- หน้าแรก
- เมื่อผมเกิดใหม่เป็นชาวประมงสุดเฮงในปี 1981
- บทที่ 280 - นายหน้า
บทที่ 280 - นายหน้า
บทที่ 280 - นายหน้า
บทที่ 280 - นายหน้า
อาเจี้ยนฟังจบก็พูดด้วยท่าทีไม่แยแส "นึกว่าเรื่องคอขาดบาดตายอะไรซะอีก ทำเอาพวกพี่จอดเรือแช่กันอยู่ตั้งนานสองนาน ปล่อยให้เงินลอยไปต่อหน้าต่อตาแท้ๆ อุตส่าห์ดั้นด้นมาดู..."
จ้าวตงปรายตามองเขา "ทำไม แกมีวิธีเจ๋งๆ หรือไง?"
"แหงสิ พวกเราก็แค่สลับกันกลับเข้าฝั่งสิ ทิ้งคนไว้เฝ้าอวนทางนี้ ส่วนแมงกะพรุนก็ทยอยขนกลับไปขายทีละลำไง"
จ้าวหัวหัวเราะร่วน "อาเจี้ยน ไปเปลี่ยนสมองมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย คิดแผนเด็ดๆ แบบนี้ออกด้วย"
ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นความคิดที่ดี ก็เลยผสมโรงแซวอาเจี้ยนกันอย่างสนุกสนาน
ต้ากังมองเรือทั้งสองลำแล้วบอกว่า "งั้นพวกพี่กลับไปขายก่อนละกัน กลับมาแล้วค่อยสลับให้พวกฉันกลับบ้าง ไปกลับก็แค่ชั่วโมงกว่าๆ เอง"
"ตกลง" จ้าวตงไม่ปฏิเสธ กำชับให้ทุกคนระวังตัว แล้วก็ขับเรือกลับเข้าฝั่งพร้อมกับจ้าวหัว ปล่อยให้ต้ากังเฝ้าอวนไปพลาง จับแมงกะพรุนไปพลาง
ขากลับเจอเรือประมงเยอะแยะ จ้าวตงก็พยายามขับเลี่ยงๆ ไป บางลำที่เลี่ยงไม่พ้น เขาก็หลีกทางให้ก่อน
ช่วงแมงกะพรุนชุกชุมแบบนี้ ใครๆ ก็อยากกอบโกยเงินเข้ากระเป๋ากันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากมีเรื่องมีราวหรอก
พอพวกจ้าวตงมาถึงฝั่ง คนที่เจอเมื่อวานก็ยังทำงานกันง่วนอยู่เหมือนเดิม วัยรุ่นบางคนเห็นก็ทักทายอย่างเป็นมิตร ส่วนพวกผู้หญิงก็แค่เงยหน้าขึ้นมามองแวบเดียวแล้วก้มหน้าทำงานต่อ
เจ้าอ้วนวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา "กลับมากันเร็วจัง ทำไมมีแค่สองลำล่ะ? แล้วต้ากังกับอาเจี้ยนล่ะ? ตามหลังมาเหรอ? ทำไมไม่มาพร้อมกันล่ะ?"
