เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 - กระดูก

บทที่ 67 - กระดูก

บทที่ 67 - กระดูก


บทที่ 67 - กระดูก

ฉายาของศาสตราจารย์เชี่ยคือ 'เชี่ยติ่งติ่ง' (แปลว่าหัวล้าน) เพราะตั้งแต่เขาได้เป็นรองศาสตราจารย์ เขาก็เริ่มหัวล้าน นักศึกษาเลยตั้งฉายานี้ให้

เขาเพิ่งจะอายุสี่สิบ พอโดนนักศึกษาเรียกแบบนี้ก็ต้องไม่พอใจเป็นธรรมดา ผลของความไม่พอใจก็คือความเข้มงวดและดุดันเป็นพิเศษ วิชาเอกของเขากลายเป็นวิชาที่มีอัตราการเข้าเรียนสูงที่สุด

สาขาของฉันคือสื่อสารมวลชน ซึ่งเป็นสาขาที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ ในยุคที่สื่อดั้งเดิมกำลังซบเซาและสื่อออนไลน์กำลังมาแรง เพื่อนร่วมชั้นของฉันส่วนใหญ่ก็เป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่วันๆ เอาแต่คิดว่าจะทำยังไงถึงจะเป็นเน็ตไอดอล หรือจะเปิดบริษัทเอเจนซี่โฆษณาออนไลน์ยังไง

ฉันไม่มีเป้าหมายเรื่องการหางานทำเลย ฉันก็เหมือนพี่ชาย ไม่รู้ว่าตัวเองดิ้นรนสอบเข้ามหา'ลัยชื่อดังไปทำไม วิถีชีวิตของเรามันไม่เหมือนคนปกติ การมาเรียนก็เหมือนถูกพ่อบังคับให้มาใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปมากกว่า

พี่ชายฉันเรียนปีห้าแล้ว คนอื่นเขาวิ่งเต้นหาเส้นสายเพื่อเข้าฝึกงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ แต่เขากลับใช้เส้นสายเพื่ออยู่บ้านเล่นเกมและเป็นพ่อค้าหน้าเลือด ส่วนฉันเพิ่งจะอยู่ปีหนึ่ง อนาคตก็ยิ่งมืดมนกว่าเดิมอีก

เสียงด่าของพี่ชายดังมาจากชั้นล่าง ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้น พอลงมาชั้นล่างก็เห็นตาแก่เฉินคุกเข่าอยู่หน้าโซฟา พี่ชายฉันกำลังด่าแกฉอดๆ พร้อมกับเก็บของไปด้วย

"อายุห้าสิบกว่าแล้วยังเที่ยวหลอกลวงชาวบ้าน สมควรโดนผีผู้หญิงตามหลอกหลอน! ให้เวลาวันนึงไปเอารากไม้นั่นกลับมา ไม่งั้นไม่ต้องมาคุยกัน!"

"จอมยุทธ์น้อย ผีตนนั้นพวกนายปราบไปแล้วจริงๆ เหรอ? ฉันกลัวตายจริงๆ นะ ฉันยังไม่มีลูกเลย ไม่อยากไร้ทายาทสืบสกุลหรอกนะ!"

"เหอะ ทำเรื่องชั่วๆ ไว้เยอะ สมควรแล้วที่จะไม่มีคนสืบสกุล!" พี่ชายกอดผ้าห่ม พอเห็นฉันลงมาจากชั้นบน ก็รีบถามอย่างเป็นห่วง "เสี่ยวเฉียวคนเก่ง ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม? แล้วผีพวกนั้นล่ะ? ผัวเธอจัดการให้แล้วใช่ไหม?"

ฉันขยี้ตาแล้วพยักหน้า ตาแก่เฉินพอเห็นฉันก็พุ่งเข้ามาหา คุกเข่าอ้อนวอน "จอมยุทธ์หญิง เธอใจดีที่สุดแล้ว ช่วยพูดขอร้องเถ้าแก่จงให้ฉันหน่อยได้ไหม ฉันจะคืนเงินมัดจำให้เขา ขอร้องให้เขาปล่อยฉันไปเถอะนะ... ฉันรู้ว่าเขามีอิทธิพลทั้งในด้านมืดด้านสว่าง ฉัน... ฉันจนตรอกจริงๆ ถึงได้หลอกเขา..."

"...นายเชื่อฟังพี่ชายฉันเถอะ ไปเอารากไม้นั่นมาดูสิ ผีสาวตนนั้นโดนจับไปแล้ว เอามาก็ไม่เป็นไรหรอก เราจะได้ช่วยพูดขอร้องให้นายได้ไง" ฉันมองตาแก่สิบแปดมงกุฎที่ทั้งเจ้าเล่ห์และปลิ้นปล้อนอย่างเอือมระอา

"ได้ๆ... แต่ฉันขับรถไม่เป็น ขอคนไปเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม? ฉันยังกลัวๆ อยู่น่ะ..."

