เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 69 - งานเลี้ยงที่ไม่น่าอภิรมย์

บทที่ 69 - งานเลี้ยงที่ไม่น่าอภิรมย์

บทที่ 69 - งานเลี้ยงที่ไม่น่าอภิรมย์


บทที่ 69 - งานเลี้ยงที่ไม่น่าอภิรมย์

"ฉันมีแฟนแล้วมันแปลกตรงไหน?" ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

เจียงฉี่อวิ๋นหน้าตึง แรงกดดันเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่ว ขนาดฉันยืนอยู่ข้างๆ ยังรู้สึกหายใจแทบไม่ออก โหวเส้าเหวินที่เป็นพวกลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ยิ่งทนบรรยากาศแบบนี้ไม่ไหวเข้าไปใหญ่

"อ่า... อะแฮ่ม... ไม่มีอะไรครับ ผมแค่แปลกใจนิดหน่อย ในประวัติบอกว่าคุณไม่เคยสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนมาก่อน ผมเลยค่อนข้างตกใจน่ะครับ"

ประวัติ? ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของเขา "โหวเส้าเหวิน คุณหมายความว่าไง? คุณสืบประวัติฉันเหรอ?!"

โหวเส้าเหวินรีบส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ผม! คุณเข้าใจผิดแล้ว เป็นเถ้าแก่จงต่างหากที่แกไม่ค่อยไว้ใจพวกคุณสองพี่น้อง ก็เลยส่งคนไปสืบประวัติ พอรู้ว่าบ้านคุณมีความรู้สืบทอดกันมา แกถึงได้วางใจจ้างพวกคุณ แกกลัวว่าจะพาพวกคุณมาซวยด้วย เพราะค่ายกลนั่นมันประหลาดมากจริงๆ!"

ฉันแค่นหัวเราะ จิ้งจอกเฒ่าอย่างเถ้าแก่จงน่ะเหรอจะมานึกถึงคนอื่น? พูดเป็นเล่น! คงสืบประวัติครอบครัวเราจนทะลุปรุโปร่งไปแล้วล่ะสิ!

"คุณมู่... น้องเสี่ยวเฉียว คุณอย่าเพิ่งโกรธนะ อย่าโกรธ! พวกเราไม่มีเจตนาร้ายจริงๆ——อ๊าก!!" จู่ๆ โหวเส้าเหวินก็ร้องลั่น

เจียงฉี่อวิ๋นแค่กระดิกนิ้ว กระโปรงหน้ารถของเขาก็เหมือนโดนอะไรกระแทกอย่างแรงจนเปิดอ้าออก ทำเอาเขาตกใจสุดขีด

"...คุณชายโหว ค่อยๆ ซ่อมรถไปนะคะ พวกเราขอตัวก่อน" ฉันส่งค้อนให้เขา หมอนี่มันน่ารำคาญจริงๆ!

ฉันลากเจียงฉี่อวิ๋นเดินหนีออกมา บ่นอย่างอารมณ์เสียว่า "ตาคนนี้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ล่ะก็ ไม่อยากให้เหยียบเข้าร้านเลยจริงๆ..."

"...ครอบครัวเขาสร้างวิบากกรรมไว้เยอะ สถานเบาก็คือบ้านแตกสาแหรกขาด พี่น้องหมางเมิน สถานหนักก็คือเจอภัยเลือดตกยางออก ครอบครัวพินาศ" เจียงฉี่อวิ๋นพูดเสียงเรียบ

ฉันยิ้ม "พี่ชายฉันก็พูดแบบนี้เหมือนกัน... บ้านเราก็มีวิบากกรรมไม่น้อยเลยนะ ดูพ่อฉัน พี่ชายฉัน แล้วก็ตัวฉันสิ สุดท้ายคงต้องอยู่เป็นโสดไปจนตายกันหมด"

เจียงฉี่อวิ๋นทำหน้าไม่พอใจ บีบมือฉันแน่น แต่ไม่ได้พูดอะไร

》》》

เถ้าแก่จงมองพวกเราด้วยรอยยิ้มร่าเริง "หลานทั้งสองเก่งกาจไม่ธรรมดาจริงๆ แค่ออกโรงปุ๊บก็ตามตัวตาแก่เฉินกลับมาได้ทันที แถมยังจัดการของที่แกขโมยไปซะสะอาดหมดจด สมกับเป็นทายาทตระกูลดังจริงๆ สมคำร่ำลือ!"

