- หน้าแรก
- สามีกำมะลอของบอสสาวลุยเดี่ยวสยบอิทธิพลมืด
- บทที่ 603 - ชักศึกเข้าบ้าน
บทที่ 603 - ชักศึกเข้าบ้าน
บทที่ 603 - ชักศึกเข้าบ้าน
บทที่ 603 - ชักศึกเข้าบ้าน
โทรศัพท์จากกรมตำรวจมณฑล?
แถมยังโทรตรงมาถึงเกาเจิ้นได้?
ดูท่าเบื้องหลังจะไม่ธรรมดาสะแล้ว!
หรือว่า ซ่งฉือจะเชิญให้คนของกรมตำรวจมณฑลออกโรงให้?
เด็กผู้หญิงอายุน้อยขนาดนี้ ไปเอาเส้นสายแบบนี้มาจากไหนกัน?
อ้างชื่อผู้บริหารตำรวจ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ในการกดขี่ข่มเหงงั้นเหรอ?
คำพูดนี้แทบจะชี้เป้าไปที่เจียงจื้อหยางตรงๆ เลยทีเดียว!
ถ้าไม่มีผู้บริหารระดับสูงมาออกหน้า เจียงจื้อหยางคงต้องเจอดีแน่!
ก็ในเมื่อมีผู้บริหารจากกรมตำรวจมณฑลแสดงจุดยืน และท่านนายกเทศมนตรีเกายังลงมาดูแลด้วยตัวเอง เจียงจื้อหยางต่อให้ไม่ตายก็คางเหลืองล่ะคราวนี้!
แต่ตอนนี้ กรมตำรวจมณฑลฮั่นตงกับคณะกรรมการพรรคเมืองเทียนโจวต่างก็ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้แล้ว
เห็นได้ชัดว่า จุดยืนของทั้งสองฝ่ายอยู่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง!
เริ่มจะยุ่งยากแล้วสิ ฝั่งหนึ่งคือกรรมตำรวจมณฑลฮั่นตง อีกฝั่งคือคณะกรรมการพรรคเมืองเทียนโจว!
จะเลือกทางไหนดีล่ะ?
ถังหย่งรู้ดีว่า ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่บนทางแยก!
เกาเจิ้นใกล้จะเกษียณแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากจะเข้ามายุ่งเรื่องนี้
ดังนั้น จุดยืนของเขาในตอนนี้ ก็คือตัวแทนจุดยืนของตำรวจเทียนโจวนั่นเอง!
ภายในห้องวีไอพี
ถังเฉินนั่งอยู่ที่ตำแหน่งประธาน โดยมีเจียงไห่เฉาและจางถิงนั่งขนาบข้าง
นอกจากนี้ เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่เหลือก็อยู่กันพร้อมหน้า
เมื่อเห็นสายเรียกเข้าจากถังหนิง ถังเฉินก็ลุกขึ้นและบอกว่า "พวกนายดื่มเป็นเพื่อนไห่เฉากันไปก่อนนะ ฉันขอออกไปรับโทรศัพท์แป๊บนึง"
เมื่อเดินออกมาที่ทางเดิน ถังเฉินก็รับสายแล้วถาม "พี่ มีอะไรเหรอ?"
ถังหนิงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน "นายยังอยู่ที่โรงแรมหรือเปล่า?"
ถังเฉินพยักหน้า "ยังอยู่"
ถังหนิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ตอนนี้นายรีบไปหาหลี่ตง แล้วเอาโทรศัพท์ให้เขาที ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขา"
ถังเฉินถามอย่างประหลาดใจ "พี่... ให้ฉันไปตอนนี้มันจะดีเหรอ?"
"ฉันเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวของเจียงไห่เฉานะ"
"เอาเป็นว่า... พี่โทรหาเขาเองไม่ได้เหรอ?"
ถังหนิงดุกลับ "สั่งให้ไปก็ไป จะถามอะไรนักหนา?"
ถังเฉินไม่กล้าเถียง "พี่ งั้นฉันไปจริงๆ นะ?"
"ถ้ามีปัญหาอะไรตามมา พี่ต้องรับผิดชอบแทนฉันด้วยนะ!"
ไปหาหลี่ตงงั้นเหรอ?
เขาแทบจะรอไม่ไหวเลยล่ะ!
ที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าไปที่ห้องของตระกูลหลี่ ก็เพราะกลัวว่าหลี่ตงจะหาเรื่อง
แต่ตอนนี้มีพี่สาวคอยหนุนหลังแล้ว จะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ?
โอกาสที่จะได้เข้าใกล้หลี่เหยาอย่างเปิดเผยแบบนี้ เขาไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปหรอก!
เพียงแต่ถังเฉินก็รู้ดีว่า ภายในห้องนั้นไม่ได้มีแค่หลี่ตงกับหลี่เหยา แต่ยังมีพ่อแม่ของหลี่ตงอยู่ด้วย
การไปเยือนครั้งนี้มีความหมายพิเศษสำหรับเขา เขาจึงไม่อยากจะทิ้งความประทับใจแย่ๆ ให้กับพ่อแม่ของหลี่ตง
ดังนั้น เขาจึงเรียกพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมมา และสั่งเหมาไถสองขวด
เตรียมของบำรุงไม่ทัน ก็คงต้องเอาแบบนี้ไปพลางๆ ก่อน
ภายในห้องวีไอพีของตระกูลหลี่
ซ่งฉือเดินเข้ามาเป็นคนสุดท้าย พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นปกติ ไม่เห็นความผิดปกติใดๆ
หลี่ตงและหูสือสือหันไปมองเธอทันที
ซ่งฉือส่ายหน้า เป็นสัญญาณบอกว่าไม่มีอะไร
แต่ในขณะนั้นเอง ก็มีคนมาเคาะประตู
ด้วยความกังวลว่าผู้มาเยือนอาจจะไม่ได้มาดี ซ่งฉือจึงเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูเอง
เมื่อเห็นว่าเป็นถังเฉิน ซ่งฉือก็ชะงักไปเล็กน้อย "คุณชายถัง?"
เธอคาดหวังว่าคงจะมีคนมาเยี่ยม แต่ไม่คิดว่าจะเป็นถังเฉิน
และถังเฉินก็ไม่ได้มามือเปล่า ในมือเขาหิ้วเหล้าขาวมาสองขวด
เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ได้มาหาเรื่อง
ถังเฉินถามขึ้น "หัวหน้าซ่ง หลี่ตงอยู่ไหมครับ?"
ในสถานการณ์เช่นนี้ แถมยังไม่รู้จุดประสงค์การมาของถังเฉิน ซ่งฉือก็ไม่รู้ว่าควรจะให้ถังเฉินเข้ามาดีไหม เกรงว่าจะเป็นการชักศึกเข้าบ้าน!
จึงทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย เพื่อให้หลี่ตงเป็นคนตัดสินใจ
เมื่อหลี่ตงเห็นดังนั้น ก็ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและเดินไปขวางประตูไว้ "คุณมาทำไม?"
เมื่ออยู่ต่อหน้าซ่งฉือ ถังเฉินก็ไม่กล้าพูดความจริง
จะให้บอกได้ยังไง?
ว่าพี่สาวฉันอยากคุยกับนาย เลยใช้ให้ฉันมาบอก?
ถังเฉินทำได้เพียงฝืนยิ้มและอธิบาย "หัวหน้าซ่ง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดครับ"
"วันนี้ผมก็มาทานอาหารที่โรงแรมนี้เหมือนกัน พอรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ แถมยังมีคุณลุงคุณป้าอยู่ด้วย เลยตั้งใจมาทักทายครับ"
หลี่ตงปฏิเสธทันควัน "คุณชายถัง ขอบคุณสำหรับน้ำใจนะครับ"
"แต่เรื่องมาทักทายคงไม่ต้องหรอก ผมไม่คิดว่าครอบครัวเราสนิทกันถึงขั้นนั้น"
"แล้วก็เอาเหล้าของคุณกลับไปด้วยนะครับ ผมไม่รับของจากคนที่ไม่ได้ทำคุณประโยชน์อะไรให้!"
ไม่ทันที่หลี่ตงจะปิดประตู แม่หลี่ก็ถามขึ้น "เสี่ยวตง ใครมาเหรอ?"
ถังเฉินรีบฉวยโอกาสพูดสวนขึ้นมาทันที "คุณป้าครับ ผมเป็นเพื่อนของหลี่เหยาครับ!"
แม่หลี่แปลกใจ "เพื่อนของเหยาเหยารึ?"
"เสี่ยวตง ทำไมไม่เชิญแขกเข้ามาในห้องล่ะ ให้เขายืนอยู่ตรงนั้นมันใช้ได้ที่ไหนกัน?"
เมื่อแม่เอ่ยปาก หลี่ตงก็ขัดไม่ได้
ก่อนจะปล่อยให้ถังเฉินเข้ามา เขาได้ส่งสายตาเตือนอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง ว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!
ถังเฉินยิ้มกริ่ม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง "สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า"
"ผมชื่อถังเฉินครับ พ่อผมเป็นเพื่อนร่วมงานกับหลี่ตง เป็นตำรวจเหมือนกันครับ"
"พอรู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดคุณลุง ผมเลยตั้งใจมาอวยพรครับ"
เมื่อเห็นถังเฉิน หลี่เหยาก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย
แม้ว่าเธอจะเคยมีเรื่องพัวพันกับถังเฉินมาก่อน แต่ท่าทีของพี่ชาย ทำให้เธอไม่มีความประทับใจที่ดีต่อคุณชายคนนี้เลย
และที่สำคัญ พวกเขาเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ทำไมจู่ๆ ถังเฉินถึงได้มาพูดถึงเธอต่อหน้าพ่อแม่แบบนี้ล่ะ?
