- หน้าแรก
- สามีกำมะลอของบอสสาวลุยเดี่ยวสยบอิทธิพลมืด
- บทที่ 501 - ต่างจากเมื่อก่อน
บทที่ 501 - ต่างจากเมื่อก่อน
บทที่ 501 - ต่างจากเมื่อก่อน
บทที่ 501 - ต่างจากเมื่อก่อน
เมื่อหลินเมิ่งหรูได้ยินก็อึ้งไป!
โดยเฉพาะฝ่ามือของโจวฉี่หนานที่โอบอยู่รอบเอว มันทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว แถมยังมีความรู้สึกขยะแขยงและน่ารังเกียจอย่างบอกไม่ถูก!
บางทีอาจจะเพราะไม่อยากพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อหน้าซ่งฉือ หรืออาจจะไม่อยากสูญเสียความเย่อหยิ่งต่อหน้าหลี่ตง
ลังเลอยู่ครู่สั้นๆ เธอก็ยอมรับคำตอบนี้โดยปริยาย
โจวฉี่หนานหัวใจเบิกบาน ไม่คิดเลยว่าตามจีบดาวห้องอย่างหลินเมิ่งหรูมาตั้งนาน
ในที่สุดวันนี้ ก็มีความคืบหน้าแบบก้าวกระโดดเสียที!
เมื่อซ่งฉือเห็นสีหน้ารังเกียจและรำคาญใจที่ฉายแวบขึ้นมาบนใบหน้าของหลินเมิ่งหรู เธอก็พอจะเดาต้นสายปลายเหตุออกลางๆ แต่เธอก็ไม่ได้พูดหักหน้าออกไปตรงๆ
หลี่ตงหันไปถามหลินเมิ่งหรูว่า "ดูสภาพเธอไม่ค่อยดีเลย ที่บ้านมีใครเข้าโรงพยาบาลหรือเปล่า?"
โจวฉี่หนานได้คืบจะเอาศอก เขาโอบหลินเมิ่งหรูเข้ามาในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจว่า "พ่อของเมิ่งหรูประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อช่วงก่อนน่ะ บาดเจ็บสาหัสเลย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล"
หลี่ตงถึงได้เข้าใจ ที่แท้ที่บ้านก็เกิดเรื่องขึ้นนี่เอง
มิน่าล่ะ ตอนที่เจอหลินเมิ่งหรูที่โชว์รูมรถครั้งก่อน เธอยังเป็นหญิงสาวที่เปล่งประกายงดงามอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับซูบผอมจนดูไม่ได้ขนาดนี้
ซ่งฉือพูดอย่างเข้าใจความรู้สึกว่า "เจอเรื่องแบบนี้ ร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์ค่ะ"
"ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร หรือมีปัญหาเรื่องเงิน ก็บอกเราได้เลยนะคะ ฉันกับหลี่ตงยินดีช่วยเต็มที่ค่ะ"
คำพูดพวกนี้ หลี่ตงไม่สามารถแสดงท่าทีได้ และก็ไม่สะดวกที่จะทำด้วย
การที่ซ่งฉือออกหน้าเป็นคนพูด จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
โจวฉี่หนานรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที
ตอนนี้หลินเมิ่งหรูกำลังช็อตเงิน ถ้าซ่งฉือคนนี้เกิดใจป้ำ ยื่นมือเข้ามาช่วยให้ตระกูลหลินผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แล้วหลินเมิ่งหรูจะมาขอร้องเขาอีกไหม?
แต่โชคดีที่หลินเมิ่งหรูยังห่วงหน้าตา ไม่อยากรับความหวังดีจากซ่งฉือ เธอฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ มีฉี่หนานคอยช่วยอยู่ คงไม่มีปัญหาอะไรมาก"
ลิฟต์ลงมาถึงชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว การสนทนาเรื่อยเปื่อยจึงจบลงเพียงเท่านั้น
พอประตูลิฟต์เปิดออก ข้างนอกกลับมีกลุ่มตำรวจยืนอยู่เต็มไปหมด
ทุกคนสวมเครื่องแบบตำรวจ และในนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่มียศไม่ธรรมดาเลย
โจวฉี่หนานเองก็ทำงานในหน่วยงานราชการ เพียงแค่กวาดตามองแวบเดียว เขาก็เดาฐานะของอีกฝ่ายออกทันที
ผู้ทรงอิทธิพลอันดับสองของกองตำรวจเทียนโจว รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำกองบังคับการตำรวจเมืองเทียนโจว และรองผู้อำนวยการบริหาร
ที่ด้านนอก ถังหย่งเพิ่งสะสางงานในมือเสร็จ ตอนนี้จึงถือโอกาสใช้ความสะดวกจากหน้าที่การงาน แวะมาดูลูกชายและลูกสาวเสียหน่อย
คิดไม่ถึงว่า จะมาบังเอิญเจอหลี่ตงและคนอื่นๆ เข้าพอดี!
