เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว

บทที่ 41 - เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว

บทที่ 41 - เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว


บทที่ 41 - เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว

"ฉินอิ่น ท่านเป็นอันใดไปหรือ"

ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์มองฉินอิ่นที่กำลังหัวเราะคิกคัก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเสียงเบา

ฉินอิ่นได้สติกลับมา โตป่านนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้อาบน้ำร่วมกับอิสตรี แม้ว่าซ่างกวนหว่านเอ๋อร์จะเป็นภรรยาที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณีก็ตาม ทว่าเพื่ออนาคตของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ ฉินอิ่นจึงพยายามสะกดกลั้นความปรารถนาในใจมาโดยตลอด

เขาปรายตามองซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่งดงามจนหาที่ติไม่ได้ รูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบนั้น เขาจะทนรับไหวจริงๆ หรือ

บัดซบเอ๊ย!

ทนไม่ไหวก็ต้องทนแล้วล่ะงานนี้

ฉินอิ่นปั้นหน้าขรึม กระแอมไอเบาๆ แล้วกล่าวว่า

"หว่านเอ๋อร์ เรื่องมันเป็นเช่นนี้ ตอนนี้เจ้ายังไม่มีแก่นวิญญาณและไม่มีปราณวิญญาณสะสมอยู่ในร่าง ดังนั้นข้าจึงต้องเป็นคนช่วยชักนำแก่นแท้แห่งแสงจันทร์ให้เจ้า ทว่าเรื่องนี้จำต้องให้ข้าลงไปแช่ในโอสถเหลวรวมปราณพร้อมกับเจ้าด้วย..."

"เช่นนั้นหรือ"

สิ้นคำกล่าวของฉินอิ่น ใบหน้าของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ก็ซับสีระเรื่อขึ้นมาจางๆ ราวกับผลผิงกั่วสุกปลั่งที่ชวนให้ผู้คนอดใจไม่ไหวอยากจะลิ้มลองสักคำ

ทว่าภาพฉากต่อไปกลับทำให้ฉินอิ่นถึงกับตาค้างตกตะลึง

ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์บนร่างออก เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องนวลเนียน บริเวณเนินอกมีเพียงเอี๊ยมสีฟ้าตัวน้อยปกปิดไว้ ทว่ามันก็ไม่อาจปิดบังทรวดทรงอันเย้ายวนใจของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ได้เลย ผิวพรรณขาวผุดผ่องดุจหิมะ ทำให้ฉินอิ่นไม่อาจละสายตาไปได้

เพียงแต่ นี่มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรือ

ใจกล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ

คราวนี้กลายเป็นฉินอิ่นที่เริ่มทำตัวไม่ถูกเสียเอง

อย่าลืมสิว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเรือนร่างของสตรีอย่างใกล้ชิดและโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้

นี่มัน...

ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ขยับเข้ามาใกล้ฉินอิ่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ข้าเป็นผู้หญิงของท่านอยู่แล้ว ข้ายังมีสิ่งใดต้องอายอีกหรือ"

"ท่านเป็นคนช่วยชีวิตข้าให้รอดพ้นจากขุมนรก ทุกสิ่งทุกอย่างของข้าล้วนเป็นของท่าน"

น้ำเสียงอันอ่อนโยนนั้นทำให้ฉินอิ่นรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งร่าง ราวกับมีเปลวไฟสุมทรวง รู้สึกอึดอัดจนอยากจะปลดปล่อยออกมาให้รู้แล้วรู้รอด

ทว่าฉินอิ่นก็สามารถสะกดกลั้นไฟราคะในใจเอาไว้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

เขาหันหลังกลับ สั่งให้คนยกถังอาบน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นก็เทโอสถเหลวรวมปราณลงไปในถัง

ฉินอิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก

"หว่านเอ๋อร์ พวกเรามาเริ่มกันเถอะ"

ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์พยักหน้ารับเบาๆ ปลายเท้าเรียวงามค่อยๆ ก้าวลงไปในถังน้ำ ส่วนฉินอิ่นก็กัดปลายลิ้นตนเองเพื่อเรียกสติ ก่อนจะแทรกตัวลงไปในถังน้ำเช่นกัน

