เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - ศึกชิงผัก

บทที่ 10 - ศึกชิงผัก

บทที่ 10 - ศึกชิงผัก


บทที่ 10 - ศึกชิงผัก

★★★★★

ฉวีวั่งพาหวังอิงผู้เป็นภรรยามาโผล่ที่หัวถนนฝั่งร้านเนื้อโหย่วเจี้ยน

"อิงจื่อ แผงนั้นไง"

ฉวีวั่งชี้มือไปที่แผงขายผักของหวงหยวนเพื่อบอกหวังอิงที่ยืนอยู่ข้างๆ

ความจริงไม่ต้องรอให้ฉวีวั่งบอก หวังอิงก็มองเห็นแผงของหวงหยวนแล้ว

ก็ผักพรีเมียมบนรถสามล้อมันเตะตาซะขนาดนั้น

หวังอิงลากแขนฉวีวั่งเดินตรงดิ่งไปที่แผงของหวงหยวนทันที

"อิงจื่อ ช้าหน่อย ไม่มีใครแย่งเราหรอกน่า"

พูดจบสีหน้าของฉวีวั่งก็เปลี่ยนไปทันที สายตาจ้องเขม็งไปที่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กัน

หวังอิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของสามีเลยมองตามสายตาของเขาไป

ตรงนั้นมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยแถมหุ่นยังโค้งเว้าสะบึมยืนอยู่

"ร้ายไม่เบานะตาเฒ่า แก่ป่านนี้แล้วยังมีอารมณ์สุนทรีย์อีกนะ"

หวังอิงกระซิบลอดไรฟันข้างหูฉวีวั่งพร้อมกับใช้มือขวาแอบหยิกหมับเข้าที่เนื้ออ่อนตรงเอวของสามีอย่างแนบเนียน

"ซี๊ด"

ฉวีวั่งสูดปากด้วยความเจ็บปวด รู้เลยว่าภรรยากำลังเข้าใจผิด

สมองของแกหมุนติ้วหาทางอธิบายเรื่องเข้าใจผิดนี้ให้ได้ แล้วจู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้

"อิงจื่อ แม่หนูคนนั้นก็คือคนที่เคยกินผักพรีเมียมอีกคนไง"

สิ้นคำพูดแกก็รู้สึกได้เลยว่ามือที่หยิกเอวอยู่ผละออกไปอย่างรวดเร็ว

"รีบไปซื้อผักสิ ถ้าไม่ได้ผักพรีเมียมกลับไปล่ะก็ กลับถึงบ้านค่อยมาคิดบัญชีกับคุณ"

คราวนี้กลายเป็นฉวีวั่งที่แทบจะโดนหวังอิงลากถูลู่ถูกังไปที่แผงผักของหวงหยวน

ฉวีวั่งแอบอึ้งนิดๆ ที่คราวนี้เรื่องราวมันคลี่คลายเร็วกว่าที่คิด ปกติแกต้องโดนเทศนายาวไปแล้ว

แกถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ลึกๆ ก็แอบน้อยใจอยู่นิดหน่อย

แกรู้สึกว่าตำแหน่งของตัวเองในใจภรรยาโดนผักแย่งชิงไปซะแล้ว

แกพ่ายแพ้ให้กับผักราบคาบ

...

หยางหลินยืนอยู่หัวมุมถนน มองดูผักพรีเมียมบนรถสามล้อของหวงหยวนแล้วก็พรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ผักพรีเมียมยังอยู่

สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการโดนคนอื่นมาเหมาผักพรีเมียมตัดหน้าไปนี่แหละ

ตอนเดินมาที่นี่ ภาพใบหน้าของคุณลุงฉวีวั่งแวบเข้ามาในหัวของเธอตลอดเวลา

ก็แหม คุณลุงแกเล่นมาถามรสชาติผักพรีเมียมจากเธอนี่นา

หยางหลินสับขายาวๆ เดินจ้ำอ้าวไปที่แผงผักของหวงหยวน

ผักพรีเมียมวันนี้ต้องตกเป็นของเธอ

เธอจะเหมาให้หมดแผงเลย

แต่ตอนนั้นเอง หยางหลินก็สังเกตเห็นสองตายายที่กำลังเดินจ้ำอ้าวพุ่งตรงมาที่แผงผักของหวงหยวนเหมือนกัน

