- หน้าแรก
- วิวาห์รักจ้าวปรโลก
- บทที่ 21 - ซินแสสายมาร (2)
บทที่ 21 - ซินแสสายมาร (2)
บทที่ 21 - ซินแสสายมาร (2)
บทที่ 21 - ซินแสสายมาร (2)
ไม่นาน พี่ชายฉันก็เปิดไฟสว่างจ้า
หัวขโมยที่โดนอัดจนหัวปูดหัวโนค่อยๆ เอามือที่บังหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นบนอย่างน่าสยดสยอง...
ฉันถึงกับอึ้งไปเลย——นี่มันไอ้หัวทองที่เจอหน้าบาร์วันก่อนนี่นา! ในข่าวบอกว่าเพื่อนมันตายไปแล้วสองคน! แล้วทำไมมันยังไม่เป็นอะไรอีกล่ะ?!
"ระวัง! หมอนี่มีอะไรแปลกๆ--"
ยังพูดไม่ทันจบ เจียงฉี่อวิ๋นก็ประสานอิน ประทับลงบนกลางกระหม่อมของไอ้หัวทองนั่น ไอ้หัวทองกระตุกเฮือกเหมือนโดนไฟช็อต ก่อนจะค่อยๆ ร่วงลงไปกองกับพื้น
ฉันเอามือปิดปาก ย่อตัวหลบอยู่ตรงบันได ไม่กล้าส่งเสียง
พี่ชายเข้าไปตรวจดูอาการ แล้วถามว่า "นี่มันโดนผีเข้าเหรอ?"
เจียงฉี่อวิ๋นมีสีหน้าเคร่งเครียด "นี่มันวิชามารของนิกายทิเบต โหวเส้าเหวินคงไปจ้างซินแสสายมารมาแน่ๆ พอรู้ว่าบ้านพวกเจ้ามีของจากตลาดมืดโลกวิญญาณ ก็เลยหมายตาโกดังพวกเจ้าเข้าให้"
"เวรเอ๊ย รู้งี้ฉันไม่ขายนังนั่นไปหรอก แกว่งเท้าหาเสี้ยนแท้ๆ!" พี่ชายสบถอย่างหงุดหงิด "วันนี้โหวเส้าเหวินยังมาถามหาเจดีย์สำริดเคลือบแปดเหลี่ยมอีก ต้องเป็นไอ้ซินแสนั่นสั่งมาแน่ๆ"
"เจดีย์นั่นใช้สำหรับหลอมวิญญาณ ดูเหมือนคดีสูบวิญญาณหลายคดีช่วงนี้ น่าจะเกี่ยวกับซินแสคนนี้นี่แหละ" เจียงฉี่อวิ๋นขมวดคิ้ว
วิญญาณของคนตายต้องไปสู่ปรโลก การสูบวิญญาณแบบนี้ถือเป็นการละเมิดกฎแห่งปรโลกอย่างร้ายแรง เจียงฉี่อวิ๋นคงอยู่เฉยไม่ได้แน่
หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน พี่ชายก็ตัดสินใจโทรหาผู้กองหลู "ผู้กอง ไม่ว่าคุณจะเชื่อเรื่องผีหรือไม่ ช่วยเอาไอ้หัวทองนี่ไปทีเถอะ อย่าปล่อยให้นอนเน่าอยู่ในบ้านฉันเลย เห็นแล้วรำคาญตา"
เจียงฉี่อวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองฉัน แล้วเดินขึ้นมาหิ้วคอเสื้อฉันกลับเข้าห้อง "ช่วงนี้ระวังตัวด้วยล่ะ อยู่ห่างจากคนแปลกหน้าเข้าไว้"
ฉันพยักหน้าหงึกหงัก แต่ก็อดห่วงไม่ได้ "แต่พี่ชายฉันวิชาก็แค่หางอึ่ง พ่อฉันก็นอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาล ไม่รู้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกหรือเปล่า..."
"มีข้าอยู่ทั้งคน..." จู่ๆ เขาก็ยื่นมือมาขอโทรศัพท์ฉัน "เอาโทรศัพท์เจ้ามานี่"
ฉันเห็นปลายนิ้วเขาเปล่งแสงสีขาววาบ แล้ววาดอักขระซับซ้อนทับลงบนโทรศัพท์ของฉัน หรือว่านี่จะเป็นการเปิดการเชื่อมต่อโลกวิญญาณให้โทรศัพท์ฉัน?