เรื่องนี้มันช่างทรมานใจเหลือเกิน

นี่กะจะให้เขากลั้นใจตายเลยใช่หรือไม่

ภายในห้องอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันเย้ายวนใจ

ฉินอิ่นไม่กล้าชักช้า เกรงว่าจะทนไม่ไหว จึงรีบนำมุกวิญญาณจันทราออกมาทันที

เสียงของหนานกงหว่านเกอดังขึ้นในเวลานี้

"จงควบแน่นแก่นแท้แห่งแสงจันทร์ออกมา ชักนำมันไปตามเส้นชีพจรในร่างของนาง แล้วส่งเข้าไปยังเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต"

เมื่อทำตามคำแนะนำของหนานกงหว่านเกอ ฉินอิ่นก็ส่งปราณวิญญาณเข้าไปในมุกวิญญาณจันทราโดยตรง ก็เห็นเพียงภายในมุกวิญญาณมีประกายแสงสีเงินยวงส่องสว่างวูบวาบ ก่อนจะรวมตัวเข้าด้วยกัน

เพียงแค่สัมผัสกับแก่นแท้แห่งแสงจันทร์ในเสี้ยววินาที ฉินอิ่นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างเหลือเชื่อ

มิน่าเล่ามุกวิญญาณจันทราถึงมีผู้คนมากมายแย่งชิงกัน ต่อให้ใส่ปราณวิญญาณเข้าไปเพียงเสี้ยววินาที มันก็จะถูกมุกวิญญาณจันทราชำระล้างจนสะอาดหมดจด กลายเป็นปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุด

แล้วเช่นนี้ หากเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตตื่นขึ้นมา มันจะทรงพลังขนาดไหนกัน

"หว่านเอ๋อร์ ลำดับต่อไปเจ้าต้องอดทนหน่อยนะ"

ฉินอิ่นยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างออกไป ทาบลงบนเนินอกของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์อย่างแผ่วเบา ซ่างกวนหว่านเอ๋อร์หลุดเสียงครางหวานหูออกมา ทำให้ปราการความอดทนของฉินอิ่นแทบจะพังทลายลงมา

โชคดีที่ความมุ่งมั่นของเขายังคงแข็งแกร่ง อย่าลืมว่าเขาอยู่ร่วมกับเก้ามหาจักรพรรดินีมาเนิ่นนาน ความอดทนแค่นี้เขาย่อมมีอยู่แล้ว

เพียงแต่สัมผัสอันนุ่มละมุนบนฝ่ามือก็ยังทำให้เขารู้สึกร้อนรุ่มอยู่ดี

เพื่อป้องกันความผิดพลาด ฉินอิ่นจึงรีบลงมือโดยไม่สนใจสัมผัสบนฝ่ามืออีกต่อไป

แก่นแท้แห่งแสงจันทร์ถูกชักนำเข้าสู่ร่างของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร ก่อนที่ฉินอิ่นจะค่อยๆ ส่งมันเข้าสู่เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตทีละน้อย

วินาทีที่แก่นแท้แห่งแสงจันทร์หลั่งไหลเข้าสู่เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต ฉินอิ่นก็รู้สึกราวกับห้วงจิตวิญญาณถูกกระแทกอย่างรุนแรง ภายในห้วงจิตวิญญาณ ราวกับไปสัมผัสโดนข้อห้ามบางอย่าง ปรากฏภาพดวงจันทร์สีเลือดค่อยๆ ลอยเด่นชัดขึ้นมา

ในห้วงเวลานั้น ฉินอิ่นรู้สึกราวกับไม่อาจสัมผัสถึงร่างกายของตนเองได้ ราวกับตกลงไปในห้วงลึกสุดหยั่ง ร่วงหล่นลงไปในปลักโคลนที่ไม่อาจดิ้นหลุดได้

นี่คือเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตงั้นหรือ

ในขณะที่เขากำลังจะขาดใจตาย เสียงคำรามของมังกรก็ดังกึกก้องขึ้น

นั่นก็คือเสียงคำรามของวิญญาณมังกรบรรพกาลที่อยู่ในห้วงจิตวิญญาณของเขานั่นเอง

มันพุ่งเข้ากระแทกดวงจันทร์สีเลือดจนแตกสลายไปในพริบตา

ฉินอิ่นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนงุนงง

"เมื่อครู่นี้มันเกิดความรู้สึกอันใดกัน"

ฉินอิ่นไม่ค่อยเข้าใจนัก

หนานกงหว่านเกอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"นั่นคือพลังศักดิ์สิทธิ์ประจำเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีนามว่าจันทร์มายาสีเลือด มันสามารถทำลายห้วงจิตวิญญาณของผู้คนได้ในชั่วพริบตา และดึงเป้าหมายเข้าสู่ห้วงมายา"

"พลังศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ในยุคโบราณกาล ผู้ครอบครองเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตท่านหนึ่ง เคยใช้มันครอบคลุมโลกทั้งใบไว้ภายใต้แสงจันทร์มายาสีเลือด ทำให้ผู้คนทั้งหมดในโลกนั้นต้องตกตายอยู่ภายในห้วงนิทรา!"

