- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นคุณพ่อสายเปย์ในยุค 80
- บทที่ 32 - ลูกสาวถูกรังแก! โทสะของสวี่เจิ้ง!
บทที่ 32 - ลูกสาวถูกรังแก! โทสะของสวี่เจิ้ง!
บทที่ 32 - ลูกสาวถูกรังแก! โทสะของสวี่เจิ้ง!
บทที่ 32 - ลูกสาวถูกรังแก! โทสะของสวี่เจิ้ง!
★★★★★
หลี่โก่วต้านคือลูกชายคนเล็กของหลี่จวิน ปีนี้อายุแปดขวบ...
ตอนนั้นเองลูกสาวคนอื่นๆ ก็เดินมาถึงตัวสวี่เจิ้ง พอเห็นท่าทางงุนงงของสวี่เจิ้ง พวกเด็กๆ ก็พากันเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวให้ฟัง
เพราะเด็กๆ ยังเล็กแถมยังแย่งกันพูดเจี๊ยวจ๊าวเหมือนลูกเป็ด สวี่เจิ้งฟังอยู่นานกว่าจะจับใจความได้
ที่แท้เมื่อช่วงบ่ายตอนที่พวกเด็กๆ กำลังจับปูอยู่ที่ลำรางน้ำ ก็บังเอิญไปเจอเด็กผู้ชายในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งเข้า หัวหน้าแก๊งก็คือหลี่โก่วต้านนั่นเอง
สมัยก่อนสวี่เจิ้งไม่เคยสนใจไยดีลูกๆ สวี่ต้าเม่ยกับน้องๆ เลยมักจะโดนเด็กในหมู่บ้านรังแกอยู่บ่อยครั้ง แต่พวกเธอก็สู้กลับทุกครั้งเหมือนกัน
ครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกที พอเห็นพวกสวี่ต้าเม่ย หลี่โก่วต้านก็พาลูกน้องเดินกร่างเข้ามา หวังจะแย่งกุ้งกับปูที่พวกเธอจับได้ แล้วทั้งสองฝ่ายก็ลงไม้ลงมือกัน
ผลปรากฏว่าฝั่งสวี่ต้าเม่ยคนเยอะกว่า แถมสวี่ต้าเม่ย สวี่เอ้อร์เม่ย และสวี่ซานเม่ยก็โตกว่าด้วย แก๊งของหลี่โก่วต้านเลยโดนตีจนวิ่งหนีหางจุกตูดไปเลย
พอเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด คิ้วของสวี่เจิ้งก็ขมวดเข้าหากัน
เขามองพวกลูกสาวรอบตัวแล้วถามด้วยความเป็นห่วง "แล้วพวกหนูมีใครเจ็บตรงไหนไหมลูก"
"ปากพี่ต้าเม่ยแตกค่ะ"
สวี่เอ้อร์เม่ยฟ้อง
สวี่เจิ้งได้ยินดังนั้นก็รีบวางสวี่ชีเม่ยลงพื้นทันที ก่อนจะก้มหน้ามองสวี่ต้าเม่ย
พอถูกสวี่เจิ้งจ้องมอง สวี่ต้าเม่ยก็เม้มปากแน่น "คุณพ่อ หนูไม่เป็นไรค่ะ"
สวี่เจิ้งไม่ได้พูดอะไร เขาขยับเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูบาดแผลของลูกสาวคนโต
แล้วเขาก็เห็นรอยช้ำสีม่วงที่มุมปากของสวี่ต้าเม่ย แถมยังมีรอยปริแตกเล็กๆ ด้วย
พอเห็นภาพนี้สีหน้าของสวี่เจิ้งก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
เขายื่นมือไปลูบหัวสวี่ต้าเม่ยอย่างเบามือพลางถาม "เจ็บไหมลูก"
"ไม่เจ็บแล้วค่ะคุณพ่อ..."