ยังไม่ทันจะถึงตัวก็รัวคำถามเป็นชุด
แมงกะพรุนกองเบ้อเริ่มเทิ่มกินพื้นที่บนเรือไปไม่น้อย วางเรียงรายเป็นตะกร้าๆ ดูน่าทึ่งไม่เบา
ผู้ใหญ่บ้านเดินตามหลังมาติดๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร ดูท่าทางพวกจ้าวตงก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
จ้าวตงเล่าแผนที่ตกลงกันไว้ให้ฟังอีกรอบ
เจ้าอ้วนเดาะลิ้นถอนหายใจ "ก็คงไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วล่ะ โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเท่าไหร่"
พ่อจ้าวกับผู้ใหญ่บ้านพยักหน้าเห็นด้วย
ผู้ใหญ่บ้านกับเจ้าอ้วนเล่าข้อมูลที่ไปสืบมาเมื่อเช้าให้พวกพ่อจ้าวกับจ้าวตงฟัง
"ฉันคุยกับลุงเหลียวไว้แล้ว ให้แกช่วยดูๆ เรือนรับรองให้หน่อย ตอนเรากินข้าวก็แบ่งให้แกกินด้วย"
"อืม" จ้าวตงพยักหน้ารับ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เจ้าอ้วนจะให้เฝ้าอยู่ที่นั่นตลอดก็คงไม่ได้ ผู้ใหญ่บ้านอยู่ได้ไม่กี่วันก็คงต้องกลับแล้ว คงไม่มีใครเฝ้าให้ตลอดหรอก
ถึงตอนนี้จะยังไม่มีของมีค่าอะไร แต่ก็มีแต่ของที่ต้องใช้ประจำวันทั้งนั้น ถ้าหายไปก็ลำบากแย่
ผู้ใหญ่บ้านเล่าต่อ "ฉันสืบมาหมดแล้วนะ เรือจากต่างถิ่นลำอื่นเขามีนายหน้าคอยจัดการให้หมดเลย พอเรือมาถึงฝั่งปุ๊บก็เอาของลง แล้วก็รีบออกไปจับแมงกะพรุนต่อได้เลย ส่วนเรื่องชั่งน้ำหนัก คิดตังค์ นายหน้าจะจัดการให้หมด แบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งรอให้เสียเวลา"
เจ้าอ้วนเสริม "ใช่ คนในหมู่บ้านบอกว่าตอนนี้เรือต่างถิ่นยังมาไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าช่วงพีคๆ นะ รถไถของโรงงานแปรรูปนี่วิ่งกันไม่หวาดไม่ไหว ต้องรอคิวกันเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะชั่งน้ำหนัก จ่ายเงินเสร็จ ถ้าต้องจัดการเองหมด ครึ่งวันก็หมดไปเปล่าๆ แล้ว"
เรื่องนี้ง่ายมาก จ้าวตงพาเจ้าอ้วนมาด้วยก็กะจะให้มาช่วยเรื่องขายของอยู่แล้ว แค่ไม่คิดว่าจะโชคดีเจอพวกหยางหยาง การติดต่อซื้อขายก็เลยราบรื่นขนาดนี้
มีคนอยู่แล้ว ก็ให้เจ้าอ้วนเป็นนายหน้าไปเลยสิ สำหรับเจ้าอ้วน พวกจ้าวตงไว้ใจได้อยู่แล้ว
พ่อจ้าวถาม "แล้วเรือมันต้องเยอะขนาดไหน รถไถถึงวิ่งไม่ทันล่ะ"
ผู้ใหญ่บ้านตอบ "โรงงานที่นี่รับซื้อแมงกะพรุนจากหมู่บ้านรอบๆ ด้วย รถไถก็วิ่งรอกทั้งวัน ขนาดคนในหมู่บ้านยังต้องรอรถไถกลับมาก่อนถึงจะขายได้เลย"
จ้าวตงนึกในใจ โรงงานแปรรูปนี่ทำธุรกิจใหญ่โตไม่เบาเลยแฮะ!
"จริงด้วย จ้าวตง แกจำได้ไหม เมื่อวานเรายังเจอรถไถกลับมาจากไปรับของที่อื่นเลย"
จ้าวตงจำได้แล้วว่ามีเรื่องแบบนี้จริงๆ
"เอาล่ะ วันนี้ให้เจ้าอ้วนคอยจัดการทางนี้ไปก่อน พวกเราเอาแมงกะพรุนลงจากเรือให้หมด แล้วรีบกลับไปสลับให้อาเจี้ยนกลับมา เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
พอจ้าวตงสั่งการเสร็จ ทุกคนก็เริ่มลงมือขนแมงกะพรุน