ฉินอิ่นถึงกับเหงื่อตก ความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในใจทันที

"น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียว!"

การดึงโลกทั้งใบเข้าสู่ห้วงมายาได้ พลังจิตวิญญาณนั้นจะต้องแข็งแกร่งถึงระดับใดกัน

มาถึงตอนนี้ ฉินอิ่นถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าสิ่งที่เรียกว่าเนตรต้องห้ามนั้น มันฝืนลิขิตสวรรค์มากเพียงใด

เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว หากไม่มีวิญญาณมังกรบรรพกาลคอยปกป้อง เกรงว่าตัวเขาเองก็คงตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน

มิน่าเล่าเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ถึงไม่ยอมตื่นขึ้นมา นอกจากตัวเขาแล้ว ต่อให้ผู้อื่นมีเนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต หากไม่มีพลังจิตวิญญาณที่กล้าแข็งพอ เกรงว่าคงถูกตีกลับจนตายไปแล้ว

"นี่มัน..."

ฉินอิ่นเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นซ่างกวนหว่านเอ๋อร์ลืมตาขึ้นมาแล้ว ทว่าแววตาของนางกลับดูเหม่อลอย ภายในนัยน์ตาสีเลือดนั้น ราวกับมีกระแสเลือดกำลังหมุนวน ก่อตัวเป็นเกลียวคลื่น หากจ้องมองนานๆ อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงมายาได้

ฉินอิ่นรีบเบือนหน้าหนีทันที

"เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิตตื่นขึ้นมาแล้ว"

"ร่างกายของนางต้องการเวลาปรับตัวให้คุ้นเคยกับพลังขุมนี้เสียก่อน"

"ตอนนี้เจ้าออกไปได้แล้ว"

"รอนางตื่นขึ้นมาก็พอ"

ฉินอิ่นลุกขึ้นจากถังน้ำ สวมเสื้อคลุมสีดำ เวลานี้เขาไม่ควรอยู่รบกวนซ่างกวนหว่านเอ๋อร์

ยิ่งไปกว่านั้น ตามความหมายของท่านจักรพรรดินี สิ่งที่เขาต้องทำต่อไปก็แค่รอคอยเท่านั้น

ก่อนจากไป ฉินอิ่นยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเรือนร่างของซ่างกวนหว่านเอ๋อร์อีกสองครั้ง

ท้ายที่สุดเมื่อทนไม่ไหว เขาก็จำต้องเดินออกจากห้องไป

ฉินเสวียนกำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนอยู่ริมทะเลสาบ

จู่ๆ เสียงน้ำแตกกระจายก็ดังขึ้นสาดกระเซ็นใส่ฉินเสวียนจนเปียกปอนไปทั้งตัว

เมื่อเพ่งตามองไปยังผิวน้ำ ก็เห็นว่าเป็นพี่อิ่นของเขานั่นเอง

"พี่อิ่น นี่ท่านคิดสั้นกระโดดน้ำทำไมเนี่ย"

ฉินอิ่นหน้าดำทะมึน

"กระโดดบิดามันเถอะ!"

"ข้ากำลังดับไฟต่างหากเล่า!"

ฉินเสวียนย่อมไม่รู้ว่าการดับไฟที่เขาหมายถึงคืออันใด

ทว่าในยามนี้ ฉินอิ่นกำลังไฟสุมทรวงอย่างหนัก มีภรรยารูปโฉมงดงามปานบุปผาอยู่ตรงหน้า ได้แต่มองแต่ไม่อาจแตะต้องได้ จะไม่ให้ไฟรุ่มร้อนได้อย่างไร

แต่ทว่า

หลังจากที่ฉินอิ่นดับไฟในกายลงได้บ้างแล้ว

กลิ่นอายอันหนาวเหน็บเสียดกระดูกหลายสาย ก็ทำให้แววตาของฉินอิ่นพลันปรากฏรังสีอำมหิตขึ้นมาทันที

"มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว!"

...

จบแล้ว

จบบทที่ บทที่ 41 - เนตรศักดิ์สิทธิ์จันทร์โลหิต มีพวกแส่หาที่ตายมาอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว