- หน้าแรก
- วิวาห์รักจ้าวปรโลก
- บทที่ 4 - คนเป็นห้ามเข้าใกล้ (2)
บทที่ 4 - คนเป็นห้ามเข้าใกล้ (2)
บทที่ 4 - คนเป็นห้ามเข้าใกล้ (2)
บทที่ 4 - คนเป็นห้ามเข้าใกล้ (2)
คำพูดของเขาหยาบคายและต่ำต้อย พลางพูดจาพล่ามไปเรื่อย พลางต้อนฉันจนมุมตรงตู้เอกสาร
"มาเป็นแฟนผมไหม? หืม? เดี๋ยวผมจะจัดการเดินเรื่องให้คุณได้โควตาเรียนต่อปริญญาโทที่มหา'ลัยเราเลย เป็นไงล่ะ?!"
เป็นไงบ้าบออะไรล่ะ! ฉันคว้ากระถางต้นกระบองเพชรเล็กๆ บนขอบหน้าต่างฟาดใส่หน้าเขาเต็มแรง!
เขาร้องลั่นพร้อมกับเบือนหน้าหลบ ฉันรีบวิ่งหนีไปทางประตูทันที
แต่ฉันวิ่งไม่ไหวเลย ร่างกายที่ถูกทรมานจนแทบจะแหลกสลายสะดุดล้มหน้าคะมำอยู่ตรงประตู นี่มันเป็นการเปิดโอกาสให้เขากระโจนใส่ชัดๆ
"คุณเป็นอาจารย์นะ!" ฉันตะโกน
"แล้วไงล่ะ?! อย่างมากก็แค่ลาออก! กูไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน! เห็นนังตัวดีอย่างมึงมาเดินลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ได้ฟันเนี่ย โคตรเสียดายเลย! กูยังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนหุ่นดีเท่านึงมาก่อนเลย——"
เขาทำท่าจะพุ่งเข้ามา เสียงกรีดร้องของฉันในวินาทีนั้นจุกอยู่ที่คอหอย
แต่แล้วเรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น——
เขาเหมือนไก่ที่รอการเชือด จู่ๆ ก็ถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอ รอยบุ๋มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนลำคอ ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพลง ลิ้นก็จุกปากจากการถูกบีบ——
ฉันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นี่คือฝีมือของคนในโลกวิญญาณคนนั้นหรือ? เขาตามติดฉันอยู่เหรอ?
เขา... เขามาช่วยฉันเหรอ?
ตอนที่ฉันได้สติกลับมา อาจารย์ที่ปรึกษากำลังถูกลากถอยหลัง เขาพยายามเอื้อมมือไปตะกุยคอตัวเอง แต่กลับคว้ามือข้างนั้นไว้ไม่ได้ กลับกลายเป็นตะกุยคอตัวเองจนเลือดอาบ
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต ลืมแม้กระทั่งลิฟต์ วิ่งรวดเดียวลงมาจากชั้นหก
พอวิ่งพ้นตัวตึกเรียน ฉันถึงได้รู้ตัวว่าหนาวสะท้านไปทั้งร่างราวกับตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง ตอนที่ฉันกำลังลูบแขนตัวเองวิ่งไปหาแสงแดด จู่ๆ นักศึกษาสาวหลายคนที่อยู่ข้างๆ ก็กรีดร้องขึ้นมา
พวกเธอชี้ไปที่ตึกเรียน ตะโกนขอความช่วยเหลืออย่างร้อนรน ฉันหันกลับไปมอง ใจก็หล่นไปถึงตาตุ่ม——
หน้าต่างบานหนึ่งบนชั้นหกแตกกระจาย อาจารย์ที่ปรึกษานั่งยองๆ อยู่บนกรอบหน้าต่างด้วยท่าทางที่พิลึกพิลั่น
เขาหันหลังออกไปข้างนอก มือข้างหนึ่งพยายามคว้าหน้าต่างที่แตกกระจาย แต่หน้าต่างมันแตกไปแล้ว เศษกระจกบนกรอบหน้าต่างจึงบาดมือเขาจนเลือดอาบ——
เพียงไม่กี่วินาที เขาก็หงายหลังตกลงมา ร่วงจากชั้นหกด้วยท่าเอาหัวลงพื้น
เสียงดังตุบ เลือดสาดกระจายเต็มพื้น ตามด้วยสมองสีขาวที่ไหลทะลักออกมา...
