- หน้าแรก
- เหนือชะตาสวรรค์
- บทที่ 18 - อาหารพนักงาน (1)
บทที่ 18 - อาหารพนักงาน (1)
บทที่ 18 - อาหารพนักงาน (1)
บทที่ 18 - อาหารพนักงาน (1)
༺༻
น่าเสียดายที่ถึงแม้จิตใต้สำนึกฝั่งดีจะมีไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ในที่สุดจี้เจวี๋ยก็ไม่ได้เดินหลงผิดไป
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเป็นครั้งสุดท้าย มองดูหน้าจอที่ว่างเปล่า
พี่เฟิงยังไม่โทรกลับมาเลย
โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ เหมือนคนหายสาบสูญไปเลย ผีเท่านั้นที่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน คงไม่ได้โดนเพื่อนทหารมอมเหล้าจนเมาพับไปอีกแล้วหรอกนะ?
พึ่งพาไม่ได้เลยจริงๆ ในช่วงเวลาสำคัญ แบบนี้จะไหวเหรอพี่?
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ สิ่งเดียวที่พอจะพึ่งพาได้ ก็คงมีแต่ตัวเองแล้วล่ะ
หลังจากลังเลอยู่ครู่สุดท้าย สิ่งที่โน้มน้าวใจตัวเองได้ก็คือ 'แค่ขอดูหน่อย', 'ดูแวบเดียวเท่านั้น', 'ดูให้รู้ว่าพวกมันกำลังทำอะไรอยู่แล้วจะกลับ', 'ถ้าไม่ไหวก็จะหนี'
จี้เจวี๋ยสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันหลังเดินจากไป
ยี่สิบนาทีต่อมา เขาก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูไนต์คลับอย่างผ่าเผยอีกครั้ง
สวมชุดช่างซ่อมเครื่องจักร บนหัวสวมหมวกทำงานสกปรกๆ ที่ซื้อมาจากแผงขายของมือสองในตลาดกลางคืนใกล้ๆ ในราคาสี่ร้อยเหรียญ ทำเอาจี้เจวี๋ยเสียดายเงินแทบกระอักเลือด
สิ่งเดียวที่ได้มาฟรีๆ คือกล่องเครื่องมือที่ติดอยู่ท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันเล็ก ซึ่งเขาพกติดตัวมาตลอด
สุดท้าย เขาแบกบันไดพับสภาพทรุดโทรมที่ขอยืมมาจากร้านขายฮาร์ดแวร์ด้วยความสนิทสนม
ไม่ต้องใช้บัตรสมาชิก ไม่ต้องใช้เงินสหพันธ์
บัตรผ่านประตูรุ่นพระเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว!
ตอนที่จี้เจวี๋ยไม่มีเงิน เขาก็อาศัยมุกนี้ในการหนีตั๋วอยู่บ่อยๆ แม้จะมีบ้างที่ถูกจับได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะผ่านฉลุยเสมอ
และแล้ว เขาก็เดินอาดๆ ฝ่าดงรถหรู แหวกฝูงชนที่ต่อคิวอยู่หน้าประตู พยักหน้าทักทายผู้จัดการที่อยู่หน้าประตูอย่างคล่องแคล่ว แล้วถามอย่างคลุมเครือว่า:
"ใครแจ้งซ่อมครับ?"
ผู้จัดการดูเหมือนจะอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาก้มหน้าพูดกับไมโครโฟนที่ติดหูฟังสองสามประโยค รอการตอบกลับจากอีกฝั่ง
โคมไฟคริสตัลสุดหรูในโถงใหญ่สาดแสงลงมากระทบใบหน้าของจี้เจวี๋ย
เขากลั้นหายใจจนแทบจะทนไม่ไหว
จนกระทั่งมีร่างหนึ่งรีบเดินออกมาจากข้างใน พอเห็นเขา ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่สีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว "ทำไมเพิ่งมาเนี่ย? ลิฟต์เสียมาตั้งนานแล้ว... เดี๋ยวนะ แกเอาบันไดมาทำไม?"
"หา?"
จี้เจวี๋ยอึ้งไปนิดนึง ก่อนจะรีบคิดหาเหตุผล "ก็... ซ่อมไงครับ บางทีอาจจะมีปัญหาที่ด้านบนลิฟต์ก็ได้ จริงไหม?"
ผู้จัดการพยักหน้า "แล้วเครื่องมืออย่างอื่นล่ะ?"
"อยู่ในรถครับ มันเยอะ เดี๋ยวขอเช็กดูก่อนว่าเป็นปัญหาอะไรแล้วค่อยไปขนมา"
จี้เจวี๋ยตอบส่งๆ ไป เดินตามหลังเขาเข้าไปข้างในจนได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่เห็นภาพสาวๆ เต้นรูดเสาสุดเหวี่ยงอย่างที่คิดไว้ เพราะเดินเข้าทางเดินพนักงานซะงั้น
ตลอดทางมีพนักงานเดินขวักไขว่ วุ่นวายกันไปหมด แม้แต่ตอนที่เห็นคนแบกบันไดอันเบ้อเริ่มเข้ามา พวกเขาก็แค่มองแวบเดียว แล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ
และยังมีสาวๆ ที่นุ่งน้อยห่มน้อยเดินสวนกันเป็นกลุ่มๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย ทำเอาจี้เจวี๋ยเกือบจะอดใจไม่ไหว ผู้จัดการที่เดินนำหน้าก็เอ่ยปากเตือน "อย่ามองสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าเดินเพ่นพ่าน แล้วก็อย่าไปทักทายใครมั่วซั่ว แขกบางคนพวกเราก็ล่วงเกินไม่ได้นะ ระวังจะถูกลากออกไปทางประตูหลังล่ะ"
"ครับๆๆ" จี้เจวี๋ยพยักหน้ารัวๆ เดินตามหลังไปจนเห็นลิฟต์ตัวหนึ่งที่แขวนป้าย 'กำลังซ่อมแซม' อยู่ด้านหน้า
"เอาล่ะ แกลองเช็กดูก่อนแล้วกัน ต้องการเครื่องมืออะไรก็ไปเรียกฉันที่ห้องเก็บเครื่องมือข้างหน้านะ อย่าเดินเพ่นพ่านล่ะ เข้าใจไหม?" เขาเตือนเป็นครั้งสุดท้าย "ถ้าไปเจอเรื่องไม่ดีไม่งามของคนใหญ่คนโตเข้า แกจะซวยเอา! เห็นตรงนั้นไหม? รปภ. จ้องอยู่ตลอดนะ!"