ไม่รอให้ถังหย่งอ้าปากพูด โจวฉี่หนานก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นงานเป็นการ รีบเดินเข้าไปทักทายทันที "สวัสดีครับ เลขาธิการถัง!"
ถังหย่งทำหน้างง "อ้าว คุณคือ...?"
โจวฉี่หนานรีบตอบ "ผมทำงานอยู่แผนกจัดตั้งคณะกรรมการพรรคระดับเขตครับ เคยเจอท่านตอนที่ไปทำงานที่กองบังคับการตำรวจเมืองครับ"
ถังหย่งยื่นมือออกไปก่อน "อืม สวัสดี!"
เห็นได้ชัดว่าโจวฉี่หนานไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เขาไม่คิดเลยว่าเลขาธิการถังจะเป็นฝ่ายยื่นมือมาจับมือกับเขาก่อน
ราวกับจงใจจะอวดบารมีต่อหน้าหลินเมิ่งหรู ตอนที่จับมือกับถังหย่ง เขายืดอกหลังตรงเชียว
แต่โจวฉี่หนานหารู้ไม่ ว่าถังหย่งก็แค่ทำตามมารยาทเท่านั้น
เป็นเพราะมีหลี่ตงยืนอยู่ด้วย ถังหย่งไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ยังไง ก็เลยไว้หน้าหลี่ตงเท่านั้น
ไม่ทันที่โจวฉี่หนานจะได้พูดอะไรต่อ ถังหย่งก็ชักมือกลับ แล้วหันไปหาหลี่ตงด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นสนิทสนมทันที "เสี่ยวตง!"
"ไอ้หนุ่ม ลงมาทำไมเนี่ย? ฉันกำลังว่าจะขึ้นไปดูนายอยู่พอดี"
"ทำไมออกจากโรงพยาบาลเร็วนักล่ะ ร่างกายไหวเหรอ?"
ระหว่างที่พูด ถังหย่งก็เอามือวางบนแขนของหลี่ตงด้วย
ความสนิทสนมแบบนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้ว!
หลี่ตงอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอบคุณเลขาธิการถังที่เป็นห่วงครับ ไม่เป็นอะไรมากแล้ว หมอตรวจดูหมดแล้วครับ"
ถึงกระนั้น ถังหย่งก็ยังกำชับว่า "ถึงอย่างนั้นก็ประมาทไม่ได้นะ กลับไปแล้วอย่าเพิ่งรีบทำงาน พักผ่อนให้เต็มที่สักสองสามวันก่อน"
"เสี่ยวซ่งเอ๊ย ฉันฝากดูแลสุขภาพของสหายหลี่ตงด้วยนะ"
"รบกวนช่วยดูแลเขาให้ดีด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้น พวกเราไม่ยอมจริงๆ ด้วย!"
ซ่งฉือหัวเราะ "เลขาธิการถัง พูดแบบนี้ฉันไม่กล้ารับปากเลยค่ะ"
"ไม่อย่างนั้น ท่านรับหลี่ตงกลับไปดูแลเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาทนลำบากอยู่กับฉัน แล้วเดี๋ยวกองตำรวจเทียนโจวจะมาเอาเรื่องฉันอีก"
โจวฉี่หนานที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตาโต ภรรยาของหลี่ตงคนนี้ เป็นใครมาจากไหนกันเนี่ย?
ไม่มีความเกรงกลัวผู้บังคับบัญชาเลยสักนิด แถมยังพูดคุยหยอกล้อกับเลขาธิการถังได้อย่างเป็นธรรมชาติอีก?
ถังหย่งหัวเราะร่วน หันไปพูดกับทุกคนว่า "เห็นไหมล่ะ? สมกับเป็นนักข่าวของกองตำรวจเรา ฝีปากร้ายกาจจริงๆ"
"ดูท่าต่อให้ฉันอยากจะรับหลี่ตงกลับไป หลี่ตงก็คงไม่กล้าไปกับฉันหรอกมั้ง?"
ซ่งฉือหันไปยิ้มตาหยี "เลขาธิการถังถามนายอยู่น่ะ กล้าไหมล่ะ?"
หลี่ตงรีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ "ไม่กล้าๆ!"
ถังหย่งแซว "เสี่ยวตง นายเป็นถึงฮีโร่ของกองตำรวจเทียนโจวเราเลยนะ จะมากลัวเมียได้ยังไง?"
หลี่ตงยิ่งถ่อมตัวเข้าไปอีก "รุ่นพี่เป็นหัวหน้าผมนี่ครับ ไม่กลัวก็ไม่ได้แล้ว!"
