- หน้าแรก
- ใครหน้าไหนมันให้ไอ้หมอนี่เป็นยิมลีดเดอร์วะเนี่ย
- บทที่ 14 นายน้อยอย่างฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อแซ่ซ่อนหน้าหรอกนะ
บทที่ 14 นายน้อยอย่างฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อแซ่ซ่อนหน้าหรอกนะ
บทที่ 14 นายน้อยอย่างฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อแซ่ซ่อนหน้าหรอกนะ
กู่ซินจัดเตรียมอาหารและโปเกบล็อกให้กับเนียโรเตและฮิโดอิเดะทีละตัว ก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงนั่งทานอาหารเช้าของตัวเองเช่นกัน
วันนี้อากาศแจ่มใส แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างจนรู้สึกอบอุ่นไปหมด
เด็กหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาไถดูเว็บไซต์ทางการของคันโตลีก กดเข้าไปในหมวดหมู่ยิม และเลือกกดเข้าไปที่ยิมโรตาอีกครั้ง
[ยิมที่ท้าทายความสามารถเอาเรื่อง ฝีมือของยิมลีดเดอร์กู่ซินถือว่าไม่เลวเลย ครั้งหน้านายน้อยคนนี้จะต้องชนะให้ได้แน่!]
เมื่อได้อ่านคอมเมนต์ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งถูกโพสต์ลงไปเมื่อคืน กู่ซินก็เผลอระบายรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เห็นได้ชัดเจนเลยว่านี่คือคอมเมนต์จากชิเงรุ มันช่างเป็นสไตล์การพูดที่บ่งบอกความเป็นชิเงรุได้ดีเยี่ยม
ทว่าใต้คอมเมนต์รีวิวดังกล่าว กลับมีคอมเมนต์ตั้งข้อสงสัยโผล่ขึ้นมาสองข้อความ
[จริงดิ นายเป็นหน้าม้าที่ยิมโรตาจ้างมาหรือเปล่าเนี่ย]
[ขำจะตายชัก ยิมขยะแบบนี้ยังมีคนสอบไม่ผ่านอีกเหรอ ฝีมือนายอยู่ระดับไหนกันเนี่ย นี่นายเอาคอยคิงไปท้าประลองมาหรือไง]
[ตอบกลับ: ไสหัวไปซะ ถ้าไม่พอใจก็ทิ้งข้อมูลติดต่อไว้แล้วมาซัดกันสักตั้ง นายน้อยอย่างฉันไม่เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อแซ่ซ่อนหน้าอยู่แล้ว โอคิโดะ ชิเงรุ]
เห็นได้ชัดเลยว่าชิเงรุในเวลานี้ไม่ใช่คุณชายน้อยผู้มีอารมณ์สุนทรีย์สักเท่าไรนัก ถึงจะเป็นในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ชิเงรุก็มีนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว
ช่วงที่เพิ่งออกเดินทางใหม่ๆ เขาทำตัวกร่างคับฟ้าคิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุดเป็นรองแค่สวรรค์ จนกระทั่งไปเจอความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในลีกเซคิเอย์และตกรอบไปอย่างรวดเร็ว ความล้มเหลวครั้งนั้นทำให้ชิเงรุสงบเสงี่ยมลงไปมาก
ด้วยความพ่ายแพ้จากลีกเซคิเอย์ ทำให้ตอนที่เดินทางไปถึงภูมิภาคโจโต นิสัยของชิเงรุได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ลึกๆ ในสายเลือดก็ยังคงมีความเย่อหยิ่งทระนงตนอยู่ หลังจากนั้นเขาก็พ่ายแพ้ให้กับซาโตชิในศึกชิงแชมป์ลีกชิโรงาเนะ
เมื่อถูกเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกันเอาชนะจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ ‘ปรับทัศนคติ’ ชิเงรุก็ตัดสินใจล้มเลิกเส้นทางการเป็นเทรนเนอร์แล้วผันตัวไปเป็นนักวิจัยแทน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ชิเงรุก็ยังคงเป็นคนหยิ่งทะนงอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับซาโตชิ
“พวกนักเลงคีย์บอร์ดนี่มีอยู่ทุกที่จริงๆ แฮะ”
