- หน้าแรก
- เหนือชะตาสวรรค์
- บทที่ 23 - พานพบดั่งชะตาลิขิต (1)
บทที่ 23 - พานพบดั่งชะตาลิขิต (1)
บทที่ 23 - พานพบดั่งชะตาลิขิต (1)
บทที่ 23 - พานพบดั่งชะตาลิขิต (1)
༺༻
มีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ที่ลู่เฟิงแทบจะคิดว่าแว่นตามองกลางคืนมันพังไปแล้ว
แต่ตั้งแต่เช้าวันนี้เป็นต้นมา เขาได้รับความตกใจมามากพอแล้ว ตอนนี้ก็เลยรู้สึกว่าตกใจเพิ่มอีกสักเรื่องก็คงไม่เป็นไร
ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่เพิ่งจะเคยจับปืนเป็นครั้งแรกในชีวิตเนี่ยนะ ลั่นไกปืนครั้งแรกโดยไม่ต้องเล็ง แถมยังยิงเข้าเป้าที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงด้วยกระสุน 3 นัดในเวลาไม่ถึงครึ่งวินาทีในระยะ 50 เมตรเนี่ยนะ?
นี่มันใช้โปรแกรมโกงชัดๆ!
ไม่คิดจะเนียนหน่อยหรือไง?
แต่ในเสี้ยววินาทีที่เขาเห็นท่าทางการจับปืนของจี้เจวี๋ย ท่ายิงที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก สมบูรณ์แบบจนครูฝึกต้องน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ รวมไปถึงการยิงคุ้มกันที่ทำให้เพื่อนทหารต้องคุกเข่าคารวะให้ตรงนั้น ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็เริ่มสงสัยในตัวเอง... นี่เขาเข้าไปอยู่ในค่ายฝึกนรกของปลอมมาหรือเปล่าเนี่ย?
"เยี่ยมมากไอ้น้อง ฮึบ——"
ภายใต้หน้ากากของลู่เฟิง เขาอดหัวเราะร่าไม่ได้ มือขวาชักขวานสั้นที่ห้อยอยู่เอวด้านหลังออกมา จามเข้าที่กะโหลกของคนที่พุ่งเข้ามา แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ไม่สนพวกที่วิ่งไล่ตามมาข้างหลังอีกต่อไป
ปล่อยให้กระสุนของจี้เจวี๋ยพุ่งแหวกอากาศผ่านหูไปอย่างเฉียดฉิว!
ที่อยู่ห่างออกไป จี้เจวี๋ยลั่นไกอีกครั้ง
อย่างต่อเนื่อง
และแล้ว กระสุนก็เปิดกะโหลกเป้าหมายรายใหม่ได้อย่างสมเหตุสมผล หรือไม่ก็บีบให้พวกที่โผล่หัวออกมาแอบดูจากมุมอับต้องหดหัวกลับไป ไม่กล้าโผล่ออกมาอีก
เขาสัมผัสได้ถึงการเหนี่ยวไก การทำงานของกลไกการยิง กระสุนที่แผดเสียงคำรามอยู่ในลำกล้อง ปลอกกระสุนที่ถูกดีดตัวออกมาจากช่องคายปลอก——มันง่ายดายราวกับใช้มือหยิบแอปเปิลขึ้นมาสักลูก
ไม่ต้องคิด ไม่ต้องเพ่งสมาธิ เพียงแค่ง่ายดาย
เท่านั้นเอง
แต่สิ่งที่อิ่มเอมยิ่งกว่า คือ 'ความรู้สึก' ที่ได้จากการสื่อสาร 'ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณ' ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ความรู้สึกที่แสนจะโล่งสบายอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยสัมผัส
ราวกับมีใครที่มองไม่เห็นคอยจับมือสอน ชี้แนะ สลักประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานลงไปในกระดูกของเขา——
วินาทีที่พลังของจี้เจวี๋ยไหลเข้าสู่ปืนกระบอกนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงมันอย่างเป็นธรรมชาติ
มันมีจิตวิญญาณ!