ฉันมองแกด้วยสายตาเหยียดหยาม สุดท้ายก็โทรหาต้าเป่า ยมทูตที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากจบเรื่องของตระกูลโหว ฉันแบ่งเงินให้ต้าเป่าไปแสนนึง ต้าเป่าก็เลยกลายมาเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ร้านเรา

ต้าเป่าขับรถพาตาแก่เฉินกลับไปเอารากไม้ พอเอามาส่งที่ร้าน พี่ชายก็ใช้เลื่อยผ่ารากไม้นั่นออกที่ลานบ้าน ข้างในมีเศษกระดูกสีเทาดำซ่อนอยู่สองสามชิ้น

เจียงฉี่อวิ๋นมองดูเศษกระดูกพวกนี้แล้วขมวดคิ้วมุ่น "นี่เป็นรากไม้แกะสลักที่ทำจากไม้อินเฉิน แถมยังเอาเศษกระดูกพวกนี้ใส่เข้าไปอีก กลายเป็นกล่องใส่กระดูก... ของพวกนี้มีพลังชั่วร้ายรุนแรงมาก ไม่ควรจะมาโผล่ในสถานที่ทั่วไป ต้องมีคนตั้งใจเอามาวางไว้แน่ๆ"

เขาใช้คีมคีบเศษกระดูกขึ้นมาดูใกล้ๆ "นี่คือคนที่โดนคำสาปก่อนตาย... บนกระดูกมีจุดสีดำ"

ฉันหลุบตาลงเบาๆ ในตำนานของหมู่บ้านหวงเต้า การกินเนื้อคนตายเป็นจุดที่สำคัญที่สุด แทบจะทุกคนในหมู่บ้านที่คลุ้มคลั่ง ฟันของผีสาวตนนั้นก็เป็นสีดำสนิททั้งหมด หรือว่าหล่อนจะเป็นคนของหมู่บ้านหวงเต้า? แล้วหลังจากตายก็กลายเป็นผีร้ายเที่ยวไล่กินคนงั้นเหรอ?

พี่ชายฉันก็คิดเหมือนกัน เขาสงสัยว่ารากไม้นี่น่าจะถูกนำออกมาจากพื้นที่เดิมของหมู่บ้านหวงเต้า หมู่บ้านใหม่สือเฉวียนโกวก็มีผู้รอดชีวิตจากหมู่บ้านหวงเต้าอาศัยอยู่ไม่ใช่เหรอ?

จู่ๆ ตาแก่เฉินก็โพล่งขึ้นมาอย่างผิดคาด "พวกนายรู้ตำนานของหมู่บ้านหวงเต้าด้วยเหรอ? ฉันก็เป็นคนหมู่บ้านหวงเต้านะ"

พอแกพูดจบ ฉันกับพี่ชายก็สะดุ้งโหยง ฉันกระโดดหลบเข้าไปซุกในอ้อมอกของเจียงฉี่อวิ๋นทันที——ตาแก่เฉินคงไม่จู่ๆ ก็อ้าปากกว้างเผยให้เห็นฟันสีดำหรอกนะ?

"เอ่อ พวกนายอย่าเพิ่งกลัวสิ ฉันยังพูดไม่จบเลย... ฉันเกิดหลังจากช่วงที่เกิดความอดอยากรุนแรงไม่กี่ปี ตอนนั้นสถานการณ์มันก็ปกติแล้ว พอฉันเกิดมา แม่ฉันก็ขายฉันให้ญาติห่างๆ พอโตมาได้ข่าวว่าแม่ใกล้จะตาย แล้วรัฐบาลก็กำลังจะย้ายหมู่บ้านพร้อมกับแจกบ้านให้ใหม่ ฉันเลยหาทางย้ายทะเบียนบ้านกลับมา ถึงได้บ้านหลังเล็กๆ นั่นมาไง ฉันเคยได้ยินแต่ตำนานของหมู่บ้านหวงเต้า แต่ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองหรอก ข่าวลือมันคงจะเกินจริงไปหน่อยล่ะมั้ง..."

ฉันถลึงตาใส่แก "เกินจริง? ผีสาวกินศพนั่นนายก็เห็นกับตาตัวเองแล้ว ยังคิดว่าเกินจริงอีกเหรอ? ฉันเห็นฟันในปากผีสาวนั่นดำปี๋ไปหมด ก่อนตายคงกินซากศพมาไม่น้อย วันไหนนายหาอาหารให้หล่อนไม่ได้ หล่อนคงจับนายกินแน่!"

