- หน้าแรก
- อาชูร่ากลืนสวรรค์ กำเนิดใหม่เทพสังหารตระกูลฉิน
- บทที่ 19 - เจ้าหาเรื่องผู้ใดไม่หา กลับรนหาที่ตายกับข้า
บทที่ 19 - เจ้าหาเรื่องผู้ใดไม่หา กลับรนหาที่ตายกับข้า
บทที่ 19 - เจ้าหาเรื่องผู้ใดไม่หา กลับรนหาที่ตายกับข้า
บทที่ 19 - เจ้าหาเรื่องผู้ใดไม่หา กลับรนหาที่ตายกับข้า
ฉินอิ่นหันขวับกลับไปมอง เบื้องหลังมีร่างของคนสามคนพุ่งพรวดออกมาจากดงไม้ ในบรรดาสามคนนั้น หนึ่งคนมีอายุน้อยสวมชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ส่วนอีกสองคนอายุมากกว่าเป็นชายวัยกลางคน
และชายหนุ่มผู้นั้น ฉินอิ่นกลับรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง
เคยพบพานมาเมื่อห้าหกปีก่อน เขาคือคุณชายจากตระกูลอู๋ นามว่าอู๋ฝาน
จะกล่าวว่าแค่เคยพบก็คงไม่ถูกนัก เมื่อห้าหกปีก่อนก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ อู๋ฝานเคยคิดจะปล้นชิงทรัพย์สินของเขา ในเวลานั้นเขาเพิ่งจะเริ่มมีชื่อเสียงโดดเด่นในหมู่คนรุ่นเยาว์ของทวีปเทียนเสวียน อีกฝ่ายจึงเพ่งเล็งมาที่เขา
ปีนั้นมันถูกฉินอิ่นทุบตีจนหนีหัวซุกหัวซุน รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าสืบไปเบื้องหน้าจะไม่ทำเรื่องขี้ขโมยปล้นชิงผู้อื่นอีก
คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเวรกรรมที่ตัดกันไม่ขาด
คู่แค้นมักทางแคบ ห้าหกปีล่วงเลยผ่าน บัดนี้มันกลับหน้ามืดมาปล้นชิงตนเองอีกครั้ง
"หึหึหึ อู๋ฝาน ห้าปีผ่านไป เจ้ายังไม่พัฒนาขึ้นเลยสักนิด เรื่องที่รับปากข้าไว้ในปีนั้น ข้ายังจำได้ดี หากเจ้ายังกล้าทำเรื่องพรรค์นี้อีก ข้าจะเอาชีวิตเจ้า!"
"เจ็บแล้วไม่รู้จักจำงั้นหรือ"
น้ำเสียงของฉินอิ่นค่อยๆ กลับคืนสู่ปกติ และเมื่ออู๋ฝานได้ยินน้ำเสียงนั้น คิ้วของมันพลันขมวดเข้าหากัน คล้ายกับคุ้นหูอย่างประหลาด ทันใดนั้นมันก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงจ้องมองไปยังฉินอิ่น
"เจ้าคือฉินอิ่น!"
แววตาของอู๋ฝานฉายความหวาดหวั่นออกมาอย่างปิดไม่มิด
ฉินอิ่น เมื่อสามปีก่อนคือฝันร้ายของเหล่าอัจฉริยะมากมายในทวีปเทียนเสวียน
และเมื่อห้าปีก่อน ตัวมันเองถูกฉินอิ่นทุบตีจนแม้แต่มารดาผู้ให้กำเนิดยังจำหน้าไม่ได้ เรื่องนี้มันยังจดจำได้ฝังใจ
น้ำเสียงอันคุ้นเคยทำให้มันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
ฉินอิ่นดึงผ้าคลุมหน้าออก ดวงตาทั้งคู่จ้องมองอู๋ฝานอย่างเยือกเย็น
"ตอบถูก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัลให้"
อู๋ฝานเพ่งมองอย่างละเอียด เป็นฉินอิ่นไม่ผิดแน่ ทว่า ตัวมันจะกลัวสิ่งใดกัน
ได้ยินมาว่าฉินอิ่นกลับมาแล้ว ซ้ำยังได้ยินมาอีกว่าพรสวรรค์ได้รับความเสียหาย ระดับการฝึกตนถดถอยลง
แล้วจะมีอันใดให้ต้องหวาดกลัว
ยิ่งไปกว่านั้นข้างกายของมันยังมีผู้เยี่ยมยุทธ์ของตระกูลอู๋อยู่ด้วย จะต้องไปกลัวฉินอิ่นตัวจ้อยเพียงคนเดียวไปไย
"ฮ่าฮ่าฮ่า คู่แค้นมักทางแคบจริงๆ ห้าปีก่อนข้าปล้นเจ้า กลับถูกเจ้าหักแขน ข้ากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าไม่มีโอกาสแก้แค้น"
"คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า!"
"ได้ยินมาว่าระดับการฝึกตนของเจ้าถดถอย พรสวรรค์เสียหาย เป็นความจริงสินะ ตอนนี้กลับมีระดับพลังแค่ขั้นคลังวิญญาณเท่านั้น เมื่อสามปีก่อน เจ้าบรรลุถึงขั้นทะเลปราณจุดสูงสุดแล้วนี่นา"
"ฉินอิ่น ครั้งนี้เจ้าจะยอมส่งมอบของล้ำค่าในตัวออกมาแต่โดยดี หรือจะให้พวกข้าต้องลงมือ"
น้ำเสียงของอู๋ฝานเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
จะกลัวไปทำไม
ตัวมันเองอยู่ขั้นคลังวิญญาณจุดสูงสุด ส่วนคนข้างกายยิ่งเป็นถึงผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นทะเลปราณช่วงต้นถึงสองคน
ฉินอิ่นเป็นเพียงแค่ตัวขยะขั้นคลังวิญญาณระดับหกเท่านั้น
ประจวบเหมาะที่จะได้ล้างอายเสียที
ฉินอิ่นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ปราณมารไร้รูปลักษณ์แผ่ซ่านออกมาโดยอัตโนมัติ เขาจ้องมองอู๋ฝาน
"ระดับพลังถดถอยลงก็จริง แต่จะสังหารสวะอย่างพวกเจ้าสามคนก็นับว่าเพียงพอแล้ว"
"ในเมื่อรนหาที่ตายครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งนี้พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้รอดชีวิตกลับไปเลย"
อู๋ฝานแค่นเสียงฮึดฮัด แผดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"ข้าล่ะชอบท่าทีอวดดีของเจ้าเสียจริง!"
"หากมีปัญญาก็เข้ามาฆ่าข้าให้ตายสิ"
ฉินอิ่นแสยะยิ้มชวนขนลุก
"ไม่เคยได้ยินคำขอที่ไร้เหตุผลเช่นนี้มาก่อนเลย ได้ ข้าจะสนองให้เจ้าเอง!"
แทบจะในชั่วพริบตา ร่างของฉินอิ่นพลันอันตรธานไปจากจุดเดิม กลายสภาพเป็นเส้นแสงสีเลือดสายหนึ่ง
และปราณมารอันสะเทือนเลื่อนลั่น ก็ปะทุขึ้นในวินาทีนั้น
ประดุจดั่งทะเลเลือดที่แผ่คลุมร่างของพวกอู๋ฝานทั้งสามคนเอาไว้
"ท่านทั้งสอง ฆ่ามันซะ!"
ภายใต้อิทธิพลของปราณมาร อู๋ฝานก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้าไปในจิตใจ ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
กลิ่นอายขั้นทะเลปราณระเบิดออกในพริบตา
เมื่อบรรลุถึงขั้นทะเลปราณ พลังวิญญาณจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเป็นรูปธรรม
ผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นทะเลปราณ พลังวิญญาณภายในร่างจะมากมายมหาศาลกว่าขั้นคลังวิญญาณจุดสูงสุดถึงหลายสิบเท่าตัว
พลังวิญญาณอันหนาแน่นดั่งมหาสมุทรกระเพื่อมไหว ทั้งสองต่างกระชับอาวุธในมือ หนึ่งดาบหนึ่งกระบี่ พุ่งทะยานเข้าสังหารฉินอิ่น
ประกายดาบและรังสีกระบี่ถาโถมดั่งคลื่นยักษ์
ราวกับว่าในวินาทีถัดมาจะสามารถบดขยี้ฉินอิ่นให้แหลกลาญได้
ทว่าฉินอิ่นกลับแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่ยี่หระ
"ขั้นทะเลปราณก็มีดีเพียงเท่านี้"
คัมภีร์กระบี่ฝังชะตา
ฝังหฤทัย!
ปาดวิญญาณ!
ทะลวงหว่างคิ้ว!
ใช้ออกพร้อมกัน ประกายกระบี่สามสายพุ่งทะลวงผ่านทะเลปราณของคนทั้งสองไปอย่างเป็นเส้นตรง
ทั้งสองจำต้องดึงอาวุธกลับมาป้องกันตัว จึงสามารถสกัดกั้นกระบวนท่าสังหารนี้ไว้ได้อย่างทุลักทุเล
ทว่าความเร็วของฉินอิ่นนั้นเหนือชั้นเกินไป ประดุจสายฟ้าฟาด เพียงชั่วพริบตาก็พุ่งประชิดตัวหนึ่งในนั้นพร้อมกระบี่ซิวหลัวในมือ
ชายผู้นี้กำกระบี่ยาวแน่น สิ่งที่มันเห็นมีเพียงดวงตาสีเลือดคู่หนึ่งที่จ้องมองมา
มันตวัดกระบี่ฟันออกไป แต่กลับถูกฉินอิ่นเบี่ยงหลบได้อย่างง่ายดาย
กระบวนท่าที่สี่ ดับสูญจิต!
วินาทีต่อมา รูม่านตาของชายผู้นี้พลันเหม่อลอยไปชั่วขณะ
นี่คือผลลัพธ์ของดับสูญจิต มันสามารถทำให้ศัตรูสูญเสียสติสัมปชัญญะไปชั่วครู่
และความเป็นตาย มักจะตัดสินกันในชั่วพริบตาเสมอ
ทันทีที่ดับสูญจิตถูกใช้ออก กระบี่ซิวหลัวก็กวาดต้อนพายุโลหิตให้สาดกระเซ็น!