ยมทูตคนนั้นเคยบอกว่า ถ้าโทรศัพท์ไม่ได้รับการเชื่อมต่อโลกวิญญาณ จะไม่มีสัญญาณเวลาอยู่ในเขตอาคม
"เจียงฉี่อวิ๋น คุณไม่เอาโทรศัพท์ไปใช้บ้างล่ะ? บางทีถ้าฉันมีเรื่องฉุกเฉินอยากติดต่อคุณ จะได้หาคุณเจอไง" ฉันเสนอไอเดีย
เขาขมวดคิ้ว ถามกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "ข้าจะไปหามือถือจากไหน? เจ้าจะเผาไปให้ข้าหรือไง?"
เอ๊ะ...
เผาไปให้?
ฉันเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าทำไมเขาถึงใส่แต่ชุดสไตล์จีนโบราณ ก็เพราะมันคือชุดกระดาษกงเต๊กที่คนเผาไปให้นั่นเอง!
เขาเป็นผี... เขาเป็นผี... ฉันแอบขนลุกซู่
เสียงเย็นเยียบของเขาดังขึ้นอีก "ของใช้ในปรโลก ล้วนเป็นของที่ญาติพี่น้องบนโลกมนุษย์เผาไปให้ ของบางอย่างต่อให้มีเงินปรโลกก็หาซื้อไม่ได้ เพราะไม่ได้มีคนเผาไปให้เป็นการส่วนตัว"
"งั้น... เดี๋ยววันหลังฉันเผาไปให้นะ..." ฉันตอบอย่างระมัดระวัง
จะซื้ออะไรไปเผาให้เขาดีล่ะ? ขนาดแค่ยมทูตชั้นผู้น้อยยังใช้ iPhone 7 เลย ระดับเขาก็คงใช้ของไก่กาไม่ได้หรอกมั้ง...
อย่าบอกนะว่าต้องเสียเงินเป็นหมื่นซื้อ iPhone 7 ไปเผาให้เขา? บ้าไปแล้ว! แค่คิดก็เสียดายเงินจนไตสั่นแล้ว
"ทำไมเจ้าถึงได้โง่แบบนี้ฮะ?" ดูเหมือนเขาจะอ่านใจฉันออก จับคางฉันดันลงไปนั่งบนเตียง "โทรศัพท์แบบนี้จะเผาได้ยังไงเล่า? ก็ต้องไปซื้อโทรศัพท์กระดาษกงเต๊กสิ! รีบนอนได้แล้ว!"
》》》
ซินแสนิกายตันตระ มักถูกเรียกว่า "ท่านอาจารย์" ซึ่งในสายตาของนักพรตลัทธิเต๋า ถือว่าเป็นพวกมารศาสนา เป็นที่น่ารังเกียจและต้องคอยระวังตัวทั้งในหมู่นักบวชและฆราวาส
วิชามารที่ขึ้นชื่อที่สุดของพวกเขาคือ การอ้างชื่อพระปางปิติสุขมาเพื่อทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง และที่ร้ายกาจไม่แพ้กันคือ การเข้าสิงร่างคนในดินแดนฮั่น...
ฉันนั่งดูข้อมูลต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือ ใจก็แอบหวั่นๆ พวกมารศาสนาจ้องเล่นงานร้านบ้านฉันงั้นเหรอ?
ข้อความทางวีแชตเด้งขึ้นมา พี่ชายบอกว่าเขาได้เบอร์ "ซินแส" มาจากโหวเส้าเหวินแล้ว กำลังให้ผู้กองหลูช่วยตรวจสอบข้อมูลอยู่
"เสี่ยวเฉียว! ดูสิ" ซ่งเวยเปิดกล่องเก็บความร้อน เป็นหมูสามชั้นตุ๋นฝีมือแม่เธอ เธอบังคับให้ฉันชิม เราสองคนเลยซื้อข้าวเปล่ามานั่งกินกันหน้าร้านสะดวกซื้อ
"น้องชายเธอเป็นไงบ้าง?"
"ดีขึ้นเยอะแล้วล่ะ! ให้ตากแดดอีกหน่อยก็คงหายดี อ้อ ว่างเมื่อไหร่เราไปดูบ้านกันนะ? ที่บ้านตั้งใจจะขายที่ดินแล้วไปซื้อคอนโดอยู่ แม่กำชับนักหนาว่าต้องพาเธอไปช่วยดูให้ได้"
ฉันส่ายหน้า "ฉันก็แค่รู้แบบงูๆ ปลาๆ เธอไปจ้างซินแสตัวจริงมาดูดีกว่า"
"งั้นจ้างแฟนเธอมาดูสิ ฉันว่าเขานี่แหละซินแสตัวจริง มิน่าล่ะถึงแต่งตัวโบราณขนาดนั้น... เอ๊ะ? เขาเป็นคนในวงการเดียวกับบ้านเธอเหรอ?"