พี่ชายฉันตอบกลับเนือยๆ "ตระกูลเราเป็นพ่อค้าครับ เรื่องพวกนี้แค่ของแถม เถ้าแก่จงอย่าชมผิดประเด็นสิครับ"

เถ้าแก่จงหน้าเจื่อนไปนิด ก่อนจะหันไปยิ้มเหี้ยมใส่ตาแก่เฉินที่คุกเข่าอยู่บนพื้น "อาจารย์เฉิน ดูสิ ฉันจ่ายเงินมัดจำให้แกไปแล้ว แถมเรื่องนี้ก็ยืดเยื้อมานาน แกน่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ฉันหน่อยดีไหม?"

ตาแก่เฉินอายุห้าสิบกว่าแล้ว ย่อมรู้ดีว่าผู้มีอิทธิพลอย่างเถ้าแก่จงที่กว้างขวางทั้งในด้านมืดด้านสว่าง จะตัดนิ้วแกทิ้งสักสองสามนิ้วก็ไม่ใช่เรื่องยาก

แกคุกเข่าประจบประแจงอยู่บนพรม "เถ้าแก่จง บอกตามตรงนะครับ ผมมันไร้น้ำยา ผมก็แค่มาเบิกทางให้เท่านั้นแหละครับ เรื่องที่เหลือรับรองว่าจอมยุทธ์น้อยสองท่านนี้จัดการให้เถ้าแก่ได้แน่ เงินมัดจำสองแสนนี่ผมขอคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ถือซะว่าผมมาเหนื่อยฟรีแล้วก็ได้บทเรียนก็แล้วกันครับ!"

ฉันแอบกลอกตา หมอดูสิบแปดมงกุฎนี่หน้าด้านหน้าทนจนน่าขยะแขยงจริงๆ ยังจะกล้าพูดว่ามาเบิกทางอีก? ตาลุงนี่นอกจากหลอกลวงต้มตุ๋นแล้ว ยังทำอะไรเป็นบ้างเนี่ย?

เถ้าแก่จงย่อมไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ "ฉันได้ยินมาว่า ถ้ามีซินแสคนไหนจัดค่ายกลไว้ คนอื่นก็จะไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แกเอารากไม้ในค่ายกลไป ก็แสดงว่ายื่นมือเข้ามาสอดแล้ว ตอนนี้จะมาขอถอนตัว คงไม่ง่ายขนาดนั้นมั้ง..."

น้ำเสียงของเขาเริ่มคุกคาม สีหน้าของตาแก่เฉินก็ซีดเผือดลงเรื่อยๆ แกเอาแต่ส่งสายตาอ้อนวอนมาทางฉัน

"เถ้าแก่... อะแฮ่ม คุณอาจงคะ" ฉันยิ้มพร้อมกับเรียกเขา เถ้าแก่จงก็หันมายิ้มแฉ่งให้ฉันทันที "คุณหนูเสี่ยวเฉียว มีอะไรจะพูดหรือเปล่า?"

"...พวกเราสั่งสอนตาแก่เฉินไปแล้ว แกไม่มีปัญญาแก้ค่ายกลนี้จริงๆ คุณอาปล่อยแกไปสักครั้งเถอะค่ะ" ฉันช่วยพูดขอร้องแทนตาแก่เฉิน

เถ้าแก่จงยิ้มละมุน "แค่คุณหนูเสี่ยวเฉียวเอ่ยปาก ไม่มีอะไรที่ฉันจะขัดข้อง ตามใจเธอเลย!"

เขาสะบัดมืออย่างใจป้ำ บอดี้การ์ดสองคนก็หิ้วปีกตาแก่เฉินออกไป เถ้าแก่จงยิ้มถามว่า "ไม่ทราบว่าเรื่องค่ายกลนี่ คุณหนูเสี่ยวเฉียวมีวิธีแก้อย่างไรบ้างครับ?"

"คุณอาจง เอาเอกสารมาด้วยไหมคะ?" ฉันถาม

เถ้าแก่จงสั่งให้ลูกน้องหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ทันที ในนั้นคือรูปถ่ายที่แกให้คนไปตระเวนรวบรวมมา บางส่วนเป็นรูปที่คนงานถ่ายไว้ตอนเจอค่ายกล บางส่วนเป็นสภาพหลังค่ายกลถูกไถทิ้ง และยังมีรูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุตอนที่มีคนตายด้วย

"ทำตามที่คุณบอก ฉันสั่งให้คนเอาภาพทั้งหมดที่หาได้ไปล้างมาหมดแล้ว นี่แหละครับ" เถ้าแก่จงส่ายหน้าถอนใจ "หกคน ตายไปหกคนแล้ว"

