เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 - ของขวัญ (2)

บทที่ 32 - ของขวัญ (2)

บทที่ 32 - ของขวัญ (2)


บทที่ 32 - ของขวัญ (2)

༺༻

"งั้นเหรอ? น่าเสียดายจังเลยนะ"

ปากก็บอกว่าน่าเสียดาย แต่ดูเหมือนเหวินเหวินจะไม่ได้ใส่ใจอะไรจริงๆ แถมยังไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องความสามารถหรือความผิดปกติที่เขาแสดงออกมาเมื่อคืนด้วยซ้ำ ทำเพียงแค่ตบไหล่เขาเบาๆ

"ในเมื่อป่วยอยู่ก็พักผ่อนให้เต็มที่เถอะ... อ้อ นี่ให้ ถือซะว่าเป็นของที่ระลึกก็แล้วกัน"

พูดจบ เธอก็ล้วงถุงซิปล็อกออกมาจากกระเป๋า โยนแหมะไว้ที่หัวเตียงของจี้เจวี๋ย เสียงดังกริ๊กเบาๆ ทำเอาจี้เจวี๋ยหนังตากระตุก

เขาชำเลืองมอง ชะงักไป ขยี้ตา แล้วมองอีกรอบ แต่ไม่ว่าจะมองยังไง ของที่อยู่ในถุงซิปล็อกใส่นั่น มันก็ดูเหมือนนาฬิกาข้อมือผู้หญิงชัดๆ

แถม ดูเหมือนว่า คล้ายๆ ว่า หรืออาจจะเป็น... 'เรดวิง' รุ่นเดียวกับที่จู้หงใส่เมื่อคืนนี้งั้นเหรอ?

5,100,000?!

วินาทีที่ตัวเลขราคาโผล่เข้ามาในหัว จี้เจวี๋ยก็รู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต หูอื้ออึงไปหมด "นี่ นี่ นี่... จะดีเหรอครับ?"

เขามองเหวินเหวินอย่างเหม่อลอย เริ่มสงสัยว่า หรือผู้หญิงคนนี้จะหลงเสน่ห์เขาเข้าให้แล้ว? หรือว่าสมองเขาจะเพี้ยนไปแล้ว?

แต่นี่มันตั้ง 5,100,000 เลยนะ...

เงินตั้งเยอะตั้งแยะ!

มากพอจะเลี้ยงจี้เจวี๋ยร้อยคนจากเด็กกำพร้าจนโต มากพอให้จี้เจวี๋ยเจ็ดคนไปจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของมหาวิทยาลัยเทียนเหมินรวดเดียวจบ มากพอให้จี้เจวี๋ยหนึ่งคนขายมันแล้วเอาไปแลกคอนโดหรูเห็นวิวทะเลกลางเมือง ซื้อหวนอวี่มัสแตงคันที่เมื่อก่อนเขาทำได้แค่เช็ด ไม่สิ ไม่ซื้อรถ เอาเงินก้อนนี้ไปซื้อห้องแถวปล่อยเช่า เขาก็จะกลายเป็นคนชนชั้นสูงในเมืองได้สบายๆ

งั้น... ตอนนี้เขาจะคุกเข่ากราบ ขอถวายตัวเป็นวัวเป็นม้าให้ทันไหมนะ?

เขาเงียบไป รู้สึกเหมือนตาค้างไปแล้ว นานทีเดียวกว่าเขาจะนึกอยากตบหน้าตัวเองสักสองฉาด ดึงสายตากลับมา โบกมือปฏิเสธ "ของชิ้นนี้ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ จริงๆ นะ"

รีบเอาไปเถอะ ฉันจะเปลี่ยนใจจริงๆ นะ

อย่าพูดเลย

เหวินเหวินไม่ได้แปลกใจหรือใส่ใจกับปฏิกิริยานี้

นี่เป็นสิ่งที่คนในกรมตำรวจเก็บกวาดจากที่เกิดเหตุ แล้ว 'ส่งส่วย' มาตาม 'ธรรมเนียม' แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่นี้ เผลอๆ ยังแถมอะไรมาให้อีกตั้งเยอะ หวังให้เธอปรานี ไม่ลากคนมาพัวพันมากเกินไป

ไม่รู้ว่าข้างนอกลือกันไปถึงไหนว่าเธอเป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าคนเป็นผักปลา แต่ยังไงซะ ไก่ตัวไหนที่ควรจะเชือด เธอไม่ปล่อยไว้แน่ ส่วนพวกลิงที่ไม่ได้เข้ามาเกี่ยว ถ้าหัดเจียมตัว เธอก็คงไม่บุกไปฆ่าล้างโคตรใครหรอก

อะไรที่ไม่ควรแตะก็อย่าไปแตะ เรียนรู้ที่จะเจียมตัวไว้เป็นดีที่สุด

"ทำใจให้สบายเถอะ ถึงเธอไม่เอา พวกไร้น้ำยานั่นก็เอาไปขายกินอยู่ดี สู้ให้เธอดีกว่า

ถือซะว่า... เป็นค่าทำขวัญให้เหยื่อก็แล้วกัน อีกอย่าง เธอก็ต่อสู้กับอิทธิพลมืดอย่างกล้าหาญไม่ใช่หรือไง?"

เหวินเหวินตบไหล่เขา รอยยิ้มดูพิลึก "โดยเฉพาะประโยคเด็ดนั่นน่ะ ฟังแล้วหูตาสว่างเลยนะ เพื่อนร่วมงานฉันได้ยินยังบอกว่านับถือเลยล่ะ"

"อย่าพูดเลยครับ ขอร้องล่ะ อย่าพูดถึงมันเลย"

จี้เจวี๋ยอยากจะยกมือขึ้นกุมหัว มุดดินหนีลงไปจากเตียงให้รู้แล้วรู้รอด ทะลุไปถึงแกนโลกได้ยิ่งดี เขาร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง "ตอนนั้นผมโดนผีเข้าน่ะ นั่นไม่ใช่ผม จริงๆ นะ! ปกติผมไม่ได้เบียวขนาดนั้นสักหน่อย!"

"จะเบียวหรือไม่เบียวก็ไม่สำคัญหรอก แต่ประโยคนั้นฉันชอบจริงๆ นะ"

สีหน้าของเหวินเหวินค่อยๆ เคร่งขรึมขึ้น "จี้เจวี๋ย— ยุคสมัยนี้ คนที่สามารถตื่นรู้ด้วยตัวเอง ได้รับชะตาสวรรค์โดยไม่ต้องพึ่งพาพิธีกรรมน่ะหาได้ยากมาก คนอย่างเธอยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่

แต่นอกจากเธอแล้ว ฉันเคยเห็นผู้ถูกเลือกที่หยิ่งผยองมองไม่เห็นหัวใครมาเยอะแล้ว"

"บางคนตอนแรกก็ลำพองใจคิดว่าตัวเองมีพลัง ทำได้ทุกอย่าง พอเจอความพ่ายแพ้ก็ค่อยๆ กลายเป็นพวกหัวรุนแรง สุดท้ายก็อ้างว่าไม่มีทางเลือก ทำไปเพื่อคนอื่น เพื่อส่วนรวมและอนาคต แล้วก็เดินเข้าสู่เส้นทางสายมืดจนตัวตาย

แล้วก็มีบางคน ที่ตั้งแต่เริ่มแรกก็พุ่งเข้าสู่เส้นทางแห่งความตาย ตัวเองอยู่ดีมีสุข แต่กลับไม่ให้คนอื่นได้อยู่รอด

สุดท้ายก็ทำร้ายทั้งตัวเองและคนอื่น สร้างความเดือดร้อนไม่จบไม่สิ้น..."

เหวินเหวินบอกเขาทีละคำ "เพราะงั้น พวกเขาก็ตายกันหมดแล้ว"

"..."

จี้เจวี๋ยอึกอัก อยากจะถามรายละเอียดเพิ่ม แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่สงบนิ่งจนเกือบจะเย็นชาของเธอ ดูเหมือนคำถามหลายข้อก็ได้รับคำตอบแล้ว

ไม่ต้องถามอีก

"อย่าลืมสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้ล่ะ จี้เจวี๋ย แล้วก็อย่าใช้พลังไปทำเรื่องเลวร้ายด้วยนะ"

เหวินเหวินยกมือขึ้น ชูหมัดเล็กๆ ที่ดูประณีตให้เขาดู แล้วบอกว่า "อย่าทำตัวเหมือนคนพวกนั้นล่ะ"

ท่ามกลางความเงียบ จี้เจวี๋ยมองฝ่ามือขาวผ่อง นิ้วเรียวยาว และ 'หมัดเล็กๆ' ที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยอะไรของเธอ แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ

เขาพยักหน้ารัวๆ ว่านอนสอนง่ายประหนึ่งลูกไก่

"ดีมาก งั้นฉันก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวเปล่า"

เหวินเหวินดันเก้าอี้ออก โบกมือลาเขา "ลาก่อนนะ น้องจี้เจวี๋ย ขอให้เธอเป็นคนที่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ได้นะ"

