- หน้าแรก
- วิวาห์รักจ้าวปรโลก
- บทที่ 61 - อนาคตน่าเป็นห่วง
บทที่ 61 - อนาคตน่าเป็นห่วง
บทที่ 61 - อนาคตน่าเป็นห่วง
บทที่ 61 - อนาคตน่าเป็นห่วง
ตระกูลโหวแทบจะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบ้านฉัน พวกเขาเชื่อมั่นในตัวฉันกับพี่ชายอย่างสนิทใจ แม้แต่ตอนเปลี่ยนสำนักงานใหม่ก็ยังวิ่งแจ้นมาหาพี่ชายฉัน เพื่อขอคำแนะนำเรื่องของประดับเสริมฮวงจุ้ย
พอฉันก้าวเข้าบ้าน โหวเส้าเหวินก็รีบยื่นกล่องเครื่องประดับให้ฉันทันที พร้อมกับพูดอย่างร้อนรน "คุณหนูเสี่ยวเฉียว ครั้งนี้ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณหน่อย หวังว่าคุณจะไม่ปฏิเสธนะ... เอ่อ คือว่าผมไปคุยโวเรื่องพวกคุณให้เพื่อนฟังซะดิบดี พวกคุณต้องช่วยรักษาหน้าผมหน่อยนะ"
ฉันขมวดคิ้ว "ไม่เคยได้ยินคำว่ารวยเงียบๆ หรือไง? ไม่จำเป็นต้องมาช่วยโฆษณาบ้านเราเลย ปิดปากของคุณให้สนิทหน่อยเถอะ!"
โหวเส้าเหวินมองฉันอย่างอึ้งๆ แล้วกระซิบถามพี่ชายฉัน "เมื่อก่อนคุณหนูเสี่ยวเฉียวออกจะอ่อนหวาน ทำไมตอนนี้ถึงดุจังเลยล่ะ?!"
พี่ชายฉันยิ้มแห้งๆ ไม่กล้าบอกหรอกว่าฉันกำลังมีปัญหาครอบครัว
ฉันนั่งลงจิบชา ถอนหายใจแล้วพูดว่า "คุณชายโหว ครั้งนี้มีธุระอะไรให้รับใช้ล่ะ?"
"เอ่อ... คุณหนูเสี่ยวเฉียว คุณอย่าเพิ่งโกรธนะ ผมไม่ได้ว่างจนเอาเรื่องพวกคุณไปคุยโวเล่นๆ! แต่เป็นเพราะมีผู้ใหญ่ที่รู้จักคนหนึ่ง เขาคอยดูแลผมอยู่เสมอ แล้วโปรเจกต์ของเขาก็มีปัญหาพอดี ผมก็เลยแนะนำพวกคุณไป" โหวเส้าเหวินพูดกับฉันอย่างระมัดระวัง
ฉันรู้ตัวว่าตัวเองพาลหงุดหงิดไปหน่อย ยังไงซะบ้านฉันก็ทำธุรกิจ คนที่มาหาถึงบ้านก็คือลูกค้า ยิ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ด้วยแล้ว
"อืม คุณชายโหวค่อยๆ เล่ามาเถอะ" ฉันรินชาเพิ่มให้เขา
พอเขาเห็นว่าสีหน้าและน้ำเสียงของฉันอ่อนลง ก็เริ่มเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟัง: มีเถ้าแก่แซ่จงคนหนึ่ง ช่วงนี้การพัฒนาโปรเจกต์ของเขาเจอปัญหาเข้า ไม่รู้ว่าเป็นการแก้แค้นจากคู่อริหรือเปล่า มีคนไปวาดค่ายกลประหลาดไว้ที่ไซต์งานก่อสร้างของเขา เขาเรียกให้รถตักไปไถของพวกนั้นทิ้ง หลังจากนั้นไซต์งานก็เกิดเรื่องร้ายๆ ติดต่อกัน เขาเชิญซินแสมาดูหลายคน แต่ทุกคนต่างส่ายหน้าบอกว่าเกินความสามารถ
หลังจากนั้นโหวเส้าเหวินก็แนะนำตระกูลเสิ่นให้เขา แต่เสิ่นชิงรุ่ยตอบอ้างว่าป่วย ในตอนที่เถ้าแก่จงกำลังปวดหัวอย่างหนัก ก็มีตาแก่แซ่เฉินคนหนึ่งมาบอกเขาว่า นี่คือพลังพิฆาตพยัคฆ์ทำร้ายคน ต้องใช้เงินหลักล้านถึงจะแก้ได้ ผลปรากฏว่าพอรับเงินมัดจำไปสองแสน ตาแก่นี่ก็หนีไปซะงั้น!
เถ้าแก่จงโกรธจัด เลยเรียกพวกลูกน้องให้ไปจับตัวตาแก่เฉินที่บ้านเกิด ผลคือลูกน้องสองกลุ่มที่ส่งไปกลับไม่ได้กลับมาเลย!