ตาแก่เฉินกลัวจนหนีบขาเข้าหากันแน่น พี่ชายตะคอกใส่ "อย่ามาทำบ้านฉันสกปรกนะเว้ย! ไอ้แก่เวร ขี้ขลาดตาขาวแต่เจ้าเล่ห์สุดๆ ชอบเอาเปรียบคนอื่น คืนนี้ไปหาเถ้าแก่จงนายก็คุกเข่าขอโทษเขาซะ เข้าใจไหม!"

เจียงฉี่อวิ๋นที่ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องอะไร กลับพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "เดี๋ยวฉันไปดูด้วย"

"เอ่อ... หมายถึงพูดกับฉันเหรอ?" ฉันงงนิดหน่อย

พี่ชายพูดอย่างหงุดหงิดว่า "ก็ใช่น่ะสิ เขากอดเธอแน่นขนาดนั้น ไม่ได้พูดกับเธอแล้วจะพูดกับใคร? หรือว่าพูดกับฉัน?!"

เวรเอ๊ย ฉันลืมไปเลยว่าตอนนี้พี่ชายก็มองเห็นเขาได้แล้ว... ฉันขยับออกจากอ้อมกอดเจียงฉี่อวิ๋นอย่างเก้อเขิน หน้าแดงระเรื่อ

ตาแก่เฉินทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "จอมยุทธ์น้อย จอมยุทธ์หญิง พวกนายพูดอะไรกันน่ะ?"

"เรื่องของชาวบ้าน!"

ตกเย็นเถ้าแก่จงจัดงานเลี้ยง แต่ตอนบ่ายฉันมีเรียน วิชาของอาจารย์เชี่ยติ่งติ่งซะด้วย! ฉันไม่กล้าโดดเรียนอีกแล้ว เขาประกาศไว้ชัดเจนว่า ถ้าขาดเรียนครบสามครั้ง คะแนนเก็บวิชานี้จะถูกตัดเกลี้ยง

ซ่งเวยกระซิบกับฉันว่า "ต่อให้เธอจะเล่นจ้ำจี้จนลุกไม่ขึ้น เธอก็ห้ามขาดเรียนของอาจารย์เชี่ยติ่งติ่งเด็ดขาดนะ! จะไปเล่นจ้ำจี้ตอนไหนก็ได้ไม่ใช่หรือไง? ถ้าทำให้เชี่ยติ่งติ่งโมโห วิชานี้เธอติดเอฟชัวร์!"

"...จ้าๆๆ" ฉันก้มหน้ายอมรับคำสอน

พออาจารย์เชี่ยติ่งติ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน เห็นฉันปุ๊บก็เรียกชื่อทันที "มู่เสี่ยวเฉียว ยังอยากได้คะแนนเก็บอยู่ไหม?"

ฉันยืนขึ้นขอโทษ "อาจารย์คะ หนูผิดไปแล้ว คราวหน้าจะไม่ทำอีกค่ะ"

"อาจารย์รู้ว่าพ่อเธอเข้าโรงพยาบาล เธอมีภาระหนัก แต่การโดดเรียนวิชาเอกก็เท่ากับทำลายอนาคตตัวเอง เข้าใจไหม? อาจารย์จะให้โอกาสแก้ตัว——ชมรมการแสดงกำลังต้องการนักแสดง เธอไปช่วยงานหน่อยละกัน" อาจารย์เชี่ยติ่งติ่งโยนงานมาให้ฉันโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ

ฉันโอดครวญในใจ ฉันจะเอาเวลาที่ไหนไปซ้อมล่ะ? ซ่งเวยรีบช่วยพูดแก้ต่างให้ฉัน "อาจารย์คะ พ่อเสี่ยวเฉียวเข้าโรงพยาบาล เธอไม่มีเวลาไปร่วมกิจกรรมนอกเวลาหรอกค่ะ บ้านเธอเป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว พี่ชายเธอก็กำลังวุ่นวายเรื่องเรียนจบอยู่ด้วย"

อาจารย์เชี่ยติ่งติ่งพยักหน้า "ไม่ต้องซ้อมหรอก แค่ใส่ชุดไปยืนประกอบฉากก็พอ มีบทพูดแค่ประโยคสองประโยคเอง"

อาจารย์พูดถึงขนาดนี้แล้ว ฉันก็ทำได้แค่พยักหน้ารับคำอย่างเสียไม่ได้ ตอนเลิกเรียน ดูเหมือนจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นที่ตึกเรียน สาวๆ หลายคนหันไปมอง แถมยังมีคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วย ฉันมองตามสายตาของพวกเธอไป——

เจียงฉี่อวิ๋นยืนอยู่ใต้โดมโถงทางเข้า กำลังขมวดคิ้วมองนักศึกษาสาวสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 67 - กระดูก

คัดลอกลิงก์แล้ว