หลังจากที่ชิเงรุตอกกลับไปด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวขนาดนั้น สองคนที่เข้ามาตั้งข้อสงสัยก็เงียบกริบไม่กล้าตอบกลับอีกเลย กู่ซินเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
โลกใบนี้มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าล้ำสมัย โซเชียลมีเดียเองก็เช่นกัน ไม่ว่าใครก็ย่อมมีแอนตี้แฟนเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่นยิมลีดเดอร์แห่งเมืองนักเคิลในภูมิภาคกาลาร์อย่างคิบานะ
คิบานะคือเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยน ในสถานการณ์ที่อดีตแชมเปี้ยนแห่งกาลาร์รุ่นก่อนหน้าอย่างมัสตาร์ดวางมือ และอดีตแชมเปี้ยนรุ่นที่แล้วอย่างพีโอนีลาออกจากตำแหน่งไป ทั่วทั้งภูมิภาคกาลาร์ก็มีเพียงแชมเปี้ยนคนปัจจุบันอย่างแดนดี้เท่านั้นที่สามารถเอาชนะคิบานะได้
พูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า คิบานะคือผู้แข็งแกร่งอันดับสองแห่งภูมิภาคกาลาร์
คิบานะเป็นคนร่าเริงและชอบเข้าสังคม ปกติเขามักจะถ่ายเซลฟี่แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นคิบานะก็ยังมีแอนตี้แฟนอยู่เยอะแยะมากมาย
ทำไมน่ะเหรอ
ก็เพราะว่าคิบานะไม่เคยเอาชนะแดนดี้ได้เลยน่ะสิ จากคำอธิบายบนลีกการ์ดของคิบานะ การประลองระหว่างเขากับแดนดี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ติดต่อกันถึงสิบครั้ง และทุกครั้งที่แพ้ ใต้โพสต์ในแอคเคานต์ของเขาก็จะเต็มไปด้วยคอมเมนต์ถากถางและเยาะเย้ยมากมายก่ายกอง
นี่แหละคือสภาพความเป็นจริงของโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน พวกนักเลงคีย์บอร์ดไม่สนหรอกว่าคิบานะจะเป็นยิมลีดเดอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคกาลาร์ และไม่สนด้วยว่าจนถึงตอนนี้คิบานะจะเป็นเทรนเนอร์ที่ล้มโปเกมอนของแดนดี้ได้มากครั้งที่สุด
สิ่งที่พวกเขารับรู้ก็มีแค่ว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าแดนดี้ คิบานะก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้แพ้ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะเขาไม่เคยคว้าชัยชนะเหนือแดนดี้ได้เลยสักครั้งเดียว
แต่นี่มันใช่เหตุผลที่คิบานะสมควรโดนล้อเลียนอย่างนั้นเหรอ
คิบานะเป็นถึงเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยนเชียวนะ! เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นที่สงสัยเลย แล้วบนโลกใบนี้ที่รวมภูมิภาคทั้งเก้าเข้าด้วยกัน มีเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยนอยู่สักกี่คนกันเชียว
ให้มากสุดก็แค่สิบกว่าคนเท่านั้น นั่นคือจำนวนของเทรนเนอร์ระดับแชมเปี้ยนทั้งหมดบนโลกเชียวนะ!
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น คิบานะก็ยังโดนชาวเน็ตล้อเลียนและถากถางอยู่ดี เพราะงั้นถึงได้บอกไงว่าบนโลกอินเทอร์เน็ตน่ะมีคนทุกประเภทจริงๆ
“ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีผู้ท้าชิงมาหรือเปล่าแฮะ”
กู่ซินไถดูรีวิวล่าสุดของยิมอื่นๆ ด้วยความเบื่อหน่าย พลางบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“แล้วเจ้าชิเงรุก็บอกว่าจะกลับมาท้าประลองอีกครั้งด้วยสิ เมื่อไหร่จะมากันนะ”
กู่ซินนึกไปถึงชิเงรุ ต้องยอมรับเลยว่าในฐานะผู้ท้าชิงคนแรกที่เข้ามาประลองกับเขาอย่างจริงจัง กู่ซินรู้สึกประทับใจในตัวหมอนั่นเอามากๆ
อืม ไว้คราวหน้าที่หมอนั่นมาท้าประลองอีกครั้ง จะต้องต้อนรับขับสู้ให้เป็นอย่างดีเลย!
“ถ้าซาโตชิมาด้วยก็คงจะดีไม่น้อยเลย”
กู่ซินหวนนึกถึงซาโตชิอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา อนิเมะโปเกมอนได้อัปเดตไปจนถึงภาคโปเกมอน ฮอไรซอนส์แล้ว
ในภาคโปเกมอน เจอร์นีย์ ซาโตชิสามารถเอาชนะราชาผู้แข็งแกร่งที่สุดคนก่อนอย่างแดนดี้ในการแข่งขันโปเกมอนเวิลด์แชมเปี้ยนชิป คว้าแชมป์มาครองและกลายเป็นเทรนเนอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกคนใหม่
แต่น่าเสียดาย ที่ถึงแม้จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว ซาโตชิก็ยังคงเชื่อว่าตัวเองยังไม่ได้เป็นโปเกมอนมาสเตอร์ตามอุดมคติที่ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นการเดินทางของเขาจึงยังคงดำเนินต่อไป
เพียงแต่... การเดินทางครั้งใหม่ของเขาในคราวนี้ จะไม่มี ‘พวกเรา’ คอยอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว
กู่ซินเคยดูภาคโปเกมอน ฮอไรซอนส์เหมือนกัน ต้องขอบอกเลยว่าถึงตอนจบของภาคโปเกมอน เจอร์นีย์จะออกมาดี แต่เรื่องการสร้างและโปรดักชันของภาคนี้นี่มันขยะมัดรวมกันชัดๆ ถึงซาโตชิจะได้แชมป์มาครองก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก
แต่โปเกมอน ฮอไรซอนส์นั้นถูกสร้างออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมประณีตมาก แถมตัวเอกคนใหม่อย่างริโกะก็น่ารักน่าเอ็นดูสุดๆ
ชักจะคิดเตลิดไปไกลแล้วสิ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ซาโตชิจะมาท้าประลองที่ยิมของเขาหรือเปล่านะ
“ถ้าอ้างอิงตามเนื้อเรื่องหลัก... ดูเหมือนว่ากว่าซาโตชิจะเดินทางมาที่เมืองโรตา ก็ต้องเป็นช่วงที่กลับมาจากภูมิภาคโฮเอ็นแล้วกำลังตระเวนท้าประลองกับแบทเทิลฟรอนเทียร์นู่นเลย”
กู่ซินลองนึกทบทวนเนื้อเรื่องในความทรงจำ ถ้าเขาจำไม่ผิด หากเรื่องราวดำเนินไปตามต้นฉบับเป๊ะๆ ด้วยความเร็วในการผจญภัยปีละหนึ่งภูมิภาค กว่าซาโตชิจะเดินทางมาถึงเมืองโรตา ก็คงต้องรอกันไปอีกตั้งสามปีโน่นเลย
นั่นก็เพราะเมืองโรตาเป็นสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในเดอะมูฟวี่ภาค ‘มิวและผู้กล้าคลื่นพลัง’
“ถ้ามีโอกาสก็ลองออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างดีกว่า” กู่ซินครุ่นคิด ในเมื่อตอนนี้ตัวเขาได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว เนื้อเรื่องก็อาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อยก็เป็นได้
อีกอย่างกู่ซินก็อยากจะลองไปทำความรู้จักมักจี่กับซาโตชิดูสักครั้งจริงๆ ถึงแม้เขาจะมีตำแหน่งเป็นยิมลีดเดอร์ แต่เขาก็ยังสามารถออกไปทำธุระปะปังข้างนอกได้เหมือนกันนี่นา
การรับตำแหน่งเป็นยิมลีดเดอร์ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานของตัวเองก็จริงอยู่ ทว่ายิมลีดเดอร์ก็เป็นคนนะ ย่อมต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างสิ จริงไหมล่ะ
“กู่ซิน~”
จู่ๆ น้ำเสียงหวานไพเราะก็ดังแว่วมาให้ได้ยิน
กู่ซินหันขวับไปมอง ก็เห็นไอรีนในชุดเดรสยาวสีขาวกำลังเดินนวยนาดเข้ามาหา
ถึงแม้จะเป็นชุดกระโปรงทรงหลวมสบาย แต่ก็ไม่อาจปิดบังส่วนเว้าส่วนโค้งที่ดึงดูดสายตาเอาไว้ได้ ใบหน้างดงามหมดจดและอ่อนโยนถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา เส้นผมสีทองหยักศกเป็นลอนสลวยถูกปล่อยสยายลงมา ดูงดงามราวกับภาพวาด
“ไอรีน วันนี้มาเช้าจังเลยนะ” กู่ซินระบายยิ้มตอบกลับไป
“อื้ม~ พอดีเมื่อวานมีแขกเดินทางมาเยี่ยมเยียนที่ปราสาทน่ะ ก็เลยไม่ได้แวะมาที่ยิม” ไอรีนชิงอธิบายเหตุผลที่ตัวเองไม่ได้มาปรากฏตัวเมื่อวานให้เขาฟังก่อน
“วันนี้ก็เลยรีบมาตั้งแต่เช้ายังไงล่ะ อ๊ะจริงสิ เมื่อกี้ฉันเพิ่งได้ยินจากน้องพนักงานต้อนรับมาว่า เมื่อวานนายเอาชนะผู้ท้าชิงได้คนนึงงั้นเหรอ แถมคนๆ นั้นยังเป็นถึงหลานชายของด็อกเตอร์โอคิโดะอีกต่างหาก”
ไอรีนกะพริบดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า เอ่ยถามกู่ซินด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ
เธอรู้สึกดีใจเป็นล้นพ้นที่ในที่สุดกู่ซินก็เลิกแจกเข็มกลัดยิมให้ใครต่อใครแบบฟรีๆ เสียที!
“อืม ฮิโดอิเดะแสดงฝีมือออกมาได้ดีเยี่ยมเลยล่ะ”
“ยอดไปเลย~ ความพยายามของนายในช่วงหลายวันที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าแล้วนะ แต่แอบเสียดายจัง ถ้าเมื่อวานฉันอยู่ดูด้วยก็คงจะดี”
ไอรีนรู้สึกยินดีกับกู่ซินจากใจจริง แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย นี่มันคือครั้งแรกที่กู่ซินสามารถเอาชนะผู้ท้าชิงได้เลยนะ! แต่เธอกลับไม่ได้อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานเสียอย่างนั้น
“ไม่เป็นไรหรอกน่า หลังจากนี้ยังมีโอกาสอีกถมเถไป” กู่ซินยกยิ้มมุมปากบางเบา แจกเข็มกลัดยิมฟรีๆ น่ะเหรอ
ไม่มีทางเสียล่ะ! จากนี้ไปจะมอบเข็มกลัดให้ผู้ท้าชิงหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ท้าชิงคนนั้นจะสามารถทำให้เขายอมรับในฝีมือได้หรือเปล่าต่างหาก!
“อื้มๆ~”
ใบหน้างดงามของไอรีนเบ่งบานไปด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย ดวงตาคู่สวยหยีโค้งเป็นสระอิสว่างไสวเจิดจ้า
“เอ๊ะ เนียวฮะวิวัฒนาการแล้วเหรอเนี่ย”
จู่ๆ ไอรีนก็ชำเลืองมองไปทางเนียโรเตที่กำลังสวาปามอาหารอยู่ไม่ไกลด้วยความประหลาดใจ
“ใช่แล้วล่ะ เจ้านั่นเองก็พยายามอย่างหนักเหมือนกัน หืม”
กู่ซินพยักหน้ารับ ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา เสียงริงโทนจากสมาร์ตโฟนก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาเสียก่อน
มันคือข้อความที่พนักงานต้อนรับสาวส่งมาให้เขา ที่ยิมมีผู้ท้าชิงเดินทางมาอีกแล้ว!