เขาสืบไปสืบมา จนพบว่าบ้านเกิดของตาแก่เฉินคนนี้กลับกลายเป็นหมู่บ้านผีสิงที่มีชื่อเสียงซะงั้น! คราวนี้เถ้าแก่จงก็เลยหวาดกลัวขึ้นมา อยากจะเชิญซินแสเก่งๆ ไปดู โหวเส้าเหวินก็เลยแนะนำพวกเราไป
"ฉันว่าตาแก่เฉินนั่นแค่ใช้ข้ออ้างเพื่อจะหลอกเอาเงินมากกว่า หมู่บ้านผีสิงอะไรกัน... จะมีหมู่บ้านผีสิงเยอะแยะขนาดนั้นได้ยังไง?" พี่ชายฉันนั่งไขว่ห้าง พูดอย่างไม่ใส่ใจ
ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ มันไม่มีของลี้ลับอะไรที่จะทำให้พี่ชายจอมงกของฉันรวยทางลัดได้เลย ถ้าแค่ไปปราบผีไล่วิญญาณชั่วร้ายเฉยๆ นั่นไม่ใช่ของถนัดของบ้านเรา
โหวเส้าเหวินเก่งเรื่องการดูสีหน้าคน เขายิ้มแล้วพูดว่า "คุณหนูเสี่ยวเฉียว เถ้าแก่จงบอกไว้ว่า ถ้าสามารถช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายให้เขาได้ ค่าเหนื่อยหลักล้านต้องมีให้อยู่แล้ว และถ้าเกิดสนใจอยากจะช่วยดูฮวงจุ้ยให้โปรเจกต์ของเขาด้วย ก็จะแถมคฤหาสน์ให้อีกหลังหนึ่ง เลือกได้ตามสบายเลย"
พี่ชายชำเลืองมองฉัน เขาเริ่มตาลุกวาว พวกเราไม่ได้สนใจอยากอยู่คฤหาสน์หรอก แต่ที่ดินมันแพงหูฉี่ ถ้าเอาคฤหาสน์ไปขายต่อก็คงได้เงินตั้งหลายล้านไม่ใช่เหรอ?
"...เอาเถอะ พวกเราไปดูหน่อยก็ได้ว่าพอจะช่วยอะไรได้ไหม ถ้าเกินความสามารถจริงๆ ก็คงต้องให้เขาไปเชิญคนอื่นที่เก่งกว่ามาแทน" ฉันพูดอย่างลังเล
"เยี่ยมไปเลย! ผมรู้แต่แรกแล้วว่าคุณหนูเสี่ยวเฉียวใจดี มีน้ำใจช่วยเหลือคนอื่น!" โหวเส้าเหวินรีบหยิบมือถือออกมาพูดว่า "บอกตามตรงเลยนะ เถ้าแก่จงจัดงานเลี้ยงรออยู่ที่หอไห่เยี่ยนแล้ว!"
ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองโดนเขาหลอกใช้ แต่ในเมื่อตกลงไปแล้วว่าจะไปดู ฉันก็เลยขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้อง และหยิบเข็มทิศฮวงจุ้ยมาด้วย
ตอนที่ผลักประตูห้องเข้าไป แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมาที่ริมหน้าต่าง เจียงฉี่อวิ๋นกำลังนั่งอยู่ที่นั่น ชันเข่าเรียวยาวขึ้นอย่างสบายๆ ในมือเขากำลังเล่นเข็มทิศฮวงจุ้ยอันเล็กของฉันอยู่
การอยู่ร่วมห้องเดียวกันแต่กลับทำเหมือนอีกฝ่ายไร้ตัวตน เป็นพฤติกรรมที่ทำได้ยากมาก ฉันสามารถอดทนไม่พูดกับเขาได้ แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสบตาได้อย่างสิ้นเชิง
ฉันเดินเข้าไป ดึงเข็มทิศฮวงจุ้ยออกจากมือเขา เขามองดูฉันเก็บของลงกระเป๋าสะพายด้วยสายตาเย็นชา
"เธอจะไปไหน?" เขาเอ่ยถาม
ฉันไม่สนใจเขา เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วเริ่มเปลี่ยนชุด ใส่ชุดกีฬาคงจะหนีได้สะดวกกว่าสินะ?