เจ้าอ้วนวิ่งตึกตักไปที่โรงงานแปรรูปแมงกะพรุนเพื่อเรียกรถไถมาลาก
จ้าวหัวกับจ้าวเผิงขนเสร็จก่อนก็ไม่ได้รอพวกจ้าวตง เพราะรู้ทางแล้ว ก็เลยรีบกลับไปสลับให้ต้ากังกับอาเจี้ยนก่อน
พอพวกจ้าวตงขนแมงกะพรุนเสร็จ เจ้าอ้วนก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา เสื้อเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปาดเหงื่อที่หน้าผากลวกๆ
หอบแฮ่กๆ บอกพ่อจ้าวกับจ้าวตงว่า "ลุงสยงบอกให้รอเดี๋ยว รถไถออกไปหมดแล้ว อีกสักสิบยี่สิบนาทีถึงจะกลับมา"
"งั้นนายเฝ้าทางนี้ไปก่อนนะ พวกเราไปล่ะ"
"โอเค"
จ้าวตงสั่งความเสร็จก็ขึ้นเรือเอาเหาฉลามกับสายเอ็นตกปลามาให้เจ้าอ้วน ระหว่างรอรถไถจะได้ตกปลาฆ่าเวลาไปพลางๆ ขืนปล่อยเหาฉลามไว้นานๆ เดี๋ยวก็ตายพอดี
ขากลับ พ่อจ้าวขับเรือ จ้าวตงทำกับข้าว เสี่ยวหู่กับเสี่ยวม่านเป็นลูกมือ
ต้องเผื่อแผ่ไปถึงต้ากังกับอาเจี้ยนด้วย เพราะเมื่อวานเตาทำกับข้าวของพวกเขาถูกย้ายไปที่เรือนรับรองแล้ว
จะเรียกว่ามื้อเช้าก็ดูจะสายไป จะเรียกมื้อเที่ยงก็ยังเร็วไปหน่อย แต่ก็ต้องกินรองท้องกันไว้ก่อน ขืนไปถึงที่แล้วยุ่งจนไม่มีเวลากินจะแย่เอา
"เสี่ยวม่าน ไปเอาปลาไหลตากแห้งมาที แห้งได้ที่แล้ว วันนี้เราจะกินกันให้พุงกางไปเลย เหนื่อยกันมามากแล้ว ต้องบำรุงซะหน่อย"
"ได้เลยพี่"
พอได้ยินว่ามีของอร่อย เสี่ยวม่านก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบวิ่งไปหยิบมาทันที ปกติของพวกนี้พวกเขาแทบไม่ได้แตะหรอก จับได้ก็ต้องเอาไปขายหมด
อยากกินเหรอ? ฝันไปเถอะ
รอบเช้านี้ ถึงจะยังไม่ได้ชั่งน้ำหนัก แต่กะด้วยสายตาแล้ว จ้าวตงว่าน่าจะพอๆ กับเมื่อวาน อย่างน้อยก็แปดเก้าร้อยตัวแหละ
พอดวงอาทิตย์ขึ้นเต็มที่ แสงก็จ้าขึ้นเยอะ
พวกแมงกะพรุนทรายสีขาว ตอนนี้จ้าวตงไม่ค่อยสนใจแล้ว ตักขึ้นมาก็เปลืองเนื้อที่แถมราคาถูกอีกต่างหาก สู้ปล่อยให้เรือไม้พายใกล้ฝั่งเขาจับกันไปดีกว่า
ขืนไปแย่งเขาจับ เดี๋ยวคนจะหาว่าหน้าเลือด อุตส่าห์สร้างภาพพจน์ดีๆ ไว้ ปล่อยให้พังไปก็ไม่คุ้มกัน
กินข้าวเสร็จ จ้าวตงก็ไปนั่งคุยกับพ่อจ้าวที่หัวเรือ "พ่อ เห็นไหม ดีนะที่ติดเต็นท์บังแดด ไม่งั้นแมงกะพรุนคงตายเกลื่อนแน่ๆ ตอนติดก็บ่นผมอยู่ได้"
"เออๆๆ แกน่ะเก่งสุด ฉลาดสุด พอใจยัง?" พ่อจ้าวขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง ตอบส่งๆ ไปงั้นแหละ
จ้าวตงรู้สึกเหมือนชกกระสอบทรายที่ทำจากสำลี มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย...
ระหว่างทางก็สวนกับต้ากังและอาเจี้ยนที่กำลังขับเรือกลับฝั่ง ระยะห่างมันไกลไปหน่อย แถมเสียงรอบข้างก็ดังหนวกหู ก็เลยไม่ได้ทักทายอะไรกัน จ้าวตงเห็นว่าเรือของพวกเขาจมลงไปในน้ำเยอะเลย แสดงว่าได้ของมาเพียบ
จ้าวตงหันไปคุยกับพ่อจ้าวต่อ "บนเรือของต้ากังแมงกะพรุนเยอะอยู่นะเนี่ย"
"ก็เขาจับนานกว่าเราตั้งชั่วโมงนึง ได้เยอะกว่าก็ไม่แปลกหรอก"
เสี่ยวหู่รีบเสริม "ใช่ๆ ถ้าเราอยู่จับต่ออีกหน่อย ก็ได้เยอะเหมือนกันแหละ"
(จบแล้ว)