ตาแก่คนนั้นซื้อกินเองไม่พอยังพาคนอื่นมาด้วยเหรอเนี่ย

หยางหลินเริ่มสัมผัสได้ถึงสัญญาณอันตราย สองขาเลยยิ่งสับเร็วขึ้นไปอีก

...

ทั้งสองฝ่ายต่างก็มองเห็นกันและกัน และต่างก็อยากจะไปถึงแผงของหวงหยวนให้ได้ก่อนอีกฝ่าย

สุดท้ายหยางหลินก็อาศัยความสาวความสด เดินแซงหน้าไปถึงแผงผักของหวงหยวนได้ก่อน

"เถ้าแก่ ขอ..."

มองหยางหลินที่กำลังอ้าปากสั่งของ ฉวีวั่งและหวังอิงก็ลุ้นจนตัวโก่ง

ถ้าแม่หนูคนนี้เหมาผักไปหมดเกลี้ยง วันนี้พวกเขาคงต้องทนกินข้าวแบบไร้รสชาติอีกแน่ๆ

"เถ้าแก่ ขอผักพรีเมียมสิบชั่งค่ะ"

หยางหลินบอกหวงหยวนที่อยู่หลังแผง ความจริงเธออยากจะเหมาผักพรีเมียมให้หมดแผงเลยด้วยซ้ำ

แต่พอหันไปเห็นสองตายายที่เดินหอบแฮ่กๆ มาพร้อมกับสายตาที่มองผักพรีเมียมอย่างหิวกระหาย เธอก็ทำใจร้ายไม่ลงจริงๆ

สุดท้ายเลยเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

ฉวีวั่งและหวังอิงส่งสายตาขอบคุณไปให้หยางหลิน โดยเฉพาะฉวีวั่งที่มองด้วยความซาบซึ้งสุดๆ

แกรู้อยู่เต็มอกว่าถ้าช้าไปก้าวเดียวแล้วอดได้ผักพรีเมียมกลับบ้าน ภรรยาตัวดีไม่มีทางปล่อยแกไว้แน่

แม่หนูคนนี้มาช่วยชีวิตแกไว้แท้ๆ

หวงหยวนจัดการเอาผักพรีเมียมสิบมัดใส่ถุงให้หยางหลินอย่างรวดเร็ว

หยางหลินจ่ายเงินเสร็จก็เดินจากไป

"พ่อหนุ่ม ผักพรีเมียมที่เหลือลุงเหมาหมดเลยนะ"

พอหยางหลินเดินคล้อยหลังไป ฉวีวั่งก็รีบฉีกยิ้มบอกหวงหยวนอย่างร้อนรน

ตอนนี้แกแค่อยากจะคว้าผักพรีเมียมมาไว้ในมือให้เร็วที่สุด ไม่งั้นใจมันไม่สงบเอาซะเลย

"ได้เลยครับคุณลุง"

หวงหยวนยิ้มรับแล้วจัดการเอาผักพรีเมียมห้ามัดที่เหลือใส่ถุงให้ฉวีวั่ง

พอจ่ายเงินเสร็จสองตายายก็เดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้ม

ผักพรีเมียมสิบห้าชั่งถูกกวาดเรียบในเวลาอันสั้น

รับทรัพย์เข้ากระเป๋าสองร้อยยี่สิบห้าหยวน

แต่ระหว่างที่หวงหยวนมองตามแผ่นหลังของฉวีวั่งและหวังอิงที่เดินจากไป เขาก็เริ่มนำเรื่องหนึ่งมาคิดทบทวน

การจำกัดจำนวนการซื้อ

ถ้าพวกไทยมุงรู้ความคิดนี้ของหวงหยวนเข้า พวกเขาคงช็อกจนตาค้างแน่ๆ

ผักชั่งละสิบห้าหยวนมีคนบ้าจี้ซื้อ แถมยังมีคนยอมเหมาหมดแผง แค่นี้ก็ควรจะจุดธูปขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว นี่ดันจะมาคิดเรื่องจำกัดการซื้ออีกเนี่ยนะ

แต่หวงหยวนกำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ในสายตาของหวงหยวนทั้งหมด

ถ้าแม่หนูคนนั้นเล่นเหมาผักพรีเมียมไปหมดแผงจริงๆ สองตายายที่ตั้งตารอคอยคงต้องกลับบ้านมือเปล่าด้วยความผิดหวัง

คนที่มาอุดหนุนแผงของเขาก็ถือเป็นลูกค้าของเขาทั้งนั้น หวงหยวนไม่อยากเห็นภาพแบบนั้นเกิดขึ้น

การจำกัดจำนวนการซื้อน่าจะเป็นวิธีป้องกันปัญหานี้ได้ดีที่สุด

...

ในขณะที่หวงหยวนกำลังคิดเรื่องจำกัดการซื้อ บรรยากาศในหมู่ไทยมุงรอบแผงผักกลับดูแปลกประหลาด

สายตาหลายคู่หันไปจับจ้องที่เหยียนชิง

คำพูดที่แสนจะมั่นใจของเหยียนชิงเมื่อกี้ยังดังก้องอยู่ในหู

แม่หน้าม้าจะไม่มาอีกแล้ว คนแก่ที่โดนหลอกก็จะไม่มาอีกแล้ว แถมคราวนี้ตาแก่ยังพาเมียมาด้วย

แต่ทั้งสองฝ่ายที่เหยียนชิงฟันธงว่าจะไม่มา กลับมาแย่งกันซื้อผักพรีเมียมต่อหน้าต่อตาพวกเขา

หรือว่าผักพรีเมียมแผงนี้มันจะมีดีจริงๆ

บางคนเริ่มคิดแบบนี้พร้อมกับมองไปที่เหยียนชิง

พวกเขาอยากรู้ว่าเหยียนชิงจะอธิบายฉากตรงหน้านี้ยังไง

...

เหยียนชิงเองก็อึ้งไปเหมือนกัน

หน้าม้าสาวกับตาแก่ที่ตกเป็นเหยื่อในสายตาของเขา ดันมาเปิดศึกแย่งชิงผักพรีเมียมกันซะงั้น

ผักพรีเมียมมันคือกลยุทธ์ลวงโลกนี่นา

ตามทฤษฎีของเขา ฉากแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นสิ

เหยียนชิงสัมผัสได้ถึงสายตาหลายคู่ที่พุ่งตรงมาที่เขา ถ้าเขาหาคำอธิบายดีๆ ไม่ได้ สงสัยต้องมีไทยมุงบางคนทนความอยากรู้ไม่ไหว ลองไปซื้อผักพรีเมียมมาลองชิมแน่ๆ และถ้าเป็นแบบนั้น กลยุทธ์หลอกเด็กของพ่อค้าคนนี้ก็คงจะสำเร็จลุล่วง

พอคิดได้แบบนั้น สมองของเหยียนชิงก็ประมวลผลอย่างรวดเร็ว

และแล้วเขาก็มองทะลุแผนการของพ่อค้าแผงนี้จนได้

"ทุกท่าน ทั้งพวกคุณและผมต่างก็หลงกลพ่อค้าแผงนี้เข้าให้แล้ว"

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เหยียนชิงก็พ่นประโยคช็อกโลกออกมา

เปิดมาก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนไว้ที่ตัวเองได้อยู่หมัด

"ทุกท่าน พอเห็นฉากเมื่อกี้ มีใครแอบรู้สึกอยากลองซื้อผักพรีเมียมนั่นไปชิมดูบ้างไหม"

เหยียนชิงกวาดสายตามองพวกไทยมุง

"อย่าซื้อเด็ดขาด ซื้อเมื่อไหร่คือโดนหลอกเมื่อนั้น ผู้หญิงคนนั้นคือหน้าม้า สองตายายนั่นก็เป็นหน้าม้า นี่คือการจัดฉากซ้อนจัดฉาก นี่แหละคือความแนบเนียนของพ่อค้าคนนี้"

เหยียนชิงพูดอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม

เขาเชื่ออย่างหมดใจว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริง

ผักพรีเมียมชั่งละสิบห้าหยวนมันก็แค่กลยุทธ์ลวงโลก

ผักก็คือผัก มันจะไปอร่อยเลิศเลออะไรหนักหนา

พวกไทยมุงหลายคนพยักหน้าหงึกหงัก พวกเขาเริ่มคล้อยตามทฤษฎีของเหยียนชิง

ก็ผักตั้งชั่งละสิบห้าหยวน ใครมันจะบ้ามาแย่งกันซื้อ

เป็นไปไม่ได้หรอก

"ทุกท่าน พวกเรามารอเป็นพยานดูวันที่กลยุทธ์ลวงโลกของพ่อค้าคนนี้พังทลายลงกันเถอะ"

เหยียนชิงมองไปที่แผงของหวงหยวนพลางพูดด้วยความมั่นใจ

...

ในเวลาเดียวกัน ภายในร้านเนื้อโหย่วเจี้ยน

ซุนเซียงและหยางซู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

พวกเขาสองคนปักใจเชื่อมาตลอดว่าหยางหลินคือหน้าม้า ส่วนลุงคนนั้นก็คือเหยื่อที่โดนหยางหลินเป่าหูมา

แล้วทำไมทั้งสองฝ่ายถึงได้วิ่งหน้าตั้งมาแย่งผักพรีเมียมกันล่ะ

นี่ลุงแกยังไม่รู้ตัวว่าโดนหลอกตั้งแต่เมื่อวานอีกเหรอ

"พี่หยาง เป็นไปได้ไหมว่าตาแก่คนนั้นโดนเสี่ยวหยวนซื้อตัวไปแล้ว วันนี้ก็เลยเล่นแผนหน้าม้าซ้อนหน้าม้า"

ซุนเซียงลองเสนอสมมติฐานให้หยางซู่ฟัง

"ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ"

หยางซู่ตาเป็นประกาย ตบมือฉาดใหญ่พร้อมกับตอบกลับภรรยาอย่างมั่นใจ

ในฐานะพ่อค้าขายเนื้อ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าผักจะอร่อยกว่าเนื้อหมู แถมยังขายแพงกว่าเนื้อหมูอีก

ถ้ามันมีอยู่จริง ก็แสดงว่ามันต้องมีเบื้องหลังซ่อนอยู่

"ที่รัก เสี่ยวหยวนแกหัวการค้าดีก็จริง แต่ทำธุรกิจแบบนี้มันไม่ยั่งยืนนะ"

หยางซู่มองไปที่หวงหยวนที่อยู่ข้างๆ ร้านด้วยสายตาเป็นห่วง

"เดี๋ยวหาจังหวะเหมาะๆ เราค่อยไปเตือนสติเสี่ยวหยวนกันเถอะ"

เขารู้ดีว่าถ้าไปพูดตอนนี้ หวงหยวนคงไม่ยอมฟัง ต้องรอให้หวงหยวนเจอตอเข้าจังๆ ซะก่อน

ถึงตอนนั้นหวงหยวนถึงจะยอมรับฟังและจำฝังใจ

และด้วยสไตล์การขายแบบนี้ หยางซู่เชื่อว่าอีกไม่นานปัญหาต้องวิ่งเข้ามาหาแน่นอน

ซุนเซียงพยักหน้าเห็นด้วย เธอเองก็อยากเห็นหวงหยวนกลับตัวกลับใจเหมือนกัน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 10 - ศึกชิงผัก

คัดลอกลิงก์แล้ว