"มู่เสี่ยวเฉียว" น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความหงุดหงิด เขาเอื้อมมือมาบีบแขนฉัน แล้วดึงตัวฉันเข้าไปตรงหน้าเขา "จะทำสงครามเย็นกับฉันก็ไม่เป็นไร แต่เธอต้องบอกมาให้ชัดเจนว่าจะไปไหน"
ฉันยิ้มเยาะ "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้ไปคลินิกสูตินรีเวชหรอก ฉันรอให้พวกคุณมาทำแท้งให้อยู่ จะต้องวุ่นวายเสียเงินไปโรงพยาบาลทำไมล่ะ"
ความโกรธในดวงตาของเขาปิดบังไว้ไม่มิด เขาเอื้อมมือมาบีบเอวฉัน แล้วถามเสียงเย็น "ที่เธอโกรธฉัน เป็นเพราะเรื่องลูก หรือเป็นเพราะเรื่องไร้สาระที่ชิงรุ่ยพูด?"
ฉันหลุบตาลง พยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ "ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ปล่อยฉันได้หรือยัง? พี่ชายฉันยังรออยู่"
"ถ้าเป็นเพราะชิงรุ่ย ฉันลงโทษนางไปแล้ว และไม่อนุญาตให้นางมาล่วงเกินเธออีก... แต่ถ้าเป็นเพราะเรื่องลูก——"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมรอยยิ้ม เอ่ยถามเสียงเบา "เพราะลูกแล้วจะทำไมล่ะ?"
"...มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เรายังมีลูกกันได้อีกในวันข้างหน้า" คำพูดของเขายังคงเย็นชาจนน่ากลัว
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ข่มความขมขื่นและความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ พยายามฝืนยิ้มออกมา "ถ้าคุณพูดคำนี้ในฐานะมหาเทพ ฉันก็คงต้องยอมเชื่อฟังอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะฉันเป็นแค่เครื่องสังเวยของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการร่างกายฉัน หรือต้องการให้ฉันเป็นแค่เครื่องจักรผลิตลูก ฉันก็ยอมรับชะตากรรม... แต่ถ้าคุณพูดในฐานะสามี ในฐานะพ่อของลูก ฉันก็พูดได้แค่ว่า... เราสองคนคงไม่มีวันข้างหน้าอีกแล้ว"
ฉันก้าวถอยหลังเบาๆ สะบัดมือเขาออก แล้ววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
》》》
ภัตตาคารไห่เยี่ยนเป็นรีสอร์ทที่ราคาแพงหูฉี่ พอพี่ชายขับรถมาถึงหน้าตึก เถ้าแก่จงก็ลงมาต้อนรับด้วยตัวเอง เขาสั่งให้ลูกน้องไปจอดรถให้พวกเรา แล้วพานำทางพวกเราเข้าไปในห้องวีไอพีสุดหรูอย่างสุภาพ
โหวเส้าเหวินเรียกเขาว่าคุณอาจง เขาก็บอกให้พวกเราเรียกเขาแบบนั้นเหมือนกัน ฉันกับพี่ชายมองหน้ากัน——ตาลุงนี่มันจิ้งจอกเฒ่าชัดๆ พอเจอกันปุ๊บก็ฉวยโอกาสตีสนิททันที
"บอกตามตรงเลยนะ เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำเอาฉันสะเทือนใจมาก เมื่อก่อนฉันคิดว่าแค่ดูเรื่องฮวงจุ้ยก็พอแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องลี้ลับพวกนี้อยู่จริงๆ" คุณอาจงถอนหายใจแล้วพูด "ตาแก่เฉินนั่นบอกว่าเป็นพลังพิฆาตพยัคฆ์ทำร้ายคน ไซต์งานของฉันตอนนี้ก็ต้องหยุดก่อสร้างไปแล้ว มีคนตายไปหลายคน พวกเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยก็มาตรวจสอบแล้วสั่งให้ปรับปรุง..."
"คุณอาจง ตาแก่เฉินนั่น อาพอจะเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะ?" ฉันค่อนข้างสนใจตาแก่นี่เป็นพิเศษ
"ได้สิ แกบอกว่าตัวเองชื่อเฉินกั๋วเซิ่ง พูดจาฉะฉาน ดูเหมือนจะมีวิชาอยู่บ้าง ไม่เหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ... แต่พอรับเงินมัดจำไปแล้ว แกก็หายหัวไปเลย ฉันส่งคนไปจับตัวแกที่บ้านเกิด แต่ไม่คิดเลยว่าทั้งสองกลุ่มจะไม่ได้กลับมา..." คุณอาจงนวดขมับอย่างปวดหัว
"บ้านเกิดเขาอยู่ที่ไหนคะ?" ฉันถามต่อ
"อ้อ เป็นหมู่บ้านอพยพสร้างใหม่น่ะ รู้สึกจะชื่อหมู่บ้านใหม่สือเฉวียนโกว"
พอได้ยินแบบนั้น จู่ๆ พี่ชายก็แอบหยิกฉันใต้โต๊ะ
ในหมู่บ้านใหม่สือเฉวียนโกวแห่งนี้ มีชาวบ้านที่อพยพออกมาจากหมู่บ้านหวงเต้าในตอนนั้นอาศัยอยู่ด้วย!!
(จบแล้ว)