยู่ในมือของคุณหนูตระกูลจี้ เรื่องนี้ยังไม่พอให้ผู้คนคลุ้มคลั่งอีกหรือ?
"ธนูขนเพลิงรึ?"
ด้านหน้าฝูงชน นัยน์ตาของเสวี่ยเฟิงฮว๋าอดไม่ได้ที่จะหดเล็กลงอย่างฉับพลัน สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมา เอาแน่เอานอนไม่ได้
ทว่าไม่นาน เสวี่ยเฟิงฮว๋าก็จับสังเกตอะไรบางอย่างได้ จึงแค่นเสียงเย็น "แม้จะเป็นธนูขนเพลิง แต่ระดับของมันกลับตกลงไปมาก ไม่อย่างนั้นธนูขนเพลิงในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด คงทำให้ทุกคนกลายเป็นหมอกเลือดไปแล้ว ของสิ่งนี้ สำหรับตระกูลจี้ก็เป็นแค่ของเล่นพังๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น มีอะไรให้น่าตกใจกัน"
คำพูดของเสวี่ยเฟิงฮว๋าปลุกให้ทุกคนตื่นจากภวังค์เช่นกัน
จริงด้วย
ธนูขนเพลิงในมือของคุณหนูตระกูลจี้ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนในตำนานเลย
ถึงขั้นระดับตกลงไปไม่น้อยด้วยซ้ำ
การปรากฏตัวขึ้น ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดอะไรนัก
ทว่าอูฐที่ผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ยอดฝีมือหลายคนก็ไม่กล้าคิดจะเล่นงานเย่เฉินอีกต่อไป
แม้แต่คนของเลือดพันธมิตร ก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
มีธนูขนเพลิงอยู่ในมือ แม้ระดับจะตกลงไปบ้าง แต่คุณหนูตระกูลจี้ในตอนนี้ ก็เปรียบดั่งเทพมาร หนึ่งคนต้านทานหมื่นคน ใครจะกล้าไปต่อกรกับนาง?
แถมยังมีเสิ่นสือซีที่อยู่ข้างกายเย่เฉินอีก แม้แต่เสวี่ยเฟิงฮว๋า ก็ยังไม่กล้าบุ่มบ่าม!
ทั่วทั้งแท่นหลอมวิญญาณ ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า มีเพียงเวลาที่ล่วงเลยไปอย่างต่อเนื่อง!
เย่เฉินดึงดูดพลังอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีอย่างยิ่ง!
ส่วนคนที่เหลือก็ทำได้เพียงฝืนดูดซับพลังปราณเพียงเล็กน้อย! และพยายามรู้แจ้ง!
แต่ผลลัพธ์ก็คือล้มเหลวไม่เป็นท่า!
นี่ก็เปรียบเหมือนเย่เฉินกินข้าวเป็นถังๆ ส่วนคนที่เหลือทำได้แค่ซดน้ำข้าวงั้นแหละ!
นี่มันช่างบ้าอำนาจเกินไปแล้ว แต่ประเด็นคือพวกเขาไม่มีทางทำอะไรได้เลย!
สองวัน!
เวลาเต็มๆ สองวัน การบำเพ็ญเพียรของเย่เฉิน ทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่งจนแทบจะประสาทแดกไปแล้ว!
ตั้งแต่ก้าวขึ้นแท่นหลอมวิญญาณ จนถึงตอนนี้ สองวันเต็มๆ เย่เฉินไม่เคยหยุดดูดซับพลังปราณเลย!
ทั่วทั้งแท่นหลอมวิญญาณ เพราะการมีอยู่ของเย่เฉิน กลิ่นอายจึงปั่นป่วนไปหมด ทุกคนทำได้เพียงเบิกตากว้างมองเย่เฉิน ดูดซับพลังงานอย่างบ้าคลั่ง!
พลังงานที่เขาดูดซับเข้าไป ไม่รู้ว่ามากพอที่จะเทียบเท่ากับพลังงานที่ผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไปต้องการเป็นร้อยเป็นพันเท่าแล้วหรือยัง! แต่ เย่เฉินกลับไม่เป็นอะไรเลย? นี่ยิ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้คนหวาดผวา
เวลาในการเข้าแท่นหลอมวิญญาณ ผ่านไปกว่าครึ่งแล้ว หลายคนเริ่มทยอยออกไปแล้ว คนที่เหลือทั้งหมด ล้วนไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญเพียรเลย สิ่งนี้ทำให้พวกเขาโกรธแค้นจนแทบคลุ้มคลั่ง
เพียงแต่ ทุกครั้งที่มองเห็นคุณหนูตระกูลจี้ที่ถือธนูขนเพลิงยืนอยู่ข้างกายเย่เฉิน ความโกรธแค้นในใจทุกคนก็ทำได้เพียงถูกสะกดข่มไว้ สะกดข่มไว้ และสะกดข่มไว้!
โกรธแต่ไม่กล้าพูด ยังจะมีเรื่องไหนน่าเศร้าไปกว่านี้อีกล่ะ?
(จบแล้ว)