จี้เจวี๋ยตั้งใจจะลุกขึ้นไปส่งเธอตามสัญชาตญาณ แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของเธอ เขาก็ชะงักอยู่กับที่ พยักหน้ารับอย่างจริงจัง แล้วตอบเธอว่า "ผมจะเป็นให้ได้ครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เหวินเหวินก็ยิ้มออกมา

แล้วหันหลังเดินจากไป

ชั่วขณะนั้น ในห้องพักผู้ป่วยที่ว่างเปล่าเหลือเพียงจี้เจวี๋ยคนเดียว กับเสียงเดินติ๊กตอกของนาฬิกาบนโต๊ะ

ในถุงซิปล็อก ของขวัญที่ถูกทำความสะอาดและจัดการอย่างเรียบร้อยโดยผู้เชี่ยวชาญยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่รีบร้อนตามปกติ

เฝ้ารอความเมตตาและการดูแลจากเจ้านายคนใหม่

ทว่าเมื่อจี้เจวี๋ยหยิบมันขึ้นมา นอกจากความดีใจแล้ว เขากลับเริ่มปวดหัว

ห้าล้านกว่าเชียวนะ! ห้าล้านกว่า!

เกิดมาทั้งชีวิตเขายังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ขอแค่ยัดใส่กระเป๋าแล้วเดินเข้าตลาดมืด ก็มีครบทุกอย่างแล้ว... เอาเถอะ เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีประวัติการซื้อและไม่มีกล่องบรรจุภัณฑ์มาคู่กัน ต้องโดนพ่อค้าคนกลางกดราคาเละเทะแน่ๆ ขายได้สักหนึ่งในสามก็ถือว่าบุญหัวแล้ว

ดีไม่ดีไม่ได้กินเนื้อแล้วยังโดนโจรหมายหัวอีก ปัญหาตามมาไม่จบไม่สิ้น

คงไม่เก็บไว้ใส่เองหรอกมั้ง?

เดี๋ยวนะ เขามีอยู่เรือนหนึ่งแล้ว ขืนใส่อีกเรือน พี่นาฬิกาเขาจะไม่หึงเอาเหรอ? อีกอย่าง คนจนๆ อย่างเขา ต่อให้ใส่ของจริง คนก็คงคิดว่าเป็นของก๊อปอยู่ดี ไม่มีใครเชื่อหรอก

เดี๋ยวนะ... หรือแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน?

เขาเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกประตูตามสัญชาตญาณ ทิศทางที่มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังแว่วมา

หญิงร่างกำยำถือกระติกน้ำร้อนที่เติมน้ำจนเต็มด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหิ้วถุงขนมและของบำรุงพะรุงพะรัง กำลังเดินตรงมาที่ห้องพักผู้ป่วย

ถึงแม้หัวของตัวเองจะยังมีผ้าพันแผลพันอยู่ แต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ราวกับว่าไม่มีความทุกข์ยากใดจะโค่นล้มเธอได้

"ลู่มา?"

จี้เจวี๋ยก็ยิ้มออกมาเช่นกัน เขายกมือขึ้น "ผมกับพี่เฟิงเก็บเงินซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แม่... โธ่เอ๊ย ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรหรอก แม่ดูสิ ลายพร้อยเชียว ถูกจะตาย แม่ใส่ไว้เถอะ ลองใส่ดูสิ"

"แหม ในที่สุดก็รู้จักประจบแม่แล้วเหรอ?"

ลู่มาวางของลง หยิกแก้มจี้เจวี๋ยอย่างไม่จริงจังนัก รับนาฬิกามาอย่างไม่ใส่ใจ "อย่าคิดนะว่าทำตัวน่ารักแล้วจะจบ ยังไงก็ต้องนอนโรงพยาบาลต่อ... ทีหลังอย่าไปซื้อของพวกนี้อีก เปลืองเงิน"

ปากก็บ่นกระปอดกระแปด แต่พอเอามาทาบที่ข้อมือ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มจนแก้มปริ

เธอสวมมันลงบนส่วนที่เรียวเล็กที่สุดของข้อมือที่ล่ำสัน หลังจากขยับไปมาสองสามที ก็รู้สึกว่าของประณีตแบบนี้มันไม่ค่อยเข้ากับตัวเองเท่าไหร่ "ลูกดูสิ เข้ากับแม่ไหม?"

"เข้าสิครับ"

จี้เจวี๋ยพิงหลังอยู่บนเตียง มองดูรอยยิ้มและท่าทางที่มีความสุขของเธอ

"เข้ากว่าใครทั้งหมดเลย"

༺༻

จบบทที่ บทที่ 32 - ของขวัญ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว