เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1812 (934) คนแปลกๆ (ตอนฟรี)

บทที่ 1812 (934) คนแปลกๆ (ตอนฟรี)

บทที่ 1812 (934) คนแปลกๆ (ตอนฟรี)


บทที่ 1812 (934) คนแปลกๆ

นิวยอร์ก

ในเวลานี้มหานครนิวยอร์กได้ถูกความมืดมิดเข้าปกคลุมอย่างสมบูรณ์ ทว่าจำนวนรถราบนท้องถนนกลับไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว จี้เฟิงและเพื่อนร่วมทางอีกสองคนติดแหง็กอยู่บนถนน และทำได้เพียงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าตามกระแสรถยนต์คันอื่น

จี้เฟิงนั่งอยู่เบาะหลังพลางหลับตาพักผ่อน โดยมีไป๋จูนั่งอยู่ข้างๆในมือของเธอกำลังเล่นมีดพกสั้นขนาดไม่กี่นิ้ว คมมีดอันเฉียบคมสะท้อนเข้ากับแสงไฟจากภายนอกเป็นครั้งคราว สาดประกายแสงเย็นเยียบออกมาเป็นระยะ

ขณะที่หลี่กั๋วเหลียงตั้งหน้าตั้งตาขับรถอย่างใจจดใจจ่อ มือคอยบีบแตรอยู่บ่อยครั้ง ด้วยหวังว่าจะช่วยเร่งให้รถคันหน้าขยับเขยื้อนไปได้เร็วขึ้น

จี้เฟิงลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยถาม “พี่กั๋วเหลียงพวกเรายังเหลือระยะทางอีกไกลไหม?”

หลี่กั๋วเหลียงตอบว่า “ถ้าขับขี่ตามปกติก็น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ แต่ดูจากสภาพการณ์แล้ว... เกรงว่าอาจจะต้องใช้เวลามากกว่านั้นหน่อย แต่คงไม่นานเกินไปหรอกครับ”

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยก่อนกล่าว “พวกเราจะมานั่งรอเฉยๆแบบนี้ไม่ได้ ต้องรีบไปที่นั่นให้เร็วที่สุด”

หลี่กั๋วเหลียงพูดขึ้น “คุณจี้อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลยครับ ตรงนี้เป็นทางแยกที่การจราจรค่อนข้างคับคั่ง รถติดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วแต่ดูจากสถานการณ์วันนี้ พวกเราน่าจะผ่านแยกนี้ไปได้ภายในยี่สิบนาทีครับ”

“หืม?”

จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางถาม “ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น?”

หลี่กั๋วเหลียงชี้ไปยังรถยนต์คันหน้าแล้วอธิบาย “คุณดูสิครับ ถึงรถข้างหน้าจะติดหนักมาก แต่ก็ยังคงเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา นั่นแสดงว่าข้างหน้ามีรถเยอะเกินไป จนทำให้จราจรชะลอตัวเฉยๆ ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้พวกเราก็แค่ค่อยๆขยับตามไป ขอแค่พ้นแยกข้างหน้าไปได้ก็สบายแล้วครับ”

จี้เฟิงถึงได้กระจ่างแจ้งเขาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม หลี่กั๋วเหลียงคนนี้ช่างสังเกตได้ละเอียดถี่ถ้วนดีแท้ เพียงแค่ดูจากความเร็วในการเคลื่อนตัวของรถ ก็สามารถประเมินสภาพจราจรได้แล้ว แบบนี้ถ้าไม่ใช่มือเก๋าที่เจนสนามและมีประสบการณ์โชกโชน ก็ต้องเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบประดุจเส้นผม

แต่ไม่ว่าเป็นแบบไหนมันก็พิสูจน์ให้เห็น ถึงความเก่งกาจรอบด้านของหลี่กั๋วเหลียงได้เป็นอย่างดี