เขาชี้ไปที่กล้องวงจรปิดบนเพดานฝั่งตรงข้ามลิฟต์
"เฮ้อ ที่นี่แหละปัญหาเยอะสุด"
จี้เจวี๋ยส่ายหัว จู่ๆ ก็ตบหน้าผากตัวเอง "อ้อ ใช่ ช่วงนี้บริษัทเราตรวจ KPI เข้มมาก พวกทาสงานบางคนบ้างานซะจนชอบไปแย่งงานคนอื่น คุณอย่าไปตามคนอื่นมาแย่งงานผมอีกล่ะ!"
"วางใจเถอะน่า ซ่อมลิฟต์ตัวเดียวจะใช้คนอะไรเยอะแยะ? ซ่อมเสร็จแล้วก็โทรหาฉันแล้วกัน"
ผู้จัดการโบกมืออย่างรำคาญ แล้วหันหลังเดินจากไป
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการปิดตายโอกาสที่ช่างซ่อมตัวจริงจะโผล่มาแฉเขา
ในทางเดินที่มีคนเดินผ่านไปมาเป็นระยะ จี้เจวี๋ยยืนจ้องหน้าจอลิฟต์อยู่คนเดียว แล้วก็เริ่มแกล้งทำเป็นถอดแผงควบคุม
แต่พอถอดไปได้ครึ่งหนึ่ง อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ เขาก็ก้มหน้าลง เดินเลียบกำแพง ยื่นมือซนๆ ออกไป ลูบไล้กล้องวงจรปิดเบาๆ
【พี่ชาย ยุ่งอยู่เหรอ?】
ไฟสัญญาณของกล้องวงจรปิดกะพริบตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับฉายภาพจำลองการซ่อมแซมในช่วงไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาให้ความร่วมมือ จากนั้น เสียงที่ฟังดูบ้านๆ ก็ดังขึ้นในหัวของจี้เจวี๋ย:
【ทำไรอยู่วะไอ้น้อง? ที่นี่กฎระเบียบมันเข้มนะโว้ย ไม่มีเวลามาคุยเล่นหรอก ระวังเดี๋ยวมีคนออกมาเห็นเอ็งอู้ งานนี้คงได้โดนกระทืบแน่ๆ ตัวแค่นี้】
จี้เจวี๋ยถาม: 【พี่รู้ไหมว่าข้างในนี้เขาทำอะไรกัน?】
【ข้าไม่รู้ว่ะ!】
น้ำเสียงของกล้องวงจรปิดก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมา: 【สถานที่ส้นตีนนี่ มีกล้องวงจรปิดซ้อนกันตั้งหลายชั้น ผีเท่านั้นที่รู้ว่าพวกมันทำอะไรกันข้างใน... ไอ้พวกเวรนี่ ช่วงหลายวันมานี้ชอบทำอะไรเลือดสาดอยู่เรื่อย คงไม่ได้ทำเรื่องดีๆ หรอก ข้าแค่ไม่มีมือนะโว้ย ถ้ามี ข้าคงแจ้งตำรวจไปนานแล้ววว!】
พูดจบ มันก็ส่งภาพที่บันทึกไว้ในกล้องมาให้
เป็นภาพคนหลายคนก้มหน้าก้มตา หิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่หรือกล่องออกมาจากลิฟต์ มีของเหลวสีเลือดหยดลงมาจากถุง แต่ไม่นานก็ถูกพนักงานทำความสะอาดถูออกจนสะอาดเอี่ยม
จี้เจวี๋ยดูแล้วขนลุกซู่
ใช้ส้นเท้าคิดก็รู้ว่าคงไม่ใช่ซื้ออวัยวะเพศลาจากตลาดมาตุ๋นน้ำซุปให้แขกกินหรอกมั้ง? แขกที่นี่จะร่างกายอ่อนแออะไรขนาดนั้น? แถมกินเยอะขนาดนี้ จะไหวเหรอ?
ไม่กลัวของจะระเบิดหรือไง
ทว่า ในหัวของเขากลับปรากฏภาพใบหน้าที่บ้าคลั่งของตาเฒ่าคนนั้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความหิวกระหายที่แทบจะพุ่งปรี๊ดออกมาจากดวงตาของเขา...
คำพูดของกล้องวงจรปิดเตือนสติเขา
"จริงด้วย แจ้งตำรวจสิ"
จี้เจวี๋ยสืบมาได้ตั้งเยอะขนาดนี้แล้ว ก็ถึงเวลาที่พวกคุณตำรวจจะมาล้างบางแล้วล่ะ
༺༻