จี้เจวี๋ยเกิดความตระหนักรู้อย่างลึกซึ้ง: บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีใช้พลังของเขาที่แท้จริง... สัมผัสเครื่องมือ เรียนรู้เครื่องมือ จากนั้นก็ให้เครื่องมือบอกคุณว่า วิธีการใช้งานมันที่แท้จริงคืออะไร!
ดังนั้น เขาจึงลั่นไกปืน
เล็งไปที่ผู้หญิงที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์อย่างเย็นชาอยู่ที่มุมหนึ่งของกลุ่มคนที่กำลังแตกตื่น เขามองเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของจู้หง และดวงตาสีแดงก่ำหลังแว่นตากันแดด
ดวงตาคู่นั้นกรอกไปมา และหันมาทางจี้เจวี๋ยในชั่วพริบตา
ปัง!
เสียงกระสุนแหวกอากาศดังสนั่น กระสุนทองเหลืองหมุนควงพุ่งทะลุหว่างคิ้วของเธอ เจาะทะลุกะโหลก บดขยี้สมองจนเละเป็นเต้าฮวยบูดๆ สาดกระเซ็นกระจาย——มันควรจะเป็นแบบนั้นสิ ตามหลักเหตุผล แต่น่าเสียดาย ที่มันไม่สำเร็จตั้งแต่ก้าวแรก
กระสุนเจาะเข้าไปในเนื้อ แต่กลับเหมือนพุ่งชนแผ่นเหล็กกันกระสุนอย่างจัง มันกระดอนออกมาจากกะโหลกศีรษะ!
ทิ้งไว้เพียงบาดแผลที่สมานตัวอย่างรวดเร็ว
จี้เจวี๋ยลั่นไกอีกครั้ง
ในเสี้ยววินาทีนั้น ในดวงตาของจู้หงก็มีเปลวไฟสีเลือดปะทุขึ้น เกล็ดสีจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามนั้น เธออ้าปาก พูดอะไรบางอย่างแบบไม่มีเสียง
จี้เจวี๋ยไม่ได้ยินอะไรเลย
แต่กลับทำให้เขา หนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
เพราะกล้องวงจรปิดที่เพิ่งถูกรีสตาร์ทเสร็จ กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยมาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง——【หลบไปหลบไปหลบไปหลบไปหลบไป!!!!】
โดยไม่ต้องคิด ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย จี้เจวี๋ยกระโจนไปข้างหน้า ราวกับหมาหิวตะครุบเหยื่อ ไม่มีความสวยงามหรือเท่เลยสักนิด แต่กลับลื่นไหลราวกับลาที่กลิ้งคลุกโคลน
ความลื่นไหลอันน่าเกลียด
และแล้ว พื้นคอนกรีตหนาๆ รวมทั้งป้ายที่จอดรถในบริเวณที่เขาเคยยืนอยู่ ก็แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกัน!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง
หางยาวที่มีเกล็ดสีสันแปลกประหลาดปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน โผล่มาเพียงพริบตาเดียวก็เลือนลางหายไปอีกครั้ง ยากที่จะมองเห็นในความมืดมิด แต่รังสีอินฟราเรดของกล้องวงจรปิด กลับส่งภาพมาให้จี้เจวี๋ยอย่างต่อเนื่อง
มันคือ... งูหลาม!
ในกล้องอินฟราเรด งูยักษ์รูปร่างประหลาดเลื้อยไปมาในเงามืด เกล็ดทั้งตัวสะท้อนแสงวิบวับ โปร่งแสงราวกับคริสตัล แต่เมื่อมองด้วยตาเปล่า สีสันของมันกลับกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม จนแทบแยกไม่ออกในความมืด
งูยักษ์ลำตัวยาวหลายเมตรเลื้อยคดเคี้ยว ขดตัวอยู่ในความมืด ตรงช่วงท้องของมันยังมีขารูปร่างประหลาดราวกับวิวัฒนาการไม่สมบูรณ์ลากไปมา บนใบหน้ามีเนื้องอกผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
และสิ่งที่วนเวียนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง ก็คือเปลวเพลิงสีเลือดที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและความบ้าคลั่ง!