เจียงฉี่อวิ๋นหลุบตามองรูปถ่ายใบแรก ตอนนั้นค่ายกลยังไม่ถูกทำลาย เป็นภาพที่รถแบ็คโฮขุดเจอ มีเสาเจ็ดต้นล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น ข้างเสาแทบทุกต้นจะมีของวางอยู่ หนึ่งในนั้นก็คือรากไม้ที่ตาแก่เฉินขโมยไป

"แล้วของชิ้นอื่นล่ะคะ เอาไปไว้ไหนแล้ว?" ฉันเงยหน้าขึ้นถาม

"ใครจะกล้าเก็บไว้ล่ะ? เอาหน้ารถไถดันไปกองรวมกันที่บ่อทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างหมดแล้ว" เถ้าแก่จงส่ายหน้าถอนหายใจ "ถ้าทานข้าวเสร็จแล้วพอมีเวลาว่าง ลองไปดูสถานการณ์คร่าวๆ ที่ไซต์งานกับฉันหน่อยดีไหม?"

"...ตระกูลโหว" ฉันรู้อยู่แล้วเชียวว่างานเลี้ยงนี้มันมีจุดประสงค์แอบแฝง เถ้าแก่จงคงรอไม่ไหวแล้ว ถึงได้เร่งรัดให้เราไปดูไซต์งานของแก

โปรเจกต์พัฒนาที่ดินสมัยนี้ ส่วนใหญ่ก็กู้เงินธนาคารมาทั้งนั้น ดอกเบี้ยมหาโหด หยุดงานแค่วันเดียวก็เสียหายมหาศาลแล้ว แน่นอนว่ายิ่งสร้างเสร็จเร็วก็ยิ่งดี

พวกเราตามแกไปอีกฝั่งหนึ่งของเมือง แกกำลังสร้างหมู่บ้านจัดสรรและคฤหาสน์หรู พื้นที่โครงการใหญ่มาก แต่ตอนนี้หยุดงานไปแล้ว ทั้งไซต์งานมีแสงไฟแค่ตรงที่พักคนงานเท่านั้น

ทันทีที่ลงจากรถ ฉันก็เห็นเงาคนปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านพักคนงานชั้นสอง

"เถ้าแก่จง นั่นใครคะ?" ฉันรีบถาม

เถ้าแก่จงไม่รู้จักคนงานพวกนี้อยู่แล้ว รีบสั่งให้คนไปตามหัวหน้าคนงานมา

ระหว่างรอแค่ไม่กี่นาที พวกเราก็ได้เห็นภาพสุดสยอง ผู้ชายคนที่ปีนขึ้นไปบนหลังคาชั้นสอง จู่ๆ ก็เต้นแร้งเต้นกาอยู่บนนั้น

——เป็นการเต้นที่ผิดปกติมาก เขากระโดดลอยตัวขึ้นไปในอากาศแล้วทิ้งตัวลงมาอย่างแรง มือสองข้างปัดป่ายสะเปะสะปะ ราวกับมีลวดสลิงล่องหนคอยดึงตัวเขาให้กระโดดเหยงๆ

"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรวะ!!" บอดี้การ์ดของเถ้าแก่จงตะโกนเรียกเสียงหลงมาจากที่ไกลๆ

แต่ชายคนนั้นเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงกระโดดตัวลอยแล้วทิ้งน้ำหนักลงมากระแทกหลังคาสังกะสีสีน้ำเงินอย่างแรง ราวกับจะกระทืบให้หลังคาทะลุ!

ฉันเผลอกำแขนเจียงฉี่อวิ๋นแน่น เสียงสั่นเครือ "เจียง... ฉี่อวิ๋น ฉัน... ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? ตรงนั้น——"

พี่ชายก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เขารีบหยิบไฟฉายยุทธวิธีออกมาจากรถ เปิดไฟสว่างสุดแล้วสาดส่องไปทางนั้นทันที!

ฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ฉันไม่ได้ตาฝาดไปจริงๆ ผู้ชายคนนั้นกระโดดเหยงๆ ด้วยท่าทางแปลกประหลาด เพราะบนหัวเขามีมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดจับอยู่!

มือนั่นมีแค่ช่วงแขนโผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า จับผมของชายคนนั้น ดึงขึ้นแล้วปล่อยลง เหมือนกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ และสุดท้าย มือนั่นก็ปล่อย——

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 69 - งานเลี้ยงที่ไม่น่าอภิรมย์

คัดลอกลิงก์แล้ว