- หน้าแรก
- ใครหน้าไหนมันให้ไอ้หมอนี่เป็นยิมลีดเดอร์วะเนี่ย
- บทที่ 2 ตาแก่คนนี้หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ
บทที่ 2 ตาแก่คนนี้หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ
บทที่ 2 ตาแก่คนนี้หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ
“ยังดีนะ อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนร่วมวงการมาช่วยเป็นตัวเปรียบเทียบ”
กู่ซินเลื่อนดูคอมเมนต์ด้วยความสนใจ แม้ว่าสถานการณ์ของยิมในตอนนี้จะไม่สู้ดีนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ย่ำแย่พอกัน
เดี๋ยวก่อน... ถึงจะเป็นยิมขยะเหมือนกัน แต่ความนิยมของยิมฮานาดะก็ทิ้งห่างยิมโรตาไปไกลโขเลยนี่นา
ไม่ๆๆ จะปล่อยให้ตกต่ำแบบนี้ไม่ได้
กู่ซินปรับกระบวนความคิดของตัวเองใหม่ ไหนๆ ก็มาแล้ว ยังไงก็ต้องลองพยายามกอบกู้กิจการยิมแห่งนี้ดูสักตั้ง
เพราะยังไงซะ นี่ก็คือยิมของเขานี่นา!
ถ้าเกิดว่า... ถ้าเกิดเข็นไม่ขึ้นจริงๆ ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย
ยังไงตอนนี้เขาก็มีเงิน จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น อีกอย่าง อุตส่าห์ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโปเกมอนทั้งที จะไม่ลองออกไปชมโลกอันงดงามใบนี้ได้ยังไงล่ะ
อืม... ไม่มีอะไรเสียหาย ทำไหวก็ทำไป ทำไม่ไหวก็แค่ออกเดินทางท่องเที่ยว สมบูรณ์แบบสุดๆ!
“สวนหลังบ้านนี่ก็กว้างดีอยู่หรอก แต่โปเกมอนน้อยไปหน่อยแฮะ”
กู่ซินกวาดสายตามองสวนหลังบ้านที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา นี่คือพื้นที่ด้านหลังยิมของเขา เป็นที่ดินที่ถูกกว้านซื้อไว้ทั้งหมดและตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาอย่างถูกต้อง
อาณาเขตของมันกว้างขวางมาก ภายในมีโปเกมอนป่าอาศัยอยู่ไม่น้อย การมาเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ถือเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของเขา
“พี่ลีดเดอร์คะ องค์ราชินีไอรีนมาขอเข้าพบค่ะ”
พนักงานสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเดินเข้ามาเอ่ยกับกู่ซิน
“เข้าใจแล้ว”
กู่ซินมองพนักงานสาว เธอคือหนึ่งในทีมงานของยิมโรตา และยังรับหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับผู้ท้าชิงที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วย
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจไปมา ไม่ไกลออกไปนักมีลูกแมวสีเขียวตัวหนึ่งกำลังหมอบซุ่มอยู่บนต้นไม้และจ้องเขม็งไปยังป๊อปโปะตัวหนึ่ง เมื่อเห็นเจ้านายของมันขยับตัว มันก็กระโจนลงจากต้นไม้ด้วยความปราดเปรียวแล้ววิ่งจู๊ดตรงรี่เข้ามาหาทันที
“เมี้ยว~”
เสียงร้องเล็กๆ หวานใสเสนาะหูพริ้วไหว ลูกแมวตัวน้อยพุ่งพรวดเข้ามาออดอ้อนคลอเคลียในอ้อมแขนของกู่ซินอย่างรวดเร็ว
เรือนร่างเล็กจ้อยสีเขียวอ่อน บริเวณกึ่งกลางใบหน้ามีลวดลายสีเขียวเข้มคล้ายใบไม้สี่แฉกซ้อนทับกัน แผงขนหน้าอกฟูฟ่องดูราวกับปกเสื้อ เป็นน้องแมวที่น่ารักน่าชังเอามากๆ
นี่คือ ‘เนียวฮะ’ โปเกมอนเริ่มต้นของกู่ซินที่เขาได้รับมาจากโรงเรียนโปเกมอน
“เด็กดี~ ตอนบ่ายต้องฝึกซ้อมแล้วนะ”
กู่ซินลูบหัวเล็กๆ ของเนียวฮะด้วยความเอ็นดู สัมผัสจากขนนุ่มนิ่มนั้นดีเยี่ยมสุดๆ
“เมี้ยว~!” เนียวฮะเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับเปล่งเสียงร้องด้วยความฮึกเหิมเต็มเปี่ยม
กู่ซินหัวเราะเบาๆ น่ารักจริงๆ เลย
เขาเดินเข้ายิมผ่านทางประตูหลัง แม้ว่าตอนนี้ยิมจะซบเซาไร้ความนิยม ทว่าตัวอาคารกลับโอ่อ่าหรูหราอลังการ สิ่งที่โดดเด่นกระแทกตาที่สุดก็คือความรวยซะอย่าง จะทำอะไรก็ได้
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับรอง ก็พบว่ามีคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีชมพูอมม่วงสุดหรูหรา ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าเย้ายวนใจ เรือนผมสีบลอนด์ทองดัดลอนพองฟูสยายดั่งน้ำตก ใบหน้าขาวผุดผ่องงดงามไร้ที่ติ บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎเลอค่า
“ไอรีน รอนานไหม”
กู่ซินแย้มยิ้มพลางเอ่ยทักทายหญิงสาวผู้มีกลิ่นอายสูงศักดิ์สง่างามตรงหน้า
ไอรีน ราชินีองค์ปัจจุบันแห่งอาณาจักรโอลด์รัน นั่นคือฐานะของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าเขา
ใช่แล้ว สถานที่ที่กู่ซินอยู่ในตอนนี้ก็คือเมืองโรตา หรือก็คือสถานที่ที่เป็นฉากหลังในมูฟวี่ ‘มิวและผู้กล้าคลื่นพลัง’ นั่นเอง
แน่นอนว่า ถึงจะเรียกว่าเมืองโรตา แต่ที่จริงแล้วที่นี่เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว
“ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันจ้ะ กู่ซิน ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างเหรอ”
ไอรีนหยัดกายลุกขึ้นอย่างชดช้อยและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นัยน์ตาสวยซึ้งหยาดเยิ้มดุจสายน้ำสะท้อนภาพของกู่ซินอยู่ภายใน
“จะให้เป็นยังไงได้ล่ะ ยิมตอนนี้กิจการย่ำแย่สุดๆ ไปเลยน่ะสิ”
กู่ซินทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับรินน้ำชาให้ไอรีนหนึ่งถ้วย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยความจนใจ
“เมืองโรตาตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองนิบิกับภูเขาโอสึกิมิ ทำเลตรงนี้ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ ยังไงซะคนที่เดินทางมาเมืองโรตาก็มีน้อยอยู่แล้วล่ะ”
เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ไอรีนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปลอบใจ
“ถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะที่องค์ราชินีตรัสคำนี้ออกมา” กู่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
ไอรีนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอจึงยกถ้วยชาขึ้นมาจิบแก้เก้อ
ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งอาณาจักรโอลด์รัน แต่ความจริงแล้วปีนี้เธอเพิ่งจะอายุครบยี่สิบปีเท่านั้น แถมยังถูกเลี้ยงดูฟูมฟักมาในฐานะรัชทายาทตั้งแต่ยังเด็ก เธอจึงแทบไม่ค่อยได้คลุกคลีกับผู้คนมากนัก
“ปัญหาหลักอยู่ที่ฝีมือต่างหาก ถ้าฉันเก่งกว่านี้สักหน่อยก็คงดี”
กู่ซินกลับมองโลกในแง่ดีสุดๆ จะไม่ให้มองโลกในแง่ดีได้ยังไงล่ะ เขาเพิ่งจะทะลุมิติมาหมาดๆ ที่สำคัญคือเขามีทางหนีทีไล่เตรียมไว้พร้อมสรรพแล้วต่างหาก
อย่างแย่ที่สุดก็แค่ยิมเจ๊ง แล้วเขาก็ออกเดินทางท่องเที่ยวไปซะ แค่นี้ปัญหาก็หมดไปแล้ว
“นายเพิ่งจะเรียนจบจากโรงเรียนออกมาเอง ค่อยๆ พัฒนาฝีมือไปก็พอแล้วล่ะ คุณอาก็เหลือเกิน จู่ๆ ก็หนีไปดื้อๆ ซะอย่างนั้น”
ไอรีนเอ่ยกลั้วหัวเราะ อดไม่ได้ที่จะบ่นแทนกู่ซินสักประโยคสองประโยค
เดิมทีกู่ซินเพิ่งจะเข้าเรียนที่โรงเรียนโปเกมอนได้ไม่ถึงครึ่งปี จู่ๆ ก็ถูกเรียกตัวกลับมาสืบทอด ‘กิจการของตระกูล’ ซะงั้น
การปล่อยให้เทรนเนอร์มือใหม่มารับตำแหน่งยิมลีดเดอร์ปุบปับแบบนี้ มันจะไม่ดูหลุดโลกเกินไปหน่อยหรือไง!
“ถ้าใช้คำพูดของตาแก่นั่นก็คงประมาณว่า หาเงินมาพอแล้ว ถึงเวลาต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าสักที” กู่ซินยักไหล่
“แต่ยังไงซะยิมนี้ก็เป็นของครอบครัวฉัน ถ้าพอจะประคองไปได้ฉันก็จะพยายามให้ถึงที่สุด อีกอย่างถ้าบริหารดีๆ ก็อาจจะดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาที่เมืองโรตาได้เพียบเลยด้วย”
“ถ้าฉันพอจะช่วยอะไรได้บ้างก็คงดีสินะ” ไอรีนเปรยขึ้นด้วยความรู้สึกอับจนหนทาง
ทว่าเธอเป็นเพียงราชินีบอบบางที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะจับไก่ แถมยังไม่ใช่เทรนเนอร์อะไรเทือกนั้นด้วย
จะว่าไป ตำแหน่งราชินีฟังดูสูงส่งเลอค่าก็จริง แต่ในความเป็นจริง ภายใต้สถานการณ์ที่สมาคมโปเกมอนลีกเป็นผู้กุมอำนาจยิ่งใหญ่ระดับโลก ราชินีจากเมืองเล็กๆ อย่างเธอ ก็เรียกได้ว่าเป็นการปกครองตัวเองอยู่ในกะลาแคบๆ เท่านั้น
แม้ว่าโปเกมอนลีกจะยังคงมอบอำนาจอันชอบธรรมให้กับราชวงศ์เก่าแก่เหล่านี้ แต่พูดให้ดูดีหน่อยก็คือราชินี ทว่าเนื้อแท้แล้วก็เป็นเพียงขุนนางท้องถิ่นต๊อกต๋อยที่ไร้อำนาจบารมีเท่านั้น
ยังไงเสียเมืองโรตาก็เป็นเพียงแค่เมืองเมืองหนึ่ง อดีตอาณาจักรโอลด์รันแต่เดิมก็เป็นเพียงแค่ประเทศเล็กๆ อยู่แล้ว
และอำนาจการปกครองระดับประเทศแบบนั้น โปเกมอนลีกก็ไม่มีทางยอมรับให้มีอยู่จริงหรอก หากจะสืบสาวไล่เรียงบรรพบุรุษที่เคยเป็นกษัตริย์มาก่อนล่ะก็ อันที่จริงมีอยู่ถมเถไป