"กรี๊ดดดด——" เสียงกรีดร้องของนักศึกษาสาวดังแว่วเข้าหู มีสองคนถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลย
ฉันสั่นไปทั้งตัว ต้องเป็นฝีมือเขาแน่ๆ เป็นฝีมือเขาแน่ๆ!
เขาฆ่าคน เขาเป็นผีร้ายจริงๆ ด้วย!
ฉันยืนตัวสั่นเป็นลูกนก ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู "เจ้าจะร้องไห้ทำไม?"
ร้องไห้? ฉันยกมือขึ้นปาดหน้า ถึงได้รู้ว่าตัวเองตกใจจนน้ำตาไหลออกมาจริงๆ
"คุณ... คุณ... คุณเป็นผีร้ายจริงๆ ด้วย... ผีร้ายที่ทำร้ายชีวิตคน จะต้องถูกลากตัวไปรับโทษที่นรกภูมิ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เขายืนกอดอกอย่างสบายอารมณ์ สวมหน้ากากน่าเกลียดน่ากลัวนั้นยืนมองฉันจากมุมสูงอยู่ข้างๆ
"กฎเกณฑ์ข้าเป็นคนตั้ง อีกอย่าง ข้าไม่ใช่ผี"
เขายกมือขึ้นปิดตาฉันอย่างไม่ค่อยพอใจนัก "มองดูให้ดีๆ สิ ว่าผีหน้าตาเป็นยังไง"
มือเย็นเยียบลูบผ่านเปลือกตา ฉันมองไปยังที่เกิดเหตุ "อุบัติเหตุ" ตรงนั้นอย่างงุนงง
หมวกทรงสูงสีขาวใบหนึ่งดึงดูดสายตาฉัน หมวกใบนั้นทั้งสูงและแหลม ฉันไล่สายตามองลงไป--
ใบหน้าขาวซีดกำลังฉีกยิ้มให้ฉัน
"พระชายาน้อย อย่าทำเป็นไม่รู้ดีรู้ชั่วไปหน่อยเลย ท่านเทพของพวกเราไม่ใช่คนที่มีความอดทนหรอกนะ" ใบหน้าขาวซีดนั้นยิ้มให้ฉัน ริมฝีปากแดงฉานราวกับเลือดโค้งขึ้นอย่างน่าขนลุก
นี่มันยมทูตนี่นา! ยมทูตขาว!
"กรี๊ด--!!" ฉันตกใจจนร้องกรี๊ดแล้วถอยกรูด!
คนรอบข้าง... คนรอบข้างมองไม่เห็นกันหรือไง?!
"คุณ... คุณ... ตกลงคุณคือ——" ฉันหันไปเพื่อจะถามเขา
แต่เขากลับหายตัวไปแล้ว
ยมทูตขาวจูงเชือกหลายเส้น เอาโซ่เปล่าเส้นหนึ่งคล้องคอวิญญาณของอาจารย์ที่ปรึกษา พูดเนิบๆ ว่า "เฮ้อ พี่แปดก็ไม่มาช่วยเลย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว..."
ฉันตบหน้าตัวเอง นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่ไม่ใช่ความฝัน ฉันเจอผีกลางวันแสกๆ!!