สวี่ต้าเม่ยตอบ
พูดจบเธอก็ยังเอานิ้วไปบีบๆ ตรงมุมปากเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เจ็บจริงๆ
เทียบกับตอนที่โดนพ่อตีเมื่อก่อนแล้ว วันนี้แค่ปากแตกนิดหน่อย ถือว่าจิ๊บจ๊อยมาก ไม่นับว่าเป็นบาดแผลด้วยซ้ำ
ทว่าสวี่เจิ้งมองท่าทางของลูกสาวแล้วกลับรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก
เขายื่นมือไปอุ้มสวี่ต้าเม่ยขึ้นมาแนบอก
เพราะขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก สวี่ต้าเม่ยในวัยเก้าขวบจึงตัวเล็กและน้ำหนักเบาหวิว
"ไป เดี๋ยวพ่ออุ้มกลับบ้านนะ จะพาไปดูปลาตัวยักษ์ที่บ้านเรา..."
สวี่เจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
พูดจบสวี่เจิ้งก็อุ้มสวี่ต้าเม่ยเดินกลับหมู่บ้าน
โดยมีลูกสาวอีกเจ็ดคนเดินตามต้อยๆ อยู่ด้านหลัง มองดูเผินๆ เหมือนแม่เป็ดกำลังพาลูกเป็ดเดินเรียงแถวไม่มีผิด
สวี่เจิ้งพาสวี่ต้าเม่ยกลับมาถึงหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ตอนที่ใกล้จะถึงบ้านเขาก็แว่วเสียงคนกำลังทะเลาะเบาะแว้งกัน
สวี่เจิ้งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เสียงเอะอะโวยวายก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"บ้านสวี่ของพวกแกมันพวกไร้ทายาทสืบสกุล! ไอัสวี่เจิ้งก็ไม่ใช่คนดี เด็กที่เกิดมาก็เป็นพวกชั้นต่ำ แกดูสิว่าพวกมันรุมตีโก่วต้านของฉันจนน่วมขนาดไหน!"
"ใช่! ถูกต้อง! หลานชายฉันโดนตีจนฟันหลุดไปตั้งสองซี่!"
"บอกไว้เลยนะหลี่ชิงอวี๋! เรื่องวันนี้ไม่จบง่ายๆ แน่! เรียกตัวต้นเหตุในบ้านแกออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันจะให้หลานชายฉันตีคืนให้สาสม!"
"หลี่ชิงอวี๋ แกเองก็ไม่ใช่คนดีนักหรอก! คลอดลูกมาตั้งเก้าคนเป็นลูกสาวหมด ชาติที่แล้วต้องไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรไว้แน่ๆ เจ้าแม่หม่าจู่ถึงได้ลงโทษแกแบบนี้!"
เมื่อได้ยินถ้อยคำผรุสวาทเหล่านี้ สีหน้าของสวี่เจิ้งก็ยิ่งมืดครึ้มลง...
พอเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน เขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนอออยู่ในลานบ้าน แต่ละคนชี้นิ้วด่าทอหลี่ชิงอวี๋ด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ส่วนหลี่ชิงอวี๋ก็หน้าแดงก่ำ ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนพูดไม่ออก...
"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรอก ไอ้สวี่เจิ้งมันเป็นคนยังไง เชื้อสายของมันจะดีได้ยังไง คอยดูเถอะ... ลูกสาวพวกนี้โตขึ้นมาก็คงไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย สุดท้ายก็ต้องไปแต่งกับพวกตาแก่ตัณหากลับ ไม่ก็ถูกขายไปเป็นผู้หญิงหาเงินในซ่อง..."
คนที่พ่นคำพูดร้ายกาจนี้ออกมาคือย่าของหลี่โก่วต้าน หรือก็คือหวังหมิ่นเสียแม่ของหลี่จวินนั่นเอง
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"แม่มึงสิ..."
หวังหมิ่นเสียหันขวับไปตามสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าคนด่า ฝ่าเท้าปริศนาก็ถีบเปรี้ยงเข้าที่ท้องของเธออย่างจัง
หวังหมิ่นเสียล้มกลิ้งโค่โร่ลงไปกับพื้น กลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบกว่าจะหยุดนิ่ง
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาทุกคนในลานบ้านตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
พวกเขาหันไปมองคนที่เตะหวังหมิ่นเสีย พอเห็นว่าเป็นสวี่เจิ้ง แต่ละคนก็ผงะถอยหลังไปสองสามก้าวโดยอัตโนมัติ แต่ไม่นานก็ดึงสติกลับมาได้แล้วชี้นิ้วด่าสวี่เจิ้ง "แกจะทำอะไร! จะฆ่าคนรึไง!"