อย่างเช่นอาเซโรลา ว่าที่จตุรเทพประเภทผีแห่งอโลลาในอนาคต เธอเองก็เป็นผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์อโลลา ทว่าในยุคปัจจุบันเธอก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ยุคสมัยแห่งการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเทศต่างๆ มันจบลงไปตั้งนานแล้ว
“ถ้าเป็นองค์ราชินีล่ะก็ แค่มาคอยเชียร์อยู่ข้างสนามก็ทำให้ฉันมีไฟฮึดสู้แล้วล่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซินก็เลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยแซว
“ปากหวานจังนะ” ไอรีนอดไม่ได้ที่จะค้อนขวับใส่กู่ซินไปหนึ่งวง
ถึงแม้เธอจะอายุมากกว่ากู่ซินสองปี แต่ทั้งคู่ก็เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์จึงเรียกได้ว่าสนิทสนมแนบแน่นสุดๆ
“คุณอาส่งของกลับมาให้นายด้วยนะ” จากนั้นไอรีนก็หยิบกล่องใบเล็กออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้ากู่ซิน
“ทำไมตาแก่นี่ต้องส่งของไปให้เธอทุกครั้งเลยเนี่ย”
ปากก็บ่นกระปอดกระแปด แต่มือของกู่ซินกลับซื่อสัตย์ด้วยการเปิดกล่องใบนั้นออกแต่โดยดี
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ” ไอรีนกะพริบตาปริบๆ อย่างน่ารักไร้เดียงสา
“โปเกบอลเหรอ”
กู่ซินมองดูโปเกบอลสองลูกที่อยู่ภายในกล่อง แถมยังไม่ใช่โปเกบอลเปล่าๆ อีกต่างหาก ภายในนั้นยังมีจดหมายแนบมาด้วยหนึ่งฉบับ
‘ลูกชายสุดที่รักของพ่อ เห็นจดหมายก็เหมือนเห็นหน้าพ่อนะ พ่อกับแม่เที่ยวเล่นที่อโลลาอย่างมีความสุขดี ไม่ต้องเป็นห่วง’
‘ช่วงนี้พ่อเข้าไปเช็กสถานการณ์ยิมของเราในเน็ตมาแล้ว ลูกต้องพยายามให้มากกว่านี้นะ ทำไมรีวิวแย่ๆ ถึงเยอะขนาดนั้นล่ะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราก็ทุบยิมทิ้งไปเลยดีกว่า พ่อไม่อยากให้ลูกต้องมาทนรับแรงกดดันอะไรแบบนี้หรอกนะ’
‘อ้อ มีอีกเรื่องนึง สาวๆ ที่อโลลาสวยๆ ทั้งนั้นเลย พ่อกับแม่กะว่าจะอยู่เที่ยวที่นี่ต่ออีกสักพัก พ่อกำลังพิจารณาอย่างจริงจังเลยนะว่าจะหาสาวมาเป็นแม่คนที่สองให้ลูกดีไหม ลูกว่าเวิร์คปะ’
‘จริงสิ โปเกมอนสองตัวนี้ลูกเอาไปฝึกซ้อมนะ ยังไงบ้านเราก็รวยอยู่แล้ว ตัวนึงพ่อทุ่มเงินก้อนโตขอซื้อมาจากทางลีกเลยนะ โปเกมอนหายากแบบนี้ลูกชายพ่อต้องมีไว้ครอบครอง ส่วนอีกตัวพ่อเป็นคนจับมาให้ลูกจากที่นี่เอง มีเนียวฮะแค่ตัวเดียวมันจะไปทำซากอะไรได้ล่ะ’
‘สุดท้ายนี้ ทั้งพ่อและแม่ต่างก็ถูกใจหนูไอรีนมากๆ สรุปแล้วลูกชอบหนูไอรีนไหม รีบๆ ให้คำตอบมาเร็วๆ เข้า พ่อกับแม่อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้วนะ หรือจะให้พวกพ่อช่วยหาสาวๆ คนอื่นให้ระหว่างเดินทางดีล่ะ’
กู่ซินอ่านจดหมายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์จนจบ ก่อนจะพับเก็บเข้าไปตามเดิม
ตาแก่คนนี้หมดทางเยียวยาแล้วจริงๆ!