พ่อหลี่พยักหน้าและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะปฏิเสธเรื่องเหล้า
ถังเฉินรีบพูดขึ้น "คุณลุงครับ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับ"
"ยังไงผมกับหลี่เหยาก็เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แถมยังมีความสัมพันธ์กับหลี่ตงอีก ในฐานะที่ผมเป็นเด็กรุ่นหลัง การมาอวยพรวันเกิดคุณลุงก็เป็นเรื่องสมควรแล้วครับ"
พ่อหลี่สับสน "ร่วมทุกข์ร่วมสุขเหรอ?"
สีหน้าของหลี่ตงเริ่มไม่สบอารมณ์ ถังเฉินคนนี้หมายความว่ายังไง?
อยู่ดีๆ ทำไมต้องมาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าพ่อแม่เขาด้วย คิดจะตีสนิทงั้นเหรอ?
แต่แม่หลี่ที่ความจำดีกว่า จ้องหน้าถังเฉินอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลองหยั่งเชิงถามดู "เธอ... คือเด็กผู้ชายที่ช่วยเหยาเหยาในงานนัดพบแรงงานใช่ไหม?"
เมื่อเห็นแม่หลี่จำตัวเองได้ ถังเฉินก็ยิ้มจนแก้มปริ "สวัสดีครับคุณป้า ใช่ผมเองครับ"
แม่หลี่ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น "ตายจริง ที่แท้ก็เป็นผู้มีพระคุณของเหยาเหยานี่เอง"
"เด็กสองคนนี้นี่ ไม่ยอมแนะนำกันให้ดีๆ เกือบจะจำไม่ได้แล้วเชียว"
พูดจบ แม่หลี่ก็มองค้อนหลี่เหยาไปทีหนึ่ง "พี่ชายลูกไม่บอก ลูกก็ไม่ยอมบอกเหมือนกัน"
พอได้ยินเรื่องนี้ พ่อหลี่ก็ลุกขึ้นยืนด้วยเช่นกัน "สวัสดีครับคุณถัง ผมเป็นพ่อของหลี่เหยานะครับ"
"ในนามของเหยาเหยา และในนามของครอบครัวหลี่ ขอขอบคุณสำหรับความกล้าหาญของคุณ ที่ช่วยลูกสาวผมไว้คราวก่อนนะครับ"
ถังเฉินรีบวางเหล้าลง "คุณลุงครับ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ"
"พ่อผมก็เป็นตำรวจ ผมได้รับอิทธิพลจากพ่อมาตั้งแต่เด็ก ถึงจะไม่ได้เกลียดชังความชั่วร้ายเข้าไส้ แต่พอเจอเรื่องแบบนี้ ก็คงนิ่งดูดายไม่ได้หรอกครับ"
พ่อหลี่พยักหน้า มองถังเฉินด้วยสายตาที่เอ็นดูมากขึ้น "ดี ดี สมกับที่เป็นลูกตำรวจ มีความรับผิดชอบจริงๆ!"
"เมื่อเช้านี้ ผมยังให้เหยาเหยาพาไปเยี่ยมคุณที่โรงพยาบาลอยู่เลย กะว่าจะไปขอบคุณด้วยตัวเองซะหน่อย"
"แต่หมอบอกว่าคุณออกจากโรงพยาบาลแล้ว เราก็เลยไม่ได้เบอร์ติดต่อคุณมา"
"ไม่คิดเลยว่า จะมาบังเอิญเจอกันที่นี่"
"จริงๆ พวกเราต่างหากที่ควรจะต้องขอบคุณคุณ ไม่น่าให้คุณเป็นฝ่ายมาหาแถมยังต้องเสียเงินซื้อของมาให้เลย"
"เป็นยังไงบ้าง ร่างกายฟื้นตัวดีหรือยัง ทำไมถึงออกจากโรงพยาบาลเร็วนักล่ะ?"
ถังเฉินตอบตามมารยาท "ไม่เป็นไรแล้วครับ แค่แผลถลอกภายนอก ดูน่ากลัวไปงั้นแหละครับ จริงๆ ไม่ได้ร้ายแรงอะไร"
แม่หลี่รีบจัดแจงที่นั่ง "คุณถังยังมีแผลอยู่ จะให้ยืนคุยได้ยังไง มาๆ นั่งคุยกันดีกว่า"
หลี่เหยาลุกขึ้นสละเก้าอี้ให้อย่างว่าง่าย หลี่ตงจึงทำได้เพียงนั่งลงเป็นเพื่อน
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี ถังเฉินก็แสดงท่าทีได้อย่างเหมาะสม
ด้วยความที่เป็นลูกชายของเลขาธิการถัง ฐานะทางครอบครัวจึงไม่ธรรมดา
เมื่อตั้งใจแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นความรู้ วิสัยทัศน์ หรือแม้แต่กิริยามารยาทและการพูดจา ก็เหนือกว่าคนหนุ่มสาวในวัยเดียวกันมาก
พ่อหลี่ยังไม่เท่าไหร่ เขาไม่ได้มีความคิดที่ละเอียดอ่อนนัก
แต่พอแม่หลี่มองไปที่ถังเฉิน แววตาก็เริ่มมีความหมายอื่นแอบแฝง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพอใจ
(จบแล้ว)