“ข้างหน้ายังมีแยกที่รถติด แบบนี้อีกหรือเปล่าครับ?” จี้เฟิงคิดแล้วถามต่อ

หลี่กั๋วเหลียงยิ้มตอบ “ยังมีอีกสองสามแยกครับ เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กจะหาถนนที่ไม่รถติดเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าพอตรงไปข้างหน้าอีกหน่อย จะมีอุโมงค์ใต้ดินพวกเราสามารถขับตัดตรงผ่านทางนั้นไปได้เลย จะสะดวกขึ้นเยอะครับ”

“แบบนั้นก็ดีเลย!” จี้เฟิงพยักหน้ารับ

คืนนี้สำคัญมากเกินกว่าที่จี้เฟิงจะประมาทได้

เดิมทีจี้เฟิงแค่ตั้งใจจะลองไปสืบดูลาดเลา ที่บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับหวางฉาวก่อน เพื่อดูว่าสถานการณ์ข้างในเป็นอย่างไร หากโชคดีขึ้นมาไม่แน่ว่าอาจจะจับตัวการใหญ่ได้สักคนสองคน ส่วนขั้นตอนต่อไปจะทำอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะสืบพบอะไรบ้าง

ทว่าสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของจี้เฟิงก็คือ เขาได้พบกับลู่กั๋วเวยคนที่เคยเข้ามาทักทายไป๋จู ที่สนามบินอย่างไม่คาดคิด และหลังจากนั้นลู่กั๋วเวยยังได้คายข้อมูลที่สำคัญอย่างมากออกมา นั่นคือเฮนรี่ที่เป็นประธานบริษัทแห่งนี้ ก็เป็นคนของหวางฉาวเช่นกัน แถมดูท่าทางแล้วยังจะเป็นผู้รับผิดชอบของหวางฉาวประจำสาขานิวยอร์กอีกด้วย

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นจากคำสารภาพของลู่กั๋วเวย เฮนรี่ที่เป็นผู้รับผิดชอบของหวางฉาวในอเมริกานิวยอร์กคนนี้ วันนี้กำลังต้อนรับขับสู้บุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งอยู่ นั่นก็คือ... องค์ชาย!

ว่ากันว่าคนที่เดินทางมาพร้อมกับองค์ชาย ยังมีลูกชายของเขาซึ่งก็คือ คุณชายน้อย!

องค์ชายกับคุณชายน้อยอยู่ที่นิวยอร์กจริงๆ แถมยังเป็นจี้เฟิงที่ได้รับรู้ข่าวนี้อย่างกะทันหัน

นี่ถือเป็นข่าวที่น่าประหลาดใจอย่างแท้จริง ซึ่งในขณะที่จี้เฟิงรู้สึกเหนือความคาดหมาย เขากลับยิ่งรู้สึกยินดีและตื่นเต้นอย่างที่สุด

ต้องจับพวกมันให้ได้!

นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว ของจี้เฟิงทันทีหลังจากที่ได้รู้ข่าวนี้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คราวนี้ต้องจับตัวองค์ชายและคุณชายน้อยให้ได้ จะปล่อยให้คุณชายน้อยหนีรอดไปได้อีกไม่ได้เด็ดขาด ส่วนองค์ชายคนนั้นยิ่งเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากกว่าคุณชายน้อยเสียอีก ไม่ว่าจะอย่างไรจี้เฟิงก็ไม่มีทางปล่อยพวกมันไปแน่

สำหรับสองคนนี้จี้เฟิงได้ยินชื่อเสียง เรียงนามมานานแสนนานแล้ว

แต่ลู่กั๋วเวยกลับไม่รู้ว่าตอนนี้เฮนรี่กับสองพ่อลูกองค์ชายพักอยู่ที่ไหนกันแน่ เรื่องนี้ทำให้จี้เฟิงต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ยังโชคดีที่แฟนของเฮนรี่รู้เรื่องนี้

แม้ว่า ‘แฟนสาว’ คนนั้นของเฮนรี่ จะทำให้จี้เฟิงรู้สึกตกใจและไร้คำจะเอ่ยไปบ้าง แต่เมื่อนึกถึงว่าอีกฝ่ายยอมคายที่อยู่ของเฮนรี่ออกมา เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฮนรี่ จี้เฟิงจึงยอมมองข้ามมันไปโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่จี้เฟิงให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้ ก็คือพิกัดตำแหน่งของเฮนรี่ต่างหาก

เห็นได้ชัดว่าขอแค่หาตัวเฮนรี่พบ ก็น่าจะหาตัวองค์ชายกับคุณชายน้อยเจอได้ไม่ยาก นี่คือสิ่งที่จี้เฟิงใส่ใจที่สุดส่วนเรื่องความสัมพันธ์ฉาวโฉ่ ระหว่างเฮนรี่ชายวัยกลางคนกับชายหนุ่มรูปงามผิวขาวคนนั้นจี้เฟิงไม่สนใจเลย

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเฮนรี่แล้ว แต่จี้เฟิงก็ยังไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าเฮนรี่จะปักหลักอยู่ที่นั่นตลอดเวลา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่กับเฮนรี่ในตอนนี้ คือสองพ่อลูกองค์ชายยิ่งทำให้จี้เฟิงรู้สึกไม่มั่นใจเข้าไปใหญ่

เพราะจี้เฟิงรู้ซึ้งดีว่าองค์ชายกับคุณชายน้อย มีความตื่นตัวและระแวดระวังภัยสูงมาก โดยเฉพาะองค์ชายตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ จี้เฟิงไม่เคยได้ปะทะหรือข้องแวะกับคนๆนี้เลย ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีไหนก็ตาม กระทั่งร่องรอยเบาะแสเพียงนิดเดียวขององค์ชายก็ยังสืบหาไม่เจอ

ไม่ใช่แค่เขาแม้แต่เซียงหยงซานที่ใช้กำลังของกองทัพ ก็ยังสืบไม่ได้เลยว่าองค์ชายคนนี้ แท้จริงแล้วเป็นใครมาจากไหน

จากจุดนี้ก็สามารถมองออกได้แล้วว่า องค์ชายคนนี้มีความเจ้าเล่ห์เพทุบายมากเพียงใด

ดังนั้นแม้ว่าจี้เฟิงจะสืบจนรู้ตำแหน่งที่อยู่ของเฮนรี่แล้ว แต่เขาก็ยังคงไม่กล้าชะล่าใจ องค์ชายเปรียบเสมือนสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ หากคิดจะจับตัวเขาจะมีความประมาทเลินเล่อเกิดขึ้นแม้เพียงนิดเดียวไม่ได้เด็ดขาด

ทว่าสิ่งที่จี้เฟิงคาดไม่ถึงก็คือ หลังจากที่เขาจัดการกับลู่กั๋วเวยและ ‘แฟนสาว’ ของเฮนรี่เสร็จสิ้นแล้ว และกำลังรีบบึ่งไปยังสถานที่ที่เฮนรี่อยู่ ปัญหาที่เจอกลับเป็นการจราจรติดขัด!

จี้เฟิงมองลอดผ่านกระจกหน้ารถออกไปข้างหน้า เขาเริ่มมองเห็นสัญญาณไฟจราจรรำไรแล้ว ตามที่หลี่กั๋วเหลียงบอก ขอแค่ถึงทางแยกก็น่าจะเข้าอุโมงค์ใต้ดินได้ ดูท่าแล้วคงอีกไม่นาน

ขออย่าให้เกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นเลย!

จี้เฟิงส่ายหัวเล็กน้อยเขารู้ตัวดีว่า สภาพจิตใจของตัวเองในตอนนี้ เริ่มมีความกระวนกระวายใจเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย

มีกฎเหล็กชื่อดังข้อหนึ่งกล่าวไว้ว่า ยิ่งคุณกังวลใจเรื่องอะไร สิ่งนั้นก็มักจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งอันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติอะไรหรอก แต่มันเป็นเรื่องของสภาวะจิตใจต่างหาก

ดังนั้นจี้เฟิงจึงเลือกที่จะไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลย เขาปิดเปลือกตาลงโดยตรงเพื่อสงบจิตใจและรอคอยอย่างเงียบๆ

“ปี๊น ปี๊น ปี๊น...”

เสียงบีบแตรจากภายนอกดังระงมไม่ขาดสาย รถยนต์เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างอืดอาด

ผ่านไปประมาณสิบกว่านาที หลี่กั๋วเหลียงก็พูดขึ้นมาว่า “ในที่สุดก็หลุดมาได้แล้วครับ!”

จี้เฟิงลืมตาขึ้นมาทันที และพบว่ารถยนต์ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่อุโมงค์ใต้ดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเสียงคำรามต่ำและหนักแน่นของเครื่องยนต์ที่ดังขึ้น ตัวรถเริ่มเร่งความเร็วพุ่งทะยานออกไป

“พี่กั๋วเหลียง เร็วหน่อย!” จี้เฟิงสั่งการสั้นกระชับได้ใจความ

“รับทราบครับ!”

หลี่กั๋วเหลียงพยักหน้าพลางเหยียบคันเร่งส่งทันที อันที่จริงการเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน ภายในอุโมงค์ใต้ดินแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่หลี่กั๋วเหลียงก็รู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ มีความเป็นความตายและเร่งด่วนมาก ดังนั้นเวลานี้จึงไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้แล้ว

อีกอย่างเขามั่นใจในทักษะการขับรถของตัวเอง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ฉุกเฉินเหนือความคาดหมาย เขาก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือได้

รถยนต์พุ่งทะยานออกไปท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่ครางต่ำ ขับขี่ด้วยความเร็วสูงในอุโมงค์ใต้ดินอยู่ประมาณสิบกว่านาที ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางที่สภาพการจราจรค่อนข้างคล่องตัว จากนั้นก็บึ่งรถขับซิ่งยาวไปตามทาง

เมื่อหลี่กั๋วเหลียงขับรถหลุดพ้นออกมาจากเขตตัวเมืองได้สำเร็จ เขาถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกล่าวว่า “คุณจี้ครับ พวกเราน่าจะใช้เวลาอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็ถึงที่หมายแล้วครับ!”

จี้เฟิงกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมโดยรอบ พลางพยักหน้ารับเล็กน้อย

เส้นทางที่รถกำลังวิ่งไปมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง พิกัดที่เฮนรี่พักอยู่ก็ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองเช่นกัน จี้เฟิงแอบคำนวณในใจว่า หากคิดจะลงมือในเขตชานเมือง ความเร็วจะต้องรวดเร็วเด็ดขาด และการลงมือจะต้องเงียบเชียบที่สุด หากเกิดทำอะไรให้พวกองค์ชายตื่นตระหนกตกใจขึ้นมา การจะตามจับคนในเขตชานเมืองมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

จี้เฟิงครุ่นคิดคำนวณในใจ ว่าเมื่อถึงเวลาแล้วควรจะวางแผนลงมืออย่างไรดี

……….

ขณะเดียวกันภายในวิลล่าหลังหนึ่ง ในแถบชานเมืองนิวยอร์ก ชายหญิงท่าทางประหลาดกลุ่มหนึ่ง กำลังยืนล้อมวงสนทนากันอยู่ในห้องรับแขก

ที่บอกว่าเป็นคนประหลาด ก็เพราะลักษณะการแต่งกายของคนกลุ่มนี้นั่นเอง ชายต่างชาติผมเริ่มหงอกขาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยว เขามีรูปร่างลักษณะเด่นตามแบบฉบับของชาวตะวันตกทั่วไป จมูกโด่ง นัยน์ตาสีฟ้า และเส้นผมสีเทา

แน่นอนว่าย่อมขาดไม่ได้กับขนตามร่างกายที่ดกหนาเป็นพิเศษ... บนหลังมือของเขามีขนขึ้นรุงรังหนาทึบ มองดูเผินๆแล้วแทบไม่ต่างอะไรกับลิงกอริลลา ที่ยังวิวัฒนาการไม่สมบูรณ์เลยสักนิด

ทว่าตรงข้ามกับเขากลับมีคนสองคน สวมหน้ากากปิดบังใบหน้านั่งอยู่ โดยหนึ่งในนั้นนั่งอยู่บนรถเข็นคนพิการ

คนทั้งสองนี้ย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจากองค์ชายและลูกชายของเขา... คุณชายน้อย

ส่วนคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาเป็นประธานบริษัท ที่จี้เฟิงกำลังตามหาตัวอยู่ นั่นก็คือ... เฮนรี่

เมื่อเทียบกับพฤติกรรมพิลึกพิลั่นของสองพ่อลูกองค์ชาย ที่ยังคงสวมหน้ากากปิดหน้าปิดตาอยู่ แม้จะเป็นเวลากลางค่ำกลางคืนแล้ว เฮนรี่กลับมีท่าทางที่ดูประหลาดและชวนให้ขนลุกยิ่งกว่า... โดยเฉพาะในยามที่เขาเอ่ยปากพูดออกมา

ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังสนทนาพูดคุยกันถึงเรื่องอะไร เฮนรี่ฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที ทันใดนั้นฟันที่ทำจากโลหะทั้งปากก็เผยออกมาให้เห็น ทว่ามันกลับไม่ใช่ฟันเงินหรือฟันทองที่คนปกติทั่วไปนิยมเลี่ยมกัน และไม่ใช่ฟันเซรามิกอะไรพวกนั้นด้วย แต่มันดูเหมือนกับเศษแผ่นเหล็กดิบ ที่ถูกตัดแบ่งมาต่อกันเป็นซี่ๆ สีของมันก็เป็นสีดำเข้มเกือบจะเหมือนกับเหล็กดำไม่มีผิด!

ฟันเต็มปากแบบนี้ ช่างดูแปลกประหลาดเกินไปแล้ว

“องค์ชายขอพูดตรงๆเถอะนะ ความต้องการของคุณมันทำให้ผมลำบากใจมาก”

เฮนรี่ใช้ฟันเหล็กของเขา ขบลงบนมวนซิการ์พลางเอ่ยขึ้น “คุณก็รู้ว่าถึงแม้ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบ คอยดูแลกิจกรรมทุกอย่างขององค์กรในนิวยอร์ก แต่ทางรัฐบาลอเมริกาก็ใช่ว่าจะไม่รู้ว่า พวกเรากำลังเคลื่อนไหวกันอยู่ หากทำตามที่คุณบอก โดยการใช้กำลัง และความรุนแรงไปจัดการกับประธานของเว่ยต้ากรุ๊ป มันจะสร้างความปั่นป่วนและส่งผลกระทบในวงกว้างเกินไป ทางรัฐบาลอเมริกาจะต้องหาเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้ผมแน่!”

สีหน้าขององค์ชายที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากาก เริ่มฉายแววไม่พอใจออกมา เขาเอ่ยเสียงเข้ม “เฮนรี่นี่นายกำลังพูดปัดความรับผิดชอบกับฉันอยู่รึไง?”

เฮนรี่รีบแสร้งทำท่าทางตื่นตระหนกเกินจริงพร้อมกล่าว “จะเป็นไปได้ยังไงกันครับ! องค์ชายคุณกับเจ้านายของผมเป็นสหายกัน ผมจะกล้าพูดจาปัดปัญหากับคุณได้ยังไง โปรดเชื่อผมเถอะสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น!”

“เหอะ!”

องค์ชายแค่นเสียงเย็นชาพลางกล่าวเสียงเข้ม “ไม่ได้พูดปัดงั้นเหรอ? แต่เท่าที่ฉันรู้มานายหมายหัวเว่ยต้ากรุ๊ปมาตั้งนานแล้วไม่ใช่รึไง แถมยังเคยส่งนักฆ่าไปลอบสังหารจี้หนานเยว่ ประธานของเว่ยต้ากรุ๊ปอีกด้วย ทำไมในตอนที่นายลงมือทำเรื่องพวกนี้ ไม่เห็นจะกลัวว่ารัฐบาลอเมริกาจะมาหาเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้เลยล่ะ?”

…จบบทที่ 1812~❤️

จบบทที่ บทที่ 1812 (934) คนแปลกๆ (ตอนฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว