เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 - ตระกูลซือถู (2)

บทที่ 140 - ตระกูลซือถู (2)

บทที่ 140 - ตระกูลซือถู (2)


บทที่ 140 - ตระกูลซือถู (2)

เปลี่ยนวิธีมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?

จู่ๆ ฉันก็นึกถึงคุณย่าทวดขึ้นมา แกตายไปตั้งห้าสิบปีแล้ว แต่ปู่ทวดใช้เจดีย์กักวิญญาณสูบพลังชีวิตผู้หญิงมาเลี้ยงแกไว้ในสุสานใต้ดิน ให้ได้เจอกันทุกค่ำคืน ไม่เกรงกลัวกฎนรก ไม่สนว่าจะนำภัยมาสู่ลูกหลาน

หรือว่านักพรตคนนั้นก็จะใช้วิธีคล้ายๆ กับคุณย่าทวด อาศัยของวิเศษบางอย่างทำให้วิญญาณไม่แตกซ่าน?

เจียงฉี่อวิ๋นหันมามองฉัน แววตาแฝงรอยยิ้ม "เธอคิดว่าเรื่องที่ปู่ทวดเธอทำ ปรโลกจะไม่รู้เรื่องเลยงั้นเหรอ? ตอนหนุ่มๆ เขาขุดสุสาน ปล้นหลุมศพ ฝืนเปิดประตูผี ฆ่าพวกโจรปล้นสุสาน เป็นคนเก่งกาจน่าดู... เจดีย์กักวิญญาณนั่น ขุนนางระดับล่างในฝ่ายลงทัณฑ์แอบเอามาให้เขาลับๆ เธอคิดดูสิว่าเขามีอิทธิพลขนาดไหน?"

"ความจริงพอถึงเวลา ตระกูลมู่ก็ควรจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์เพื่อรับโทษตามกฎสวรรค์และกฎนรก น่าเสียดายที่..."

เขายกมือขึ้นเชยคางฉัน บีบเบาๆ แล้วโยกไปมา

"น่าเสียดายที่เธอเกิดมา เป็นเด็กดวงชะตาหยินบริสุทธิ์ที่เกิดในโลงศพ ซึ่งหาได้ยากในรอบหลายร้อยปี ต้องขอบคุณความดื้อรั้นของแม่เธอที่มีต่อเธอ... และความดื้อรั้นของพ่อเธอที่มีต่อแม่เธอด้วย..."

คำพูดของเขาทำเอาฉันกับพี่ชายอึ้งไปเลย

พวกเราไม่เคยรู้เรื่องของพวกผู้ใหญ่มาก่อน ตระกูลมู่เป็นตระกูลที่เก็บตัวเงียบ พอลูกหลานโตขึ้นก็จะแยกย้ายกันไปสร้างครอบครัว ถึงจะยังอยู่ในวงการเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรนัก

คิดดูก็รู้ ปู่ทวดมีแต่ภรรยาในสายตา ไม่สนเลยว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ลูกหลาน แล้วแกจะมีกะจิตกะใจมาห่วงเรื่องความเจริญรุ่งเรืองของวงศ์ตระกูลได้ยังไง?

"ฉันอยากใช้เธอเพื่ออุ้มท้องครรภ์วิญญาณที่มีพลังเวทแต่กำเนิด เอาไว้ไปทำลายล้างไอหยินอันสับสนวุ่นวายที่หมู่บ้านหวงเต้า ดังนั้น... หนี้กรรมเก่าของตระกูลเธอ ฝ่ายลงทัณฑ์ก็เลยลบให้หมดสิ้นในคืนนั้นแล้ว"

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง... มิน่าล่ะเจียงฉี่อวิ๋นถึงบอกว่าเพื่อใช้หนี้ ฉันก็เลยกลายเป็นเครื่องสังเวย

ปู่ทวดฉันยังหลงคิดว่าที่คนในบ้านตายกันเกลื่อนเป็นเพราะโดนราชันผีแก้แค้น ตอนที่ส่งฉันไปเป็นเครื่องสังเวย แกยังสวดมนต์อุทิศให้ราชันผีตนนั้นอยู่เลย!

เกือบทำฉันตายแล้วไหมล่ะ! ไอ้แก่บ้าเอ๊ย!

ราชันผีโรคจิตวิตถารพรรค์นั้น ไม่มีทางทิ้งแหวนหยกเลือดมังกรหลีไว้ให้ฉันหรอก

"ผู้หญิงที่มีดวงชะตาหยินบริสุทธิ์ จำเป็นต้องมีเครื่องประดับสีแดงที่มีพลังวิญญาณมาช่วยเสริมดวงชะตาและปัดเป่าภัยอันตราย ฉันก็เลยมอบแหวนวงนี้ให้เธอ เพื่อให้เธอเติบโตมาอย่างปลอดภัย..." เขายื่นมือมาจับมือขวาฉัน ปลายนิ้วเย็นเฉียบลูบไล้แหวนหยกเลือดมังกรหลี

ความหมายมงคล ความดีงาม ความรักของหนุ่มสาว ของหมั้นแบบนี้ จะตั้งใจเอาชีวิตฉันได้ยังไง?