"เชี่ย พี่เฟิงระวัง ที่นี่มีฮันเตอร์..."
ในช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จี้เจวี๋ยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง ตะโกนสุดเสียง จากนั้นก็เห็นงูยักษ์พุ่งทะยานเข้ามาเหมือนสปริง
เขาย่อตัวลงตามสัญชาตญาณ พยายามจะกลิ้งหลบ แต่ครึ่งตัวบนเพิ่งจะพุ่งออกไป ขาทั้งสองข้างก็เหมือนถูกเชือกรัดแน่น กระชากขึ้นอย่างแรง!
หางของงูยักษ์ยืดหยุ่นราวกับฝ่ามือ มันรัดขาซ้ายของเขาไว้แน่น กระตุกอย่างแรง แล้วยกตัวเขาลอยขึ้นกลางอากาศ จากนั้น ปากงูที่อ้ากว้างราวกับอ่างเลือดก็หุบลงท่ามกลางพายุกลิ่นคาวเลือด งับเข้าที่หัวของจี้เจวี๋ย
ปึ้ก
เสียงทึบหนักดังขึ้นระหว่างซี่ฟันที่ขบเข้าหากัน ปากงูที่ควรจะบดขยี้กระดูกได้เหมือนเครื่องบด กลับต้องหยุดชะงักลงกลางคัน... แขนของจี้เจวี๋ยกันเอาไว้ได้!
แม้แต่ในดวงตางูที่บ้าคลั่งก็ยังฉายแววตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อ
ใต้ชุดทำงานที่ขาดวิ่น มีเศษกระดาษที่ถูกเขี้ยวงูฉีกขาดปลิวว่อน——เพื่อป้องกันการถูกโจมตีด้วยปากมรณะของไอ้แก่คนนั้นอีกครั้ง จี้เจวี๋ยจึงนำหนังสือเล่มหนาเตอะมาพันด้วยเทปกาวพันสายไฟพันรอบแขนไว้อย่างแน่นหนา และนั่นก็คือ 'คัมภีร์ราชันสอบสามสิบม้วน' ที่เพียงพอจะทำให้น้องเล็กบ้านสกุลลู่ร้องไห้จ้าตอนกลางคืนได้เลยเชียวล่ะ!
"รสชาติของความรู้เป็นไงล่ะ?"
ท่ามกลางความเจ็บปวดจากกระดูกที่ร้าว ใบหน้าของจี้เจวี๋ยบิดเบี้ยว แสยะยิ้มออกมาโดยไม่ตั้งใจ มืออีกข้างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ลำกล้องปืนอันร้อนระอุแทงทะลุเข้าไปในดวงตาของงูยักษ์ ฉีกม่านตาจนแหลกละเอียด จากนั้นก็ลั่นไกปืนอย่างบ้าคลั่ง!
กระสุนสี่นัดติดต่อกันระเบิดออกภายในเบ้าตา งูยักษ์แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยอง ชักกระตุกอย่างรุนแรง จี้เจวี๋ยถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไปอย่างแรง กระแทกพื้นจนหน้ามืดไปชั่วขณะ เกือบจะหมดสติ
แต่เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้น ก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่ทิ่มแทงกระดูก
ร่างอันใหญ่โตของงูยักษ์เลื้อยออกมาท่ามกลางอาการชักกระตุก พุ่งเข้ามารัดร่างของจี้เจวี๋ยไว้แน่น บีบรัดเข้ามาทีละนิ้ว!
༺༻