เพียงเห็นแสงสีเลือดกรีดผ่านลำคอของชายผู้นั้น ทิ้งรอยแผลลึกสุดสยองเอาไว้!
สิ้นใจในดาบเดียว!
นี่มัน...
อู๋ฝานสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าปอด ล่าถอยไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
ฉินอิ่นสามารถสังหารผู้อาวุโสของตระกูลพวกมันได้ในกระบี่เดียว
เจ้านี่ ทำไมถึงรู้สึกว่าน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อนเสียอีก!
เป็นไปได้อย่างไรกัน
ชายอีกคนแผดเสียงคำรามลั่น
"น้องรอง!"
ฉินอิ่นปรายตามองอย่างเย็นชา แค่นเสียงกลั้วหัวเราะ
"อย่าเพิ่งรีบร้อน อีกเดี๋ยวข้าจะส่งเจ้าตามลงไปหาน้องรองของเจ้าเอง"
คมกระบี่ฟาดฟันออกไป
คัมภีร์กระบี่ฝังชะตาระเบิดพลังในพริบตา
กระบวนท่าที่ห้า สะบั้นร่าง!
ตามระดับการฝึกตนที่เพิ่มสูงขึ้น ฉินอิ่นย่อมสามารถบรรลุถึงขั้นการใช้กระบวนท่าที่ห้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ประกายกระบี่นับสิบสาย ก่อเกิดเป็นรูปแบบอันพิสดารพุ่งทะยานออกไปอย่างดุดัน
ชายผู้นั้นเบิกตากว้าง ปราณกระบี่นี้ไม่อาจหลบเลี่ยงได้เลยแม้แต่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้นยังไร้หนทางป้องกัน ไม่ว่าจะระวังตัวเช่นไร ก็ต้องถูกกระบี่ฟาดฟันใส่หลายแผลอย่างเลี่ยงไม่ได้
มันง้างดาบในมือขึ้น ฟาดฟันออกไปสุดแรง แต่ดาบในมือกลับถูกกระแทกจนกระเด็นหลุดไป
จากนั้น รังสีกระบี่นับสิบสายก็ฟันฉับลงบนร่างของมัน
ก้อนเนื้อและหยาดโลหิตสาดกระจาย ร่างทั้งร่างถูกสับเป็นชิ้นๆ !
น่าเวทนา!
น่าเวทนาถึงขีดสุด!
ฉินอิ่นหันขวับกลับมา ดวงตาสีเลือดที่อาบย้อมไปด้วยจิตสังหารจดจ้องไปยังอู๋ฝานอย่างเยือกเย็น
อู๋ฝานทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
มันยังไม่บรรลุถึงขั้นทะเลปราณเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินอิ่นยังวิปริตเกินมนุษย์มนา
ถึงกับสังหารผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นทะเลปราณของตระกูลอู๋ตายในพริบตาถึงสองคน!
นี่มันยังใช่คนอยู่อีกหรือ!
อู๋ฝานมองฉินอิ่นด้วยความหวาดผวาสุดขีด ราวกับกำลังมองดูจอมมารฆ่าคนอันน่าสะพรึงกลัว
"ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว วันหลังข้าจะไม่กล้าทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว"
ฉินอิ่นมองอู๋ฝานที่กำลังร้องขอชีวิต พร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา
"สันดานคนบางพวก สุนัขเปลี่ยนนิสัยกินอาจมไม่ได้ มีครั้งแรกย่อมต้องมีครั้งที่สอง"
"ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหาเรื่องผู้ใดไม่หา กลับรนหาที่ตายกับข้า"
อู๋ฝานหวาดกลัวจนลนลาน รีบเอ่ยปาก
"เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ หากฆ่าข้า ตระกูลอู๋ของพวกเราไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่"
ฉินอิ่นปรายตามอง
"ป่าเขาลำเนาไพร เจ้าเป็นคนเลือกสถานที่ฝังศพให้ตัวเอง แล้วผู้ใดจะไปล่วงรู้กันเล่า"
กระบี่ร่วงหล่น
แทงทะลุหว่างคิ้วของอู๋ฝาน
ดับดิ้นในทันที
หลังจากค้นของมีค่าจากทั้งสามคนจนหมด ฉินอิ่นก็ใช้ต้นเพลิงอีกาทองคำแผดเผาร่างของพวกมันจนมอดไหม้ ไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก
เผชิญหน้ากับคนพรรค์นี้ ฉินอิ่นไม่มีวันใจอ่อนอย่างเด็ดขาด
เมื่อเห็นว่ารอบด้านไร้ผู้คน ฉินอิ่นจึงมุ่งหน้ากลับไปยังตระกูลฉิน
ลำดับต่อไป ก็ถึงเวลาเตรียมแผนการสังหารหลินผิงหู่ หอกข้างแคร่ชิ้นโตนี้เสียที!
จบแล้ว