"สวี่เจิ้ง! แกมีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายคนอื่น!"
"กล้าทำร้ายคนอื่นเหรอ! ฉันจะฆ่าแก!"
ผู้ชายคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาหาเรื่อง แต่รูปร่างของเขาเทียบกับสวี่เจิ้งไม่ได้เลยสักนิด พอพุ่งเข้ามาถึงตัวสวี่เจิ้งยังไม่ทันจะได้ง้างหมัด ก็โดนสวี่เจิ้งเตะกระเด็นลอยละลิ่วไปเสียก่อน
พอเห็นสภาพของชายคนนั้น คนอื่นๆ ที่เตรียมจะพุ่งเข้ามาก็เบรกเอี๊ยดทันที
ส่วนหวังหมิ่นเสียที่โดนสวี่เจิ้งเตะเป็นคนแรกก็เพิ่งจะได้สติ
เธอลงไปนอนแผ่หลาบนพื้น สองมือตบพื้นดังป้าบๆ พร้อมกับร้องห่มร้องไห้เสียงดังลั่น "โฮๆๆ โอ๊ยตายแล้ว ฆ่าคนแล้ว! สวี่เจิ้งจะฆ่าคนแล้ว!"
"สวี่เจิ้งจะฆ่าฉันให้ตาย! โอ๊ย... ฉันจะตายแล้ว..."
หวังหมิ่นเสียเป็นเพื่อนบ้านของครอบครัวสวี่เจิ้ง เสียงร้องโหยหวนของเธอเรียกให้หลี่ไห่เซิงกับหลี่จวินที่อยู่บ้านข้างๆ รีบวิ่งหน้าตื่นมาดู
พอเห็นแม่ตัวเองนอนร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนพื้น หลี่จวินก็ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ พุ่งตรงดิ่งมาหาสวี่เจิ้งทันที
แต่พอพุ่งมาได้ครึ่งทางและเห็นหมัดที่กำแน่นของสวี่เจิ้ง หลี่จวินก็เบรกตัวโก่งหยุดอยู่กับที่
เขายกนิ้วชี้หน้าสวี่เจิ้งแล้วตะโกนด่า "สวี่เจิ้ง! ไอัสัตว์เดรัจฉาน! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้!"
หลี่ไห่เซิงก็ชี้หน้าด่าสวี่เจิ้งด้วยความโกรธแค้น "แกกล้าลงไม้ลงมือเหรอ!"
สวี่เจิ้งสวนกลับเสียงเย็นชา "ฉันตีไปแล้วไง จะทำไม ไม่พอใจพวกแกสองพ่อลูกก็เข้ามาพร้อมกันเลยสิ ดูซิว่าฉันจะอัดพวกแกให้ตายคาตีนได้ไหม!"
พอได้ยินคำขู่ของสวี่เจิ้ง หลี่จวินก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
ส่วนหลี่ไห่เซิงพอเห็นลูกชายถอยกรูด ความคิดที่ว่าจะรวมพลังพ่อลูกสู้ศึกก็มลายหายวับไปกับตา
"ลูกสาวแกทำร้ายหลานชายฉันจนบาดเจ็บ! พวกเรามาทวงถามหาความยุติธรรม แกมีสิทธิ์อะไรมาลงไม้ลงมือ!"
หลี่ไห่เซิงตวาดกร้าว
คนอื่นๆ ในลานบ้านได้ยินดังนั้นก็ผสมโรงทันที "ใช่! ดูสิว่าลูกสาวแกตีหลานชายฉันสภาพไหน!"
"หน้าลูกชายฉันบวมปูดไปหมดแล้วเนี่ย!"
"หัวหลานชายฉันโนเบ้อเริ่มเลย... ถ้าเกิดโดนตีจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อนขึ้นมาจะทำยังไง!"
..........