ยมทูตขาวยิ้มได้น่ากลัวมาก ดวงตาที่เห็นตาขาวสามด้านแฝงไปด้วยความชั่วร้ายกำลังหลิ่วตาให้ ริมฝีปากแดงก่ำ ปลายลิ้นที่แลบออกมาเล็กน้อยดูแดงสดราวกับกำลังเลียเลือดอยู่
ตกลงเขาเป็นใครกันแน่ ถ้าเป็นผีร้าย ทำไมเขาถึงไม่กลัวยมทูตขาว?
ฉันวิ่งหนีกลับบ้านราวกับคนบ้า ขังตัวเองไว้ในห้อง ฉันต้องถามให้รู้เรื่อง ว่าสรุปแล้วเขาเป็นใครกันแน่!
พอถึงเที่ยงคืน เขาก็มาปรากฏตัวที่ห้องของฉันตรงเวลาเป๊ะ
ยังคงเป็นหน้ากากที่เย็นเฉียบใบนั้น ยังคง... ป่าเถื่อนเรียบง่ายเหมือนเดิม
"วันนี้ผู้หญิงคนนั้นพูดว่าอะไรนะ? หืม?" น้ำเสียงของเขาเจือรอยยิ้ม แต่การกระทำกลับไร้ความปรานีอย่างสิ้นเชิง
"นมโต ก้นงอน เอวคอดกิ่ว?" เขาทวนคำพูดล้อเลียนของซ่งเวย
น้ำเสียงของเขาดูเย้ยหยัน แต่การเคลื่อนไหวกลับไม่หยุดชะงักเลย ไม่ได้สนใจความรู้สึกของฉันแม้แต่น้อย
"เจ้าหัดรู้จักป้องกันตัวเองไว้ให้ดี ถ้าปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะต้องตัวเจ้า ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตาย" เขาเตือนเสียงเรียบ
ฉันกัดฟันทนความเจ็บปวดฝืดเคืองในช่วงแรก ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "คุณ... สรุปแล้วคุณเป็นใครกันแน่? ถึงจะฆ่าฉันให้ตาย ก็ขอให้ฉันตายตาหลับได้ไหม"
"เจ้าอยากจะรู้เรื่องอะไรล่ะ?" เขาแค่นเสียงหัวเราะ "ตระกูลมู่ของเจ้าไม่ได้เป็นตระกูลที่ไปมาระหว่างโลกคนเป็นกับโลกคนตายหรอกหรือ? ทำไมถึงมีลูกสาวที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างเจ้าได้ล่ะ?"
"ใช่..." ฉันยิ้มขื่น "ฉันไม่รู้อะไรเลย ตั้งแต่เกิดมาฉันก็มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้คุณ! ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ว่าตัวเองถูกเลี้ยงดูมาเพื่อเอาไว้มีเซ็กส์กับผี——"
มี... เซ็กส์?
นี่เรียกว่ามีเซ็กส์งั้นเหรอ? ความเจ็บปวด เลือด รอยช้ำทั้งตัว และความอัปยศ นี่เรียกว่าความรักงั้นเหรอ?
ฉันกัดริมฝีปาก พูดคำๆ นี้ไม่ออกจริงๆ
การเคลื่อนไหวอันเย็นชาและไร้ความปรานีของเขาหยุดชะงักลงเล็กน้อย นิ้วมือที่เย็นเฉียบปัดปอยผมข้างแก้มฉัน "เจ้าแค่จำไว้ว่า เจ้าคือภรรยาที่แต่งงานกับคนตายของข้า ต้องอยู่กับข้าไปจนตาย แค่นั้นก็พอแล้ว..."
จนตาย
ตาย
เมื่อเรื่องราวในวันนี้สิ้นสุดลง เขาไม่ได้หายตัวไปในทันที แต่กลับยื่นมือไปเกี่ยวแหวนหยกเลือดที่คอฉันขึ้นมา
"ถึงแม้สีสันของมันตอนกระดอนอยู่บนหน้าอกเจ้าจะดูสวยดี แต่ข้าก็ยังหวังให้เจ้าสวมมันไว้ที่นิ้วอย่างว่าง่าย... อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่สอง"
(จบแล้ว)