ฉันไม่อยากคุยเรื่องนี้ เลยตอบปัดๆ เปลี่ยนเรื่องคุยไปเรื่อย
ช่วงบ่ายไม่มีเรียน ซ่งเวยเลยชวนไปดูบ้าน ฉันก็กะจะไปซื้อเสื้อผ้ากระดาษกงเต๊กไปเผาให้เจียงฉี่อวิ๋นซะหน่อย จะได้ไม่ต้องทนเห็นเขาใส่แต่ชุดกงเต๊กโบราณๆ แบบนั้น
พอฉันนึกถึงตอนที่เขาบอกว่า "ข้าจะไปหามือถือจากไหน? เจ้าจะเผาไปให้ข้าหรือไง?" หรือ "ของใช้ในปรโลก ล้วนเป็นของที่ญาติพี่น้องบนโลกมนุษย์เผาไปให้" ฉันก็อดรู้สึกสงสารเขาไม่ได้
ฉันเป็นสายใยและตัวแทนของเขาบนโลกมนุษย์สินะ?
พลังการช้อปปิ้งของซ่งเวยนี่ระดับปรมาจารย์ เดินห้างไปหนึ่งแห่ง แวะดูโครงการหมู่บ้านอีกสี่แห่ง เธอก็ยังดูคึกคักอยู่เลย
"คุณหนูคะ ฉันเดินไม่ไหวแล้วนะ ฟ้ามืดแล้วเนี่ย!"
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเลิกงาน รถเมล์แน่นเป็นปลากระป๋อง แท็กซี่ก็ไม่มีว่างเลย ฉันเลยต้องจำใจเรียก Didi (แอปพลิเคชันเรียกรถ)
รถติดหนึบ ฉันกับซ่งเวยเดินช้อปปิ้งกันมาทั้งบ่าย เลยหาวหวอดๆ แล้วเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้...
》》》
ลมเย็นยะเยือกพัดมาวูบหนึ่ง ทำเอาฉันสะดุ้งตื่น
รถจอดอยู่หน้าลานเล็กๆ ที่ดูทรุดโทรม ไฟหน้ารถส่องสว่างจ้าไปที่กำแพง
ฉันใจหายวาบ——เมื่อกี้เราขึ้นรถในตัวเมืองไม่ใช่เหรอ! แล้วทำไมมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ?!
ซ่งเวยยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วคนขับล่ะ!!
ทันใดนั้น ฉันก็เห็นเงาคนยืนอยู่หน้ารถ... นั่นมันคนขับนี่นา!
ฉันเปิดประตูรถลงไป ถามว่า "ที่นี่ที่ไหน?! คุณจะทำอะไร!"
คนขับหน้าซีดเผือด พูดตะกุกตะกัก กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกอย่างผิดปกติ "กะ... ก็... มาส่ง... พวกคุณ... กลับ... กลับบ้านไง... ถึง... ถึงแล้ว..."
ฉันตกใจแทบช็อก หมอนี่โดนผีเข้าหรือเปล่าเนี่ย?
ท่าทางแขนขาเขาแปลกๆ เดินกระตุกๆ กะเผลกๆ มุ่งหน้าเข้าไปในลานบ้าน
ฉันล้วงมือถือออกมา โชคดีที่มีสัญญาณ ฉันมือสั่นรีบส่งพิกัดให้พี่ชาย ไม่นานพี่ชายก็ตอบกลับมาว่า : สามีผีของแกไปแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ
สามีผี...
เห็นสามคำนี้ในสถานการณ์แบบนี้ กลับทำให้ฉันโล่งใจขึ้นมาได้เปราะหนึ่ง
ฉันหันกลับไปกะจะปลุกซ่งเวย แต่ปรากฏว่าที่นั่งว่างเปล่า! ซ่งเวยเดินโซเซตามคนขับเข้าไปในลานบ้านเหมือนคนละเมอ!
"ซ่งเวย!" ฉันรีบวิ่งตามไปดึงเธอไว้ สีหน้าเธอแปลกๆ ตาไม่ลืมด้วยซ้ำ!
ฉันง้างมือตบหน้าเธอไปสองฉาด ซ่งเวยค่อยๆ ลืมตาขึ้น ขยี้ตาแล้วถามว่า "เอ๊ะ... ที่นี่ที่ไหนเนี่ย... ว้าย! ระวัง!"
เธอตาเหลือกโพลง ชี้มาข้างหลังฉัน ร้องตะโกนอย่างหวาดกลัว——
(จบแล้ว)