ตอนที่พ่นคำพูดเหล่านี้ออกมา แต่ละคนก็จ้องมองสวี่เจิ้งกับพวกสวี่ต้าเม่ยที่อยู่ด้านหลังด้วยสายตาเคียดแค้น
สายตาของสวี่เจิ้งกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้า...
มีทั้งหมดห้าครอบครัว ทุกครอบครัวพาลูกหลานที่หน้าตามีรอยฟกช้ำดำเขียวมาด้วย
หลังจากกวาดสายตามองจนครบทุกคนแล้ว สวี่เจิ้งก็เอ่ยถาม "แล้วพวกแกจะเอายังไง"
พอได้ยินคำถามของสวี่เจิ้ง พวกนั้นก็มองหน้ากัน ก่อนจะมีคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา "จ่ายค่าทำขวัญมา!"
"ใช่! ต้องจ่ายค่าทำขวัญ! หลานชายฉันมีค่ามากนะ แกต้องจ่ายมาห้าหยวน! ถ้าไม่จ่ายล่ะก็ฉันเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุดแน่!"
"ไม่ได้! ต้องจ่ายสิบหยวน!"
"ถูกต้อง! จ่ายมาครอบครัวละสิบหยวน!"
ตอนที่พูดเรียกร้องเงิน สายตาของพวกนั้นก็ฉายแววโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด
ความจริงแล้วเรื่องเด็กตีกันในหมู่บ้านชนบทมันก็แค่เรื่องขี้ปะติ๋ว แต่เป็นเพราะวันนี้มีข่าวลือสะพัดไปทั่วหมู่บ้านว่าสวี่เจิ้งตกปลาจวดทองตัวยักษ์ได้ แถมมีคนเสนอราคาให้ตั้งสองพันกว่าหยวน!
พวกนี้เลยตั้งใจมาขูดรีดเงิน...
ก็แค่สิบหยวนเอง มีตั้งห้าครอบครัว รวมแล้วก็แค่ห้าสิบหยวน เงินแค่นี้เทียบกับเงินสองพันหยวนแล้วมันเศษเงินชัดๆ
สวี่เจิ้งมองสายตาละโมบของพวกนั้นแล้วก็แค่นหัวเราะเยาะ
เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดขึ้น "จะเอาเงินสินะ... ได้ เดี๋ยวฉันเข้าไปเอาเงินในบ้านมาให้พวกแก..."
พูดจบสวี่เจิ้งก็พาพวกสวี่ต้าเม่ยและหลี่ชิงอวี๋เดินเข้าไปในบ้าน
พอเห็นสวี่เจิ้งเดินเข้าบ้านไป พวกที่เหลือก็มองหน้ากันพลางยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อง
ทว่าหลังจากรออยู่สิบกว่าวินาที...
สวี่เจิ้งก็เดินออกมาจากบ้าน ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็พากันยืนแข็งทื่อเป็นหิน
สวี่เจิ้งถือปืนไรเฟิลล่าสัตว์แบบโบราณออกมาด้วย ใบหน้าของเขาถมึงทึงจ้องมองทุกคนด้วยความโกรธแค้น
ปืนล่าสัตว์โบราณ!
หรือที่เรียกกันว่าปืนเมาเซอร์รุ่นเก่า ในยุคนี้หลายครอบครัวในชนบทมักจะมีปืนแบบนี้ติดบ้านไว้สำหรับล่าสัตว์
ปืนกระบอกที่อยู่ในมือสวี่เจิ้งเป็นของปู่ทวดของเขา...
ปู่ทวดของเขาเคยเป็นทหาร แถมยังมียศเป็นถึงผู้กอง แต่ต่อมามีเหตุให้ต้องเข้าไปนอนในคุกจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ออกมา
ตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมองปืนไรเฟิลในมือสวี่เจิ้ง แต่ละคนหวาดกลัวจนก้าวขาไม่ออกได้แต่ถอยกรูดไปข้างหลัง
"เข้ามาสิ! อยากได้เงินกันนักไม่ใช่หรือไง วันนี้กูจะแจกเงินให้ทีละคนเลย ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้!"
พูดจบสวี่เจิ้งก็เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กลุ่มคนตรงหน้า
[จบแล้ว]