บรรยากาศการสนทนาเป็นไปอย่างชื่นมื่น
ถังหย่งไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ บรรดาผู้บริหารระดับสูงของกองตำรวจคนอื่นๆ ก็เข้ามารุมล้อมหน้าหลัง
มีผู้บริหารอยู่เยอะขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่มีที่ยืนให้โจวฉี่หนานได้พูดอะไรเลย
ไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงพาหลินเมิ่งหรูถอยหลบไปด้านข้างอย่างรู้หน้าที่
มองดูอยู่ห่างๆ ไม่กล้าพูดแทรกแม้แต่ครึ่งคำ
จนกระทั่งวินาทีนี้ โจวฉี่หนานถึงเพิ่งตระหนักได้ ว่าช่องว่างระหว่างเขากับหลี่ตงมันกว้างขนาดไหน!
ผู้บริหารระดับเลขาธิการถัง อย่าว่าแต่เขาเลย ต่อให้เป็นแม่ของเขา ก็ยังต้องให้ความเคารพอย่างนอบน้อม ไม่กล้าเสียมารยาทเลยสักนิด
แต่ตอนนี้ล่ะ?
เลขาธิการถังกลับพูดคุยกับหลี่ตงด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเหมือนผู้หลักผู้ใหญ่คุยกับลูกหลาน!
ช่องว่างในวงการราชการ พอถูกทิ้งห่างแล้ว มันก็คือระยะห่างที่ไม่มีวันตามทันไปตลอดชีวิต!
ถึงแม้โจวฉี่หนานจะไม่อยากยอมรับ แต่เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
เส้นขนานระหว่างเขากับหลี่ตง มันได้ถูกขีดให้ห่างออกจากกันตั้งแต่ตอนนี้แล้ว
ไม่ว่าชาตินี้เขาจะพยายามมากแค่ไหน ก็คงไม่มีทางตามรอยเท้าของหลี่ตงได้ทันอีกแล้ว!
หลินเมิ่งหรูยืนอยู่ข้างๆ ถึงแม้เธอจะไม่รู้เรื่องวงการข้าราชการ
แต่เธอก็พอจะดูออกจากการกระทำของโจวฉี่หนาน การที่โจวฉี่หนานแสดงความเคารพขนาดนี้ อีกฝ่ายจะต้องเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจอย่างแน่นอน
แต่หัวหน้าระดับนี้ กลับยืนคุยกับหลี่ตงได้อย่างเป็นกันเอง
และที่สำคัญที่สุดคือ ตอนที่โจวฉี่หนานพูดเมื่อกี้ น้ำเสียงแฝงความประจบสอพลออย่างเห็นได้ชัด
แต่หลี่ตงล่ะ?
กลับสามารถพูดคุยกับหัวหน้าตำรวจระดับนี้ได้อย่างเท่าเทียม!
ต้องรู้ก่อนนะว่า โจวฉี่หนานเป็นถึงทายาทข้าราชการ
เพื่อนร่วมชั้นต่างก็เรียกเขาว่า "คุณชายโจว" แถมแม่ของโจวฉี่หนานก็เป็นถึงหัวหน้าหน่วยงานรัฐ ระดับตำแหน่งก็ไม่ธรรมดา
โจวฉี่หนานที่มีฐานะแบบนี้ ยังต้องประจบประแจงหัวหน้าตำรวจท่านนี้เลย
หลี่ตงเป็นแค่คนธรรมดาที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ แต่กลับสามารถยืนท่ามกลางวงล้อมของบรรดาผู้บริหารตำรวจแล้วคุยกันอย่างออกรสเนี่ยนะ?
สมแล้ว หลี่ตงก็ยังคงเป็นเด็กหนุ่มที่เปล่งประกายเหมือนในอดีต
ที่เปลี่ยนไปก็มีแค่เธอ ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองอีกแล้ว และกลายเป็นแค่คนธรรมดาเดินดิน!
ราวกับตั้งใจจะพูดซ้ำเติมหลินเมิ่งหรู โจวฉี่หนานจึงพูดเยาะเย้ยอยู่ข้างๆ ว่า "คิดไม่ถึงจริงๆ นะว่า หลี่ตงตอนนี้จะไม่ธรรมดาแล้ว"
"เธอรู้ไหมว่าคนที่คุยอยู่กับหลี่ตงน่ะคือใคร?"
หลินเมิ่งหรูถามกลับไปตามสัญชาตญาณ "ใครเหรอ?"
โจวฉี่หนานอธิบาย "รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำกองบังคับการตำรวจเมืองเทียนโจว และรองผู้อำนวยการบริหาร เป็นหัวหน้าระดับเทียบเท่าอธิบดีเลยนะ"
"หลี่ตงเป็นแค่ตำรวจชั้นผู้น้อย แต่กลับได้รับความสำคัญจากหัวหน้าระดับนี้"
"จุ๊ๆ อนาคตข้างหน้าต้องไปได้ไกลแน่ๆ!"
"ดูท่าพวกเพื่อนร่วมชั้น ม.ปลาย ของเรา หลี่ตงนี่แหละที่ได้ดิบได้ดีที่สุดแล้ว!"
"ไปเถอะ เราไปกดเงินกันดีกว่า อย่าไปรบกวนเวลาหลี่ตงคุยกับหัวหน้าเลย!"
(จบแล้ว)