ขอบตาฉันเริ่มร้อนผ่าว

มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้พอฉันบอกว่าเขาทรมานฉัน ข่มขืนฉัน เขาถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น

จริงๆ จะโทษฉันก็ไม่ได้นะ ใครใช้ให้ตอนนั้นเขารุนแรงป่าเถื่อนขนาดนั้นล่ะ...

พี่ชายฉันนั่งฟังเงียบๆ มาตลอด ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว โพล่งถามขึ้นมาว่า "น้องเขย นายชอบเลี้ยงต้อยงั้นเหรอ?"

พรืด...

"มู่อวิ๋นฟาน! ถ้าขืนแกยังดูหนังโป๊พวกนั้นอีก ฉันจะจับคอมแกโยนทิ้งซะ!" เจียงฉี่อวิ๋นจะไปรู้จักคำว่าเลี้ยงต้อยได้ยังไง พี่ชายฉันนี่สมองคิดแต่เรื่องอะไรเนี่ย!

เจียงฉี่อวิ๋นเท้าคางกับที่วางแขนประตูรถอย่างสบายอารมณ์ เขายิ้มบางๆ งอปลายนิ้วเกลี่ยผ่านใบหูฉัน ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก เมื่อกี้หูเพิ่งโดนเขากัดจนแดงแจ๋ ความรู้สึกคลุมเครือเย็นวาบยังไม่ทันจางหายไปเลย

เขาพูดช้าๆ ว่า "...การรอคอยให้คนคนหนึ่งเติบโต มันฝึกความอดทนได้ดีทีเดียวล่ะ"

พี่ชายหัวเราะเยาะ "ถ้าฉันเป็นนาย ฉันลงมือไปตั้งนานแล้ว นายไม่ใช่คนซะหน่อย จะไปกลัวกฎหมายทำไมวะ? เด็กก็จับกินได้เหมือนกัน——โอ๊ย! เสี่ยวเฉียว อย่าเอาเข็มทิศหลัวผานมาทุบสิ มันอันตรายนะเว้ย!"

นี่ใช่พี่ชายแท้ๆ ไหมเนี่ย?!

พี่ชายยิ้มกริ่มพูดต่อ "...พอรู้ว่าเจียงฉี่อวิ๋นไม่ได้กะจะฆ่าเธอให้ตาย ฉันก็สบายใจขึ้นเยอะเลย สายใยครอบครัวเรายังไม่ขาดสะบั้น โล่งอกไปที"

ถึงเขาจะพูดติดตลก แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในน้ำเสียงของเขา

——เขาไม่เคยแสดงความกังวล ความเศร้า หรือพูดจาท้อแท้ให้ฉันเห็นเลย จิตใจเขาเข้มแข็งกว่าฉันเยอะ

"เอาล่ะ! รู้ว่าเสี่ยวเฉียวไม่ใช่ทาสสวาทของนายก็พอใจแล้ว ลัลลา... น้องเขย เลี้ยงเมียให้โตมันเหนื่อยนะโว้ย อย่ามารังแกเสี่ยวเฉียวของฉันนะ~~ อืม เมื่อกี้เราคุยกันถึงเรื่องนักพรตใช่ไหม? ไหงกลายมาเป็นสารภาพรักซะได้... น้องเขย นายก็รู้จักเล่นลูกไม้แล้วนี่หว่า"

ความคิดหมอนี่กระโดดไปกระโดดมาจริงๆ!

พอเจียงฉี่อวิ๋นได้ยินคำว่า 'ทาสสวาท' หน้าก็ดำคร่ำเครียดขึ้นมาทันที

ฉันจะหัวเราะไม่ได้เด็ดขาด

ท่านมหาเทพนอกจากจะยอมลดตัวไปดูฮวงจุ้ยให้เพื่อนฉันแล้ว ยังโดนพี่ชายหาว่าเป็นพวกโรคจิตอีก ฉันต้องกลั้นขำไว้ให้ได้

》》》

ตระกูลซือถูเป็นตระกูลใหญ่ผู้มีอิทธิพลที่ฝังรากลึกอยู่ในเมืองหลวง พวกเขาทำตัวเก็บตัวเงียบ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นเศรษฐีและข้าราชการระดับสูง คนธรรมดาจึงยากที่จะได้พบเจอคนของตระกูลซือถู

"ทางปรโลกสันนิษฐานว่า ถ้านักพรตคนนั้นมีวิชาอาคมสายมาร แล้วเกิดสิงร่างคนอื่นหลังจากถูกฆ่าตาย หลอกล่อให้ชาวบ้านฆ่าคนกินต่อไป... จากนั้นก็ลงคาถาสาปแช่ง ทำให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกวิปริตว่า 'ถ้าได้กินเนื้อคน ร่างกายจะแข็งแรง' หลังจากที่หมู่บ้านกลายเป็นสถานที่รวมตัวของไอหยินชั่วร้ายผิดมนุษย์มนาแล้ว ก็เอาเรื่องนี้ไปแจ้งทางการ ให้ทางการใช้วิธีปิดล้อมหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความเคียดแค้นของชาวบ้านให้ถึงขีดสุด จนสุดท้ายชาวบ้านก็ฆ่ากันเองจนตายหมด ส่วนพวกที่รอดชีวิตก็ย้ายออกไป เขาก็จะได้ลงมือทะลวงรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์กับปรโลกได้ที่นี่"

"ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ? ต่อให้เป็นการแก้แค้น แค่ตายกันเยอะขนาดนั้นก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอ?" ฉันถามอย่างสงสัย

เจียงฉี่อวิ๋นส่ายหน้า "...รู้ไหมว่าทะเลเลือดภูเขาซากศพคืออะไร? ไอหยินและความอาฆาตแค้นอันไร้ที่สิ้นสุด คือวิธีลัดที่เร็วที่สุดในการบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนซากศพ ยิ่งคนตายเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี"

"...แสดงว่านักพรตคนนั้นยังไม่ตายงั้นเหรอ?" ฉันห่อไหล่ด้วยความกลัว

"ขุนนางปรโลกห้าหมื่นนาย พลิกแผ่นดินค้นหาทั้งหกตำหนักยี่สิบสี่ขุมนรกและคุกทุกแห่งหน จนป่านนี้ก็ยังไม่พบวิญญาณของเขาเลย เป็นไปได้ทางเดียวคือเขาสิงอยู่ในร่างของคนเป็น แถมยังพรางตัวได้เนียนกริบจนไม่มีใครจับได้" เจียงฉี่อวิ๋นขมวดคิ้วนิดๆ

ฉันอยากจะเอื้อมมือไปคลายรอยขมวดตรงหว่างคิ้วเขานัก

แต่นิ้วขยับไปนิดนึง สุดท้ายก็ไม่ได้ยกขึ้นมา

ฉันมันก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งนี่นา

พี่ชายถามด้วยความสงสัย "การสิงร่างแบบไหนกันถึงจะแนบเนียนขนาดไม่มีร่องรอยรั่วไหลเลย? ขนาดปรโลกยังจับไม่ได้เนี่ยนะ?"

สายตาของเจียงฉี่อวิ๋นตวัดมาที่ฉัน เหมือนจะเปิดโอกาสให้ฉันลองตอบดู

ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักว่า "หรือว่าจะเป็นการใช้วิชาแยกวิญญาณคนเป็นกับทารกในครรภ์ แล้วหลอมรวมวิญญาณ ก่อนจะแย่งร่างมาเกิดใหม่ล่ะ? ไอ้ปีศาจศพหุ้มหนังที่ปลอมเป็นมู่อวิ๋นเลี่ยงนั่นก็ถนัดวิชาทำนองนี้นี่นา"

มุมปากเขายกขึ้นนิดๆ "ฉลาดขึ้นนี่"

ทารกปกติจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างตอนสามเดือน แต่ครรภ์วิญญาณนั้นพิเศษกว่า จะเป็นรูปเป็นร่างช้ากว่าปกติไปสองเดือน ที่มู่อวิ๋นเลี่ยงจับตัวฉันไปก่อนหน้านี้ แล้วอ้างว่าจะช่วยฉัน จะทำวิชาแยกวิญญาณคนเป็นอะไรนั่น ก็เพื่อ——

"เพื่อจะสูบเอาวิญญาณครึ่งหนึ่งของครรภ์วิญญาณไปหลอมรวมกับตัวเขาเอง แล้วใส่กลับคืนเข้าไปในร่างทารก แบบนั้นเขาก็จะได้ทั้งร่างมนุษย์ พลังเวทแต่กำเนิด แถมยังคงความทรงจำของตัวเองไว้ได้ครบถ้วน"

ในทางเต๋าถือว่าร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนบ้านเรือน เป็นที่สิงสู่ของดวงวิญญาณ การแย่งร่าง ก็คือการเปลี่ยนวิญญาณในร่างนั้นซะ

ถ้าวิญญาณชั่วร้ายนั่นกลายมาเป็นลูกของฉัน... แค่คิดก็คลื่นไส้แล้ว

พอคุยกันถึงตรงนี้ พวกเราก็เริ่มเดาที่มาที่ไปของตระกูลซือถูออกแล้วล่ะ——

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 140 - ตระกูลซือถู (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว